pearleus

ขอส่งเสด็จสู่สรวงสวรรคาลัยด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้า นายมานพ เทียนมณี บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกและเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึกพร้อมตระกูลเทียนมณี คณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกเว็บไซต์ชี้ชัดเจาะลึก

หนังสือพิมพ์ ชี้ชัดเจาะลึก เดือนสิงหาคม 2560 ฉบับออนไลน์

ปีใหม่นี้ ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม กลับบ้านปลอดภัย มีวินัย มีน้ำใจ รักษากฎจราจร

เปิดงาน 70 ปีแห่งการครองราชย์ มหาราชา ไหว้เจ้า 9 ศาลเทศกาลกินเจจังหวัดสมุทรสาคร

แขวงการทางฯ จับมือ อบจ.เตรียมผุดโปรเจ๊กใหม่สะพานเกือกม้า จยย.แห่งแรกของประเทศไทย

ลงนามในสัตยาบัน เพื่อร่วมกันสร้าง “จังหวัดใสสะอาด อำเภอใสสะอาด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใสสะอาด” โดยกลไกประชารัฐจังหวัดสมุทรสาคร ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ 2559

ข้าราชการไทยไร้ทุจริต

“เตี๋ยวเรือเอี้ยมจุ๊น 2" ครูสืบทอดสูตรโบราณ"ทางเลือกที่ดีกว่า

“ผู้ว่าฯสัญจร ต.คลองมะเดื่อ” นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และคณะหัวหน้าส่วนระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการตำบลละ 5 ล้าน

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นครปฐม อำเภอกำแพงแสนจัดกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินและกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อ ปลูกต้นดาวเรืองให้บานสะพรั่ง


 เมื่อ 1สิงหาคม 2560 ที่วัดสี่แยกเจริญพร ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำหน่วยงานราชการอำเภอกำแพงแสน ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านอำเภอกำแพงแสน นักเรียน และประชาชน จำนวน 500 คน ร่วมกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินและกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อ ปลูกต้นดาวเรืองให้บานสะพรั่ง เพื่อให้เกิดความสวยงามในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25 - 29 ตุลาคม 2560 นี้
          โดยนายสุเมธ  ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม ได้ร่วมกับอบต. หนองกระทุ่ม และเครือข่ายภาคประชาชน จัดเตรียมพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ และจัดหาต้นจันอันเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครปฐม ต้นยางนา และต้นไม้ชนิดอื่นๆ เพื่อปลูกในพื้นที่วัดสี่แยกเจริญพรและแจกจ่ายให้แก่ประชาชน รวมทั้งวัดสี่แยกเจริญพรได้จัดเตรียม กล้าดอกดาวเรือง ต้นพญาเสือโคร่ง เพื่อปลูก ในพื้นที่บริเวณวัด และแจกจ่ายพร้อมกับเมล็ดทานตะวันให้ประชาชนนำไปปลูกที่บ้านร่วมกัน ซึ่งในวันนี้ได้ร่วมกันปลูกต้นดาวเรืองจำนวน 25,989 ต้น ต้นพญาเสือโคร่ง จำนวน 89 ต้น ต้นจัน ต้นยางนา และต้นไม้ชนิดอื่นๆ พร้อมทั้งแจกจ่ายเมล็ดทานตะวันจำนวน 25,989 ต้น เพื่อให้ประชาชนไปปลูกในบ้าน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงพลังความสามัคคี ตลอดจนถวายความจงรักภัคดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างหาที่สุดมิได้ รวมทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดนครปฐมให้เป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีน่าอยู่อาศัยต่อไป

*****************************************************
ชุติมา ลีนุกูล-ภาพ/ข่าว
  


เพลิงไหม้โรงงานผลิตกล่องโฟม เพิ่งเปิดเดินเครื่องอาคารเสียหายหลายล้าน

เมื่อ 18 ส.ค.60 พ.ต.ท.วิชิต ลุนผา สารวัตเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งว่ามีเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตกล่องโฟม ซอยโรงเรียนบ้านบางปิ้ง ถ.คลองสี่วาพาสวัสดิ์ ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ อ่อนละออ สวป.ร.ต.ท.สมบัติ แข็งพิลา รอง สวป.หน.หน่วยบริการประชาชนนาดีและเจ้าหน้าที่ตำรวจจราฯ โดยมีรถดับเพลิงจากหลายท้องที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังโหมไหม้ โรงงานเอ.ที.คอน อินซูเลชั่น จำกัด เลขที่ 89/4 ม.1 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ขนาดเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ตัวโรงงานเป็นอาคารผลิตโฟมและโกดัง ไซโล 2 ตอนสำหรับผลิตและวัตถุดิบเก็บสินค้า
โดยไฟโหมลุกไหม้ส่วนที่เป็นโกดังคลังสินค้า เ
ปลวเพลิงลุกไหม้โหมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโฟมในโกดังจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ขณะเกิดเหตุ พันจ่าเอกอัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาล(ปฎิบัติหน้าที่นายกเทศบาลตำบลนาดี) เดินทางมาอำนวยการดับเพลิงและสอบถามหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
เบื้องต้น พบว่าไฟได้เผาผลาญอาคารคลังสินค้าที่เป็นโครงเหล็กยุบเสียหาย ค่าเสียหายอยู่ระหว่างการสอบสวนเพราะโรงงานแห่งนี้เพิ่งสร้างเสร็จนำเครื่องจักรเข้ามาติดตั้งทดลองเดินเครื่องได้ประมาณ 3 เดือนและมีคนงาน ประจำแผนกต่างๆกว่า 10 คน
ส่วนสาเหตุเบื้องสันนิษฐานว่า ต้นเพลิงเกิดบริเวณไซโลเก็บเม็ดโฟมจำนวนมากเกิดความร้อนระอุจนลุกไหม้มีสะเก็ดไฟจากเตาต้มกระเด็นไปถูกแผ่นโฟมจนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการเข้าเก็บหลักฐานหาสาเหตุไฟไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง โชคดีระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครบาดเจ็บหรื อเสียชีวิต

เงาพญาราหู รายงาน











นครปฐม รมต.พลังงานตรวจติดตามโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยทุนหมุนเวียน


เมื่อ 17 สิงหาคม 2560 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครปฐมเพื่อติดตามโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) ปีงบประมาณ 2558 โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ณ บริษัท พี.พี.แพคเกจจิ้ง จำกัด ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมีนายสุพจน์ ยศศิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายชัยณรงค์ เทียนชัยกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ
พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวว่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้สนับสนุนเงินลงทุนในลักษณะเงินกู้ดอกเบี้ยอัตราคงที่ 3.5% ต่อปี โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระคืนไม่เกิน 5 ปี ให้กับบริษัท พี.พี.แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟมสำหรับบรรจุอาหาร สำหรับการลงพื้นที่ตรวจติดตามในครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าภายหลังจากที่ได้มีการส่งเสริมการลงทุนโดยการให้เช่าซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ในโครงการติดตั้งอุปกรณ์ปรับลดแรงดันไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง คือ ขนาดพิกัด 1,000 KVA และขนาดพิกัด 1,500 KVA ภายใต้งบประมาณส่งเสริมจำนวน 6,452,100 บาท ซึ่งการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เท่ากับ 464,000 kWh ต่อปี หรือเทียบเท่า 0.04 ktoe ต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 1.78 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 0.0003 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีต่อปี
ทั้งนี้ที่ผ่านมา บริษัท พี.พี.แพคเกจจิ้ง จำกัด มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิตเฉลี่ย 8,640,000 kWh ต่อปี คิดเป็นเงินค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 33.16 ล้านบาทต่อปี แต่ภายหลังจากการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียนแล้ว ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนที่ต้องการลดความเข้มการใช้พลังงานลง 30% ในปี 2579
นอกจากนี้ โครงการส่งเสริมการลงบทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) ปีงบประมาณ 2558 กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ดำเนินการส่งเสริมไปแล้วทั้งหมด 23 ราย สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศได้เท่ากับ 17.63 GWh ต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 45 ล้านบาทต่อปี หรือลดการนำเข้าน้ำมันดิบ 6.25 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบอีกด้วย
 *****************************************************

ชุติมา ลีนุกูล-ภาพ/ข่าว               

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการคลัง ประชุมผ่านระบบ Video Conference เพื่อชี้แจงข้อราชการสำคัญของกระทรวงการคลังตามนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล


     เมื่อ 17 ส.ค.60 เวลา 16:00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานร่วมในการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามข้อราชการเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุม และมีการถ่ายทอดสัญญาณการประชุมผ่านระบบVDO Conference ไปยัง 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด คลังจังหวัด สรรพากรพื้นที่ อัยการจังหวัด อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนฝ่ายทหาร ผู้แทนธนาคารออมสิน และผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงาน 
     ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในฐานะทรงดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง ทรงเข้าร่วมการประชุมผ่านระบบ Video Conference ในครั้งนี้ด้วย
     สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้มีข้อหารือกับกระทรวงมหาดไทย ใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
     1) การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยขอให้ทุกจังหวัดกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระงานสำคัญของจังหวัด และขอให้จังหวัดที่มีความพร้อมประกาศตัวเป็นจังหวัดจัดการหนี้นอกระบบเป็นศูนย์ รวมทั้งประชาสัมพันธ์กลไกการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ซึ่งจังหวัดนครนายกเป็นจังหวัดนำร่องในการจัดการหนี้นอกระบบเป็นศูนย์ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้ยกร่างโครงการ นครนายกโมเดลเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2560 รวมทั้งได้กำหนดให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยอีกด้วย สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจะทำหน้าที่ประสานส่งต่อประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบไปยังจุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ ณ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ทุกสาขา เพื่อให้คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัด และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบประจำจังหวัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป รวมทั้งขอความร่วมมือให้จังหวัดประชาสัมพันธ์โครงการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้เจ้าหนี้นอกระบบและผู้ที่สนใจเข้ามาขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เพื่อให้เจ้าหนี้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายต่อไป
     2) การเตือนภัยเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบในส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดให้ความสำคัญในการป้องปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เพื่อลดปัญหาด้านความเสียหายที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่และเกิดกับระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ทั้งด้านการเฝ้าระวัง และสอดส่องดูแลในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ให้เกิดการจัดเวทีเพื่อหลอกลวงให้มีการฉ้อโกงประชาชน
     3) โครงการ National e-Payment โดยขอให้ทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์โครงการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) แก่หน่วยงานภาครัฐและร้านค้าภายในจังหวัด เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐและร้านค้าเร่งติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาคัดเลือกพื้นที่นำร่อง เช่น ตลาดนัด และถนนคนเดินในจังหวัด ในการส่งเสริมให้ร้านค้าติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งการค้าที่สนับสนุนการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้บัตรเดบิตแทนการใช้เงินสด ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
     4) การส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (Start Up) โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีของจังหวัด และสถาบันการศึกษาในจังหวัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ Startup Club ซึ่งเป็นกิจกรรมนอกหลักสูตรของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา 77 แห่งทั่วประเทศ (1 จังหวัด 1 โรงเรียน) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเน้นการประชาสัมพันธ์นโยบายการส่งเสริม Start Up ของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับทราบ
     ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและแชร์ลูกโซ่ โดยทรงเน้นย้ำในเรื่องการส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนในเรื่องของการวางแผนการเงินของตนเองในระดับพื้นฐาน อย่างเช่น ในการเริ่มธุรกิจ เริ่มประกอบอาชีพ จะต้องหาแหล่งเงินอย่างไร และจะต้องมีการประเมิน ประมาณการอย่างไร ถ้าประชาชนมีความรู้ตรงนี้แล้ว การประกอบอาชีพก็อาจจะขาดทุนน้อยลง และการส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันจะช่วยลดปัญหาได้
     ทั้งนี้ จากการประชุมในครั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำว่า การประชุมหารือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ และร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความมั่งคั่งและยั่งยืน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ คลี่คลายทุกข์ของพี่น้องประชาชน และเสริมสร้างเศรษฐกิจ ความอยู่ดี กินดีให้กับประชาชนในพื้นที่






นครปฐม โครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชนประจำเดือนสิงหาคม 2560

เมื่อ 22 มิถุนายน 2560 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานนำหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน ออกให้บริการตามโครงการจังหวัดนครปฐมพบประชาชน และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ประจำเดือนสิงหาคม 2560 เพื่อให้บริการช่วยเหลือประชาชน ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องออกไปรับบริการที่อำเภอหรือจังหวัด อีกทั้งเพื่อให้ส่วนราชการได้มีโอกาสพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามความทุกข์สุขและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและนโยบายสำคัญของรัฐบาลอีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบเงินทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยได้รับการสนับสนุนจากบ้านเด็กและครอบครัว และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อีกทั้งมอบพันธุ์ปลา จากสำนักงานประมง มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนและผู้สูงอายุ จากเหล่ากาชาดจังหวัดและศูนย์การค้าบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ รวมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬาและตู้ยาสามัญประจำบ้านให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ โดยโรงเรียนการบิน อำเภอกำแพงแสน พร้อมร่วมปลูกต้นทองอุไรถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการครองชีพ การบริการด้านสุขภาพอนามัย การฝึกอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งขวางและตำบลใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ชุติมา ลีนุกูล-ภาพ/ข่าว




















จังหวัดนครปฐมกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ร่วมปลูกต้นดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

​​เมื่อ 15 สิงหาคม 2560 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายสมบูรณ์ ศิริเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาด เจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ร่วมปลูกต้นดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ ปลัดจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ทุกจังหวัด ประชาสัมพันธ์เชิญชวนส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปลูกต้นดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลือง ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อใช้ประดับสถานที่ราชการหน่วยงานต่างๆ สถานที่สำคัญของจังหวัด บริษัท ห้างร้าน และบ้านเรือนของประชาชน ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 2529 ตุลาคม 2560 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรวมทั้งเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมกันปลูกต้นดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองให้บานสะพรั่งทั่วเมือง สถานที่ราชการ หน้าบ้านเรือนประชาชน และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม โดยกำหนดเริ่มปลูกตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เนื่องจากอายุการปลูกจนผลิดอก จะต้องใช้เวลา 5560 วัน ซึ่งจะบานสะพรั่งตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปและจะบานนานกว่า 3 สัปดาห์ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ มีการปลูกดาวเรืองร่วมกัน ณ บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัด และการมอบต้นดาวเรืองให้กับหัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำไปปลูกยังสถานที่ราชการ และบ้านเรือนของตนอีกด้วย