pearleus

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ธนาคารกสิกรไทย เปิด “เทศกาลการเงิน เบิกบานใจ” เพื่อส่งมอบความเบิกบานใจให้แก่ พี่ น้อง จ.สมุทรสาคร



นายจตุรงค์  โพยมรัตน์  รองผู้อำนวยการ ฝ่ายเครือข่ายการบริการและการขาย  บมจ.ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าธนาคาร ฯ ได้จัดโครงการ “เทศกาลการเงิน เบิกบานใจ” เพื่อส่งมอบความสุขและความเบิกบานใจให้กับพี่น้องชาวสมุทรสาครอีกครั้ง ผ่านโปรโมชั่นที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ หลังจากปีที่แล้วได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในสมุทรสาครเป็นอย่างดี โดยมีนายสุธีร์  ทองแย้ม ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร

อ.บ้านแพ้วจัดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด 25 ตาสับปะรด



นายอมรฤทธิ์ เอมะปาณ นายอำเภอบ้านแพ้ว ได้เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด 25 ตาสับปะรด โดยมี พ.ต.อ.ชลิต  เกตุศรีเมฆ ผกก.สภ.บ้านแพ้ว , นายชัชวาล สิงบารมี และ นายรัชญพันธ์ คัชมาตย์ ปลัดอำเภอบ้านแพ้ว เป็นผู้บรรยายเสริมสร้างศักยภาพ  บทบาทหน้าที่และความเข้มแข้งผู้ประสานพลังแผ่นดินเอาชนะ ได้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านแพ้ว เข้าร่วมประชุม


ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครลุกฮือประท้วงเพื่อนตายในคุก


เมื่อ 16 มีนาคม 2556  ที่ผ่านมา นักโทษชายในแดน 4 ประมาณ 50 คน ของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร รวมตัวประท้วงขว้างปาสิ่งของ ใช้ถังแก๊สทำลายกล้องวงจรปิด และพยายามที่จะลุกฮือกันมาที่ประตูทางเข้าออก เนื่องจากไม่พอใจที่เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาเวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีนักโทษชาย ชื่อ สมชาย พีรานุวัฒน์ อายุ25 ปี ผู้ต้องขังในคดีพยายามฆ่าและค้ายาเสพติดเสียชีวิตลง โดยที่ทางผู้คุมไม่ไปนำศพออกมาส่งรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการประท้วงไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางผู้คุมสามารถเข้าควบคุมไว้ได้ จนกระทั่งต่อมาในช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. นักโทษชายได้รวมตัวกันประท้วงอีกครั้ง คราวนี้สถานการณ์ได้ตรึงเครียดกว่าครั้งแรก เพราะได้มีการขว้างปาสิ่งของและทำลายทรัพย์สินทางราชการ นอกจากนี้จากแหล่งข่าวภายในยังบอกอีกว่ามีนักโทษคนหนึ่งพยายามที่จะปีนรั้วหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ปืนยิงขู่ 3 – 4 นัด ทำให้นักโทษรายนั้นกลับลงมารวมตัวประท้วงกับกลุ่มเพื่อนนักโทษด้วยกัน ซึ่งต่อมาประมาณ 30 นาทีหลังเกิดเหตุ ก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือผู้คุมที่นักโทษชายให้ความไว้วางใจเข้าไปเจรจาเพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นใช้เวลาประมาณ 15 นาที กลุ่มนักโทษที่ก่อเหตุเริ่มรับฟังและยอมหยุดการประท้วง แต่ยังไม่ยอมขึ้นเรือนนอนเพราะเกรงว่าหากขึ้นไปแล้วจะถูกจับแยกขัง ทั้งนี้เพื่อให้สถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว กลับสู่ภาวะปกติทางผู้คุมจึงได้ปล่อยให้นักโทษทั้งหมดทำกิจกรรมต่างๆ ภายในสนามต่อไป เช่น เล่นกีฬา ทำความสะอาด และกินอาหารกันตามปกติ โดยไม่มีการบังคับให้ขึ้นเรือนนอนแต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องจากเกรงว่าหากบังคับให้กลับขึ้นเรือนนอนในขณะนี้ ก็จะทำให้นักโทษที่รวมตัวประท้วงกลับมาใช้ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่กลุ่มนักโทษรวมตัวประท้วงก็คือ ต้องการให้มีคำสั่งย้ายนายวิโรจน์ ชุ่มชื่นจิต ทัณฑปฏิบัติ เนื่องจากเป็นผู้คุมที่มีความเข้มงวดมากโดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าตรวจค้นเพื่อหาสิ่งต้องห้ามในเรือนนอน ด้านนายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยในเบื้องต้นว่า การประท้วงในครั้งนี้ยังไม่เข้าขั้นรุนแรง เพราะไม่มีการจับผู้คุมเป็นตัวประกัน ไม่มีผู้บาดเจ็บและไม่มีการแหกคุก ส่วนสาเหตุก็มาจากเมื่อเวลาประมาณ 02.10 น. ของวันที่ 16มีนาคม 2556 ทางผู้คุมเรือนจำได้รับแจ้งว่า มีต้องขังป่วยและถึงแก่ความตายชื่อนายสมชาย พีรานุวัฒน์ อายุ 25 ปี ซึ่งต้องโทษ 4 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 ฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ,ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน มีโทษ 7 ปี 15 เดือน,คดีที่ 2 ละเมิดอำนาจศาล ตามหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา มีโทษ 4 เดือนแต่พ้นกำหนดโทษแล้ว,คดีที่ 3 คดีความผิดต่อชีวิต และ พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยศาลจังหวัดสมุทรสาครมีคำสั่งให้ปล่อยตัว และคดีที่ 4 ความผิดต่อชีวิต และพ.ร.บ.อาวุธปืน ศาลจังหวัดสมุทรสาครได้มีหมายขังระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โดยให้ขังไว้ในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น  ซึ่งเมื่อนักโทษชายรายนี้เสียชีวิตลง ก็ทำให้นักโทษชายที่อยู่ในเรือนนอนเดียวกันไม่พอใจโดยกล่าวหาว่าผู้คุมนั้นไม่ได้ดูแลเพื่อนนักโทษชายที่เสียชีวิตโดยไม่ยอมพาส่งโรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้นักโทษรายดังกล่าวก็มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี เพราะเคยได้ให้แพทย์ตรวจสุขภาพก็ปกติไม่เป็นอะไร โดยเบื้องต้นก็คาดว่าน่าจะมาจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งก็จะได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าชันสูตรพลิกศพก่อน จึงจะนำศพออกมาจากเรือนนอนได้ ส่วนที่ผู้คุมไม่สามารถเข้าไปนำนักโทษชายที่เสียชีวิตออกมาตั้งแต่แรกได้นั้น ก็เพราะว่าช่วงเวลาดังกล่าวยังถือเป็นยามวิกาลซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้คุมหากจะเข้าไปในเรือนนอนของนักโทษ และกำลังผู้คุมที่เข้าเวร ก็ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ จึงได้แจ้งให้ผู้ต้องขังที่อยู่เรือนนอนเดียวกันห้ามเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องศพอย่างเด็ดขาด กระทั่งต่อมามีนักโทษชายชื่อ กิตติศักดิ์ หรือโจ ยอดวงศ์ กับพวก 50 คน ไม่พอใจจึงได้รวมตัวกันประท้วงขว้างปาสิ่งของและพังประตู 4 บริเวณป้อม 1 เพื่อเข้ามาในที่ทำการควบคุมและทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหายจำนวนหนึ่ง กระทั่งในที่สุดได้มีการส่งผู้คุมเข้าไปเจรจาและก็สามารถทำให้นักโทษทั้งหมดสงบลงจนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด ส่วนทางด้านบริเวณภายนอกเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครนั้น พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ก็ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 400 นาย มาควบคุมสถานการณ์ภายนอกเรือนจำ หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วย ก็จะสามารถเข้าปฏิบัติการตามคำสั่งได้ทันที ทั้งนี้ต่อมานายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เดินทางมารับฟังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

เป็นโจรซะเอง


พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธ์ ผบก.ภ,จว,สมุทรสาคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร แถลงข่าวการจับกุม นายวันชัย แจ่มศรี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/13 ซ.วชิรธรรมสาธิต 34 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้โดยสาร โดยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2556 เวลา 04.30 น. นายยศพัทธ์ เทียนชัย อายุ 17 ปี (ผู้เสียหาย) ได้ขึ้นรถแท็กซี่ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นอัลติส สีเหลืองส้ม หมายเลขทะเบียน 2549 กทม. จากริมถนนกาญจนาภิเษกให้มาส่งบริเวณทางเข้า โรงเรียนบ้านหนองหาดใหญ่ หมู่ 6 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร ขณะลงจากรถจ่ายค่าโดยสาร ได้ถูกคนขับรถแท็กซี่ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ ชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง มูลค่า 60,000 บาท แหวนเพชร 1 วง มูลค่า 50,000 บาท เงินสด 1,000 บาท ก่อนหนีไปจึงได้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยบางน้ำจืด ท้องที่เกิดเหตุ ต่อมา พ.ต.ต.พงษ์ศิริ เก่งนอก สว.สส. ได้นำกำลังไปตรวจสอบที่บริษัท พีวาย เอส ลีสซิ่ง จำกัด จึงทราบตัวผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวและไปติดตามจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 100/6 ซ.ศิริเกษม แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.56 เวลา 21.00 น. นายวันชัย แจ่มศรี คนขับรถแท็กซี่ที่ริเป็นโจรชิงทรัพย์ผู้โดยสาร ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจึงได้แจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยบางน้ำจืด ดำเนินคดี.

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

บุกค้นคุกมหาชัย ทำไมถึงผิดซ้ำซาก ?


 เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมามหาชัยเรามีข่าวเล็ก ๆ แต่ใหญ่โตระดับชาติ คือ การเข้ากวาดล้างสิ่งของผิดกฎหมายในเรือนจำชนิดจู่โจม(จริงหรือเปล่าไม่รู้)  งานนี้นำทีมโดย พล.ต.ต.ธยาน์ฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมกับ พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร , นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผบ.เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และร้อยสุนัขยุทธวิธี 3 กองพันสุนัขทหารกรมการสัตว์ทหารบก (ค่ายทองฑีฆายุ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 140 นาย ทำการปิดล้อมตรวจค้นโรงนอนของเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ถนนธรรมคุณากร หมู่ 3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร
งวดนี้พบสิ่งของต้องห้ามหลายรายการ เช่น โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด จำนวน 5 เครื่อง, หูฟัง 10 ชุด, แบตเตอรี่ 2 ก้อน, อาวุธและเหล็กแหลม 100 อัน, ไพ่ประดิษฐ์ 4 ชุด สมุดบัญชีและหมายเลขโทรศัพท์ 30 เล่ม และยาไอซ์อีกจำนวน 0.9 กรัม ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาที่ให้การว่าได้ติดต่อกับนักโทษในเรือนจำดังกล่าว โดยโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดนั้นจะนำไปทำการขยายผลจับผู้เกี่ยวข้อง และทางเรือนจำจังหวัดสมุทรสาครจะดำเนินคดีกับผู้ต้องขังที่ครอบครองสิ่งของต้องห้ามเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ได้มีการล้อมคอกปราบปรามกันมาแล้วครั้งหนึ่ง คือเมื่อในวันที่ 23 มกราคม 2556 โดยมีนายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  พร้อมด้วยนายโสภณ  ยิ้มปรีชา  ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน จำนวน 40 นาย เวลาประมาณ 06.00 น. เข้าตรวจค้นจู่โจมกรณีพิเศษเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อหาสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของผิดกฎหมายหลายรายการ
ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้มีอคติอะไรกับทางฝ่ายเรือนจำสมุทรสาครเป็นการส่วนตัว และเข้าใจได้ด้วยเสียด้วยซ้ำว่าการตรวจพบสิ่งผิดกฎหมายในคุกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคุกที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่ที่รู้สึกถึงกลิ่นไม่ดีคงจะเป็นเพราะการตรวจค้นมีระยะเวลาติดต่อกันเพียงไม่แค่ 2 เดือน กลับค้นสิ่งผิดกฎหมายซ้ำซาก ที่สำคัญที่บอกว่าการตรวจค้นครั้งนี้มาจากการขยายการจับกุมที่ฝ่ายผู้ต้องหาพาดพิงถึงกระบวนการค้ายาในเรือนจำ แล้วตกลงนอกเหนือจากสิ่งผิดกฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหลายที่ได้มาวางโต๊ะแถลงข่าวอวดสื่อปาว ๆ นั้น ตัวการสำคัญที่นอนกระดิกสนเท้าอยู่ในเรือนจำคือใคร แล้วได้ดำเนินการอะไรไปบ้างหรือเปล่า
แน่ใจหรือว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ในเรือนจำไม่ทราบเลยว่าเป็นใคร และแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าหน้าที่ (บางคน) กับผู้ต้องขังระดับบิ๊ก ๆ  ไม่มีผลประโยชน์เอื้ออำนวยกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักโทษมีการใช้โทรศัพท์มือถือในเรือนจำ ถามว่าพวกเอาไฟที่ไหนชาร์ตแบตเตอร์รี่ หรือถ้าญาติแอบส่งแบตเตอร์รี่เข้าเรือนจำได้ ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ยักรู้ ทั้ง ๆ ที่แบต ฯ แต่ละก้อนก็ไม่ใช่แผ่นเล็ก ๆ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงยาเสพติดอีกสารพัดที่คิดหรือว่าจะมีแค่ยาไอซ์ไม่ถึงขีด
                คนในวงการเรือนจำเขารู้กันทั้งนั้นแหละว่ายาเสพติดถูกเข้าไปอยู่ในเรือนจำได้อย่างไร ง่าย ๆ ตั้งแต่ระดับญาตินักโทษ จนถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ส่งวัตถุดิบทำอาหารเลี้ยงนักโทษ ทั้งผักปลา เนื้อสัตว์หรือไข่ไก่ ยังไม่ต้องเอ่ยถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่นอกรีตบางคน ที่หลายครั้งก็อยู่ร่วมขบวนการกับเขาด้วยเช่นกัน
                ปัญหาพบสิ่งผิดกฎหมายในเรือนจำนั้น แค่ตรวจค้นแล้วเอามาแถลงข่าวอวดหน้าอวดตาคงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกทาง โบราณฝรั่งท่านเคยว่าไว้ แก้ปัญหาได้เขาเรียกว่า คนเก่ง แต่ถ้าเป็น คนฉลาด เขาใช้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา  ถ้ายังเลือกปัญหาที่จะแก้แบบปลายเหตุและทิ้งเนื้อร้ายก้อนใหญ่ไว้  เขาเรียกคนชนิดนี้ว่าคนอะไร ทายสิ

แม่กลองปิดพระราม 2 ร้อง ‘หอยเน่า’ ‘รังสิมา’ ได้ทีบีบรัฐบาลเร่งสางปัญหา

 ชาวแม่กลองก่อม๊อบปิดพระราม 2 ร้องน้ำเสียทำหอยเน่าเสียหายที่สุดในรอบ 40 ปี  รังสิมาได้ทีนำม๊อบบุกทำเนียบกดดันรัฐบาลยกสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
สืบเนื่องจากชาวบ้านในจังหวัดสมุทรสงครามออกมาประท้วงเรื่องปัญหาน้ำเสีย ทำให้ได้รับความเดือดร้อนหอยแมลงภู่ หอยแครงได้ตายเป็นจำนวนมา จนต้องพากันไปที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อที่จะได้เจรจาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ โดยมีนายก   จิระ แก้วมณี        นายก อ.บ.ต.คลองโคน เป็นแกนนำ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่ยอมลงมาพบกับชาวบ้าน และปล่อยให้รอตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 11.00 น. ก็ยังไม่มีวีแววที่จะออกมาพบ ชาวบ้านจึงมารวมกันที่หอประชุมวัฒนธรรม  และเริ่มตั้งกลุ่มประท้วงแล้วเดินจนไปถึง ถนนที่จะไปพระราม 2 โดยชาวบ้านมีการทำแผ่นป้ายประท้วง ที่มีคำพูดว่า หอยตายจะ 3 เดือนแล้ว ดำเนินการกันอย่างไร หรือหล่นที่ไหน ช่วยบอกทีจะตามไปเก็บส่งเอง “ ความเสียหายในครั้งนี้มีการประมาณว่าพันกว่าล้าน
                ในขณะที่ทางตำรวจก็ได้เตรียมเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย ทั้งจากกรมการปกครอง ตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง มาควบคุมสถานที่ชุมนุม  จนในที่สุด นายธนน  เวชกรกานนท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อม พ.อ.อ. ปัญญา  สระทองอุ่น  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ก็ออกมารับเรื่อง และได้ข้อสรุปว่าจะมีการยืนหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนที่มาประท้วงบอกว่าถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปก็จะทำการปิดถนนพระราม 2 สะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือสะพานแม่กลองจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
ต่อมานางรังสิมา รอดรัศมี ส.ส. สมุทรสงคราม พร้อมด้วย  พ.อ.อ. ปัญญา สระทองอุ่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม , นาย สำราญ ตันเจียมศรี ปลัดสมุทรสงคราม , นาย จิระ แก้วมณี นายก อบต คลองโคน และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อปัญหาดังกล่าว โดยในหนังสือระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้
                ด้วยเมื่อราวเดือนตุลาคม 2555 ได้เกิดปรากฎการณ์แพลงบลูม ในทะเลอ่าวไทย ส่งผลต่อผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ในทะเล หอยตายเป็นจำนวนมาก จากนั้นราวเดือนพฤศจิกายน น้ำเสียกลับทวีคูณความรุนแรงขึ้น พร้อมกันนั้นเมื่อน้ำทะเลหนุนเข้าฝั่ง ก็ได้นำเอาน้ำเสียไหลเข้าในพื้นที่ชายฝั่ง ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง สัตว์น้ำ ตายเป็นจำนวนมาก กุ้ง หอย ปู ปลา ตายเกือบ 100% น้ำเสียตั้งแต่ปากอ่าวทะเลเข้ามาในแม่น้ำแม่กลองกว่า 10 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ประมงชายฝั่งและผู้เพาะเลี้ยง ซึ่งอยู่ตลอดริมฝั่งและคลองซอยต่างๆซึ่งประกอบด้วย  ผู้เลี้ยงกุ้ง  ผู้เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ หอยกระปุก ผู้เลี้ยงปลากะพง และปลาทับทิมในกระชัง ผู้เก็บหอยแครง หอยกระปุก หอยกะพง และหยอดหอยหลอด รวมทั้งชาวประมงขนาดเล็ก ที่ออกทำประมงหาเช้ากินค่ำ ตามชายฝั่งทะเลรวม 2 อำเภอ 9 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมือง ตำบลแม่กลอง ลาดใหญ่ บ้านปรก บางแก้ว บางจะเกร็ง แหลมใหญ่   คลองโคน และท้ายหาด อำเภออัมพวา ตำบลยี่สาร
            ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสัตว์น้ำที่เลี้ยง และกำลังจะจับขายในช่วงปีใหม่ตายทั้งหมด ส่วนสัตว์น้ำในแหล่งธรรมชาติ ตั้งแต่ผิวดิน จนถึงกลางน้ำ ตายลงเกือบหมด คงเหลือเพียงตัวอ่อนสัตว์น้ำที่ลอยผู้ผิวน้ำเท่านั้นชาวบ้านไม่มีหนทางที่จะแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง อีกทั้งในอนาคตข้างหน้า จะหากินกันอย่างไร จะหารายได้มาเจือจุนครอบครัวจากไหน ได้รับความเดือดร้อนเป็นที่สุด จึงได้มารวมกัน เพื่อกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ ดังนี้
1)              ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 40 ปี จึงเห็นควร ฯพณฯ ได้ประกาศในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง โดยเร่งด่วน พร้อมทั้งขอท่านได้โปรดเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยา แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทุกกลุ่มอาชีพโดยเร็วต่อไป
2)              ขอท่านพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน ที่อยู่ในชุมชนประมงที่หาเลี้ยงชีพด้วยการประมงขนาดเล็กที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกันทางราชการ ที่จะไม่สามารถหาสัตว์น้ำได้ในช่วงนี้จนกว่าท้องทะเลจะฟื้นตัว
ต่อมานาย ไชรัตน์ ไทยเจียมอารีย์ เป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหนังสือ พร้อมหารือกันเบื้องต้นโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และได้ข้อสรุปว่าจะให้กรมประมงไปตรวจสอบข้อมูลของชาวประมงผู้เสียหายที่ลงทะเบียน และ ไม่ได้ลงทะเบียน ภายใน 2 อาทิตย์ เพื่อจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือต่อไป