pearleus

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

สาคร สตรีทฟู้ด แอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต



กำหนดการพิธีเปิดงาน
สาคร สตรีทฟู้ด แอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต          
16.30 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชน และแขก VIP
17.00 น. การโชว์เพ้นท์สีน้ำ ของศิลปินระดับประเทศ อ.สุชาติ วงษ์ทอง ประกอบเสียงดนตรี Percussion เดี่ยว ไทเกอร์ แม่กลอง
17.20 น. กล่าวรายงาน โดย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร
              กล่าวเปิดงาน โดย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
18.00 น. มอบโล่ และเงินรางวัล กับน้องๆ นักเรียน ที่ประกวดวาดรูป โดย ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้สนับสนุน (ถ่ายภาพร่วมกัน)
18.20 น.  ประมูลภาพวาดสีน้ำ ของ อ.สุชาติ วงษ์ทอง เข้ากองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอเมืองสมุทรสาคร เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
18.40 น.  เดินเยี่ยมชม ผลงานภาพวาดของ ศิลปินกลุ่มมูลนิธิ อ.สุชาติ วงษ์ทอง, ผลงานภาพประกวดของนักเรียน และนิทรรศการศิลปะ จากศิลปินอิสระ
19.20 น.  ชมมินิคอนเสิร์ต ศิลปินนักร้อง ปราโมทย์ วิเลปะนะ และ แอ๊นท์ อีโมชั่นทาวน์
ไฮไลท์ พิเศษ  ผู้ว่าราชการจังหวัด โชว์ ร้องเพลง

ฝ่ายความมั่นคงอ.เมืองสค. ลงตรวจสถานประกอบการในพื้นที่









     วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร มอบหมายให้นายสิริพงษ์ กลัดเจริญ ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองสมุทรสาครที่ 1 ชรบ.ชุดเฉพาะกิจ อำเภอเมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินการออกตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคมและรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้
1.สถานประกอบการ ภายในโครงการ Inbox Market ตำบลนาดี
2.สถานประกอบการ ภายในโครงการตลาดยามเย็น ตำบลมหาชัย
    ผลการตรวจสอบสถานประกอบการข้างต้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตรวจบัตรประชาชน ตรวจอาวุธ และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ไม่พบความผิดใดๆ และทำการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อค้นหาสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 5 คน ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการในการเข้มงวดในเรื่องของอายุกลุ่มผู้ใช้บริการ เวลาในการจำหน่ายสุรา ตักเตือนพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มผู้ใช้บริการในการขับขี่ยานพาหนะหลังปิดให้บริการ และเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

จับได้แล้ว โจรปล้นทองกลางห้างดังมหาชัย




จับได้แล้ว โจรปล้นทองกลางห้างดังมหาชัย
วันที่  29 พ.ย. 62  เวลาประมาณ 21.00 น.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร  สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร  นำโดยพ.ต.ท.พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผกก.สส.ฯ,  และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชุด กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร
ร่วมกันรับมอบตัว นายอภิสิทธิ์ พุ่มสอาด   อายุ 21 ปี ที่อยู่ 5 หมู่ 6 ต.โพหัก อ.บางแพ จว.ราชบุรีพร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CRV สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฐต 5441 กรุงเทพมหานคร เสื้อยืดคอกลมสีดำ  จำนวน 1 ตัว กางเกงขายาวสีครีม  จำนวน 1 ตัว รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินดำพื้นสีขาว  จำนวน 1 คู่ ส่วนสร้อยคอทองคำของกลาง จำนวน 1 เส้น ได้ทำบันทึกตรวจยึดจากผู้รับจำนำไว้แล้วส่วนหนึ่ง
 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 2 เส้น รวมมูลค่าประมาณ 130,000 บาท เหตุเกิด บริเวณห้างเพชรทอง ภายในห้างดัง  มหาชัย หมู่ที่ 4 ต.นาดี อ.เมืองฯ จว.สมุทรสาคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 18.00 น.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนหาตัวคนร้าย และสร้อยคำทองคำของกลางที่ถูกประทุษร้าย จนไปพบสร้อยคอทองคำของกลางซึ่งประทับตราประจำของร้านผู้เสียหาย จำนวน 1 เส้น มูลค่าประมาณ 65,000 บาท ถูกจำนำไว้ จึงทำการตรวจยึด และสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือ นายอภิสิทธิ์ พุ่มสอาด และได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ที่นายอภิสิทธิ์ฯ  ใช้ในการก่อเหตุ และทำการกดดันจนนายอภิสิทธิ์ฯ เข้ามอบตัวพร้อมนำของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงได้นำตัว พร้อมของกลางส่ง พงส. ดำเนินคดีต่อไป















อนุบาลสค.เปิดแข่งขันวิชาการ ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ



 

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ย. 2562 ณ โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร นายเอกพร จุ้ยสำราญ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดการแข่งขันทางวิชาการบันไดฝัน โครงการความเป็นเลิศทางวิชาการ ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ครั้งที่ 13 โดยมีนายสินชัย. ลือสุขประเสริฐ รองประธาน มูลนิธิกำลังใจ เป็นผู้กล่าวรายงาน มีกรรมการมูลนิธิกำลังใจศึกษาธิการจ.สค. ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วม

สำหรับโครงการความเป็นเลิศทางวิชา ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐเป็นโครงการในความรับผิดชอบของโรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร โดยการสนับสนุนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร และการสนับสนุนด้านงบประมาณโดย ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ซึ่งโครงการนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีการศึกษา 2550 และดำเนินการต่อเนื่องมาทุกปีจนปัจจุบันนับเป็นปีที่ 13 แล้ว ถือเป็นกิจกรรที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับประถมศึกษาใน จ.สมุทรสาคร ได้มีเวทีการแข่งขัน เพื่อพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ส่งเสริมให้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และสุดท้ายเป็นการขับเคลื่อนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สำหรับลักษณะการทดสอบจะแบ่งเป็น ความถนัดทางภาษา ความถนัดด้านจำนวน ความถนัดด้านเหตุผล และความถนัดด้านมิติสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมด้านศิลปะและการเขียน การใช้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 – 6 ทุกสังกัดในจ.สมุทรสาคร และจังหวัดใกล้เคียง










ผู้ว่า ฯ สค. พร้อมนอภ.เมือง นำทีมลุยโรงงานไฟเบอร์ย่านบ้านเกาะส่งกลิ่นเหม็น


วัน​ที่​ 29 พฤศจิกายน​ 2562 เวลา 11.00 น. นายวีระ​ศักดิ์​ วิจิต​ร์​แสง​ศรี​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​สมุทรสาคร พร้อมด้วย นาย​วุฒิ​พงษ์​ สุภัค​ว​นิช ​นายอำเภอเมือง​สมุทรสาคร​ นางรวมทรัพย์ คะเนดะ ผอ.ทสจ.สมุทรสาคร หัวหน้าฝ่ายตรวจโรงงานฯ นายตรวจ สำนักงาน​อุตสาหกรรม​จังหวัด​ ปลัดอำเภอสมาชิก อส. และปลัด อบต.บ้านเกาะ  ลงพื้นที่ตรวจสภาพโรงงานไฟเบอร์กลาส รุ่งฤทธิ์ ไฟเบอร์กลาส และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงงานบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร​ ซึ่งมีผู้ร้องเรียนว่า เกิดผลกระทบมลภาวะด้านกลิ่น แก่ประชาชนในพื้นที่
          จากการลงพื้นที่พบว่ามีกลิ่นมลภาวะจริง ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองสมุทรสาคร แบะอุตสาหกรรมจังหวัดได้เคยลงตรวจก่อนนี้ โดยมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว แต่พบว่ายังไม่มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระบบกรองอากาศให้แล้วเสร็จ จึงส่งกลิ่นเหม็นและมลภาวะทางอากาศในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ จึงได้ดำเนินการสั่งปิดปรับปรุงแก้ไขตามระเบียบกฏหมาย ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และในระหว่างนี้ให้หยุดประกอบกิจการไว้ก่อนตาม ม.39 ตามพรบ.โรงงานฯ ส่วนสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงงานแต่กำลังแรงม้าการผลิตไม่ถึงขนาด ซึ่งมีการปล่อยมลภาวะด้านกลิ่นนั้น ให้หยุดและดำเนินการปรับปรุงให้เป็นไปตาม พรบ.สาธารณสุขฯ โดย ผวจ.และคณะทำงานจะลงพื้นที่มาตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาอีกครั้งหากพบว่าไม่มีการดำเนินการปรับปรุงจักได้ใช้มาตรการเด็ดขาดโดยทันที ณ เขตพื้นที่ บ้านอ้อมโรงหีบ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร












'สุเอซ'แผนยุทธศาสตร์ “Shaping SUEZ 2030” เร่งพัฒนาขยะในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุเอซ (SUEZ) ผู้นำด้านการบริหารการจัดการน้ำและของเสีย นำโดย นายอองตัวร์ ก๊อร์จ ประธานบริหารกลุ่มรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ บริษัท สุเอซ เอเชีย พร้อมด้วย นายเฌอโรม เลอ บอรก์เนีย ผู้อำนวยการพัฒนาโครงการกลุ่มรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ภาคพื้นตะวันออกเฉียงใต้  และ นายบุรินทร์ ตั้งศิลปโอฬาร ผู้จัดการงานพัฒนาโครงการ ได้ประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามแผน 'Shaping SUEZ 2030' ซึ่งสุเอซได้เล็งเห็นโอกาสและความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำและขยะในทศวรรษหน้า
นายอองตัวร์ ก๊อร์จ ประธานบริหารกลุ่มรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ บริษัท สุเอซ เอเชีย เผยว่าด้วยแผนยุทธศาสตร์ 'Shaping SUEZ 2030' สุเอซมุ่งหวังที่จะรักษาความเป็นผู้นำระดับโลกด้านการบริการและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ทำให้เราเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น ที่ทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำ อากาศ และดิน
โดยบริษัทใช้ประโยชน์จากจุดแข็งหลักของกลุ่ม ซึ่งได้แก่ นวัตกรรม การเลือกใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ดีที่สุด มีทีมที่มีความเชี่ยวชาญสูง และชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับ เพื่อการขับเคลื่อน และเติบโต ในการทำงาน อีกทั้งการมีส่วนร่วมของทุกคนในการรักษาสิ่งแวดล้อม
ด้านนายเฌอโรม เลอ บอรก์เนีย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุเอซ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมอีกว่า กลุ่มสุเอซยังประสบความสำเร็จในการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ โรงงานรีไซเคิลพลาสติกโพลีเมอร์ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะเปิดดำเนินการในกลางปี 2563 ในฐานะโครงการรีไซเคิลพลาสติกอย่างครบวงจรในทวีปเอเชียเป็นแห่งแรกของสุเอซ จะแปลงขยะจำพวกพลาสติกฟิล์มในท้องถิ่นราว 30,000 ตัน ให้เป็นเม็ดพลาสติกเพื่อนำกลับมาใช้ผลิตใหม่ ทดแทนพลาสติกบริสุทธิ์ที่ผลิตจากฟอสซิล
ในประเทศไทยมีการเกิดขยะพลาสติกว่า 2 ล้านตัน/ต่อปี และมีการถูกรีไซเคิลเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น ในฐานะผู้นำด้านการรีไซเคิลพลาสติกในยุโรปและเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลไทยในปี 2030 คือการมุ่งเน้นการรีไซเคิลพลาสติก 100% ดังนั้น สุเอซ จึงมุ่งมั่นที่จะใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการลดขยะพลาสติกและยังเป็นการอนุรักษ์มหาสมุทร โดยโรงงานแห่งนี้จะปฏิบัติตามมาตรฐานการปล่อยก๊าซของสหภาพยุโรป และสนับสนุนแผนการของประเทศไทยในการช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกในทั่วโลก
ความสำเร็จของ SUEZ 2030 ก็เช่นเดียวกันกับการพัฒนาของเรานั้นจะขึ้นอยู่กับสรรพกำลังและความเชี่ยวชาญของบุคลากรทุกคนที่ร่วมในพันธกิจ ในการให้บริการลูกค้าและคู่ค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น ในค่านิยมใหม่ของเรา คือ ความปรารถนาในด้านการรักษ์สิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ การให้เกียรติ และจิตวิญญาณของทีม บวกกับวัฒนธรรมที่ได้รับการหล่อหลอมให้มีจิตวิญญาณแห่งผู้ชนะ เราทุกคนจะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ภายใต้แผนกลยุทธ์ของเรา

ด้วยประสบการณ์กว่า 160 ปีสุเอซ คือผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน มีพนักงานมากถึง 90,000 คน ใน 5 ทวีปทั่วโลก และกว่า 60 ปีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับพนักงานอีก 420 คน ในด้านการบริการบำบัดน้ำเสีย ด้านสุขาภิบาล การรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ ในกลุ่มประเทศไทย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และพม่า สุเอซ ได้ดำเนินการสร้างระบบบำบัดน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียกว่า 200 แห่ง รวมไปถึงการสร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนา (R&D) 2 แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายอองตัวร์กล่าวทิ้งท้าย

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

นครปฐม รณรงค์เชิงรุกแนะประชาชน ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก


 
   วันที่  26  พฤศจิกายน  2562  นายพรศักดิ์ ภู่อิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัด ประกันสังคมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 เครือข่าย ทสม.จังหวัดนครปฐม และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันเดินรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจให้ประชาชน ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม และแจกถุงผ้าให้กับประชาชน ตามโครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ที่บริเวณตลาดปฐมนคร ตำบลบางแขม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อเชิญชวนพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนผู้บริโภค หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนช่วยกันลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟมรวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจโทษของถุงพลาสติกและโฟมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันพบว่าประเทศไทยพบขยะในทะเลเป็นอันดับ 6 ของโลก
นายพรศักดิ์ ภู่อิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไปห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 48 แห่ง เช่น โรบินสัน แมคโคร โลตัส บี๊กซี ฯลฯ จะงดให้ถุงพลาสติก ซึ่งผู้บริโภคจะต้องนำถุงผ้าไปจับจ่ายซื้อของเอง ถ้าในช่วงระยะแรกไม่ได้นำถุงผ้าไป ท่านต้องซื้อถุงผ้าในห้างสรรพสินค้าที่ท่านไปจับจ่ายซื้อของ ทั้งนี้จังหวัดนครปฐมจะมีแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิงรุก โดยลงพื้นที่ตลาดตามชุมชนทุกเดือน เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจให้กับประชาชน และขอความร่วมมือประชาชนทุกคนมาร่วมกันลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกและโฟม เพื่อลดปริมาณขยะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไป


มหาดไทย สัมมนาต่อต้านการทุจริต ย้ำคนมหาดไทยต้องยึดหลักธรรมาภิบาล




วันที่ 28 พ.ย. 2562 เวลา 09.00 น. ณ ห้องกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจาก นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด ประจำปี 2563 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดทำมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงของการดำเนินงานที่อาจก่อให้เกิดการทุจริต รวมถึงแนวทางในการจัดทำโครงการด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ตลอดจนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งในระดับกรม/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และระดับจังหวัด มีผู้เข้าร่วมโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 200 คน
         ในการนี้ นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แม้ว่าในปัจจุบันระบบราชการจะได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นแล้วก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันการทุจริตก็ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบออกไปในรูปแบบที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับการใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยได้กำหนดเป็นนโยบายหลัก และนโยบายเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำหลักการทำงานของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริหารงบประมาณให้มีความโปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอน/ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุภารกิจมหาดไทยใสสะอาด ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกหน่วยงานต้องมีการพัฒนากลไก และการจัดทำมาตรการที่ส่งเสริมกระบวนงานด้านการต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ผ่านกลยุทธ์การประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และกลยุทธ์การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในระดับพื้นที่ เพื่อทำให้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบลดลง เพื่อบรรลุภารกิจมหาดไทยใสสะอาด และนำพาประเทศไทยปราศจากการทุจริตต่อไป
         สำหรับ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด ประจำปี 2563 นี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรสำนักงาน ป.ป.ท. มาเป็นผู้ให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำแผนการประเมินความเสี่ยง พร้อมด้วยวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. มาเป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำโครงการด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต และการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โดยโครงการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2562


นครปฐม ม.เกษตรกำแพงแสนเตรียมจัดงานเกษตรกำแพงแสนครั้งที่ 23


  วันที่ 27 พฤศจิกายน  2562 ที่อาคารศูนย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม รศ.น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน เป็นประธานแถลงข่าวงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 23 ประจำปี 2562 ภายใต้คำขวัญ “เกษตรศาสตร์กำแพงแสน ตามรอยพ่อ สานต่อศาสตร์แห่งแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2562 และ งานแถลงข่าวมวยนานาชาติการกุศล ในวันที่ 4 ธ.ค.62 เวลา 16.00 น. โดยมี โดยมี อาจารย์ บุคลากร นิสิต ร่วมงานแถลงข่าวที่ โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้รับพระกรุณาจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ โปรดให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จมาทรงเปิดงาน เกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 23 ประจำปี 2562 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00 น.
สำหรับภายในงานเกษตรกำแพงแสน ได้รวบรวมเทคโนโลยี ความก้าวหน้าทางด้านการเกษตรไว้แบบครบวงจร ประกอบด้วย การประชุมวิชาการแห่งชาติ งานแสดงนิทรรศการ เกษตรเพื่อคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจและพัฒนาอาชีพ โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลงานวิจัย ตลาดนัดวิจัย ครั้งที่ 5 พบกับงานวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มากกว่า 60 ผลงาน ด้านการพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมรดกภูมิปัญญาชุมชน ความพร้อมของการผลิตเพื่อยกระดับการจัดการฟาร์มในระบบมาตรฐานสำหรับตลาดผลผลิตปลอดภัย การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ นิทรรศการและการประกวดด้านพืช สัตว์เศรษฐกิจ ประมง กล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ การจัดกิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาและการเผยแพร่ผลงานของนิสิต นิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ และสื่อการศึกษา การประกวดธิดาเกษตร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม บันเทิง การจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและวิทยาศาสตร์สุขภาพ การนั่งรถลากเพื่อชมวิชาการศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่งานวิจัยและกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน การสาธิตและการฝึกอบรมอาชีพให้แก่เกษตรกร ตลาดนัดต้นไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทางการเกษตร และในปีนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้มีกิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด KU ใส่ใจ KU care ซึ่งภายในงานได้รณรงค์ให้ร้านค้าภายในงาน ร่วมงดใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม และรณรงค์ให้ผู้มาเที่ยวชมงานใช้ถุงผ้าเพื่อร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย
 

ผู้ว่าฯนครปฐม มอบบ้านแก่ผู้ยากไร้


 

  วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนายกสมาคมสตรีจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้านตำบลบางระกำ  ร่วมมอบบ้านพระราชทานแก่ผู้ยากไร้ ที่ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งมอบให้กับนางสาววิมล อุ่นจิต อายุ 60 ปี ที่บ้านเลขที่ 27/8 หมู่ที่ 4 ตำบลบางระกำ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สืบเนื่องจากสำนักงานองคมนตรีแจ้งจังหวัดนครปฐม ได้รับเรื่องทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาจาก นางสาววิมล อุ่นจิตร ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในที่ดินของคนอื่น สภาพบ้านบ้านพักอาศัยมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่มีเงินซ่อมแซม ประกอบกับมีโรคประจำตัว และเป็นชาวบ้านที่มีฐานะยากจน จังหวัดนครปฐม จึงร่วมกับ อำเภอนครชัยศรี สมาคมสตรีจังหวัดนครปฐม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และ องค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำ ประสานพลังความสามัคคีจากผู้มีเมตตาจิต ร่วมระดมทุนกำลัง ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ ก่อสร้างบ้านจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับผู้ยากไร้ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และถุงยังชีพ สำหรับใช้ในการดำรงชีวิตให้กับ นางสาววิมล อุ่นจิตอีกด้วย
 

มท. ร่วมประชุมคณะมนตรีองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน สมัยที่ 110




     เมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 ณ อาคารสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย ร่วมกับนายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration - IOM) สมัยที่ 110 
     นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย (Country Statement) โดยได้แสดงความขอบคุณองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ในฐานะเป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักในการดูแลผู้โยกย้ายถิ่นฐานทั่วโลก ซึ่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเพื่อนบ้านกว่า 40 ปี ซึ่ง IOM ในฐานะหน่วยงานภาคีได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการเป็นอย่างดีเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการส่งผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาไปตั้งถิ่นฐานใหม่ยังประเทศที่สาม และโครงการส่งผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมากลับมาตุภูมิโดยสมัครใจ
     นอกจากนี้ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมฯ ได้ทราบถึงความคืบหน้าของประเทศไทยในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่เข้ามาในประเทศไทย อาทิ การให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่เป็นเยาวชน การดำเนินมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กในสถานกักกันคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ต่อผู้โยกย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะผู้โยกย้ายถิ่นที่เป็นสตรีซึ่งเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ให้สามารถอาศัยในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวได้ การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งความพยายามของประเทศไทยในการดำเนินการเพื่อนำข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (Global Compact for Safe , Orderly and Regular Migration : GCM) ไปสู่การปฏิบัติภายในประเทศ
     นายอันโตนิโอ วาเลนติโน ผู้อำนวยการใหญ่ IOM ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีบทบาทนำในภูมิภาคในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับผู้โยกย้ายถิ่นฐานภายในประเทศ อาทิ การขับเคลื่อนนโยบายด้านสาธารณสุขเพื่อให้ครอบคลุมผู้โยกย้ายถิ่นฐาน การดำเนินมาตรการแทนการกักตัวเด็กผู้โยกย้ายถิ่นฐานในสถานกักกันคนต่างด้าว และการสนับสนุนงบประมาณให้แก่กองทุนเพื่อผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ รวมทั้งการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
     ซึ่งในที่ประชุม ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการทำงานร่วมกับ IOM และประเทศสมาชิก เพื่อแสวงหาแนวทางในการดำเนินการต่อสถานการณ์ผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่ยั่งยืนต่อไป