นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวคณะผู้บริหารชุดใหม่ที่ดูแลโรงเรียนฯโดยเฉพาะ ประกอบด้วย คุณสุรัช กีรติประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทเมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด,อ.พรรณอร แสงอาทิตย์,ผู้อำนวยการ โรงเรียนสอนศิลปการแต่งหน้า MTI,อ.มนตรี วัดละเอียด ครูใหญ่ โรงเรียนสอนศิลปการแต่งหน้า MTI,คุณอนุรี อนิลบล กรรมการบริหาร บริษัทเมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ คุณจิตติมา วิศิษฏ์กุล ที่ปรึกษา โรงเรียนสอนศิลปการแต่งหน้า MTIและคณะวิทยากร
บุคลากรที่มีคุณภาพมากมายเข้าสู่วงการต่าง ๆ อาทิ บันเทิง และ แฟชั่น รวมถึงการดำเนินงานตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูงของเครือสหพัฒน์อย่างคุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ที่ท่านได้สานต่อนโยบายจากคุณพ่อมาคือดร.เทียม โชควัฒนา โดยให้ยึดถือการค้าที่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและต้องมีเมตตาต่อพนักงาน ไม่เอาเปรียบใคร
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองกับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 ในปี 2561 ทางโรงเรียนสอนศิลปการแต่งหน้าเอ็มทีไอจึงได้ขยายฐานเพื่อเพิ่มช่องทางจากหลักสูตรการเรียนการสอนในกลุ่มคนไทย เน้นเป็นชาวต่างชาติมากขึ้น โดยที่ก่อนหน้านั้นเคยมีชาวต่างชาติ เช่น ลาว เมียนมาร์ มาเรียนเช่นกัน เราจะเน้นกลุ่มอาเซียนและเอเชียก่อน เรามีคณาจารย์ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ส่วนภาษาอื่น เช่น จีน คงต้องอาศัยล่ามไปก่อน
“ยอมรับว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วขึ้น ผ่านโซเชี่ยลมิเดีย โดยเฉพาะจากยูทูป จากบล็อคเกอร์ จากรีวิวเวอร์ เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นอาจมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสาร ในเวลาที่เราไม่เข้าใจแล้วต้องการสอบถาม ส่วนการเรียนในโรงเรียนฯ จะช่วยทำให้ผู้เรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น คณาจารย์ของเราพร้อมให้คำแนะนำและไขข้อข้องใจแบบตัวต่อตัว อีกทั้งหลักสูตรการเรียนจะเน้นเข้าใจง่าย สนุกกับการเรียน และปรับเปลี่ยนบรรยากาศห้องเรียนให้เหมือนเรียนที่บ้านอีกด้วย”
นายสุรัช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้เอ็มทีไอยังอาสาเป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบอาชีพช่างแต่งหน้าทุกคนทุกสังกัด ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น โดยเน้นกลุ่มคนไทยเป็นหลัก เพื่อเชื่อมสัมพันธภาพที่ดี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพื่อเป็นการพัฒนาอาชีพช่างแต่งหน้าไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีช่างแต่งหน้าชาวไทยโกอินเตอร์เดินทางไปทำงานในภาคธุรกิจบันเทิงและแฟชั่น ทั้งในเอเชีย อย่าง จีนและฮ่องกง ทั้งในอเมริกาและยุโรป อย่างฮอลลีวู้ด แต่พวกเขาเหล่านี้ยังไม่ได้โอกาสเปิดตัวในฐานะคนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศดังเช่นอาชีพอื่น ๆ
“ขณะนี้ทางเอ็มทีไอได้เชิญศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงและคณาจารย์ทั้งหลายมาพูดคุยกันถึงความร่วมมือในการสร้างสรรค์และพัฒนาวงการช่างแต่งหน้าไทย เช่น การจัดตั้งสมาคมช่างแต่งหน้าแห่งประเทศไทย ที่ยังไม่เคยมีการจัดตั้งมาก่อน ซึ่งเราจะใช้ออฟฟิศของเอ็มทีไอ อาคารไนซ์ 1 เป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายและความร่วมมือที่ดี โดยทุกคนสามารถเดินเข้ามาในออฟฟิศได้ตลอดเวลาที่เปิดดำเนินการ เรามีห้องรับรองที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นเสมือนบ้าน มีห้องประชุม ห้องสัมมนา ที่เราจะหาหัวข้อน่าสนใจ ซึ่งจะแจ้งผ่านช่องทางโซเชี่ยลมิเดีย อย่างเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก เป็นต้น ผมมั่นใจว่า ปีหน้าวงการช่างแต่งหน้าต้องคึกคักอย่างแน่นอน”
“สมัยก่อนการเรียนแต่งหน้าจะอยู่ในวงแคบ แต่เดี๋ยวนี้ทุกเพศ ทุกวัย เรียนได้หมด ขอเพียงให้คุณมีใจรัก รู้จักพัฒนาฝีมือตนเอง ก้าวให้ทันโลกแฟชั่น มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ บอกได้เลยว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขาขึ้นหรือขาลง แต่อาชีพและงานช่างแต่งหน้ายังคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างผู้หญิงก็ต้องแต่งหน้าทุกวัน เพื่อความสวยความมั่นใจ งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานในโอกาสพิเศษ งานอีเว้นท์ต่าง ๆ แม้แต่คนตายก็ยังต้องแต่งหน้า ซึ่งช่างแต่งหน้าทั้งหลายจะต้องรักษาคุณภาพของเราเอง สำหรับสิ่งที่ตนเองอยากมองเห็นอนาคตของวงการช่างแต่งหน้าเมืองไทยมากที่สุดคือ เราสามารถเป็นผู้นำหรือกำหนดเทรนด์การแต่งหน้าของเอเชีย รวมทั้งในยุโรปนำเทรนด์ของเราไปใช้ด้วย”

อนุรี กล่าวด้วยว่าอาชีพช่างแต่งหน้าไม่ได้สงวนสิทธิ์ไว้ให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเติมเต็ม ความรู้ ความชอบ ความถนัดได้ อยากให้ทุกคนได้เปิดโลกทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่อย่างในต่างประเทศ ผู้ชายแท้ ๆ เป็นช่างแต่งหน้ากันเยอะมาก แล้วมีฝีมือดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนเชื่อว่า อาชีพช่างแต่งหน้า ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ เนื่องจากการแต่งหน้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตของคนเราไปแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลาย ที่ใช้การแต่งหน้าเป็นใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จที่สร้างสรรค์ในชีวิต

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ โรงเรียนสอนศิลปการแต่งหน้าเอ็มทีไอ โทร.0-2693-2480 ต่อ ฝ่ายโรงเรียน MTI Makeup School ( ถ.รัชดาภิเษก) และ https://www.mti.co.th
****************
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น