pearleus

หนังสือพิมพ์ ชี้ชัดเจาะลึก เดือนกันยายน 2559 ฉบับออนไลน์

ขับขี่รถปลอดภัยในหน้าฝน

แขวงการทางฯ จับมือ อบจ.เตรียมผุดโปรเจ๊กใหม่สะพานเกือกม้า จยย.แห่งแรกของประเทศไทย

ลงนามในสัตยาบัน เพื่อร่วมกันสร้าง “จังหวัดใสสะอาด อำเภอใสสะอาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใสสะอาด” โดยกลไกประชารัฐจังหวัดสมุทรสาคร ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559

ข้าราชการไทยไร้ทุจริต

“เตี๋ยวเรือเอี้ยมจุ๊น 2" ครูสืบทอดสูตรโบราณ"ทางเลือกที่ดีกว่า

“ผู้ว่าฯสัญจร ต.คลองมะเดื่อ” นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และคณะหัวหน้าส่วนระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตำบลละ 5 ล้าน

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

นครปฐม เหล่ากาชาดจังหวัดมอบบ้านกาชาดรวมใจเพื่อผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน

เมื่อ 26 กันยายน 2559 นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนางศศิวิมล อุทัยพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมพร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ลงพื้นที่มอบบ้านกาชาดรวมใจเพื่อผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ให้กับนายธงชัย อำไพจิต บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตามโครงการบ้านกาชาดรวมใจ เพื่อผู้ยากไร้  เนื่องจากที่อยู่อาศัยเดิมมีลักษณะผุพัง ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ โดยเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 อีกทั้งเพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม และสร้างที่พักอาศัยของผู้ยากไร้ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง ถูกสุขอนามัย ตลอดจนให้ครอบครัวของผู้ยากไร้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างปกติสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน


นางศศิวิมล อุทัยพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำหรับการมอบบ้านกาชาดรวมใจ เพื่อผู้ยากไร้ในครั้งนี้ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างหลังละ 100,000 บาท โดยคัดเลือกราษฎรที่มีฐานะยากจน มีความประพฤติดี ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์และสุจริต ซึ่งการสร้างบ้านดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากอำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และจิตอาสาในพื้นที่ ในการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม และร่วมกันก่อสร้างบ้านจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สร้างความปลื้มปิติยินดีแก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ อีกทั้งมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยอีกด้วย

****************************************
                        ปัญจะ  เอี่ยมประสพชัย/ภาพ – ชุติมา ลีนุกูล/ข่าว











นครปฐมจัดโครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชนประจำเดือนกันยายน 2559


เมื่อ 26 กันยายน 2559 นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นางศศิวิมล อุทัยพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม นำหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน ออกให้บริการตามโครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชน และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ประจำเดือนกันยายน 2559 ณ วัดทุ่งกระพังโหม ตำบลกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้บริการช่วยเหลือประชาชน ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องออกไปรับบริการที่อำเภอหรือจังหวัด อีกทั้งเพื่อให้ส่วนราชการ ได้มีโอกาสพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามความทุกข์สุขและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง นโยบายสำคัญของรัฐบาลอีกด้วย
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบเงินสงเคราะห์ให้แก่เด็กนักเรียนในครอบครัวที่มีฐานะยากจน อีกทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา รองเท้า และถุงเท้าให้กับนักเรียน มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนและผู้สูงอายุ มอบแว่นให้กับผู้มีปัญหาทางสายตา และปลูกต้นไม้ภายในบริเวณวัดทุ่งกระพังโหม นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการครองชีพ การบริการด้านสุขภาพ อนามัย การฝึกอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลกำแพงแสนและตำบลใกล้เคียง ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ชุติมา ลีนุกูล/ข่าว - ปัญจะ  เอี่ยมประสพชัย/ภาพ    











            

อิมแพคจัด 3งานในหนึ่งเดียวต่อยอดธุรกิจอาเซียน-เงินสะพัดกว่าพันล.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ.อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด จัด Asian Construction Week  รวมอีเว้นท์เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง 3 งานไว้ในที่เดียว ประกอบด้วย งาน BMAM Expo Asia 2016, GBR Expo Asia 2016 และ Concrete Asia 2016 บนพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. บริษัทเข้าร่วมกว่า 350 บริษัท ต่อยอดธุรกิจได้อีกไกล เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า1,000 ล้านบาท ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประธานพิธีเปิดงาน 

กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในวงกว้าง โจทย์ท้าทายผู้ประกอบการคือต้องเตรียมปรับกลยุทธ์ทั้งการดำเนินงาน การตลาด และการขายให้ทันต่อปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างแบบสำเร็จ เพื่อลดปัญหาแรงงานที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการก่อสร้างอาคารใหม่ที่ทุกวันนี้มุ่งเน้นไปที่การก่อสร้างอาคารเขียวเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและธรรมชาติแล้ว การดูแลรักษา และบริหารอาคารเก่าก็นับว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่ประเทศชั้นแนวหน้า "ผมว่าโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อนำจุดแข็งที่มีมาใช้พัฒนาอย่างยั่งยืนก้าวไปด้วยกันตั้งแต่ระดับชุมชนเมืองไปจนถึงระดับประเทศ  งาน Asian Construction Week 2016 จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมโดยรวม สร้างไทยมีความแข็งแกร่งก็จะส่งผลดีให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ แข็งแกร่งไปด้วยเช่นกันนางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผอ.สายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)หรือ สสปน.กล่าวว่า พันธกิจหลักของสสปน.คือการเสริมศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ อุตสาหกรรมการจัดประชุมสัมมนาการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติหรือที่เรียกว่าอุตสาหกรรมไมซ์ คุณ ลอย จุน ฮาว ผจก.ทั่วไป บ. อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้จัดงานฯกล่าวเสริมว่า ด้วยความตระหนักถึงศักยภาพของประเทศไทย และหวังมุ่งเน้นให้งานนี้เป็นงานที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้างของไทย สอดรับการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เราจึงได้ร่วมมือกับ บ.Sphere Exhibits PteLtd สถาบันคอนกรีตและก่อสร้างแห่งเอเชีย และ โกลบ อินเตอร์เนชั่นแนล อีเว้นท์ คอนซัลแทนซี่ จัดงานนี้ขึ้น คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 10,000 ราย จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในกว่า 1,000 พันล้านบาท 

สสค. จับมือ สพฐ. หนุน 10 จังหวัดจัดการศึกษาเพื่ออาชีพสู่ไทยแลนด์ 4.0

    
นพ.สุภกร บัวสาย
คณะทำงาน 10 จังหวัด
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธุรกิจบันฑิตย์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการดำเนินงาน โครงการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพระดับจังหวัด” นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. เปิดเผยว่าโครงการฯนี้เป็นความร่วมมือ
ระหว่าง 5 หน่วยงานคือ สพฐ. สสค. ม.มหิดล ม.ธุรกิจบันฑิตย์ และ สสส. ทำงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการระดับประเทศเตรียมความพร้อมในการออกไปประกอบอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนในอนาคต จะเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ภาคธุรกิจเอกชน ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงานได้เข้ามาพัฒนาการศึกษาเพื่อการมีสัมมาชีพพร้อมระบุว่า เป้าหมายเพื่อให้ทุกภาคส่วนในแต่ละจังหวัดเกิดแผนและมีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนและเกิดการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งประสบการณ์ของทั้ง 10 จังหวัดจะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เครือข่ายในจังหวัดอื่นๆด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาภาคบังคับ สพฐ. กล่าวว่า 

เป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหรือไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งพัฒนาและเตรียมพร้อมกำลังแรงงานให้สอดรับกับการพัฒนาภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเด็กเยาวชนและแรงงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชนสู่การประกอบอาชีพโดยที่ผ่านมา สพฐ. พยายามออกแบบโปรแกรมการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์และสะท้อนความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่มคือ 1) ผู้เรียนที่จบม.3 แล้วเรียนต่ออาชีวศึกษา 2) ผู้เรียนที่จบม.3 แล้วเรียนต่อสายสามัญ และ 3) ผู้เรียนที่จบม.แล้วออกไปทำงาน โดยกลุ่มสุดท้ายที่ต้องมีทักษะอาชีพจริงๆ และพร้อมออกไปทำงาน ได้รับการช่วยเหลือจากสสค. ในการทำวิจัยสำรวจตลาดแรงงานในท้องถิ่น และพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมอาชีพ เพื่อให้เด็กเยาวชนมีข้อมูลในการตัดสินใจได้
ถูกทิศทาง "หากโครงการนี้สามารถค้นหาความต้องการแรงงานในจังหวัด และความต้องการและความถนัดด้านทักษะอาชีพได้ ก็จะทำให้เด็กมีปลายทางที่ดี ปัญหาจบแล้วทำงานไม่ตรงวุฒิ จะหมดไป และยังตอบโจทย์การพัฒนาของจังหวัดไปพร้อมกัน"ด้านศ.ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า 

โครงการนี้เน้นการสร้างความสนใจและตระหนัก ให้เด็กและเยาวชนเข้าใจและมีเป้าหมายชีวิต รู้จักวางแผนชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยการประกอบอาชีพและมีงานทำ โดยสังเคราะห์ออกมาเป็นความถนัดเพื่อการมีอาชีพ เพราะปัจจุบันมีเด็กถึง40% ที่หลุดออกจากการศึกษาชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายโดยไม่มีทักษะการทำงาน "เราจะทำอย่างไรให้เด็กเหล่านี้อยู่ในสังคมและมีอาชีพได้ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการ จะใช้จุดเด่นที่ สสค. ทำมากับหลายๆ จังหวัดคือการใช้พื้นที่เป็นฐานในการทำงาน เพื่อดูความต้องการในตลาดแรงงาน  แล้วนำมาออกแบบให้ตอบโจทย์การพัฒนาและตลาดแรงงานในพื้นที่   ทำให้เด็กมีทักษะในการทำงานที่สอดคล้องจบแล้วสามารถทำงานได้”   ศ.ดร.สุมาลี  สรุปในตอนท้าย

นายพีระ รัตนวิจิตร
ศ.ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล


นครปฐมจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน “นครปฐมคาร์ฟรีเดย์ 2016”

จังหวัดนครปฐมจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน “นครปฐมคาร์ฟรีเดย์ 2016”เสริมสร้างสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทางจากอุทยานการอาชีพชัยพัฒนาถึงวัดกลางบางพระ
เมื่อ 25 กันยายน 2559 ที่บริเวณลานหน้าอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานปั่นจักรยาน “นครปฐมคาร์ฟรีเดย์ 2016” โดยชมรมจักรยานจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา วัดกลางบางพระ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสมุทรสงคราม และบริษัท ห้างร้านต่างๆ จัดขึ้นเนื่องในวันคาร์ฟรีเดย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กันยายนของทุกปี เพื่อลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพื่อเป็นการรณรงค์การใช้จักรยาน เพื่อช่วยกันลดภาวะโลกร้อน เสริมสร้างสุขภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมอีกด้วย
สำหรับเส้นทางปั่นจักรยานในครั้งนี้ เริ่มจากอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา ถึงวู๊ดแลนด์เมืองไม้ อำเภอนครชัยศรี ต่อด้วยชุมชนบ้านศาลาดิน ถึงวัดกลางบางพระ และปั่นกลับมายังอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา รวมระยะทางทั้งสิ้น 55 กิโลเมตร โดยมีผู้เข้าร่วมปั่นจักรยานจากชมรมต่างๆ และประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน











วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

ลักลอบปลูกกระต๊อบทำพลุเกิดระเบิดกลางป่า

เมื่อ 24  ก.ย. 59 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุนรสิงห์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเกิดเสียงระเบิดกลางป่าวังกุ้งร้าง ถ.สาย รพช. หมู่ที่ 3.ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงาน พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ อ่อนละออ สวป. พต.ต.อนุชา จิตนิยม สวป.ร.ต.ท.ไกรศักดิ์ เที่ยงแท้ รองหัวหน้าหน่วยบริการประชาชนวัดตึก ทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่กลางป่าเป็นกระต๊อบจากข้างวังกุ้งร้างต้องเดินเท้าเขาไปกว่า 800 เมตรโดยมีเจ้าหน้าที่หน่วย EOD ภ.จว.สมุทรสาคร และ ร.ต.ท.พอพล ปฐมสาคร รองสว.กก.4 บก.ส.1 จ.สมุทรสาคร ร่วมตรวจสอบพบเพลิงกระต๊อบหลังคาจากถูกแรงระเบิดเกิดเพลิงไหม้หมดทั้งหลัง ตรวจสอบพบพลุที่ใช้จุดตามงานเทศกาล งานวัดอัดด้วยกระดาษคราฟสีน้ำตาลเป็นแบบกลมภายในบรรจุดินดำที่ผสมเสร็จแล้วมีสายชนวนพร้อมใช้งานกระจายอยู่ในป่าจากในตุ่มน้ำและในวังกุ้งจำนวน 15 ลูก ส่วนผสมดินดำ 2 ถุง กิโลใช้สำหรับชั่งอัตราส่วนผสมดินดำถูกไฟไหม้ 1 ตัว จึงได้เก็บกู้จากการสอบถามชาวบ้านได้ความว่าบริเวณที่เกิดเหตุระเบิดเป็นที่เอกชนซื้อไว้เนื้อที่กว่า 30 ไร่ โดยมี นายไหนอายุประมาณ 50 ปีเศษ มีบ้านอยู่ในตลาด 300 ห้อง ถ.เดิมบาง ต.มหาชัยฯกับพวกมีอาชีพทำพลุมาขออาศัยที่ดังกล่าวเข้ามาปลูกกระต๊อบประกอบอาชีพการทำพลุรับงานมากว่า 10 ปี ขณะเกิดเหตุโชคดีไม่มีใครอยู่ในกระต๊อบ
ส่วนสาเหตุชาวบ้านในละแวกใก้ลที่เกิดเหตุบอกว่าขณะกำลังนอนดูทีวีอยู่ในบ้านได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นห่างกันไม่นานมีเสียงระเบิดดังตามมาอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่เอะคิดว่าเป็นเสียงจุดพลุดังมาจากวัดโกรกกรากจนมาทราบว่ามีควันไฟลุกไหม้กระต๊อบกลางป่าจึงรู้ว่าที่บริเวณเพิงพักมีการลักลอบทำพลุ จากเหตุคาดว่าคงเกิดการสันดาบจากความร้อนจนเกิดการระเบิดดังกล่าวโดยทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวผู้ที่ลักลอบเข้ามาประกอบวัตถุคล้ายระเบิดก่อนนำของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทร เพื่อดำเนินการต่อไป

เงาพญาราหู รายงาน