pearleus

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

มหาดไทยครั้งที่ 95 มอบนโยบายประชารัฐ‏

คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) จัดประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคเอกชน ประชาชน และภาคประชาสังคมทั้ง 76 จังหวัด เร่งเดินหน้าสานพลังประชารัฐ สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
      เมื่อ 29 เม.ย. 59 ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ซึ่งมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน ได้จัดให้มีการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานสานพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐระดับพื้นที่ และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) “บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัดและ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี...(จังหวัด) จำกัดให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ 76 จังหวัด ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ที่เข้าร่วมประชุมฯ จำนวนกว่า 600 คน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ 
     - เวลา 08.09 น. พิธีลงนามจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี...(จังหวัด) จำกัดของจังหวัดเพชรบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ร่วมเป็นสักขีพยาน 
     -  เวลา 09.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงตึกสันติไมตรี เพื่อร่วมกิจกรรม โดยในช่วงแรก จะรับชม VDO Presentation การขับเคลื่อนพลังประชารัฐเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) จากนั้นจะมีพิธีลงนามการจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัดโดยผู้ประกอบการภาคเอกชนส่วนกลาง ตัวแทนภาคประชาชน ภาคประชาสังคม โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน 
     ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินการสานพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับพื้นที่ แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จังหวัดเชียงใหม่ บุรีรัมย์ ภูเก็ต อุดรธานี และจังหวัดเพชรบุรี 
    - เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับ
    - เวลา 11.15 น. พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายการประสานและการขับเคลื่อนนโยบายพลังประชารัฐ และมอบแนวทางการทำงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยเน้นย้ำถึงการนำแนวคิดเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) มาสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยกลไกประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลพยายามส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงในเรื่องของ ห่วงโซ่อุปทานทั้งภายใน และภายนอกประเทศในเวลาเดียวกัน โดยการดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในประเทศจะมุ่งเน้น การระเบิดจากข้างในเริ่มจากประชาชน เริ่มจากเกษตรกร ไปเป็นกลุ่ม ไปเป็นสหกรณ์ วันนี้รัฐบาลได้สนับสนุนการจัดตั้งกิจการที่เป็นประโยชน์แก่คนในชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อผลิตสินค้า หรือให้บริการ ส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น โดยไม่ได้วางเป้าหมายเพื่อสร้างกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยแก้ไขปัญหา พัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อมของตนเองด้วย โดยใช้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรตามโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมาเสริมกัน สร้างความเข้มแข็งด้วยเงินที่เรามีอยู่และใช้อย่างพอเพียง ขณะนี้หลายชุมชนได้นำงบประมาณที่ได้รับไปสร้างร้านค้าชุมชน โรงสีชุมชน ลานตากมัน ปั๊มน้ำมัน หรืออื่นๆ โดยชุมชนร่วมเป็นเจ้าของร่วมกัน มีการบริหารจัดการกันเอง ทำให้เกิดกำไร และหมุนเวียนรายได้ มีการนำไปลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกิจการ เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นพื้นฐาน ของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่รัฐบาลต้องการสนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 และในอนาคตวิสาหกิจเพื่อสังคมในแต่ละพื้นที่เหล่านี้ จะต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ทั้งเรื่องของการแลกเปลี่ยนความรู้ การใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งร่วมกัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คอยให้การสนับสนุนตามแนวทางประชารัฐอย่างยั่งยืนต่อไป
    ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ในหัวข้อ การอำนวยการและประสานพลังประชารัฐส่วนกลาง และจังหวัด" เน้นถึงบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเป็นผู้ประสานและขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ โดยมีคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เป็นแกนหลัก ในการผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มุ่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทาง ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ด้านการเกษตร 2. ด้านการแปรรูป SME/OTOP และ 3. ด้านการท่องเที่ยวชุมชน 
   และเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามเป้าหมายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้มีการกำหนดให้มีคณะทำงานต่างๆ ขึ้น ดังนี้ 
   1) คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐส่วนกลาง มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน
 2) คณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดและอำเภอ ประกอบด้วย ภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
 ผู้บริหารสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอเป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ ทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ มีบทบาทหน้าที่โดยรวม คือ การแปลงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม จัดทำแผนการขับเคลื่อนงาน ติดตามประเมินผล ประชาสัมพันธ์ผลการทำงาน และรายงานผลการขับเคลื่อนงานให้คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ทราบ และเน้นย้ำให้เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน กับ คณะทำงานระดับจังหวัดและอำเภอที่ต้องมีความเข้าใจที่ตรงกัน

   สำหรับในช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ โดยคณะทำงานเศรษฐกิจฐานรากฯ C asean และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม    และช่วงสุดท้ายเวลา 16.30 น. จะเป็นการสรุปและมอบภารกิจการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น