pearleus

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

กรมควบคุมเตือนประชาชนระวังหวัดใหญ่-ปอดบวมเผยปีนี้ป่วยเกือบ 3 แสนรายแล้ว

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชานชนในช่วงพายุเข้า อาจมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เสี่ยงป่วยไข้หวัดใหญ่และปอดบวม ซึ่งปีนี้พบผู้ป่วยทั้งสองโรครวมกันแล้วเกือบ 3 แสนราย แนะวิธีป้องกัน “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.61 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ อากาศมีความชื้นสูงขึ้น เชื้อไวรัสและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี อาจทำให้ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานน้อย เสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคติดเชื้อทั้งหมด จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 กันยายน 2561 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 107,520 ราย เสียชีวิต 18 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานอายุ 15 - 24 ปี รองลงมาคือ 25 - 34 ปี และ 35 - 44 ปี พบผู้ป่วยโรคปอดบวม 188,351 ราย เสียชีวิต 139 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 55 - 65 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่าย จากการไอหรือจามรดกัน โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย จะมีอาการ ปวดกล้ามเนื้อมาก และ ปวดศีรษะ อ่อนเพลียเร็ว      แต่สามารถหายเองได้ใน 5 - 7 วัน ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ปอดเรื้อรัง เบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรพบแพทย์ทันที วิธีป้องกัน
ควรยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่ ปิด คือ ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย ผ้า หรือ กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง ล้าง คือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได เลี่ยง คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุด คือ เมื่อป่วย ควรหยุดเรียน หยุดงาน แม้จะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
จนกว่าจะหายเป็นปกติ

โรคปอดบวมเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากการติดเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส มักเป็นโรคแทรกซ้อนหลังป่วยไข้หวัดประมาณ 3 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ น้ำมูกเปลี่ยนสีจาก   สีเหลืองเป็นสีเขียวข้น เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบง่าย ซึมลง หากมีอาการดังกล่าวขอให้รีบพบแพทย์ทันที เพื่อลดการเสียชีวิต วิธีป้องกันโรค คือ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมลภาวะที่เป็นพิษ เช่น      ควันบุหรี่ ควันไฟ และหมอกควันอากาศ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้า
เช็ดตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เช่น เย็นจัดหรือชื้นจัด

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในช่วงฝนตกหนัก โดยเฉพาะการขับขี่ยานพาหนะ ควรลดความเร็ว หลีกเลี่ยงการแซง ประเมินสถานการณ์ก่อนขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาจะทำให้ถนนเปียกลื่น และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี รวมถึงควรนำร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

*****************

พม. แจงสิทธิคนพิการกรณีเครือข่ายฯร้องต่อกสม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 61  เวลา 15.00 น. ที่บริเวณชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว  กรุงเทพฯ  นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ชี้แจงกรณีผู้แทนเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการ เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับคนพิการ ว่า จากกรณีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 คนพิการได้รับการปฏิบัติไม่เป็นไปตามมาตรา 33 ซึ่งตัวเลขคนพิการที่ถูกจ้างงานจำนวน 25,000 คน แต่มีการทำงานจริงเพียง 20,000 คน ส่วน 5,000 คน ไม่รู้ว่าตนเอง มีสิทธิได้รับสวัสดิการการจ้างงานเดือนละ 9,500 บาท จึงถูกสมาคมคนพิการและมูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ หักหัวคิวโดยจ่ายให้คนพิการเพียงเดือนละ 500 - 3,000 บาท 

โดยข้อเท็จจริง คือ ปี 2561 มีการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 จำนวน 36,833 คน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากคนพิการที่เป็นลูกจ้างของสถานประกอบการว่าถูกสมาคมคนพิการและมูลนิธิช่วยเหลือคนพิการ หักหัวคิวโดยจ่ายให้คนพิการได้รับค่าจ้างเพียง 500 - 3,000 บาท และการปฏิบัติตามมาตรา 33 ดังกล่าวนี้

หากพบว่าสถานประกอบการไม่ได้ให้คนพิการทำงานจริง เช่น ให้นอนอยู่บ้านโดยไม่ต้องมาทำงาน พก. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าสถานประกอบการไม่ได้จ้างคนพิการจริงจะเรียกให้สถานประกอบการแห่งนั้นส่งเงินเข้ากองทุนตามกฎหมาย และหากสถานประกอบการดังกล่าวไม่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พก. จะยื่นฟ้องศาลและบังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่ง เช่นเดียวกับสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต่อไป

 นางสุภัชชา กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ 2 การส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35 เกิดการทุจริตในส่วนค่าจ้างวิทยากรและเงินในการจัดฝึกอบรม สร้างความเสียหายถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี ข้อเท็จจริง คือ กรณีการปฏิบัติตามมาตรา 35 คือการส่งเสริมอาชีพอิสระให้กับคนพิการ (หรือกับผู้ดูแลคนพิการกรณีที่คนพิการเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนไร้ความสามารถ หรือทำงานไม่ได้) นั้น กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการยื่นขอดำเนินการกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

ซึ่งหากถูกต้องกรมการจัดหางาน ก็จะเห็นชอบและจะแจ้งมาที่ พก. ว่าสถานประกอบการแห่งนั้นได้ดำเนินส่งเสริมอาชีพให้กับคนพิการแล้วจำนวนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง ซึ่ง พก. จะบันทึกเข้าระบบฐานข้อมูลการปฏิบัติตามกฎหมายไว้ และหากต่อมามีการร้องเรียนว่ามีการดำเนินการไม่ถูกต้อง พก. จะส่งเรื่องให้กรมการจัดหางานในฐานะที่เป็นผู้ให้ความเห็นชอบโครงการฝึกงานต่างๆ ไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหากไม่เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบ พก. จะแจ้งสถานประกอบการส่งเงินเข้ากองทุนแทน ส่วนความเสียหายที่เป็นตัวเงินที่สถานประกอบการได้จ่ายเงินสนับสนุนโครงการไปก่อนนั้นก็เป็นเรื่องที่สถานประกอบการจะไปว่ากล่าวเอากับผู้รับดำเนินการฝึกอบรม ต่อไป

นางสุภัชชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่ 3 มีการเรียกร้องความเป็นธรรมและยื่นเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล แต่กลับถูกข่มขู่คุกคาม โดยเจรจาให้รับเงิน 20,000 บาท แลกกับการเซ็นยินยอมไม่ดำเนินคดี จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปสนับสนุนหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น กระทรวง พม. โดย พก. ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางการแก้ไข ดังนี้ 1) ที่ผ่านมามีสถานประกอบการที่ไม่ได้จ้างคนพิการจริงและ พก. ตรวจสอบพบว่าได้ดำเนินการแจ้งให้ส่งเงินเข้ากองทุนแล้วจำนวนหลายราย ดังนั้น หากคนพิการ องค์กรคนพิการ หรือบุคคลอื่นใดพบเห็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย คนพิการถูกเอารัดเอาเปรียบสามารถแจ้งมาที่ พก. โทร. 0 2106 9349-53 เพื่อจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อไป 2) กรณีที่มีคนพิการร้องเรียนเกี่ยวกับการฝึกอบรมอาชีพนั้น ที่ผ่านมามีการร้องเรียนประมาณ 3 - 4 เรื่อง ซึ่ง พก. ได้ส่งเรื่องให้กรมการจัดหางานตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีการดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

และ 3) พก. ได้มีการให้ความรู้กับสถานประกอบการ โดยการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานคนพิการที่ถูกต้องทั้งในส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาคทุกปี และได้มีการชี้แจงให้องค์กรคนพิการ รวมทั้งคนพิการให้ช่วยกันตรวจสอบว่าสถานประกอบการได้ปฏิบัติตามกฎหมายจริงหรือไม่ และคนพิการได้รับสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ในการประชุมสัมมนาขององค์กรคนพิการมาอย่างต่อเนื่อง   

#####################################

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

เลิกแล้วคะ นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง


เลิกแล้วคะ
นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง

ปิดตำนานแล้ว กับนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง ประกาศเลิกรับถาวร เป็นมติกลาโหม ผบ.ตร. ย้ำไม่กระทบกำลังพล

โดยก่อนหน้านี้ได้ปรากฏหนังสือที่สำนักงานกำลังพลทำบันทึกข้อความถึงผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติแนวทางการสรรหาและผลิตกำลังพลในส่วนของนักเรียนนายร้อยตำรวจและนักเรียนเตรียมทหาร ประจำปี 2562 โดยใจความสำคัญคือ ให้ยกเลิกการรับบุคคลภายนอกเพศหญิงเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ

ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานโดยอ้างหนังสือฉบับดังกล่าว และได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจน 

ล่าสุด พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงกรณีกระแสข่าวดังกล่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวานนี้ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกเลิกการรับบุคคลภายนอกเพศหญิงและบุคคลภายนอกชาย รวมถึงนายสิบตำรวจเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) เป็นการถาวร 


ผบ.ตร. ยืนยันว่า การยกเลิกรับบุคคลภายนอกเพศหญิงเข้าเป็นนักเรียนนายร้อย ไม่ได้ปิดกั้นตำรวจหญิงและไม่กระทบกับกำลังตำรวจหญิง ที่ผ่านมามี นรต. หญิง 10 รุ่นก็เป็นกำลังพลที่มีศักยภาพ แต่เมื่อเป็นมติกลาโหม เก็ยอมรับและไม่คัดค้านหรือทักท้วงอะไร ขณะที่ในส่วนของตำรวจหญิงที่จะทำหน้าที่พนักงานสอบสวน โดยเฉพาะคดีเพศและเด็กนั้น ก็จะเปิดรับบุคคลภายนอกแล้วอบรมเป็นพนักงานสอบสวนได้
สำหรับโครงการนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง เริ่มต้นขึ้นในยุคที่ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็น ผบ.ตร.โดยเริ่มต้นในปีการศึกษา 2552 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 107 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปัจจุบันมีนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงจำนวน 10 รุ่น คือรุ่นที่ 66-75 เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางไม่รับตามมติดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการปิดตำนาน นักเรียนนายร้อยหญิงของไทยไปโดยปริยาย 







เรื่องเล่า 4.0 Facebook เคลื่อนไหวอีกแล้ว …เพือกเรา


เรื่องเล่า 4.0
Facebook  เคลื่อนไหวอีกแล้ว เพือกเรา
 
เฟซบุ๊กเคลื่อนไหวอีกแล้ว คราวนี้ทุ่มเงินกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 32,800 ล้านบาท สร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกในเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อลงทุนให้ทันรับการเติบโตของการใช้งานโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน อีคอมเมิร์ซ และความต้องการใช้งานคลาวด์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชีย

สาเหตุที่เฟซบุ๊กเลือกสิงคโปร์เป็นฐานทัพคลังข้อมูลในย่านเอเชีย เนื่องจากโครงสร้างขั้นพื้นฐานภายในของประเทศที่ดี เช่น การมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ที่ครอบคลุม นโยบายที่เป็นมิตรต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการที่พวกเขามีออฟฟิศสาขาใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์

โธมัส เฟอร์ลอง รองประธานฝ่ายดูแลโครงสร้างขั้นพื้นฐานของศูนย์ข้อมูลของเฟซบุ๊กระบุว่า ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จะมีหน้าที่จัดเก็บไฟล์ภาพและวิดีโอต่างๆ ที่ผ่านตาผู้ใช้งานอย่างเราในแต่ละวัน เพื่อให้การใช้งานต่างๆ ตอบสนองความต้องการของจำนวนคนเล่นเฟซบุ๊กในเอเชียที่เพิ่มสูงขึ้น

โธมัส กล่าวอีกว่า ศูนย์ข้อมูลของเราเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นสูง ซึ่งจะช่วยให้แอปพลิเคชันเฟซบุ๊กและบริการต่างๆ ของเราพร้อมสำหรับคนทั้งโลกในทุกๆ วัน

ทั้งนี้ภายใต้อาคาร 11 ชั้น พื้นที่ขนาด 170,000 ตารางเมตร ศูนย์ข้อมูลเฟซบุ๊กประจำประเทศสิงคโปร์ได้ถูกออกแบบมาให้รับมือกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศโดยเฉพาะ เสริมด้วยระบบระบายความร้อนแบบใหม่ของ StatePoint ที่ใช้น้ำลดอุณภูมิความร้อนในอากาศน้อยลงกว่าที่เคย 20% ส่วนตัวอาคารก็จะใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยเช่นกัน เบื้องต้นคาดการณ์ว่าศูนย์ข้อมูลลำดับที่ 15 ของเฟซบุ๊กจะแล้วเสร็จในปี 2022 และจะรับสมัครบุคลากรใหม่ๆ เข้าสู่บริษัทอีกเป็นจำนวนมาก




ทุจริตกันเข้าไป ไทยแลนด์



 
            เรื่องหวย 30 ยังมึนตึบไม่หาย นี่หวย 90 ล้านตามมาติด ๆ อีกแล้ว ขยันโกหก โกง (ตี)กิน ความจริง และเงินคนอื่นกันเหลือเกิน  นี่แค่ระดับรากหญ้ายังคุยกันด้วยเงินหลักล้าน ทำให้ไผคิดไปว่า แล้วระดับชาติพวกเล่นกันประมาณไหนเนี่ย
            หันรีหันขวางอยู่ไม่นาน ก็ไปได้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องกำลังชวนสงสัย เกี่ยวกันหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่า ต้องนำมาบอกเล่ากันให้รู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม 5555
       เรื่องนี้เริ่มที่ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นักวิชาการชื่อดัง ออกมาเปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีคอร์รัปชันไทย ที่ผ่านมาพบว่า ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในยุครัฐบาล คสช. เพิ่มขึ้นถึง 37% สูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในปี 2561 จะเพิ่มขึ้นเป็น 48% ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศปราบคอร์รัปชันเกือบทุกวัน แต่การคอร์รัปชันในยุค คสช.กลับไม่ลด แถมยังทำสถิติสูงสุดใหม่เข้าตำราว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเสียเอง
สาเหตุการทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มขึ้นมากมาย จนทำสถิติใหม่ในรอบ 3 ปี
             ดร.เสาวณีย์ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่มาจาก กฎหมายที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลพินิจเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันถึง 18.8% รองมาเป็นเรื่องของ กระบวนการทางการเมืองที่ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก 15.6% และความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ 14.7% (นี่คือข้อเสียของระบบเผด็จการ)
รูปแบบคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การให้สินบนของกำนัล รางวัลต่างๆ 19.6% รองมาเป็น การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 16.2% การทุจริตเชิงนโยบาย 13.8% การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 12.2% การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ประโยชน์ภายหลัง 9.0%
ฟังแล้วคุ้นๆ คล้ายกับ ประกาศ คสช. ตอนปฏิวัติ วันนี้กลับไปสู่วงจรเดิมอีกแล้ว
 ในขณะที่ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงเพิ่มเติมว่า สถานการณ์คอร์รัปชันไทยเริ่มมีสัญญาณ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังปี 2558 หลังจากเริ่มมีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยพบว่า อัตราการจ่ายใต้โต๊ะปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5–15 สูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 2558 ที่จ่ายใต้โต๊ะเฉลี่ยร้อยละ 1-15 ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 100,000-200,000 ล้านบาท
แวดวงผู้รับเหมาเขาเม้าท์กันว่า ยุคก่อน 2558 จ่ายแค่ 2 ชั้น ยุค หลัง 2558 ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 3 ชั้น  
            งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2560 จากหยาดเหงื่อภาษีของประชาชน มีวงเงิน 2.932 ล้านล้านบาท ถ้า คอร์รัปชันไป 5–15% ก็รับประทานไปถึง 146,600 – 439,800 ล้านบาท เห็นตัวเลขคอร์รัปชันแล้วตกตะลึง คอร์รัปชันกันปีละมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ แล้วที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศปราบคอร์รัปชันทุกวัน รัฐบาลปราบจริงหรือไม่ ถ้าปราบจริงทำไมการทุจริตคอร์รัปชันปี 2560 จึงสร้างสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 3 ปี
                  ปีนี้ 2561 ผลสำรวจระบุว่า สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันจะรุนแรงกว่าปี 2560 เพราะ มีการประมูลเมกะโปรเจกต์มากมาย งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2561 มีวงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ถ้าคอร์รัปชันไปเท่าเดิมร้อยละ 5–15 เงินภาษีของประชาชนก็จะถูกคอร์รัปชันไปถึง 145,000–435,000 ล้านบาท
            เห็นตัวเลขแล้วละเหี่ยใจ ไม่รู้จักกินเหล็กหินดินทรายกันอีกสักเท่าไหร่ ยิ่งบิ๊กตู่ออกมาประกาศปราบโกง แทนที่จะเหนียม ๆ อาย ๆ กันบ้าง แต่เปล่าเลย พวกกลับกดคันเร่งหนัก เหมือนเชื่อมั่นพี่บิ๊กว่า …..ไม่มีน้ำยาปราบโกง……. แน่โนน








ชี้ชัดตามฟัดทุกเรื่อง


เดินหน้าท้าชน เตะผ่าหมาก แจกดอกไม้และแจกเกือก วิเคราะห์เจาะลึก
เพื่อความปลอดในชีวิตทรัพย์สินของปวงชน ทุกคำถามมีคำตอบ สังคมดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องร่วมสร้าง ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริง..

ย้ำกันอีกครั้ง.. ขอเชิญร่วมงานบุญ ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างพระอุโบสถยอดมณฑปจตุรมุข 2 ชั้น ณ วัดป้อมวิเชียรโชฎิการาม(พระอารามหลวง) ในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561 เวลา 12.39 น.


เพื่อคุณภาพชีวิต..พระครูวรธรรมสาคร (พระอาจารย์โนรา) เจ้าอาวาสวัดศิริมงคล ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสง รมว.กระทรวงแรงงานและคณะฯมี่เล็งเห็นความสำคัญด้านการศึกษาของลูกแรงงานต่างด้าว มอบป้ายอาคารโรงเรียนวัดศิริมงคล โครงการ ปันฝัน ปันยิ้ม..เมื่อวันก่อน.



 เราไม่เคยทิ้งกัน..ชุมพล (ตู่) จันทร์จรัสวัฒนา พร้อมเพื่อนนำกระเข้าเยี่ยม พ.จ.อ.รุ่งเรือง บุญรุ่งเรือง หน.ฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง เทศบาลนคร ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนผ่านวิกฤติปลอดภัย ภายในห้องพักฟื้น รพ.สมุทรสาคร..ที่ผ่านมา.



หนังไทยต้องดูยาวๆ..หลังนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธาน ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญา เข้ามาตรวจสอบเดินหน้าท้าชนแฉปมลวงโลกที่มาหวย 90 ล้าน ในแผงปั้มน้ำมัน ปตท. ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร..เพื่อให้ทุกคนตาสว่างพร้อมให้ฟ้องกลับถ้าไม่จริง.



สวนกลางจอ..เมื่อมีการอุ้มตัว นายธนวรรธน์ หรือพีท คำแหงพล พ่อค้าลอตเตอรี่ 90 ล้าน ขึ้นรถไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 โดย นวนันท์ บำรุงพฤกษ์ ดำเนินรายการ ตอบคำถามบีบน้ำตา ตอบคำถามวิดีโอคลอ นายอัจฉริยะฯก่อนเผ่นหนีพร้อมไก่ในสุ่มทิ้งสุนัขเฝ้าบ้าน ก่อนเมียบอกเลิกดอดขนของกลางดึก.



แหกตาประชาชน..จากการที่ พีท กุหวย 90 ล้าน สร้างยอดขายวันเดียวมีรายได้เป็นล้าน บังคับขายแบบยกชุดเกินราคาหมดเกลี้ยงผลประโยชน์เอี่ยวอื้อ ก่อนถูกแฉพลิกลิ้นกลับลำยอมรับว่าตัดต่อ..บัดซบมั้ยครับ.


ดราม่าไม่ออก.. พีท หวย 90 ล้าน รับสารภาพผ่านเฟส แต่งตัวเลขสลากจริง ส่วนเรื่องคนถูกหวยไม่ได้มีเจตนาโกหกหากแต่มีผู้ถูกรางวัลจริงแต่ไม่กี่ใบ  มันอะรัยกันเนี่ย.



โผล่มอบตัวลดกระแส..นายธนวรรธน์ หรือพีท คำแหงพล พ่อค้าหวยลวงโลกถูกนำตัวมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อหลายสำนัก สภ.โคกขาม อ้างแค่ทำเล่นๆในกลุ่มบีบน้ำตาตอบคำถาม เจอข้อหา นำเข้ามูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฉ้อโกงประชาชน ขายสลากเกินราคาและปลอมแปลงเอกสารสิทธิตัดแปะลอตเตอรี่..นี่แหละภัยสังคม.


หวยพ่นพิษ..นายอัจฉริยะฯเดินหน้าบอกเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการ ตั้ง พีท เป็นสตอรี่หลังกุเรื่องคนถูก 90 ล้านทำให้ลอตเตอรี่ที่นำมาจากยี่ปั้ว ขายได้วันละล้านกว่า อยู่ที่ทางตำรวจจะจบแค่นี้หรือตามต่อ..ชาวบ้านมีคำถามแน่.


ภาพมันฟ้อง..หวย 90 ล้าน ทำพิษเอาผิด ยี่ปั้ว ทำเป็นขบวนการ สร้างความร่ำรวย นำสื่อโซเชียลมาหลอก เรื่องนี้ตำรวจต้องเดินต่อตรวจสอบมือถือแล้วจะรู้.

     โกหกปลิ้นปล้อน กระหล่อนในสังคม