pearleus

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

กรมการปกครองชี้แจง กรณีเปลี่ยนสัญชาติ

                                     
ตามที่ปรากฏข่าวสารว่า มีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สามารถเปลี่ยนสัญชาติไทย รวมถึงจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ โดยเรียกรับเงินจากชาวไทยใหญ่จำนวน 8 หมื่นบาท นั้น ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้ประชาชนถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพเหล่านั้นได้

ในข้อเท็จจริง การจัดการปัญหาเรื่องสถานะและสัญชาติในประเทศไทย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหน้าที่ในการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติของกลุ่มคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ปัจจุบัน คงเหลืออยู่ทั้งสิ้น ประมาณ 4.8 แสนราย ประกอบด้วย ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน จำนวน 19 กลุ่ม ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อรอส่งกลับ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเด็กและบุคคลที่ศึกษาเล่าเรียน ในสถานศึกษา บุคคลไร้รากเหง้า และบุคคล ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ โดยมีการอนุมัติให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย และอนุมัติให้สัญชาติไทย ตั้งแต่ ปี 2538 ถึงปัจจุบัน จำนวนกว่า 2.5 แสนคน

สำหรับการจัดการด้านสถานะบุคคลและการขอสัญชาติไทย มีหลายแนวทาง ประกอบด้วย การแก้ไขโดย อาศัยบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ กรณีบุคคลที่มีบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย เป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิต กรณีชาวไทยภูเขาซึ่งบรรพบุรุษเกิดในประเทศไทยเป็นการได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดน กรณีชนกลุ่มน้อย ที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 และบุตรที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 และกรณีชนกลุ่มน้อยที่มีเชื้อสายไทย สามารถขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น เพื่อการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด นอกจากนี้    ได้มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาตามแนวนโยบายของรัฐ ซึ่งอาศัยมติคณะรัฐมนตรีประกอบกับกฎหมายว่าด้วยสัญชาติและกฎหมายคนเข้าเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้สัญชาติเป็นการทั่วไป ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาสถานะและสัญชาติของเด็กนักเรียนนักศึกษา อันจะช่วยลดสาเหตุของปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นบุคคลที่มีสัญชาติตามกฎหมาย ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาสังคมต่างๆ หรือปัญหายาเสพติด เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีผลให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เกิดในประเทศไทย สามารถขอสัญชาติไทยได้เป็นจำนวนกว่า 8 หมื่นราย

 อย่างไรก็ตาม กรมการปกครอง ได้กำชับนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับให้เอาใจใส่ เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติของบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตลอดจนได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับสถานะบุคคลและสัญชาติ ช่วยให้สามารถจำแนกคุณสมบัติในเบื้องต้นของบุคคลว่าจะพัฒนาเข้าสู่สถานะบุคคลช่องทางใด นอกจากนี้ ได้จัดตั้งคลินิกสัญชาติ เพื่อตอบปัญหา ตลอดจน ให้คำปรึกษาแนะนำ หรือรับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาด้านสถานะและสัญชาติให้แก่ประชาชน ผ่านสายด่วน 1548 หรือเว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง www.bora.dopa.go.th/nationclinic เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และป้องกันปัญหาการหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ หากพบเห็นการหลอกลวงหรือการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้ง   กรมการปกครองเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดต่อไป



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น