pearleus

ขอส่งเสด็จสู่สรวงสวรรคาลัยด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้า นายมานพ เทียนมณี บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกและเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึกพร้อมตระกูลเทียนมณี คณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึก

หนังสือพิมพ์ ชี้ชัดเจาะลึก เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ฉบับออนไลน์

ปีใหม่นี้ ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม กลับบ้านปลอดภัย มีวินัย มีน้ำใจ รักษากฎจราจร

เปิดงาน 70 ปีแห่งการครองราชย์ มหาราชา ไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจจังหวัดสมุทรสาคร

แขวงการทางฯ จับมือ อบจ.เตรียมผุดโปรเจ๊กใหม่สะพานเกือกม้า จยย.แห่งแรกของประเทศไทย

ลงนามในสัตยาบัน เพื่อร่วมกันสร้าง “จังหวัดใสสะอาด อำเภอใสสะอาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใสสะอาด” โดยกลไกประชารัฐจังหวัดสมุทรสาคร ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559

ข้าราชการไทยไร้ทุจริต

“เตี๋ยวเรือเอี้ยมจุ๊น 2" ครูสืบทอดสูตรโบราณ"ทางเลือกที่ดีกว่า

“ผู้ว่าฯสัญจร ต.คลองมะเดื่อ” นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และคณะหัวหน้าส่วนระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตำบลละ 5 ล้าน

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตำรวจพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไปดาราศิลปินและผู้สื่อข่าวร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวน 199 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 18 ก.พ.60 พล.ต.อ.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา  สบ.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.สท.ร่วมกับ นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ผู้บริหารตลาดคลองเตย และพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไป  ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร และถวายภัตตาหารเช้าจำนวน 199 รูป โดยมีกลุ่มดาราศิลปิน นำโดยโดโด้ ยุทธพิชัย ชาญเลขา   เปรี้ยว af2 พาส af2 บีม จารุวรรณ และเต๋อ เชิญยิ้มเข้าร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรค์คาลัย และเป็นการแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ณ ตลาดสดคลองเตย

พล.ต.อ.ดร.สุวิระ กล่าวว่าพระภิกษุสงฆ์และสามเณรที่นิมนต์มารับบิณฑบาตและฉันเช้าในวันนี้เป็นพระสงฆ์มาจากวัดโมลีโลกยาราม ซึ่งเป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  เดิมเรียกว่า  วัดท้ายตลาด ”  เพราะตั้งอยู่ท้ายตลาดเมืองธนบุรีและยังเป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีที่มีผู้สอบได้เปรียญธรรมมากเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศ ดังนั้นจึงมีพระสงฆ์จากวัดต่างๆทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 500 รูป ทำให้ทางวัดขาดแคลนอาหารที่จะฉันและปัจจัยสิ่งของต่างๆที่จำเป็นใช้ภายในวัดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมบำรุงพระพุทธศาสนา จึงร่วมมือกัน นิมนต์พระสงฆ์มาฉันเช้าและบินฑบาตรในตลาดคลองเตย จากข้าราชการตำรวจ พ่อค้า ประชาชน และผู้สื่อข่าว ได้ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารฉันเช้า และการทำบุญในครั้งนี้ทางเราก็ได้น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกด้วย







วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สค. อบรมเสริมศักยภาพครอบครัว สร้างสภาพแวดล้อมปราศจากความรุนแรง-เสริมพลังเด็กปกป้องตนเอง


         เมื่อวันที่ 15 ก.พ. เวลา 11.00 น. นายเลิศปัญญา  บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวลดความรุนแรงในเด็กเล็ก รุ่นที่ 4 ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร

          นายเลิศปัญญา  บูรณบัณฑิต  อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) มีภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวรวมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรง ได้ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านครอบครัวจากกลไกระดับชาติ   ไปยังหน่วยงานระดับจังหวัดคือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานของภาคีเครือข่ายทุกส่วนในระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ คือ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ให้มีการนำนโยบายไปแปลงเป็นแผนสู่การปฏิบัติในพื้นที่ และมีการประสานงานและรายงานผลอย่างเป็นระบบ สถานการณ์การกระทำความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มจำนวน และมีรูปแบบการกระทำที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเภทการกระทำต่อเด็กมีทั้งทำร้ายร่างกาย ทางเพศ ทำร้ายจิตใจ ละเลยทอดทิ้ง และบังคับแสวงหาประโยชน์ ซึ่งส่งผลกระทบด้านลบต่อความเสียหายของเด็กในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ทางกายและพัฒนาการทางสมอง สติปัญญา และการศึกษา จิตใจ และพฤติกรรม การดำเนินงานแก้ไขปัญหาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สค. ไม่สามารถดำเนินงาน พ.ร.บ. ดังกล่าว ได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งสหวิชาชีพในพื้นที่

     นายเลิศปัญญา  กล่าวต่อไปว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 สค. ได้นำนโยบายของกระทรวง พม. หรือนโยบาย 9 5 5 มาขับเคลื่อนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ในโครงการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวลดความรุนแรงในเด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี) ที่ในพื้นที่ 23 จังหวัดเป้าหมาย (เชียงใหม่  เชียงราย สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม สระบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ นครพนม นครราชสีมา ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ สงขลา พัทลุง สตูล และนราธิวาส) ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการรายงานกรณีการกระทำความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กเล็กมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2559 และได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวลดความรุนแรงในเด็กเล็ก ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4

     การอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวลดความรุนแรงในเด็กเล็กนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวลดความรุนแรงในเด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี) ที่เน้นการเสริมสร้างความรู้ให้กับจังหวัดและพื้นที่ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ ต่อจากนี้ไป โดยหวังว่าทีมสหวิชาชีพที่เข้าอบรมในครั้งนี้จะได้รับความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ และกำลังใจที่ดีในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว และชุมชน โดยเริ่มต้นจาก “การเลี้ยงดู ดูแลเด็กตามพัฒนาการอย่างเหมาะสม พัฒนาเด็กเล็กโดยไม่ใช้ความรุนแรงในทุกสภาพแวดล้อม การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการกระทำความรุนแรงต่อเด็กเล็ก และการเสริมพลังเด็กเพื่อปกป้องตนเองจากความรุนแรง” ไปจนถึง “การที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน เฝ้าระวัง คุ้มครอง ช่วยเหลือเยียวยา และแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี) ร่วมกับกลไกและสหวิชาชีพในพื้นที่

     กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ทีมสหวิชาชีพจาก 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ร้อยเอ็ด ชลบุรี และสงขลาสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด บ้านพักเด็กและครอบครัว ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 100 คน



วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รมว.มท.เป็นประธานการประชุมหารือจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนองนโยบายรัฐบาลจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยและจัดทำระบบข้อมูลแรงงานต่างด้าวระดับจังหวัดครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม


เมื่อ 16ก.พ.60  เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้ว่าราชการจังหวัด 13 จังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายของการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานมากกว่า 50,000 คนขึ้นไป 
สำหรับการประชุมในวันนี้สืบเนื่องจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยพิจารณาการจัดโซนนิ่งทั้งเรื่องของคนและพื้นที่ ซึ่งภายหลังจากนั้นได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย (อกคร.) ครั้งที่ 1 /2560 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ที่ประชุมดังกล่าวได้มีการกำหนดแนวทางการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว (Zoning) โดยผู้แทนจากกระทรวงแรงงานได้นำเสนอแนวทางของการขยายผล การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในจังหวัดให้ที่ประชุมในวันนี้ได้รับทราบและร่วมกันพิจารณาแนวทางการ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวทั้ง 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร ระนอง ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ นนทบุรี นครปฐม ระยอง ภูเก็ต สงขลา และจังหวัดตาก โดยจะมีมาตรการจัดระเบียบ ที่พักอาศัยในพื้นที่ชุมชน และมีการจัดระบบข้อมูลแรงงานต่างด้าวในระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบต่อไป 
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการบริหารจัดการในพื้นที่ โดยจะมีการกำหนดมาตรการจัดเขตพื้นที่ส่งเสริมที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าวครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ มิติเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งจัดทำระบบข้อมูลแรงงานต่างด้าวระดับจังหวัดให้เป็นระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ จังหวัดระนองและจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้กำหนดให้เป็นจังหวัดนำร่อง 2 จังหวัดได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงผลการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่ผ่านมาและการดำเนินงานในระยะต่อไป สำหรับอีก 11 จังหวัดเป้าหมายได้กำหนดให้จัดส่งข้อมูลความคืบหน้าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้กระทรวงแรงงานภายในเดือนเมษายน 2560
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุมฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการดำเนินการตามกฎหมายและมีหน่วยงานรับผิดชอบ ที่ชัดเจน จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอมาตรการและแนวทางที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นตามมาตรฐานสากลทั้งด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพอนามัย และการบริหารจัดการซึ่งทั้งหมดจะต้องมีการวางแผนในระยะยาว เมื่อรัฐบาลได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วกระทรวงมหาดไทยจะได้สรุปแนวทางการดำเนินงานแจ้งให้จังหวัดดำเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องต่อไป 



นครปฐมจัดโครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชนประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560

 
เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2560  ที่วัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน ออกให้บริการตามโครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชน และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เพื่อให้บริการช่วยเหลือประชาชน ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องออกไปรับบริการที่อำเภอหรือจังหวัด อีกทั้งเพื่อให้ส่วนราชการได้มีโอกาสพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามความทุกข์สุขและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายสำคัญของรัฐบาลอีกด้วย
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบเงินทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนในครอบครัวที่มีฐานะยากจน  มอบพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกร อีกทั้งมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการครองชีพ การบริการด้านสุขภาพ อนามัย การฝึกอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลวัดสำโรงและตำบลใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก







เครือข่ายมหาวิทยาลัยจีนชั้นนำกว่า30แห่ง สานฝันเด็กไทยเปิดแอปฯ"ไชน่า แคมปัส เน็ตเวิร์ค"

เครือข่ายมหาวิทยาลัยจีนมอบทุนการศึกษา100ทุนให้แก่ CCN Thailand

สมาคมแลกเปลี่ยนบุคคลากรไทย-จีน ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network (CCN), สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน, สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทย, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ, สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และโรงเรียนภาษาสายสัมพันธ์ ร่วมจัดการแข่งขันภาษาจีน Friendship Cup ครั้งที่ 9 พร้อมผนึกกำลังในพิธีเปิดโครงการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน องค์กรธุรกิจไทย-จีน สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน  และสถาบันการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยตอบสนองตลาดแรงงานและองค์กรไทย-จีนในปัจจุบัน 
เครือข่ายมหาวิทยาลัยจีนมอบทุนการศึกษาระรับปริญาตรี4ปี
ดร.หัว เซี่ย คณะกรรมการการจัดงานและเลขาธิการสมาคมแลกเปลี่ยนบุคลากรไทย – จีน กล่าวว่า “ในปัจจุบัน จีนเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางด้านการทำธุรกิจและการลงทุนที่สำคัญของโลก ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ นักศึกษาชาวไทยให้ความสนใจเรียนภาษาจีนมากขึ้นเห็นได้จากการแข่งขันภาษาจีนที่จัดในครั้งนี้ มีนักเรียนมัธยมที่เรียนสายศิลป์-จีน เข้าร่วมในการแข่งขัน กว่า 400 คน”
ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน 1
งานในวันนี้ดร.หัว เซี่ยยังกล่าวอีกว่า“นอกจากการลงนามความร่วมมือระหว่างโรงเรียนไทย 32 โรง กับ มหาวิทยาลัยจีนชั้นนำในเครือข่าย 13 มหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะมีการลงนามร่วมกันใน 4 ภาคส่วนคือ สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน-ไทยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีนเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีนและสมาคมแลกเปลี่ยนบุคลากรไทย-จีน เพื่อพัฒนาบุคลากรไทยโดยการสร้างระบบการศึกษาในประเทศจีนให้ตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรขององค์กรไทย-จีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคนในองค์กรซึ่งในงานนี้ มีการให้ทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาจำนวน 100 ทุน รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยการสนับสนุนของเครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน และองค์กรธุรกิจจีน อาทิ Bank of China ,บริษัท Baidu , นิคมอุตสาหกรรมระยอง, สำนักข่าวซินหัวประจำกรุงเทพฯ สถานีวิทยุซีอาร์ไอประจำภาคพื้นเอเชีย จุดมุ่งหมายเป็นไปเพื่อผลิตบุคลากรไทย ที่มีความเป็นเลิศด้านภาษาจีน และมีความสามารถในสายอาชีพซึ่งเป็นที่ต้องการในกลุ่มองค์กรจีนชั้นนำ โดยการสำรวจความต้องการบุคลากรในภาคธุรกิจเป็นตัวตั้งพร้อมกันนี้เครือข่ายมหาวิทยาลัยจีน หรือ China Campus Network ได้เปิดตัว Platform ที่รวมข้อมูลการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีนมากกว่า 30 แห่งในรูปแบบโมบายแอปพลิเคชั่น “China Campus-Study in China” เพื่อเปิดประตูการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาวิทยาลัยจีนและสมัครเรียนในสาขาที่ต้องการ ผ่านแอปพลิเคชั่นนี้ ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย” 
บรรยากาศแนะนแนวการศึกษาต่อจีนแก่ผู้ที่สนใจ
CCN แอปพลิเคชั่นเป็นอีกตัวช่วยสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศจีนผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ ทำให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูลทั้งที่ตั้งมหาวิทยาลัย คณะสาขาวิชาต่างๆ ที่เปิดสอน ค่าเรียน ที่พักอาศัย บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย ตลอดจนข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของแต่ละเมือง ทั้งยังสามารถสอบถาม พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูล กับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยผ่านห้องสนทนาต่างๆ
โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์, จอมสุรางค์อุปถัมภ์, เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันร้องเพลงจีน

สำหรับนักเรียน นักศึกษาหรือผู้ปกครองที่สนใจสามารถดาวน์โหลด CCN แอปพลิเคชั่นได้ฟรี ผ่านทางระบบ iOSที่ APP Store และระบบ Android ที่ Google Play และค้นหาคำว่า “China Campus-Study in China” เมื่อพบแล้วให้ดาวน์โหลดและติดตั้งตามขั้นตอน สามารถสอบถามและหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ccnthailand.com หรือ www.facebook.com/ccnthailandofficia โทร. 02-258-0747 สายด่วนโทร. 097-112-9483