pearleus

ขอส่งเสด็จสู่สรวงสวรรคาลัยด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้า นายมานพ เทียนมณี บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกและเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึกพร้อมตระกูลเทียนมณี คณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึก

หนังสือพิมพ์ ชี้ชัดเจาะลึก เดือนพฤศจิกายน 2559 ฉบับออนไลน์

เปิดงาน 70 ปีแห่งการครองราชย์ มหาราชา ไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจจังหวัดสมุทรสาคร

แขวงการทางฯ จับมือ อบจ.เตรียมผุดโปรเจ๊กใหม่สะพานเกือกม้า จยย.แห่งแรกของประเทศไทย

ลงนามในสัตยาบัน เพื่อร่วมกันสร้าง “จังหวัดใสสะอาด อำเภอใสสะอาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใสสะอาด” โดยกลไกประชารัฐจังหวัดสมุทรสาคร ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559

ข้าราชการไทยไร้ทุจริต

“เตี๋ยวเรือเอี้ยมจุ๊น 2" ครูสืบทอดสูตรโบราณ"ทางเลือกที่ดีกว่า

“ผู้ว่าฯสัญจร ต.คลองมะเดื่อ” นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และคณะหัวหน้าส่วนระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตำบลละ 5 ล้าน

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สืบนอกเครื่องแบบมหาชัย ปิดสองตำบลจับยาเสพติด

     
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.59 เจ้าพนักงานตำรวจภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร , พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ อ่อนละออ สวป.ฯ ,พ.ต.ต.อนุชา จิตนิยม สวป.ฯ ,พ.ต.ต.เอกราช มาละวรรณโณ สวป.ฯ,พ.ต.ต.ศุภฤกษ์ ตรีเจตน์ สวป.ฯ ,ร.ต.อ.กิตติ์ธีธัช คงกระพันธ์ รอง สว.สส.ฯ ,ร.ต.ท.วัชระ พัฒนกุลอนันต์ รอง สวป.ฯ พร้อมกำลัง ป.นอกเครื่องแบบ ชุด ปส.ฯ 2 ร่วมกันจับกุมคดียาเสพติด-อาวุธปืน 6 ราย ผู้ต้องหา 6 คน มีรายละเอียดดังนี้
1.เวลา 10.00 น.จับกุม นายราชศักดิ์  ภุมมกาญจนะ อายุ 30 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 0.98 กรัม โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด หมู่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
2.เวลา 10.45 น.จับกุม นางสุทธิดา  เดชพงษ์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด หมู่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
3.เวลา 11.00 น.จับกุม นายสามารถ(ตุ้ย) จันทร์ศรี อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 2.01 กรัม โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด หมู่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
4.เวลา 12.00 น.จับกุม นายโสพล(หมู)  อำไพ อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 100 เม็ด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด หมู่ 9 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
5. เวลา 13.30 น.จับกุม นายพีระพงษ์ พลเยี่ยม อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด หมู่ 6 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
6. เวลา 13.30 น.จับกุม นายบันเทิง(เทิง) บุญอุ่น อายุ 29 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 100 เม็ด ,อาวุธปืนพกสั้น แบบรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน 14 นัด  โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิด หมู่ 6 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร.

เงาพญาราหู รายงาน

สืบสวนกระทุ่มแบน จับขยายผลยาเสพติดในพื้นที่ 6 ราย


 
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ,พ.ต.ท.ภาคิน แสนพุฒิ รอง ผกก.สส.ฯสั่งการให้ พ.ต.ต.ศุกลฐวิญญ์ พรสิริวัฒก์ , พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ ศักดิ์ชัยยันต์ สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน , ร.ต.อ.วรเมธ โสมนัส , ร.ต.อ.ขวัญชัย ชุ่มแช่ม , ร.ต.ท.เสรีย์ มะกล่ำ , ร.ต.ท.ทวีป สุขชู , ร.ต.อ.อริญชย์ อิ่มเอิบ , ร.ต.ท.ประยงค์ สงทอง , ร.ต.อ.สมนึก จันทา , ร.ต.อ.อรรถ ปิ่นทำนัก รอง สว.สส.ฯ พร้อมข้าราชการตำรวจชุดสืบสวน จับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

1. น.ส.ศิริพร หรือเข็ม พรายทอง อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 250 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ม.4 ต.สวนหลวงฯ
จากนั้น ขยายผลจับกุม
2. นายอรรถพล หรือนุ๊ก เหมะ อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 24 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ม.4 ต.สวนหลวง ฯ
3. นายวัฒน์สุธา หรือต๋อย แสงงาม อายุ 42 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 7 เม็ด , อาวุธปืนพกสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 นิ้ว 1 ลูก โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองฯ , มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองฯ , พกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ” เหตุเกิด ม.4 ต.สวนหลวง ฯ
4. น.ส.สุภาวดี หรืออุ๊ สุกใส อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ม.5 ต.สวนหลวง ฯ
จากนั้น ขยายผลจับกุม
5. นายวิชาญ หรือเดช เรืองฤทธ อายุ 54 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ม.5 ต.สวนหลวง ฯ
จากนั้น ขยายผลจับกุม
6. น.ส.ธัญรัตน์ หรือออย เรืองฤทธ อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ม.13 ต.อ้อมน้อยฯ
ไม่สามารถขยายผลการจับกุมรายอื่นได้ เนื่องจากเป้าหมายรู้ตัว และได้หลบหนีไปก่อน.

เงาพญาราหู รายงาน






สืบสวนปส.จว.จับขยายผลยาเสพติดหลายราย

 

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.59 เวลา15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดภายใต้การควบคุมของพ.ต.อ.ธงชัย  เนตรสขาวัฒน์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.สุกฤษฎิ์ วิศิษฐ์ชนะชัย รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ท.ศุภชัย  ศรสุคนธ์แก้ว รอง ผกก.สส.ฯ  ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดังมีรายชื่อดังนี้ พ.ต.ท.พีระ อัศวพิบูลย์ผล สว.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ,พ.ต.ต.ไชยภูมิ  ฉลองภูมิ  สว.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร / เจ้าพนักงาน ปปส. หมายเลขประจำตัว 532405 ,ร.ต.อ.ธานินทร์  นุชเจริญ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลขประจำตัว  563177,ร.ต.อ.รหัท  สมานจิต รอง สว.ฯ ,ร.ต.ท.ณรงค์ หอมเย็น รอง สว.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลขประจำตัว 584823, ร.ต.ต.โชติ  แสนชัย, ร.ต.ต.วินัย   พวงทองคำ, ร.ต.ต.อรัณย์  ทาเกตุ, ด.ต.ณัฐนนท์  เติมยศ, ด.ต.โดม  สระทองใจ, ด.ต.วิสูติ สุขตะโก,ด.ต.ธนเดช  โพธิ์งาม, ด.ต.นที บุญทาน  ,ด.ต.ชนาเมธ  เมืองแก้ว,ด.ต.เกรียงไกร  โตตามวงษ์  ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

1. นายชาลี หรือน้อง  อ้นปรารมย์     อายุ 47  ปี   อยู่บ้านเลขที่ 8  หมู่ 8 ต.บางโทรัด   อ.เมือง     จ.สมุทรสาคร    หมายเลขประจำตัว 3 - 7401 – 00928  - 21  - 6
 พร้อมของกลาง ยาบ้า 29 เม็ด และยาไอซ์ 0.3 กรัม โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด ที่บริเวณภายในห้องนอนบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่  หมู่ 3  ต.บางหญ้าแพรก   อ.เมือง
 จ.สมุทรสาคร นำส่ง สภ.เมือง

จากนั้น ขยายผลจับกุม

2. นายโสฬส หรือโอ  ม่วงกลม    อายุ  26    ปี   ที่อยู่ 34/2  หมู่ 3  ต.บางหญ้าแพรก  อ.เมือง    จ.สมุทรสาคร   หมายเลขประจำตัว  1-7499 - 00233 - 05 - 2
 พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 1.4 กรัมและยาบ้า 12 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” เหตุเกิด บริเวณภายในห้องนอนบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่  หมู่ 3  ต.บางหญ้าแพรก   อ.เมือง นำส่ง สภ.เมือง
จากนั้น ขยายผลจับกุม
3. นายธเนศ หรือบอล  ประทีปเมือง  อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง กัญชา 0.9 กรัม  โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองฯ เหตุเกิด บริเวณภายในห้องนอนบ้านเช่าไม่ทราบเลขที่  หมู่ 3  ต.บางหญ้าแพรก   อ.เมือง
จากนั้น ขยายผลจับกุม
4. นายชัยวัฒน์ หรือใหม่ เตียวนิชย์ อายุ 32  ปี ที่อยู่ 146/8 หมู่ 8 ต.พันท้ายฯ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 10.65 กรัม และกัญชา 2.41 กรัม  โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองฯ” เหตุเกิดหมู่ 4 ต.พันท้าย ฯ  นำส่ง สภ.โคกขาม

ไม่สามารถขยายผลการจับกุมรายอื่นได้ เนื่องจากเป้าหมายรู้ตัว และได้หลบหนีไปก่อน.

เงาพญาราหู รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดที่ดิน ครั้งที่ 1/2559


          วันนี้ (7ธ.ค.59) เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดที่ดิน ครั้งที่ 1/2559 เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และพิจารณากระบวนการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ราชพัสดุ (กรมธนารักษ์) 
          สำหรับการประชุมในวันนี้สืบเนื่องจากที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ที่ยากจน และแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่อนุญาตให้อยู่อาศัยทำกินในที่ดินของรัฐในรูปแบบสหกรณ์หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม โดยได้แต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน” ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ทำหน้าที่สำรวจ ตรวจสอบ และจัดทำข้อมูลผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย กำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และการคัดเลือกบุคคลให้เข้าอยู่อาศัยทำกินในที่ดินของรัฐ โดยดำเนินการร่วมกับคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
          โดยในวาระแรกฝ่ายเลขาที่ประชุมได้รายงานผลการจัดที่ดินให้ชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ตั้งแต่ ปี 2558 - 2559 รวมทั้งสิ้น 10,113 ราย 12,544 แปลง เนื้อที่ประมาณ 96,310 ไร่ และในปี 2560 ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายรวม 44 พื้นที่ 30 จังหวัด แยกเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ราชพัสดุ และที่สาธารณประโยชน์ 
          จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางการดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ราชพัสดุ ตามที่กรมธนารักษ์เสนอ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน แบ่งเป็น รูปแบบ คือ 1. การจัดระบบในพื้นที่แปลงว่างเพื่อนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ และ 2. การจัดระเบียบด้วยการนำที่ดินราชพัสดุที่มีผู้ใช้ประโยชน์มาจัดระเบียบ โดยประเภทของผู้ที่จะได้รับการจัดที่ดิน คือ 1. ผู้ที่ถูกผลักดันและอพยพออกจากพื้นที่ป่าต้นน้ำและป่าอนุรักษ์ที่สำคัญ 2. ผู้บุกรุก        ที่ราชพัสดุซึ่งอยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายที่ราชพัสดุ 3. ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการโครงการของทางราชการที่สูญเสียที่ดินทำกิน และ 4. ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือมีไม่พอต่อการครองชีพมีถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่จะจัดที่ดิน ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกำหนดตามระเบียบกฎหมายที่ราชพัสดุ และข้อกำหนดที่ คทช.กำหนด โดยกรมธนารักษ์จะมีการคัดเลือกที่ราชพัสดุที่เหมาะสมเสนอต่อคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินเพื่อกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการต่อไป
          สุดท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของ คทช. โดยให้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมดุล เป็นธรรม ยั่งยืน และสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยากไร้ให้มีที่อยู่อาศัยและมีที่ทำกินอย่างพอเพียง

กระทรวงมหาดไทย ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดปาฐกถาพิเศษ “ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี ปวงประชาเป็นสุข” น้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติแก่บุคลากร




                วันนี้ (8 ธ.ค. 59) เวลา 09.45 น. ณ ห้องประชุมคลังสมอง ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ น้อมรำลึกใต้ร่มพระบารมี 70 ปี ปวงประชาเป็นสุข ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและการดำรงชีวิตของบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และสร้างจิตสำนึกรักในสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และพร้อมเป็นแบบอย่างในการสานประโยชน์ของชาติ และปวงประชาตามพระราชปณิธานของพระองค์ให้คงอยู่สังคมไทยสืบไป
                นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นเวลากว่า 70 ปี ที่พสกนิกรชาวไทยได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีแห่งการเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติด้วยความอยู่เย็นเป็นสุขดังพระบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ กระทรวงมหาดไทย โดยสถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดทำโครงการ น้อมรำลึกใต้ร่มพระบารมี 70 ปี ปวงประชาเป็นสุข ขึ้น เพื่อให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตระหนักในพระปรีชาญาณ ความรู้ ความสามารถทางด้านต่างๆ ที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขของทวยราษฎร์ ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ โดยน้อมนำพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางและแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และการดำรงชีวิต และร่วมกันแสดงถึงความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชสักการะ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และด้วยพระปรีชาสามารถแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ทำให้เราเป็น “ไทย” ได้อย่างเต็มความภาคภูมิใจตราบจนทุกวันนี้
      โดยโครงการดังกล่าว มีการจัดกิจกรรม “ปาฐกถาพิเศษ” เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ซึ่งกิจกรรมปาฐกถาพิเศษจะจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 11 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 โดยกระทรวงมหาดไทยได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และมากด้วยประสบการณ์มาบรรยายพิเศษ และในวันนี้ (8 ธ.ค.59) เป็นการจัดปาฐกถาพิเศษขึ้นเป็นครั้งแรก ในหัวข้อเรื่อง “การถวายงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โดยมีนายมนุญช์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริ โดยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อันทรงคุณค่า เพื่อเป็นองค์ความรู้และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและการดำรงชีวิต พร้อมที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ชุมชนและสังคมต่อไป


           


             

โรงเรียนการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนการบินครบรอบปีที่ 75



วันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่บริเวณอาคารกองบัญชาการ โรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พลอากาศตรีสุวรรณ ขำทอง ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนการบินครบรอบปีที่ 75 โดยมีนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครปฐม รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร และเจ้าหน้าที่โรงเรียนการบิน ร่วมพิธีในครั้งนี้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับศิษย์การบินที่ได้ล่วงลับไปแล้ว นับตั้งแต่ปี 2484 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 75 ปี

พลอากาศตรีสุวรรณ ขำทอง ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน กล่าวว่า โรงเรียนการบินมีเจตนาอันแน่วแน่ ในการเสริมสร้างสมรรถนะการฝึกศิษย์การบินให้มีความเป็นมาตรฐานสากล และความเป็นนักรบทางอากาศ ด้วยการพัฒนาศักยภาพครูการบินให้มีทักษะ และความชำนาญการในการสอนศิษย์การบิน โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆเป็นเครื่องมือ อีกทั้งปรับปรุงตำรา หลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้อยู่ในระดับชั้นนำของประเทศ ให้อยู่ในระดับองค์กรชั้นนำของประเทศ และของภูมิภาคอาเซียน มีระบบงานมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ตลอดจนมุ่งเน้นการฝึกอบรมให้แก่ศิษย์การบิน ให้เป็นไปตามพัฒนาการทางการศึกษา เป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แบบ เป็นทหารที่มีคุณภาพ ต่อภารกิจของกองทัพอากาศ และประเทศชาติ นอกจากนี้ ภารกิจอีกงานด้านหนึ่ง ที่โรงเรียนการบินได้ปฏิบัติควบคู่กันไปกับภารกิจฝึกศิษย์การบิน คืองานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้จัดเตรียมกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ สำหรับให้การช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือนอย่างเต็มความสามารถอีกด้วย