pearleus

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

มท.1 ส่งสารชื่นชม “ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน” ครบรอบ 50 ปี



พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีสารเนื่องในวาระครอบรอบ 50 ปี ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน วันที่ 28 มกราคม 2562 ระบุว่า “พี่น้องอาสาพัฒนาชุมชนและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนทุกท่าน เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ผมขอส่งความปราถนาดีและขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจมายังทุกท่านที่ได้ทุ่มเท เสียสละ ทั้งแรงกาย แรงใจ ในการทำงานเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน ตำบลของตนเองอาสาพัฒนาชุมชนและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ถือเป็นกำลังอันสำคัญในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน มาเป็นระยะเวลายาวนาน 50 ปี”

ขณะที่ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่ากรมฯได้กำหนดดำเนินโครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนขึ้นมา โดยคณะรัฐมนตรีมีมติรับหลักการเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2512 และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยได้ค้นหาประชาชนที่มีจิตอาสา เข้ามาเป็นอาสาพัฒนาชุมชน (อช.) หมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 4 คน ในสัดส่วนชายหญิงที่ใกล้เคียงกัน และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ตำบลละ 2 คน (ชาย 1 คน หญิง 1 คน) โดยในปัจจุบันมีผู้นำอช. จำนวน 13,500 คน และ อช. มากกว่า 300,000 คน ในการทำหน้าที่ขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาชุมชนต่างๆ โดยมีระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอาสาพัฒนาชุมชน พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555รองรับการปฏิบัติงาน
 
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่าในปี 2562 กรมฯ ได้มอบหมายภารกิจเน้นหนักให้ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) และอาสาพัฒนาชุมชน (อช.) เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยกรมฯ ได้กำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาศักยภาพของ อช. และผู้นำ อช. ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลอาสาพัฒนาชุมชนเพื่อการบริหารจัดเก็บและใช้ประโยชน์ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมเพิ่มทักษะความสามารถด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ หรือวิทยากรสัมมาชีพชุมชน รวมไปถึงการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ร่วมกับสมาคม/ชมรมผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนระดับจังหวัด/อำเภอ เพื่อติดตามให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่ อช. และผู้นำ อช.ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
  เนื่องในวาระครบรอบการดำเนินงานโครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ปีที่ 50 ในวันที่ 28 มกราคม 2562 กรมฯได้น้อมนำพระบรมราโชบาย และพระกระแสรับสั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ และพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า โดยกำหนดจัดกิจกรรมตลอดเดือนมกราคม โดยเฉพาะในวันที่ 28 มกราคมภายใต้แนวคิด “พลัง อช. จิตอาสา สร้างสุขสู่ชุมชน บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง”อาทิ การจัดกิจกรรมทางศาสนา การแสดงพลังอาสาพัฒนาชุมชน (การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร) การอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การจัดนิทรรศการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของ อช./ผู้นำ อช.การจัดเวทีสัมมนาทางวิชาการการมอบประกาศเกียรติคุณแก่ อช. /ผู้นำ อช. ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2561การจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เป็นต้น
  ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ทั้งผู้นำ อช.และ อช. นับเป็นบุคคลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ และมีจิตใจเสียสละในการทำงาน เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน/ตำบลของตนเอง เป็นกำลังสำคัญในการทำงาน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกรมการพัฒนาชุมชน มาอย่างต่อเนื่อง เป็นดั่ง “นักพัฒนาภาคประชาชน” หรือ “เพื่อนคู่คิดของพัฒนากร” โดยที่ผ่านมา ได้สร้างผลงานไว้มากมายร่วมกับชุมชน ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาสาพัฒนาชุมชน สามารถยืนหยัดทำงานอยู่ในชุมชนได้จนกระทั่งบัดนี้ และที่สำคัญ บุคลากรของกรมการพัฒนาชุมชนทุกคน พร้อมเสมอที่จะก้าวเดินเคียงข้างไปกับชาวอาสาพัฒนาชุมชนทุกคนตลอดไป
  "ในโอกาสนี้ ผมขอให้พี่น้อง อช. และผู้นำ อช. ได้ยึดแนวทางในการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ร่วมกันสร้างความสุขให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะการช่วยเหลือครัวเรือนยากจนให้ลุกขึ้นมาประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง ตามแนวคิด “ช่วยเพื่อให้เขาช่วยตัวเอง” อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นรายครัวเรือน ด้วยแนวทาง 4 กระบวนงาน คือ ชี้เป้าชีวิต แผนที่ชีวิต บริหารจัดการชีวิต และดูแลชีวิต และที่สำคัญขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ ร่วมกันน้อมนำแนวทางจิตอาสาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตามโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” มาขยายผลและต่อยอดในการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้กับทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวางต่อไป”อธิบดี
กรมการพัฒนาชุมชนกล่าว


แจกแล้ว! ธนชาตมอบรางวัลใหญ่ “รถยนต์ - มอเตอร์ไซค์” ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์แคมเปญ “โชคหล่นทับ ลุ้นรับมาสด้า 2”

อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล (ที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลใหญ่ในแคมเปญ "โชคหล่นทับ ลุ้นรับมาสด้า 2" ให้กับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ผู้โชคดีที่สมัครบัตรเดบิตและบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) หรือ Thanachart Connect โมบายแอพของธนาคาร โดยณัฎฐพัชร์ เหลืองประดิษฐ์ (ที่2 จากซ้าย) รับรางวัลรถยนต์มาสด้า 2 มูลค่า 530,000 บาท และวิชัย พันธุ์ชาติ (ที่ 4 จากซ้าย) รับรางวัลรถจักรยานยนต์ Yamaha Fino 125 มูลค่า 46,000 บาท โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ธนาคารธนชาต สาขาสวนมะลิ เมื่อเร็วๆ นี้

ผู้สนใจสมัครสินเชื่อรถยนต์ธนชาตสอบถามเพิ่มเติมที่ธนาคารธนชาต ทุกสาขา โทร. 1770 หรือ
www.thanachartbank.co.th และ https://www.facebook.com/ThanachartAuto

ธนชาตหนุนสังคมไร้เงินสด ชวนลูกค้าจ่ายช่วงตรุษจีนผ่านบัตรเดบิต – QR Code รับเงินคืนสูงสุด 1,000 บาท

ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนโครงการ “Go Cashless Get Cash back ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืน” ของกระทรวงการคลังเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด เชิญชวนลูกค้าและประชาชน ใช้บัตรเดบิต หรือ QR Code ด้วย Thanachart Connect โมบายแอพ ซื้อสินค้าหรือบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับร้านค้าที่ร่วมรายการในช่วงเทศกาลตรุษจีน รับเงินคืน 5% หรือสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2562 โดยลูกค้าธนชาตสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.epayment.go.th ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2562   และสงวนสิทธิ์เงินคืน 1 สิทธิ์/บัตรเดบิต 1 ใบ

ผู้สนใจสมัครบัตรเดบิตธนชาต หรือเปิดใช้งาน Thanachart Connect โมบายแอพ เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายและไม่พลาดสิทธิ์รับเงินคืน สอบถามได้ที่ธนาคารธนชาต ทุกสาขา โทร. 1770 หรือ www.thanachartbank.co.th และ www.facebook.com/thanachartbank

เส้นทางตามรอยหนังสั้นภายใต้ concept “ Once in a life time” ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ครูซีฟในแบบฉบับไฮเอ็น!!


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณอนิวรรณ อรุโณรัตน์ ผู้บริหารนิตยสารฮันนีมูนทราเวล ผู้ซึ่งไม่เคยหมดไฟในการทำงาน จากกระดาษ กระโดดเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการทำหนังสั้นออนไลน์เรื่องแรกกับ  “Postcard the series”  ที่ยังคงไว้ด้วยเรื่องของ Love Destiny Destination แนวรักโรแมนติก ประเดิมเรื่องแรกด้วยการนำนางเอกพระเอกแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “มิว นิษฐา” โคจรพบกับ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่จะนำพาทุกคนให้อมยิ้ม ร่วมลุ้นไปกับการเดินทางที่จะทำให้เค้าทั้งสองมาพบกัน พร้อมท่องเที่ยวประเทศไทยแบบเอ็กครูซีฟ ไฮเอ็น

โดยจัดงานเปิดตัวซีรี่ส์ครั้งแรก พร้อมแถลงงข่าวในการพาผู้สื่อข่าวตามรอยนางเอก “มิว นิษฐา” PRESS TRIPPOSTCARD THE SERIES Ayutthaya - Chiangmai– Phuketโดยในทริปแรกของดือนแห่งความรักนี้เราจะเดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าพักกันที่  Thann Wellness Destination กับกิจกรรมที่จะทำให้คุณผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานไปกับเข้าคอร์สเรียนโยคะทำสปาหรืออยากจะชิลด์ไปกับการแช่บ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นพร้อมรับประทานอาหารกับเมนูเพื่อสุขภาพ มากมาย

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ CHIANGMAI เริ่มจาก เข้าพักที่ Four Seasons, 137 Pillars House และRaya Heritage กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่รออยู่ อาทิ พระมหาธาตุนภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ, ผาช่อ, วัดผาลาด (สกทาคามี),วัดอุโมงค์, Maiiam Gallery อิ่มอร่อยสุดฟินไปกับ WOO CAFÉ ,หุบเขาคนโฉด , GINGER FARM KITCHENฯลฯและจังหวัดสุดท้ายคือ จังหวัดภูเก็ต  กับที่พักสุดหรูอย่าง  The Naka, COMO Point Yamu, Baba Beach, Keemala, CAPE KUDU, AMATARA WELLNESS RESORTกับกิจกรรมสุดฮิปอย่าง Flying Private Jet หรือ นั่งเรือเที่ยวสุดหรู Catamaran/ Yatchพร้อมชิมอาหาร ณ ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ORTA CAFÉ , DIBUKA , THE CHARM ,ตู้กับข้าว , BLUE ELEPHANT , TANTITIUM

และปิดท้ายกับทริปสุดไฮโซด้วยการ Shopping - Endless Summer พลาดไม่ได้แล้ว ในการนี้ทางคณะผู้จัดทำหนังสั้น เชิญเข้าร่วมแถลงข่าวเปิดเส้นทางตามรอยหนังสั้นภายใต้ concept “ Once in a life time”ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ครูซีฟในแบบฉบับไฮเอ็น!! วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา14:00 น. ณ โรงภาพยนตร์ที่ 5 ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 ดิเอ็มควอเทียร์


*************

Chang Carnival Presents The Green World ชวนเพื่อนเข้าแคมป์ท้าลมหนาว ศิลปินไทย – เทศกว่า 65 วง จัดเต็มความสนุก..บุกเขาใหญ่ สุดฟิน

เปิดศักราชใหม่ 2019 นี้ ช้าง คาร์นิวัล ชวนแก๊งเพื่อนมาปาร์ตี้แคมป์ไฟร์ กับกิจกรรม Chang Carnival Presents The Green World ที่สุดของงานไลฟ์สไตล์ เฟสติวัล ไม่ว่าจะเป็นที่สุดของอิเล็กทรอนิก มิวสิค ที่สุดของโมเดิร์น อาร์ต และที่สุดของโชว์สุดอลังการ (Music - Art - Dance) และกิจกรรมมากมายไว้ให้คุณได้สนุกสุดเหวี่ยง ในโลกแห่งแฟนตาซีถึง 4 ธีม 4 จังหวัดทั่วประเทศ ในครั้งนี้มาเปิดประสบการณ์ที่ เขาใหญ่ : Safari Campfire ดินแดนที่จะพาไปผจญภัยแบบเข้าแคมป์พร้อมกองทัพสัตว์น้อยใหญ่ถึง 2 วัน 2 คืน กับ 4 เวที ณ ดิ โอเชี่ยน เขาใหญ่  จังหวัดนครราชสีมา

ภายในงานพบกับกิจกรรมที่จะท้าทายให้คุณได้มาร่วมเปิดประสบการณ์ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น การทำเวิร์คช็อป Dreamcatcher หรือจะเพ้นท์กระเป๋าแสนเก๋ที่โซน Paint Bar หรือจะแปลงร่างเพิ่มลวดลายของสัตว์เพ้นท์บนใบหน้าและตัวให้ จัดจ้าน หรือไปปิ้งมาร์ชเมลโล่รอบกองไฟ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังร่วมกับ Starving Time รวบรวมร้านอาหารเด็ดเมนูดังกว่า 20 ร้านอร่อย จัดมาให้ทุกคนได้อิ่มท้อง ก่อนจะไปพบกับความสนุกทั้ง 4 เวที 4 แนวดนตรี ที่จัดเต็มถึง 2 วัน 2 คืน โดยมีเหล่าศิลปินไทยและดีเจระดับโลกที่ยกทัพไประเบิดความสนุกกว่า 65 ศิลปิน ได้แก่ เวที The Green World Stage พบกับดีเจดังระดับโลก อาทิ Ben Nicky, Dannic, Nitti Gritti เวที Bonfire Stage ออกแบบโดยศิลปิน ชื่อดังระดับประเทศ “กบ ก.บ.ว.” ที่จะเนรมิตเวทีให้เหมือนปาร์ตี้รอบกองไฟ พร้อมเหล่าดีเจชื่อดังของเมือง
ไทยอีกมากมาย เวที  Forest Live Stage นำโดยศิลปินอินดี้ระดับแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ Greasy Caf?, Sqweez Animals, Phum Viphumrit  และพิเศษสุดกับเวที   E – San Smile Stage ครั้งแรกกับการรวมตัว อีสาน Music Festival ที่ขนมาเต็มรูปแบบทั้งศิลปินอินดี้กว่า 24 ศิลปินและการแสดงโชว์ศิลปะท้องถิ่นเลือดอีสานมากมาย         

สำหรับใครที่พลาดความสนุกที่เขาใหญ่ ชวนแก๊งเพื่อนเตรียมตัวให้พร้อมแล้วรีบจองบัตรไปร่วมเปิด
ประสบการณ์ความยิ่งใหญ่ส่งท้ายซีซั่น The Green World กันที่ พัทยา ชลบุรี ที่จะพาเพื่อน ๆ ด่ำดิ่งไปสู่ Fantasy Ocean ดินแดนแห่งท้องทะเลสุด แฟนตาซี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.facebook.com/TheGreenWorld , Line : @thegreenworld งานนี้ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์   ขี้นไป ร่วมสนับสนุนโดย ธนาคารกสิกรไทย บริการทุกระดับประทับใจ


เปิดสวิงปี 3 AMG จัดโครงการ AMG THAILAND JUNIOR GOLF TOUR 2019 เฟ้นหานักกอล์ฟระดับเยาวชน

ประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ กับการแข่งขันกอล์ฟระดับเยาวชน เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยได้แข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับมาตรฐาน อีกทั้งยังช่วยผลักดันให้เยาวชนไทยได้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ มาปีนี้ “ออล แมนเนจเม้นท์ กรุ๊ป (AMG)” ยังคงเล็งเห็นความสำคัญของกีฬากอล์ฟ จัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมจับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดการแข่งขัน “AMG THAILAND JUNIOR GOLF TOUR 2019” โดยจัดให้มีงานแถลงข่าวใน วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 10.30 น. ณ Eastville Cineplex ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสวิลล์

สำหรับการแข่งขัน แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 รายการ ดังนี้
-รายการแรก BCPG JUNIOR GOLF OPEN 2019 เปิดประเดิมสนามวันที่ 16-17 มี.ค.2562 ณ สนาม บูรพา กอล์ฟ คลับ
-รายการที่ 2 BANGCHAK JUNIOR GOLF MASTER 2019 วันที่ 20-21 เม.ย. 2562 ณ สนามสปริงฟิลด์ รอยัล คันทรี คลับ
-รายการที่ 3 AMG JUNIOR GOLF CLASSIC 2019 วันที่ 18-19 พ.ค. 2562 ณ สนามรอยัล ฮิลส์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา
-รายการที่ 4 BANGCHAK JUNIOR GOLF OPEN 2019 วันที่ 31 พ.ค.  – 2 มิ.ย. 2562 ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก สวนสน สำหรับแมทช์นี้จะมีการคิดคะแนนสะสม World Amateur Golf Ranking
-รายการที่ 5 AMG JUNIOR GOLF CHALLENGE 2019 วันที่ 20-21 ก.ค. 2562 ณ สนามบูรพา กอล์ฟ คลับ
-รายการที่ 6 AMG JUNIOR GOLF OPEN 2019 วันที่ 17-18 ส.ค. 2562 ณ สนามรอยัล ฮิลส์ กอล์ฟ          รีสอร์ท แอนด์ สปา
-รายการที่ 7 BCPG JUNIOR GOLF CLASSIC 2019 วันที่ 21-21 ก.ย. 2562 ณ สนามฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ
-รายการที่ 8 BANGCHAK JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2019 วันที่ 25-27 ต.ค. 2562 ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก สวนสน สำหรับแมทช์นี้จะมีการคิดคะแนนสะสม World Amateur Golf Ranking (ตารางแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลง) โดยระบบการแข่งขันยังคงเหมือนเดิม คือเป็นการแข่งสะสมคะแนนแบบ Point Ranking แบ่งออกเป็น 3 รุ่นอายุ คลาสเอ (ชายและหญิง) อายุ 15-18 ปี, คลาสบี (ชายและหญิง) อายุ 13-14 ปี และ คลาสซี (ชายและหญิง) อายุ 11-12 ปี แข่งขันแบบสโตรคเพลย์ ทั้งนี้ นักกอล์ฟในคลาสเอ (ชายและหญิง) ที่มีอันดับคะแนนรวมสะสมของสนามที่ 1-5 อยู่ในอันดับที่ 1 และ 2 จะได้รับสิทธิเข้าร่วมแข่งขันรายการ 12th Yonex Junior Golf Championship 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนสิงหาคม ของปีนี้

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 098-260-5547 หรือ www.amg-golf.com เพจ https://www.facebook.com/amg-golfth หรือ ID Line : amg.golf หรือ Download Application /AMG Junior Golf Tour ได้ที่ Play Store ทั้งระบบ Android    และ IOS


****************

มอบสิทธิพิเศษ

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (ที่ 4 จากซ้าย)ร่วมลงนามเซ็นสัญญากับมร.ฮง จัง อึย หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท เคอีบี ฮานา การ์ด จำกัด(ที่ 3 จากซ้าย) ในการเป็นพันธมิตรทางการตลาดร่วมกัน เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์เซ็นทารา พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเคอีบี ฮานากว่า 10 ล้านคนทั่วโลก โดยมี มร. ฮัน คยอง โฮ(ที่ 2 จากซ้าย), มร.ซอล ฮุร ชเว(ซ้ายสุด), มาร์คแลนด์ เบลคล็อค(ที่ 3 จากขวา), ทอม ธรัสเซล(ที่ 2 จากขวา)และจุไรรัตน์ มงคลวงศ์ศิริ(ขวาสุด) มาร่วมเป็นสักขีพยาน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

(จากซ้ายไปขวา)

มร. ซอล ฮุร ชเว (Cheol Hoon Choi)  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดประจำสาธารณรัฐเกาหลีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา , มร.ฮัน คยอง โฮ( Han Kyung Ho)  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เคอีบี ฮานา การ์ด จำกัด , มร.ฮง จัง อึย( Hong Jang Eui) หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท เคอีบี ฮานา การ์ด จำกัด , ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา , มาร์คแลนด์ เบลคล็อค   รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ,ทอม ธรัสเซล   รองประธานฝ่ายแบรนด์ การตลาดและดิจิตอล โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา , จุไรรัตน์ มงคลวงศ์ศิริ   ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายขาย โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา


นกสกู๊ตเปิดเส้นทางบินใหม่ เปิดประตูสู่เมืองยักษ์ใหญ่เซี่ยงไฮ้ เริ่มบิน 25 กุมภาพันธ์ 2562 นี้

นกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ ประกาศเปิดบินตรงจากกรุงเทพสู่เซี่ยงไฮ้เพื่อตอกย้ำการเดินหน้าขยายเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินในประเทศจีน

โดยเที่ยวบินกรุงเทพ-เซี่ยงไฮ้  จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไปและตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป นกสกู๊ตจะให้บริการบินตรงสู่เมืองเซี่ยงไฮ้ทุกวัน ในฐานะผู้นำสายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการบินบนเส้นทางบินระยะกลางถึงระยะไกลของภูมิภาค คาดการณ์ว่าเส้นทางเซี่ยงไฮ้จะได้รับการตอบรับอย่างดีเนื่องจากเติบโตอย่างต่อเนื่องของเส้นทางเครือข่ายทั่วประเทศจีน

คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนและเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั่วโลก  เส้นทางนี้ยังคงเป็นเป้าหมายของเราในการขยายเครือข่ายการบินไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ ของจีน ผู้โดยสารจีนต้องการเที่ยวบินตรงเมื่อเดินทางมายังประเทศไทยและนกสกู๊ตมีความยินดีที่จะให้บริการสำหรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ ปัจจุบันสายการบินนกสกู๊ตบินไปยังเมืองหนานจิง ชิงเต่า เสิ่นหยาง เทียนจิน และซีอาน ประเทศจีน และเที่ยวบินใหม่ล่าสุดเซี่ยงไฮ้พร้อมจะให้บริการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบทวิภาคีระหว่างจีนและไทย

ทั้งนี้อ้างอิงจาก The Economist รายได้หลักของการท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจุบันมาจากนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ใช้จ่ายเงินและเดินทางไปทั่วโลกมากกว่าชาติอื่นๆ คิดเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทยมีจำนวนถึง 10 ล้านคน ในวันที่ 19 ธันวาคม 2561 นับเป็นครั้งแรกที่มียอดเป้าหมายสูงสุดเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองทางการค้าของจีนที่ไม่เคยหลับไหล ซึ่งเติบโตในศตวรรษที่ 19 และเจริญรุ่งเรือง นับเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินระดับโลก ช่วงที่รุ่งเรืองในช่วงพุทธศักราช 2473 สถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างลู่เจียสุ่ย สกายไลน์ (Lujiazui skyline) พิพิธภัณฑ์และสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม เดอะบันด์ (The Bund) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเซี่ยงไฮ้ และเป็นที่ตั้งของธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเมืองเซี่ยงไฮ้ อีกทั้งร้านอาหารรสเลิศ และสโมสรที่มีชื่อเสียง บริเวณใกล้เคียงถือเป็นย่านช้อปปิ้งที่คึกคักบนถนนนานกิงรวมถึงวัดเฉิงหัว, สวนอี้หยวน และหอคอยไข่มุกตะวันออกที่สำคัญในปูตง

นกสกู๊ตให้บริการเที่ยวบิน บินตรงจากดอนเมือง สู่เซี่ยงไฮ้ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 ที่รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 415 ที่นั่ง  แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ (ScootBiz) 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลือกประสบการณ์การเดินทางได้ตามที่ต้องการ และจ่ายเฉพาะสิ่งที่ผู้โดยสารเลือก อาทิ ตำแหน่งที่นั่ง อาหาร การเพิ่มน้ำหนักสัมภาระ รวมไปถึงบริการอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับการเฉลิมฉลองเส้นทางใหญ่ที่ใหม่สุดพิเศษนี้ นกสกู๊ตยังได้เปิดตัวโปรโมชั่น ให้สำรองที่นั่งราคาสุดประหยัด จากกรุงเทพฯ สู่เซี่ยงไฮ้ ในราคาเพียง 3,100 บาท ต่อเที่ยวบินสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมและภาษีสนามบิน) โดยสามารถเดินทางได้ในช่วงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 ถึง 26 ตุลาคม 2652 โปรโมชั่นพิเศษนี้สามารถจองได้บน www.nokscoot.com ตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 31 มกราคม  2562 (ข้อตกลงและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

นกสกู๊ต ให้บริการจากท่าอากาศยานดอนเมือง ปัจจุบันให้บริการเส้นทางบินไปยัง เมืองนานกิง ชิงเต่า เสิ่นหยาง เทียนจิน และซีอาน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน เมืองนาริตะและเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และเส้นทางบินล่าสุดดอนเมือง – เดลี รองรับผู้โดยสารเป็นจำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมพร้อมสำหรับเพิ่มเส้นทางบินใหม่สู่ประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ในปี 2562 นกสกู๊ต จะให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 ก.พ. - 2 มี.ค. 62

สำหรับนกสกู๊ต เป็นสายการบินร่วมทุนซึ่งก่อตั้งโดย นกแอร์ สายการบินของคนไทย และ สกู๊ต สายการบินราคาประหยัดจากประเทศสิงคโปร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2557 นกสกู๊ตมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และร่วมสมัย นกสกู๊ต ให้บริการจากท่าอากาศยานดอนเมือง ในเส้นทางบินระยะกลางถึงระยะไกลด้วยเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 777-200 ปัจจุบันให้บริการเส้นทางบินไปยัง เมืองนานกิง ชิงเต่า เสิ่นหยาง เทียนจิน และซีอาน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน เมืองนาริตะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมืองเดลี ประเทศอินเดีย และเส้นทางใหม่ล่าสุด เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่จะเริ่มให้บริการในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้
 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NokScoot.com, Facebook.com/NokScoot หรือ Instagram.com/NokScoot


******************


“เอ็มโพเรี่ยม เอ็มควอเทียร์ ไชนีส นิวเยียร์ 2019”

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ บัตรเครดิต SCB M VISA และ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับศักราชใหม่ เบิกฤกษ์ปีกุลมหามงคล  จัดพิธีเปิดงาน “เอ็มโพเรี่ยม เอ็มควอเทียร์ ไชนีส นิวเยียร์ 2019” ตื่นตากับการแสดงเหินเวหาสุดอลังการความสูงกว่า 40  เมตร โดย ณเดชน์ คูกิมิยะ และ เดียร์น่า ฟลีโป พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารจีนคาวหวาน จากร้านดังทั่วไทยในบรรยากาศไชนีส มาร์เก็ต จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 18.00 น. ณ ควอเทียร์ พาร์ค ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทีย


เคมิคอลส์SCGจับมือมูลนิธิศึกษาพัฒน์/ม.พระจอมเกล้าธนบุรี มอบประกาศนียบัตรพนักงานผ่านการอบรมโครงการ C-ChEPS รุ่นที่ 20

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับพนักงานที่ผ่านการอบรมโครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (Constructionism-Chemical Engineering Practice School) หรือ C-ChEPS รุ่นที่ 20  โดยมีคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานมูลนิธิศึกษาพัฒน์และผู้อำนวยการใหญ่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย และ ศ.ดร.อภิชัย เทอดเทียนวงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ C-ChEPS มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมเป็นเกียรติ ณ อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอ แอล จังหวัดระยอง






โครงการทักษะวิศวกรรมเคมีแบบบูรณาการ (C-ChEPS) จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี  2543 ร่วมกับ มูลนิธิศึกษาพัฒน์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับ ปวส. ในองค์กร มีระยะเวลาอบรม 8-12 เดือน โดยที่ผ่านมามีพนักงานระดับ ปวส. เข้าอบรมในโครงการฯ รวม 21 รุ่น รวมทั้งสิ้น 282 คน

เอมิเรตส์ เผย 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยในปี 2018

จากการเติบโตด้านการท่องเที่ยวและรายได้ที่มากยิ่งขึ้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักที่ตัวเลขการเดินทางออกนอกประเทศของคนไทยมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในปี 2018 โดยรายงานจาก Thailand Outbound Travel Report 2018 พบว่า มีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศมากกว่า 10 ล้านคน

 แต่ด้วยความนิยมของเหล่านักเดินทางที่อาจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วันนี้เอมิเรตส์จึงไม่พลาดที่จะอัพเดทสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยที่ออกเดินทางด้วยสายการบินเอมิเรตส์ตลอดทั้งปี 2018 ที่ผ่านมา ดังนี้

ดูไบ

เมืองที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และความงดงามจากผลงานด้านวิศวกรรมที่น่าทึ่ง เช่น อาคาร Burj Khalifa หมู่เกาะต้นปาล์ม โรงแรม Burj Al Arab และ ดูไบ มอลล์ ทั้งยังมีความน่าดึงดูดในหลายแง่มุมที่มากกว่าด้านสถาปัตยกรรม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวแบบคนเดียว คู่รัก หรือครอบครัว ไม่ใช่เพียงสีสันความงามและความคึกคักของเมืองดูไบที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสเท่านั้น แต่ยังมีงดงามที่แตกต่างแต่ยังคงลงตัวจากบรรยากาศอันเงียบสงบของทะเลทราย สนามกอล์ฟ ทะเลชายหาด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น เขตประวัติศาสตร์ Al Fahidi นอกจากนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยยังได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าที่เต็มไปด้วยผลงานจากนักออกแบบชื่อดัง ไปจนถึงตลาดพื้นเมืองสุดคึกคัก ลิ้มรสร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับรางวัลการันตีจากมิชลินสตาร์หรือแม้แต่ร้านอาหารพื้นเมืองที่นักตะลุยกินไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

 ปารีส


หนึ่งในเมืองที่โรแมนติกและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกด้วยจำนวนผู้เยี่ยมชมกว่า 27 ล้านคนต่อปี สำหรับเมืองหลวงของฝรั่งเศสแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในโลกอย่าง หอไอเฟล โบสถ์ Notre Dame และถนนฌ็องเซลิเซ่ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ซึ่งมีงานศิลปะชิ้นเอกอย่าง "โมนาลิซา" จัดแสดงอยู่ด้วย และนักท่องเที่ยวชาวไทยยังได้สนุกสนานไปกับการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของฝรั่งเศส Coco Chanel และแบรนด์ดังระดับโลกอีกมากมาย พร้อมสัมผัสกับวัฒนธรรมสุดคูลของชาวฝรั่งเศส จากร้านอาหาร คาเฟ่สุดฮิปหรือแกลเลอรี่ต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในเมืองอันสวยงามแห่งนี้

 ซูริค

เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อันเป็นต้นแบบด้านดนตรี งานศิลปะ วัฒนธรรมอันโดดเด่น เช่น โรงละคร Schauspielhaus และ โรงละคร Opernhaus ณ Falkenstrasse 1 ซึ่งจัดแสดงละครโอเปร่าระดับโลกอย่างเป็นประจำเมืองซูริคมักมีกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ มาให้เลือกทำตลอดทั้งปี จัดได้ว่าเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับคนที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมาก จึงอาจพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยและคนท้องถิ่นต่างทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างสนุกสนาน ณ ทะเลสาบซูริค ไม่ว่าจะปั่นจักรยานและเดินป่าในช่วงฤดูร้อน หรือเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว ทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีร้านอาหารที่มีรสชาติอันยอดเยี่ยมพร้อมวิวที่สวยงามน่าประทับใจ รวมถึงร้านอาหารที่ได้รับรางวัลระดับโลกอย่างมิชลินสตาร์

มอสโก

เมืองหลวงอันสวยงามของรัสเซียที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Moskva ในเขตสหพันธ์กลาง ซึ่งมีความงดงามด้านศิลปะ ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม เช่น มหาวิหาร Saint Basil กับรูปแบบของสถาปัตยกรรมผ่านสีสันอันหลากหลาย โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยมักจะเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสวยงามของเมืองและแวดล้อมไปด้วยตุ๊กตาชื่อดังอย่าง “Matryoshka” ที่จะมีหลายตัวและสามารถซ้อนกันได้หลายชั้น ซึ่งผู้ที่ได้มาเยือนรัสเซียไม่ควรพลาดที่จะซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก

ลอนดอน

เมืองชื่อดังระดับโลกอันเต็มไปด้วยแลนด์มาร์คสำคัญ เช่น พระราชวังบัคกิงแฮม, สนามกีฬาเวมบลีย์, บิ๊กเบน, สวนสาธารณะ Regent, แคมเดนทาวน์, น็อตติ้งฮิลล์, รถไฟใต้ดินลอนดอน และ ลอนดอนอาย ซึ่งชาวไทยนิยมเดินทางสู่สถานที่ต่างๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น Hidden Gems ซึ่งอาจแอบซ่อนอยู่ในทุกซอกมุมของถนน แต่ยังคงน่าดึงดูดด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบคลาสสิกอย่างมหาวิหารเซนต์พอล หรือดูสง่างามทันสมัยอย่างเดอะชาร์ด นอกจากนี้ ลอนดอนยังมีพื้นที่สีเขียวเป็นจำนวนมาก อาทิ สวนสาธารณะ Hyde Park และสวนสาธารณะ Regent ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ลอนดอนชื่อดังระดับโลกที่พร้อมให้การต้อนรับทุกคนท่ามกลางเมืองลอนดอน

 นอกจาก 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยในปี 2018 นี้ สายการบินเอมิเรตส์ยังให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 150 แห่งทั่วโลก ใน 6 ทวีป จำนวนกว่า 85 ประเทศ โดยให้บริการระหว่างกรุงเทพฯ และดูไบ จำนวน 6 เที่ยวบินต่อวัน และจากภูเก็ตสู่ดูไบ 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยฝูงเครื่องบิน Airbus A380 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ เครื่องบิน Boeing 777 พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเดินทางสู่อเมริกาเหนือ ยุโรป อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาผ่านการต่อเครื่อง ณ ดูไบ ทั้งยังมีเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นให้แก่ทุกการเดินทาง

 ผู้โดยสารสายการบินเอมิเรตส์ในทุกเที่ยวบินจะได้รับบริการที่ยอดเยี่ยมระดับโลกและผลิตภัณฑ์ชุดสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพ พร้อมให้ผู้โดยสารผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่และเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน ice ที่ได้รับรางวัลการันตีจาก Skytrax ว่าเป็นระบบความบันเทิงบนเครื่องบินที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกันกว่า 14 ปี โดยรวบรวมภาพยนตร์ เกมส์ เพลง และความบันเทิงต่างๆ จากทั่วโลก กว่า 3,500 ช่อง รวมถึงบริการ Wi-Fi บนเครื่องสูงถึง 20 MB ที่พร้อมให้ผู้โดยสารไม่พลาดทุกการติดต่อ

 หากว่าคุณกำลังมองหาสายการบินสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป เราเชื่อว่าการร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ใหม่ไปกับสายการบินเอมิเรตส์ในปี 2019 นี้ ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ควรรีรออย่างยิ่ง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองที่นั่งสามารถเข้าชมได้ที่ www.emirates.com/th หรือจองผ่านตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน




ปรับภูมิทัศน์ศูนย์เด็กฯ

อกรัตน์ ชลลัมพี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ( ตรงกลาง) ผู้บริหารพาราไดซ์  พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม  บี  เค  กรุ๊ป พร้อมด้วยเหล่าสมาชิกจิตอาสา  MBK SPIRIT จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเด็กๆ  ในชุมชนร่วมใจพัฒนา  ซอยพรีเมียร์ 1  ถนนศรีนครินทร์  ในโครงการ  “ปรับปรุงภูมิทัศน์ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนร่วมใจพัฒนา”  ด้วยการทาสีผนังอาคารและเสาธงชาติให้สวยงาม  พร้อมด้วยการติดตั้งพัดลมระบายอากาศบริเวณพื้นที่สนามเด็กเล่น  ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนแห่งนี้มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น  230  คน

กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้แสดงถึงความตั้งใจในการปลูกจิตสำนึกให้พนักงานมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายในการดำเนินธุรกิจของศูนย์การค้าพาราไดซ์  พาร์ค ที่ต้องการจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนโดยรอบศูนย์การค้าให้ดียิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ Call Center 1285 หรือ www.paradisepark.co.th และ Facebook.com/paradiseparkfanpage   

“เฟมัส เอมอส” สาขาแรกในไทย

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นำโดยสมพล ตรีภพนารถ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มอบกระเช้าดอกไม้เพื่อร่วมแสดงความยินดีแก่ มิสเตอร์    ปีเตอร์ ฮอร์นบี  (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการฝ่ายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด และ มิสเตอร์อเล็กซ์ โอว ผู้อำนวยการ บริษัท เฟมัส เอมอส ช็อกโกแลตชิป คุกกี้ จำกัด จากประเทศมาเลเซีย (ขวาสุด) เนื่องในโอกาสเปิดร้าน “เฟมัส เอมอส” (Famous Amos) คุกกี้แบรนด์นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศผ่านกรรมวิธีการอบสดใหม่หอมกรุ่นจากเตาทุกวัน  พร้อมส่งมอบความอร่อยแล้ววันนี้ ณ ชั้น 5 โซน A และ โซน Take Home ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

กศน.นราฯ จับมือเหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562  นายณัฐพงษ์  นวลมาก  ผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “กศน.รวมพลังต่อชีวิต บริจาคโลหิตด้วยหัวใจ 1 คนให้ 3 คนรับ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกในการเสียสละให้กับนักศึกษาและบุคลากร กศน.สังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดนราธิวาส ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยและช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเลือด เพื่อเป็นการช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาเห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยมี ผู้บริหาร กศน.อำเภอ ครู บุคลากร และนักศึกษา สำนักงาน กศน.จังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย


ทั้งนี้มี นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาด นำทีมงาน จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และทีมงานสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาสมาให้บริการรับบริจาคโลหิต มีผู้สนใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตทั้งสิ้น 200 คน ณ ห้องประชุมสำนักงาน กศน.จังหวัดนราธิวาส

โอกาสเดียวกันนี้ นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวขอบคุณแก่ผู้มาร่วมบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ รวมทั้งทีมงานจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และจิตอาสาซึ่งเป็นบุคลากรจากสำนักงาน กศน.จังหวัดนราธิวาส ที่อำนวยความสะดวกในการรับบริจาคในครั้งนี้และเชิญชวนบริจาคโลหิตที่จะมีขึ้นในทุกๆ 3 เดือน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก และการแสดงออกถึงจิตอันเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่แก่ชีวิตเพื่อนมนุษย์อีกด้วย






วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

อธิบดีสค.รับคำร้องนิสิตข้ามเพศจุฬาฯกรณีถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 3 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับคำร้องจากนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 3 คน ซึ่งเป็นนิสิตข้ามเพศ ในฐานะที่ สค. เป็นผู้รับผิดชอบพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558


นายเลิศปัญญา กล่าวว่า พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ถูกกระทำให้สามารถใช้สิทธิเพื่อให้ได้รับการพิทักษ์ คุ้มครอง และป้องกันสิทธิของตนเองในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ ห้ามแบ่งแยก ห้ามกีดกัน ห้ามจำกัดสิทธิประโยชน์ ห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะเหตุแห่งเพศ และ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้การคุ้มครองบุคคลทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (กฎหมายเรียกว่า ผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด)

อธิบดีสค.กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในวันนี้ นิสิตข้ามเพศจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 2 จำนวน 2 คน (ผู้ร้องที่ 1 และ 2) และชั้นปีที่ 4 จำนวน 1 คน (ผู้ร้องที่ 3) โดยนิสิตทั้ง 3 คน
ประสงค์ยื่นคำร้องต่อ สค. เพื่อนำคำร้องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) พิจารณากรณีที่คณะกรรมการบริหารคณะครุศาสตร์ไม่อนุญาตให้แต่งกายตามเพศสภาพในการเข้าเรียนและสอบไล่ระดับ รวมทั้ง ผู้ร้องที่ 3 ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 และจะมีการฝึกปฏิบัติงานก็เกรงว่าจะถูกห้ามมิให้แต่งกายตามเพศสภาพด้วย ซึ่งนิสิตทั้ง 3 คน เห็นว่าเป็นการกระทำอันละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และก่อให้เกิดการกีดกัน จำกัดสิทธิประโยชน์ที่นิสิตทั้ง 3 จะได้รับ ในฐานะนิสิตของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อีกทั้งผู้ร้องที่ 1 ยังถูกอาจารย์พิเศษท่านหนึ่งห้ามไม่ให้ผู้ร้องที่ 1 เข้าเรียนหากแต่งกายตามเพศสภาพ ทั้งยังกล่าวตำหนิและด่าทอต่อหน้าเพื่อนนิสิตในชั้นเรียนด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า “กะเทยไม่สมควรจะไปสอนใคร” ทำให้ผู้ร้องที่ 1 ได้รับความอับอายและถูกกระทำความรุนแรงทางวาจาและจิตใจ ซึ่ง สค. จะเร่งนำคำร้องของนิสิตทั้งสามยื่นต่อคณะกรรมการ วพล. เพื่อพิจารณาโดยเร็ว โดยจะนำเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการ วลพ. ครั้งที่ 2/2562 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ที่จะถึงนี้

พร้อมระบุว่า สค. ยินดีที่จะรับคำร้องเกี่ยวกับการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเพศใดก็ตาม ทั้งเพศหญิง เพศชาย หรือ บุคคลที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด เนื่องจากพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้ความคุ้มครองแก่ทุกบุคคลที่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ โดยสามารถยื่นคำร้องมาที่ สค. ทั้งการมายื่นด้วยตนเอง หรือส่งจดหมายทางไปรษณีย์ หรือส่ง E-mail มาที่ช่องรับเรื่องร้องเรียนในเว็บไซต์ www.dwf.go.th ของ สค. ได้

*************

44 ปี “แม็คกรุ๊ป” จัดทัพรับ Digital Disruption สร้างแบรนด์-คอนเทนต์ ลุยตลาด online / offline

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.62  คุณสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจว่า การบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวจากปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมการจับจ่ายที่ให้ความสำคัญกับการบริโภคสื่อและคอนเทนต์ของสินค้าที่สะท้อนความเป็นตัวตนของตนเองก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญเท่าๆกับการสร้างคอนเทนต์ คือการสร้างโครงข่ายร้านค้าทั้ง online  และ offline ให้พร้อมและครอบคลุมเพื่อรองรับการตัดสินใจที่เกิดได้ทุกที่ทุกเวลา

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จึงไม่หยุดลงทุนที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตราสินค้าทั้ง 3 กลุ่มของบริษัทอันประกอบไปด้วย (1)กลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนำโดยแบรนด์ ‘Mc Jeans’ เครื่องแต่งกาย Denim และ Non-denim และแบรนด์ ‘U-P’ (ยู-พี) เสื้อผ้าสไตล์ Sport casual (2) กลุ่ม Fashion Accessories โดยมีทั้งแบรนด์ Mc, U-P และแบรนด์นาฬิกาต่างๆของ ‘Timedeco’ และ (3) กลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal care โดยแบรนด์ ‘M&C’”

สำหรับแผนสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลท์ในปีนี้นำทัพโดยแบรนด์ ‘Mc Jeans’ ซึ่งนำเสนอสินค้ากว่าผ้าทอทั่วไป ครั้งหนึ่งผลิตได้จำนวนไม่มากและมีการเย็บริมขอบผ้าด้วยด้ายสี  เพื่อให้ผ้ามีความทนทานคงคุณภาพยาวนานผสานกับความพรีเมียมของเนื้อผ้า ทำให้ยีนส์เซลเวจหรือริมสีเป็นสัญลักษณ์ของความพรีเมียมในวงการยีนส์ ซึ่งในตลาดโลกจัดจำหน่ายอยู่ในราคามากกว่า 3 พันบาท ในขณะที่เราจะเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอยีนส์เซลเวจในราคาที่จับต้องได้ให้กับคนไทยในระดับราคาประมาณ 2 พันบาทภายใต้คอลเลคชั่น ‘Mc Selvedge’ ด้วยเนื้อผ้ายีนส์เซลเวจที่ใส่สบาย รูปทรงได้รับการดีไซน์ให้มีความเหมาะสมกับสรีระของคนเอเซีย ใส่แล้วสวยและเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นด้านดีไซน์ด้วยการปักคำว่า Mc Jeans Selvedge Series (แม็คยีนส์ เซลเวจ ซีรี่ส์) ที่กระเป๋าลับใส่เหรียญซึ่งมีเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ซึ่งแต่ละโมเดลในซีรีส์นี้ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตลอดปี 2562 และจะเป็นยีนส์อีกรุ่นจาก Mc ที่ผู้ชื่นชอบยีนส์ต้องมี

พร้อมกันนี้ยังมีแบรนด์น้องใหม่  ‘U-P’(ยู-พี) ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างของกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตกับหลากหลายกิจกรรม เตรียมปล่อยคอลเลคชั่นใหม่แนว Monochrome และ Pastel เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัว Sport casual ที่คุมโทนแบบสีเดียวทั้งลุค หรือคนที่ชอบโทนสีพาสเทลที่ดูสดใส สบายตา โดยคอลเลคชั่นใหม่ๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้น บริษัทได้วางเป้าการขายไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท

คุณสมชัย สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย กล่าวเสริมว่า ทิศทางการตลาดและการขายในปีนี้ นอกจากสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลท์แล้วทางบริษัทยังมีการวางแผนการออกสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ที่มีความหลากหลาย ดีไซน์ทันสมัยไม่หวือหวาเพื่อให้สวมใส่ได้ทุกวันและสามารถนำมา Mix&Match ได้ง่าย รวมถึงคอลเลคชั่นพิเศษต่างๆที่สร้างความน่าสนใจให้กับกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ทาง Mc ได้มีโปรเจ็กต์ Mc X คือการ Collaboration กับศิลปินหรือผู้ที่มีชื่อเสียงโดยเราได้เริ่มโปรเจ็กต์แรกกับสองพี่น้องจินดาโชติ คุณพลอย และ คุณฌอห์น จินดาโชติ ซึ่งได้นำเสนอ

คอลเลคชั่น ‘Black Valentines by Mc X Jindachot’ ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่นำเสนอมุมมองเรื่องราวในรูปแบบต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งพลอยและฌอห์นได้วางคอนเซ็ปต์รวมถึงการ prove แบบเองอีกด้วย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 28 มกราคมนี้ ในช่องทาง mcshop.com

อย่างไรก็ตามบริษัทได้วางแผนกิจกรรมทางการตลาดและการสื่อสารรูปแบบใหม่ทั้ง Offline และ Online โดยยังคงเน้นการสร้างแบรนด์ ภาพลักษณ์และคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยง่ายและตรงกับความต้องการมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์  ‘my Mc my best look’ ต่อเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา และสินค้า ‘U-P’ ที่เปิดตัวด้วยพรีเซ็นเตอร์ ดีเจพุฒ – พุฒิชัย เกษตรสิน ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งในปีนี้ U-P จะเริ่มรุกตลาดด้วยการออกคอลชั่นใหม่ๆ และเน้นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ผ่านช่องทาง Online , Social media และ การสื่อสาร ณ จุดขาย รวมถึงการเพิ่มจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างต่อเนื่อง

คุณบัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชีและผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  อธิบายว่า ในส่วนกลยุทธ์ Omni channel ที่เป็นการเชื่อมต่อทุกช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น แม็คกรุ๊ปได้เปิดจุดขายเพิ่มกว่า 30 จุดจากปีที่แล้วที่มีอยู่ 894 จุดมาอยู่ที่ 927 จุดและคาดว่าจะถึง 1,000 จุดภายในสองปีข้างหน้า และได้ลงทุนเปิดจุดขายเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านร้านค้า ‘mcmc Outlet Store’ ที่มีการเพิ่มจุดจำหน่ายภายในและภายนอกปั๊มน้ำมันปตท. ตลอดจนการพัฒนาช่องทาง Online marketplace คือ ‘mcshop.com’ โดยเพิ่มการสรรหาสินค้าภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกของพันธมิตรรายอื่นๆที่เป็นที่นิยมของคนไทยเข้ามานำเสนอต่อฐานลูกค้าหลายล้านคนของแม็คกรุ๊ป ซึ่งล่าสุดบริษัทฯได้เข้าลงทุนใน ‘Mcmillion’  ซึ่งเป็นผู้บริหารคลังสินค้าและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจรสำหรับธุรกิจ  E-commerce เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้สั้นที่สุด

ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าเพิ่มฐานสมาชิก MC Club ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 650,000 คนและคาดว่าจะถึง 1 ล้านคนภายในหนึ่งปี โดยในไตรมาสนี้จะเริ่มนำ Mobile Application เข้ามาใช้งานเพื่อให้สามารถสื่อสารและนำเสนอ campaign ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างต่อเนื่องตลอดจนเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้บริษัทยังสร้างการ engagement ผ่านการ Micro และ Nano influencers หลากหลายไลฟ์สไตล์ โดยมีการจัดทำเวิรค์ช้อปเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะการถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ต่างๆไปสู่กลุ่มลูกค้าผ่านสื่อดิจิตอลในรูปแบบต่างๆ

คุณบัณฑิต กล่าวทิ้งท้ายว่า  ทางบริษัทฯเพิ่มงบการตลาดกว่า 20 ล้านบาท เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์และการขยายฐานลูกค้าใหม่สำหรับปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มจากค่าใช้จ่ายงบประมาณการตลาดที่ทำผ่านจุดจำหน่ายต่างๆในรูปแบบ Gift with Purchase กิจกรรมร่วมสนุกและส่วนลดพิเศษ รวมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี


*********************

เมเจอร์-ช้าง ประกาศความพร้อมจัด“Chang – Major Movie on the Beach” ครั้งที่ 7 เตรียมระเบิดความมันส์ครั้งใหญ่ในธีม LUCKY 7 อัดแน่นความสนุกตลอด 7 ชั่วโมงฟรี! ณ ร้านปลาทู ชายหาดชะอำ

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังคงเดินหน้าสร้างความสุขคืนกำไรให้กับลูกค้าผู้มีอุปการคุณอย่างต่อเนื่อง จับมือเครื่องดื่มตราช้าง ประกาศความพร้อมเตรียมสร้างความมันส์แบบนันสต๊อป 7 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในงาน “Chang – Major Movie on the Beach” ครั้งที่ 7 ในธีม “Lucky 7” ถือเป็นมหกรรมความบันเทิงแห่งปีที่ทุกคนรอคอยให้คอหนังได้สนุกไปกับการดูภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ผ่านโรงหนังเอาท์ดอร์ขนาดใหญ่บนชายหาดสีขาวในบรรยากาศวิวทะเล และคอเพลงได้มันส์กันแบบจัดเต็มไปกับคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง Musketeers, แก้ม-วิชญาณี, Boy Peacemaker  Fukking Hero และ Thaitanium พลาดไม่ได้กับการเป็นผู้โชคดี 777 คนแรกที่เข้าร่วมงานมีสิทธิ์รับบัตรชมภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ฟรี! พร้อมของรางวัลภายในงานมากมาย

ประกาศความพร้อมยืนยันการจัดงานแถลงข่าวในวันพุธที่ 30 มกราคม 2562 เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป ณ
ลานด้านหน้าโรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานพบกับมินิคอนเสิร์ตจาก 5 หนุ่มวงฮิปฮอปตัวพ่อ “Thaitanium” ที่จะมาอุ่นเครื่องก่อนที่จะไปมันส์กันให้สุดเหวี่ยงในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่ร้านปลาทู ชายหาดชะอำ

ชวนแก็งค์เพื่อนมาร่วมสนุกลุ้นรับบัตรเข้างาน “Chang – Major Movie on the Beach : Lucky 7” ได้ที่
Facebook.com/ChangWorld, Facebook.com/MajorGroup, Facebook.com/Mamalover Facebook.com/Mocconath,  Facebook.com/รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) Facebook.com/LifeStyles SKYN Thailand, Facebook.com/Wiko Family Thailand และ ช่อง M Channel

*********************

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

ม.เกษตรศาสตร์ นครปฐม จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7


มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นิสิต บุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่ง ซึ่งมีชมรม สโมสร และกลุ่มนักวิ่งต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม 8,000 คน
            
             วันที่ 27 มกราคม 2562 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดงานพร้อมปล่อยตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 7 ประจำปี 2562 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นิสิต บุคลากรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกายด้วยการเดิน - วิ่ง ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และจังหวัดนครปฐม ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 40  แห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน 
          โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ตฤณ แสงสุวรรณ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ปัจจุบันการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่ง เป็นที่นิยมแพร่หลายและมีการจัดการแข่งขันในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ด้วยเป็นกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการร่วมกิจกรรมมากนัก จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มเยาวชน คนวัยทำงานและผู้สูงอายุ สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้รวมระยะทางการแข่งขัน 3.5 กิโลเมตร  ซึ่งมีชมรม สโมสร และกลุ่มนักวิ่งต่างๆ สนใจและสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 8,000 คน