pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สาธารณรัฐอินเดีย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมหารือร่วมกันด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

 เมื่อ 25 ส.ค.59 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ห้องรับรองกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้การต้อนรับ นายกิรัณ ริชีชู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สาธารณรัฐอินเดีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และหารือในประเด็นความร่วมมือด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ระหว่างรัฐบาลอินเดียและ    รัฐบาลไทย

          โอกาสนี้ นายกิรัณ ริชีชู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สาธารณรัฐอินเดีย ได้ชื่นชมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันทั้งความเชื่อมโยงในด้านประเพณี วัฒนธรรมที่ใกล้ชิด ความแน่นแฟ้น     ในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างกัน ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้จากการเยือนระหว่างกันอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย เยือนอินเดียเพื่อร่วมงาน AMCDRR ครั้งที่ 7 และร่วมหารือความร่วมมือด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นการต่อยอด Sendai Framework

          ทั้งนี้ อินเดียได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทยตามนโยบายของประเทศที่ต้องการเชื่อมโอกาส   กับประเทศในอาเซียน โดยมีไทยเป็นจุดศูนย์กลาง และปัจจุบันไทยและอินเดียมีความร่วมมือที่แน่น    แฟ้นกันอย่างมาก โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ซึ่งในอนาคตเห็นควรต่อยอดความร่วมมือเกี่ยวกับ Cyber Security ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว

          ด้านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ นายกิรัณ ริชีชู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สาธารณรัฐอินเดียที่ได้มาเยือนกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจในความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้งสองประเทศที่มีต่อกันและจะมีการส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงมหาดไทยของทั้งสองประเทศที่ต่างก็ดูแลงานด้านบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนและเพื่อเชื่อมโยงโอกาสระหว่างท้องถิ่นกับท้องถิ่นต่อไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐมจัดแถลงข่าวผลการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดนครปฐม ในรอบปีที่ผ่านมา

 เมื่อ 25 สิงหาคม 2559 ที่ห้องประชุมโรงแรมเวล อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสุกัญญา นาคสุข ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการแถลงข่าวผลการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดนครปฐม หรือ ป.ป.จ. ในรอบปีที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2558 – 20 สิงหาคม 2559) โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนสาขาวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน ป.ป.ช. อีกทั้งนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ตลอดจนช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย

สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ นายหิรัณย์เศรษฐ เหยี่ยวประยูร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สิทธิชัย เยี่ยมอภิชาติ ประธานกรรมการ ป.ป.จ.นครปฐม นายพศวีร์ จิตวรพันธ์ กรรมการ ป.ป.จ.นครปฐม ได้ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.จ. ในรอบที่ผ่านมา โดยมีนายสุกรี นิโครธางกูร อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์จังหวัดนครปฐม พร้อมสื่อมวลชนสาขาวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ ร่วมแถลงข่าวเป็นจำนวนมาก โดยผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครปฐม ตั้งแต่เริ่มเปิดสำนักงานจนถึงปัจจุบัน ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนไว้ทั้งหมด 261 เรื่อง ดำเนินการในสำนวนคดีต่างๆ แล้วเสร็จ 186 เรื่อง อยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง 75 เรื่อง สำหรับในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 – สิงหาคม 2559 ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน จำนวน 57 เรื่อง เป็นเรื่องความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 4 เรื่อง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต 53 เรื่อง ขณะนี้มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการเอง จำนวน 5 เรื่อง

ในส่วนของผลการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน ได้รับผิดชอบในตรวจสอบทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 612 ตำแหน่ง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบในกรณีการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน การตรวจสอบยืนยันในกรณีที่เหตุอันควรสงสัยในประเด็นต่างๆ และทำการตรวจสอบเชิงลึกกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ ซึ่งปัจจุบันนี้ มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องคำพิพากษาลงโทษเนื่องจากจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไปแล้วจำนวน 30 ราย และมี 1 รายที่ศาลมีคำสั่งออกหมายจับ ส่วนการตรวจสอบยืนยันและการตรวจสอบเชิงลึกมีจำนวน 36 องค์กร และ 6 รายตามลำดับ ส่วนผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันการทุจริตที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญ คือการสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวัง โดยได้ดำเนินโครงการอาสาสมัครเฝ้าระวังการทุจริต เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อีกประการหนึ่งคือการสนับสนุนให้มีการปรับองค์กรภาครัฐให้มีความโปร่งใสและมีคุณธรรมในการดำเนินงาน ซึ่งหน่วยงานแรกที่สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมลงนามในการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็นเครือข่าย อปท.โปร่งใส หัวใจคุณธรรม คือ สำนักงานเทศบาลนครนครปฐม ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม จะทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้งานป้องกันและปราบปรามการทุจริตประสบสำเร็จตามเป้าหมายต่อไป













พลังสตรีสมุทรสงครามจัดงานวันแม่แห่งชาติและวันสตรีไทย “ถวายราชสดุดี 84 พรรษา มหาราชินี”

เมื่อ 24ส.ค.59 ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรัทธาสมุทร นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดงานวันแม่แห่งชาติและวันสตรีไทยประจำปี พ.ศ. 2559  โดยสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดร่วมกับ คณะกรรมการสตรีพัฒนาสตรีจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด  ได้ร่วมกันจัดงานภายใต้ชื่องาน “ถวายราชสดุดี 84 พรรษา มหาราชินี” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับแม่ดีเด่นและเป็นการแสดงพลังและเสริมสร้างกิจกรรมองค์กรสตรีทุกระดับ โดยนางมาลัย ลิปิสุนทร นายกสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม   กล่าวรายงาน และองค์กรสตรีจากทุกอำเภอ ทุกระดับแต่งกายด้วยผ้าไทยเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน





ภายในงานมีการเดินแบบผ้าไทยของสตรีกิตติมศักดิ์นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดและกลุ่มสตรีจากทั้งสามอำเภอ  การจำหน่ายสินค้า OTOP การมอบช่อดอกไม้ให้กับแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดสมุทรสงคราม นางเพียงพร ชัยวัฒน์ การมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับสตรีดีเด่นแห่งชาติจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 2 ราย การมอบประกาศเกียรติคุณให้กับแม่ดีเด่น และสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2559   และการแสดงเทิดพระเกียรติของโรงเรียนศรัทธาสมุทร

ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งด่วนผู้ว่า - นายอำเภอ ทุกจังหวัด เฝ้าระวังและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัย หลังเกิดแผ่นดินไหวและฝนตกในพื้นที่ ห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

 (25ส.ค.59) เวลา 00.00 น.  นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการด่วนที่สุดถึงรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัด โดยให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ และเตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

  ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 และในขณะเดียวกันได้มีร่องพายุฝนพัดผ่านเข้าประเทศไทยทางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งมี รายงานปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มมีระดับสูงขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีการตรวจสอบระบบแจ้งเตือนของกองอำนวยการบรรเทาสาธารณภัยกลางและจังหวัดต่างๆ แล้วพบว่ายังไม่เป็นไปตามระบบที่วางไว้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อแผนการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยได้

 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องและจังหวัดดำเนินการ ดังนี้

     1.ให้จังหวัดในภาคเหนือได้ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวต่อไป เพราะอาจเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีกได้ ในช่วง 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    2.ให้จังหวัดเชียงราย เลย อุบลราชธานี หนองคาย อำนาจเจริญและบึงกาฬ ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงทุกระยะ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนหรือร้านค้า ร้านอาหาร หรือทำการเกษตรในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงให้รับรู้รับทราบสถานการณ์ระดับน้ำโดยใกล้ชิด

    3.สำหรับจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออื่นๆ ก็ให้ติดตามสถานการณ์ภาวะฝนตกหนักไว้ด้วยเพราะอาจมีนำ้หลากหรือน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ที่ระบบระบายน้ำไม่เพียงพอ

    4.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ใช้ศักยภาพในการบริหารและการบูรณาการจัดประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าจะใช้กลไก เครื่องมือและวิธีการลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเหตุน้ำท่วมซ้ำซากได้อย่างไร

    ในกรณีพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ให้พิจารณาหาทางจัดระบบระบายน้ำออกจากพื้นที่นำ้ท่วม โดยการผันน้ำไปกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง หรือช่วงการขาดแคลนน้ำต่อไปด้วย หรือให้พิจารณาจัดทำโครงการแก้มลิงเก็บน้ำหรือเหมืองฝายทดน้ำไว้ด้วย

    หรือหากมีโครงการหรือแนวทางที่คาดว่าจะสามารถใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วให้รวบรวมโครงการหรือข้อเสนอในการบริหารจัดการนำ้ รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย เพื่อจะได้พิจารณาในการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานในส่วนกลางต่อไป

     ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยหัวหน้ากลุ่มภารกิจป้องกันสาธารณภัยและพัฒนาเมืองและอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกันทบทวนแนวการปฏิบัติและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการแจ้งเตือนหรือปฏิบัติหน้าที่เวรเฝ้าระวังและประสานงานกับศูนย์เตือนภัยของหน่วยราชการต่างๆ ให้เพิ่มความใส่ใจในการปฎิบัติงานและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการรายงาน    สถานการณ์ รวมทั้งการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นการลดผลกระทบจากสาธารณภัยในรูปแบบต่างๆไว้ด้วย

     สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดรอบปริมณฑลนั้น ได้แจ้งประสานไปยังปลัดกรุงเทพมหานครว่าขณะนี้เริ่มมีฝนตกตามฤดูกาลมากขึ้น จึงขอให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและระบบจราจร โดยใกล้ชิด และให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิด

ผู้ตรวจราชการเขต 5 บูรณการลงพื้นที่สมุทรสงครามตรวจเยี่ยมโครงการชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดขยะ

วันนี้(24 ส.ค.59) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นายวันชัย   โอสุคนธ์ทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวรพันธ์เย็นทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายพรหมโชติ ไตรเวช ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสากล   ฐินะกุล ผู้ตรวจราชการกรทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ประชุมหารือข้อราชการร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวจ้องกับการติดตามงาน/โครงการแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ประเด็น การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม,มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล,มาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน,มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และการบริหารงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559



จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการพร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดได้ลงพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ติดตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมระบบส่งน้ำประปาหมู่บ้านบ้านคลองจั่น ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้าน งบประมาณ 414,850 บาท และตรวจเยี่ยมชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการขยะชุมชนบางจะเกร็ง 34 ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง  ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ให้ชาวบ้านในชุมชนนำขยะมาแลกไข่ไก่และเครื่องบริโภคเพื่อช่วยลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ศึกษาดูงาน

นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์  ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำข้าราชการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและคณะทำงาน จำนวน ๔๐ คน เข้าศึกษาดูงานด้านการทำงานของข้าราชการในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างประเทศ(เมียนมาร์)จำนวนมาก โดยมีนายแสงอรุณ พงษ์แพทย์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปราม ด่านศุลกากรแม่สาย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปงานในพื้นที่ ณ ห้องประชุมอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การศึกษาดูงานดังกล่าวจัดขึ้นตามโครงการขับเคลื่อนแผนแม่บทกรมการปกครองต่อประชาคมอาเซียนในระดับพื้นที่(DOPA s Master Plan on ASEAN Community) ประจำปี ๒๕๕๙ (หรือโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่  ฝ่ายปกครองและคณะทำงาน  เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในผลกระทบต่อประชาคมอาเซียนของจังหวัดสมุทรสาคร) ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ จังหวัดเชียงราย