pearleus

วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

กอ.รมน. จับมือ วช.-มช. แก้ปัญหามลพิษ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองด้วยวิจัยและนวัตกรรม ด้วยการติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ระบบเซ็นเซอร์ DustBoy ในหน่วยงานด้านความมั่นคงในระดับภาคและระดับจังหวัด

ทั้งนี้เพื่อร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”  โดย กอ.รมน. วช. และ มช. จัดพิธีมอบเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) พร้อมบรรยายการติดตั้งและใช้งานเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จังหวัดนนทบุรี
ในการนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมี พลโทเรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. เป็นประธานในที่ประชุม



พร้อมด้วย ผู้บริหารหน่วยงานด้านความมั่นคงในระดับภาคและระดับจังหวัดของกอ.รมน. เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ในงานประชุมได้จัดพิธีมอบเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง มอบเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) ให้ พลโทเรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ เพื่อนำส่งต่อหน่วยงานด้านความมั่นคงในระดับภาคและระดับจังหวัดของกอ.รมน. ในการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก เมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน พร้อมบรรยายการติดตั้งและใช้งานเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ยาวุฑฒิ

ก้าวสู่ทศวรรษใหม่กับสํานักงาน ป.ป.ส. THE NEXT DECADE, THE NEXT ONCB.

ยาเสพติด ภัยคุกคามของสังคม เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขร่วมกับการจัดการปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด (สํานักงาน ป.ป.ส.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จึงใช้แนวทางการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน 28 หน่วย โดยบูรณาการแผน งบประมาณ และการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จนถึงการติดตามประเมินผล

กว่า 40 ปีในการดําเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด วันนี้สานักงาน ป.ป.ส. ได้ก้าวไปสู่อีกขั้นภายใต้ แนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษใหม่กับสํานักงาน ป.ป.ส.” THE NEXT DECADE, THE NEXT ONCB. โดยกําหนดจุดเน้นในการพัฒนาทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

1. บูรณาการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยภาคี

2. พัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญ อย่างมีประสิทธิภาพ

3. มีความก้าวหน้าที่จะพัฒนาหน่วยงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

4. สร้างความสามัคคีภายในองค์กรเพื่อการทํางานเป็นทีม

5. มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส เป็นที่พึ่งพาได้ของประชาชน
บุคลากรของ สํานักงาน ป.ป.ส. พร้อมที่จะเดินหน้า เพื่อเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมเป็นส่วนหนึ่ง ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ แนวคิด “ก้าว สู่ทศวรรษใหม่กับสํานักงาน ป.ป.ส.”

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจัดทำโดย บริษัท มากมิตรโปรดักชั่น จำกัด
https://youtu.be/2Alywdxlll0https://youtu.be/2Alywdxlll0

ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอิสานกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเร็วๆนี้ นายรักษ์พงษ์  เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นประธานเปิดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมชัยภูมิ ปาร์ค จังหวัดชัยภูมิ การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางพบปะคณะกรรมการเครือข่ายฯ  ภาคี ภาคอีตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างเป็นทางการสำหรับการเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.สทบ. โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ สทบ. ธกส.ฝ่ายกิจการ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตลอดจน ภาคีต่างๆ ร่วมให้การต้อนรับในการมาเยือนครั้งนี้


นายรักษ์พงษ์ ได้กล่าวถึงนโยบายที่ได้รับจากรัฐบาลที่เป็นภารกิจเร่งด่วน และ สทบ.ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ที่เรียกสั้นๆคุ้นหู ว่า โครงการประชารัฐ 200,000 บาท (โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากเพื่การพัฒนาอย่างยั่งยืน) โดยตัวโครงการเน้นความกระชับ รวดเร็ว โปร่งใส ใช้ได้จริงและสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเปิดโอกาสให้ทางกองทุนฯ สามารถเลือกทำโครงการได้อย่างอิสระ และยังสามารถนำเงินโครงการบางส่วนไปศึกษาดูงานในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เพื่อกลับมาพัฒนาและเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ทำให้คนในท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ มีการจ้างงานในถิ่นที่อยู่ เพื่อเป็นการช่วยให้เกิดการเดินทางศึกษาดูงานและท่องเที่ยวไปในตัว ซึ่งแนวความคิดนี้จะช่วยฟื้นฟูสถานการการท่องเที่ยวที่ซบเซาของประเทศไทย ในช่วงที่เจอผลกระทบจากโรคโควิคที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 


โดย ผอ.สทบ.ได้เน้นย้ำ การศึกษาดูงานของแต่ละกองทุนนอกจากได้ความรู้ ได้นวัตกรรมใหม่ๆ ยังสามารถช่วยให้การท่องเที่ยวภายในประเทศฟื้นตัวได้ จากเม็ดเงินที่เรานำมาใช้จ่ายทำให้มีเงินหมุนเวียนช่วยเสริมสภาพคล่องได้ และทางรัฐบาลตระหนักดีว่าสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ดูแลประชาชนทั่วประเทศ เข้าถึงประชาชน ซึ่งมีสมาชิกกองทุนหมู่บ้านมากถึง 13 ล้านคน จะเป็นหน่วยงานอันดับต้นๆที่จะช่วยขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี

ก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะกับ CAT เพาะพันธุ์ดี นำ IoT ส่งเสริมเยาวชน ณ โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ

ความยั่งยืนในวิถีเกษตรเป็นสิ่งที่หลายคนโดยเฉพาะเกษตรกรมุ่งหวังว่าจะช่วยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น โอกาสจึงไม่เกินเอื้อม

"CAT เพาะพันธุ์ดี’ เป็นโครงการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เลือกนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้าง Smart Farm หรือ‘พื้นที่เกษตรอัจฉริยะ’ เพื่อช่วยลดต้นทุน ลดระยะเวลา เพิ่มความสะดวก และเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ  โดยช่วงเริ่มต้นเน้นไปที่โรงเรียนเพราะสามารถต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน  โดยอาจารย์และนักเรียนจะได้รับประสบการณ์จริงจากการทดลองทดสอบร่วมกัน"

หนึ่งในโรงเรียนต้นแบบที่ CAT พิจารณาเลือกจัดทำโครงการคือ ‘โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ’ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง ที่มุ่งให้ความรู้ทางด้านวิชาการควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ตามความสนใจ  โดยโครงการด้านเกษตรกรรมได้รับการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงเรียนไว้สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้และฝึกให้ทำงานร่วมกัน
   
เมื่อโครงการ ‘CAT เพาะพันธุ์ดี’ ก้าวเข้ามาเยี่ยมเยือน อาจารย์และนักเรียนที่นี่จึงพากันเปิดใจเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่าง IoT หรือ Internet of Things ว่าจะมาช่วยเติมความหวังและเปิดโอกาสให้กับพวกเขาได้อย่างไรบ้าง
   
การดำเนินงานเริ่มต้นขึ้นเมื่อทีมงาน CAT ลงสำรวจสภาพพื้นที่เพื่อพิจารณาการนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาปรับใช้ในการพัฒนา Smart Farm จากสิ่งที่โรงเรียนมีอยู่เดิม  จากนั้นร่วมกันพัฒนาและติดตั้งอุปกรณ์
พร้อมทั้งเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ  ระบบควบคุมอุณหภูมิ/ความชื้นในดินและอากาศ ให้กับแปลงเกษตรที่ใช้ปลูกผักสำหรับนำมาทำอาหารกลางวันให้นักเรียน  แล้วจึงจัดทำแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมและสั่งการระบบต่าง ๆ ที่ได้ติดตั้งไว้  รวมถึงทดลองใช้งานโดยมีการจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำผลมาวิเคราะห์ความเหมาะสมในการปลูกพืชแต่ละชนิด  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณของผลผลิต

“อาจารย์และนักเรียนตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยและสนใจอยากเรียนรู้  โดยเฉพาะระบบรดน้ำอัตโนมัติที่มาช่วยควบคุมทำให้ไม่เปลืองน้ำและรดได้ตรงจุดที่ต้องการเพราะเป็นพื้นที่แห้งแล้ง  เด็ก ๆ จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากขึ้น  ซึ่งนอกเหนือจากความภูมิใจที่ได้รับประทานผลผลิตจากฝีมือตัวเองแล้ว ยังสามารถนำไปขายและมีรายได้เพิ่ม ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมอีกด้วย  โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมากนักสำหรับโรงเรียน เพราะอาจารย์เองก็ไม่มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีในด้านนี้  แต่เราอยากให้นักเรียนของเราได้เรียนรู้  เพราะสิ่งเหล่านี้คืออนาคตที่จะเข้ามาช่วยพวกเขาได้” นางสาววาสนา พรศิวกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เล่าถึงความรู้สึกและผลที่ได้รับต่อการเข้าร่วมโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี

ขณะที่ ด.ช.ณัฐวัตร เทินสะเกช น้องโอม นักเรียนชั้น ม.2/2 และ น.ส.สุนิสา ทิขุนทด น้องเนย นักเรียนชั้น ม.4/1  ช่วยกันเล่าถึงการเข้าร่วมโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดีว่า “ได้ลองใช้งานอุปกรณ์ IoT แล้วคิดว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก ใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อใช้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ช่วยให้กำหนดการทำงานได้เป็นระบบตามที่ต้องการ ไม่ต้องเดินรดน้ำหลายรอบเหมือนการดูแลแปลงผักแบบเดิม ผลผลิตมีคุณภาพดีกว่า ดีใจมากที่ได้เรียนรู้ อยากให้เกษตรกรทุก ๆ คน ได้เข้ามาเรียนรู้กันเยอะๆ เพราะมีประโยชน์จริง ๆ หากมีโอกาสก็อยากร่วมถ่ายทอดและแบ่งปันความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะ ให้ขยายออกไปอีก”

ในการส่งมอบเทคโนโลยี ‘เกษตรอัจฉริยะ’ ในโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี ให้กับโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ผศ. อภิเนตร อูนากูล ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมและ พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT นำคณะผู้บริหารในสังกัดของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม  แสดงถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจในการนำเทคโนโลยี IoT และองค์ความรู้สู่โรงเรียนในโครงการ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ กล่าวขอบคุณ CAT ที่เลือกโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่

“นครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ มีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรจำนวนมาก การมีต้นแบบให้ได้เรียนรู้ภายในพื้นที่จะสะดวกต่อการขยายผลให้ทั้งในชุมชนเอง บริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เด็กนักเรียนก็จะนำไปบอกผู้ปกครองให้ทราบด้วย อยากให้ CAT ขยายเพิ่มเติมไปยังโรงเรียนอีก 8-10 โรงเรียนตามที่เราแบ่งไว้เป็น 6 กลุ่ม เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนทั้ง 58 แห่งได้ศึกษาเรียนรู้ เพราะได้เห็นแล้วว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างเหมาะสมนั้นช่วยให้ประชาชนสะดวกขึ้น ลดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้างแรงงาน  เราสามารถควบคุมการรดน้ำ การให้ปุ๋ย พืชผลที่ออกมามีคุณภาพดีขึ้นชัดเจน ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มรายได้และจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”

ส่วนพันเอก สรรพชัย กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการจัดทำ Smart Farm โดยใช้โครงข่าย LoRaWAN ในโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี ว่า CAT ดำเนินโครงการดังกล่าวในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลและให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ


“วัตถุประสงค์หลักของ CAT คือให้นักเรียนได้ใกล้ชิดและเข้าใจเทคโนโลยีในการนำมาใช้กับ Smart Farm เพราะบทบาทสำคัญของ CAT ประการหนึ่งก็คือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น  การนำความรู้เข้าสู่โรงเรียนจะช่วยขยายผลถ่ายทอดต่อไปยังชุมชนได้อีกทางหนึ่ง  โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการให้แก่โรงเรียนต้นแบบในทุกภาครวมจำนวน 7 แห่งตั้งแต่ปี 2562  และ CAT จะขยายต่อไปอีก เรื่อย ๆ รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ  ขณะเดียวกันเราก็ยังคอยกลับมาดูแลโรงเรียนที่ดำเนินการไปแล้วให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง  ในอนาคต CAT ตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ไม่ต้องใช้คนดูแล เพียงเราระบุชนิดของพืชที่ปลูก  ระบบก็สามารถควบคุมและสั่งการในการดูแลอย่างเหมาะสมได้เองเลย  และหวังว่าโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคการเกษตรของประเทศมีความก้าวหน้าและยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี IoT”

การดำเนินโครงการ ‘CAT เพาะพันธุ์ดี’ จึงไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้ แต่ยังสัมผัสได้ถึงการนำมาซึ่งความหวังทั้งของอาจารย์และนักเรียนในโรงเรียนต้นแบบที่เข้าโครงการ  โดยขอเอาใจช่วยให้โครงการดี ๆ เช่นนี้เดินหน้าและกระจายโอกาสสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงตามที่ CAT ตั้งเป้าหมายไว้

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บช.น.จิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์และคูคลองพื้นที่ สน.นางเลิ้ง




กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. , พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย หน่วยพระราชทาน ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนจิตอาสา และนักเรียนนักศึกษา จัดกิจกรรม จิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ตามโครงการ "จิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์และคูคลองพื้นที่ สน.นางเลิ้ง"  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีพิธีเปิดและปล่อยแถว ในวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 เวลา 08.00 น.  ณ บริเวณวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพ ในกิจกรรมจะมีการถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และเดินเท้าทำความสะอาด พัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม และทาสีทางเท้าถนนกรุงเกษม























มอบตัวแล้ว ..มือฆ่าทนายไฝบ้านแพ้ว


สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 พ.ต.ท วิรัตน์ ผลพัฒนาสกุลชัย รอง.ผกก.สส ลงพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง ว่าที่ร้อยตรีศักดิ์ชาย มีสมบูรณ์ (ทนายไฝ) อายุ 57 ปี ทนายที่ว่าความให้กับนายธนวรรธน์ หรือ พีท คำแหงผล เจ้าของฉายาพีท พ่อค้าหวยลวงโลก ซึ่งเคยกุเรื่องและปลอมลอตเตอรี่ 90 ล้าน จนเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 61  โดยมีสำนักงานทนายความเลขที่ 335/4 6 หมู่ 1 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เหตุเกิดริมถนนสายบ้านแพ้ว-พระประโทน ฝั่งตรงข้ามห้างโลตัส   ซึ่งต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีที่ชัดเจน  เพื่อรวบรวมข้อมูลเบาะแสของคนร้าย คาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือระแวกใกล้เคียงเพราะคนร้ายชำนาญเส้นทางในการหลบหนี     
 หลังจากรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ  แล้วทางศาลจ.สมุทรสาคร ได้ออกหมายจับ นายอำนาจ หรือแฮค สงคราม อายุ 33 ปี ที่อยู่ 33 หมู่ 2 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหา โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ความผิดต่อชีวิตและพรบ.อาวุธปืน และจากการตรวจสอบยังพบหมายจับอีกหมาย ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร
ทั้งนี้วันที่ 28 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากนางสาวจรรยา สงคราม นายประกันของนายอำนาจ สงคราม ว่าจะนำตัวผู้ต้องหามามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม
ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. นางสาวจรรยา สงคราม ได้นำตัวนายอำนาจ มาพบเจ้าหน้าที่ที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับ และนำตัวมอบต่อพ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงส์ รองผู้บังคับการภ.จว.สค. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดลชัย ปิ่นปัก ผกก. สภ.บ้านแพ้วเดินทางไปรับตัวนายอำนาจ (หรือ แฮก) สงครามผู้ต้องนำกลับ ภ.จว.สค.ก่อนนำมาที่ สภ.บ้านแพ้วในเวลา 22.00 น.ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป







สวนนงนุชพัทยาจับมือเมืองพัทยาสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว


วันที่ 27 ก.พ.63 ที่บริเวณชานชลาทางเข้าสวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายแพทย์เลียบเมือง ผุดผ่อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการโรงพยาบาลเมืองพัทยา และนายวศินภัทร์ ฉิมทิน ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา ได้ร่วมคัดกรองและกันแจกหน้ากากอนามัย แก่ผู้ที่มาท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวสวนนงนุชพัทยา 
           นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ จึงได้ร่วมกับ เมืองพัทยา เพิ่มมาตรการป้องกัน อีกทั้งยังเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมในการดูทำความสะอาดแหล่งท่องเที่ยวของตัวเอง จึงได้มีการวัดไข้ด้วยเครื่องวัดไข้ดิจิตอล พร้อมมีเจ้าหน้าที่บริการเจลล้างมือให้ทุกคน ที่ผ่านเข้ามาเที่ยวชมภายในสวนนงนุช ร้านบริการทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม โรงละคร พร้อมฉีดยาฆ่าเชื้อตามสถานที่นั่งทุกแห่ง และในวันนี้เมืองพัทยา ได้มอบหมายให้ กองสาธารณสุขเมืองพัทยา มาร่วมสร้างความมั่นใจ พร้อมทั้งให้คำชี้แนะในระบบการป้องกันที่ดี ถูกสุขลักษณะ การป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวที่สวนนงนุชพัทยาจะได้รับการดูแลอย่างดี และรับรองว่าได้รับความปลอดภัยแน่นอน
      ด้านนายแพทย์เลียบเมือง ผุดผ่อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการโรงพยาบาลเมืองพัทยา กล่าวว่า สำหรับสวนนงนุชพัทยาถือเป็นสถานประกอบการที่มีความตระหนักรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการจัดตั้งจุดคัดกรองนักท่องเที่ยว มีการตรวจวัดไข้ มีการแจกหน้ากากอนามัย และมีการจัดให้บริการเจลล้างมือทั่วสวนไว้ค่อยบริการนักท่องเที่ยว อีกทั้งได้มีการทำความสะอาดพื้นที่ปิดอย่างโรคละครตามหลักของกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของพนักงานก็มีความใส่ใจกับพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในทุกส่วนโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่พบประกับนักท่องเที่ยว ได้มีการจัดตั้งเจลล้างมือให้พนักงาน ซึ่งถือเป็นหลักการการป้องกัน และ การควบคุมการติดต่อด้วยการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์จะทำให้ปลอดภัยทั้งผู้มาใช้บริการและเจ้าหน้าที่