ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสื่อสัญจรศึกษาความสำเร็จเทคโนโลยีโซลาร์รูฟท็อปขนาดใหญ่ 1 เมกะวัตต์ ของบริษัท เอ็น.ดี.(ND) รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) จ.ชลบุรี โชว์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านพลังงานภายในโรงงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้ากว่า 12% ต่อปี
นายยงยุทธ์ สวัสดิสวนีย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า พพ. ได้นำคณะสื่อมวลชนสัญจรมาศึกษาความสำเร็จโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาโรงงานอาคารของ บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์เพื่อการส่งออกรายใหญ่ของประเทศ ที่ได้ลงทุนติดตั้งโซลารูฟท็อปขนาดกำลังการผลิตประมาณ 1,000 กิโลวัตต์ (kWp) หรือ 1 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีการติดตั้งครอบคลุมพื้นที่ขนาด ประมาณ 5,800 ตารางเมตร ส่งผลให้ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้บริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จและเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 โดยการนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนหลังคา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานภายในโรงงานรูปแบบผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงเวลากลางวัน ช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในโรงงานในช่วงพีค หรือ ช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของวัน ซึ่งมีราคาค่าไฟฟ้าที่สูง ทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ 5 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 12% จากเดิมที่มีภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว อยู่ที่ 42 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งจากการประเมินการลงทุนโครงการดังกล่าวของบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี ความสำเร็จของโครงการดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ที่ได้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนจากนโยบายโซลาร์รูฟเสรี ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ของกระทรวงพลังงาน


สำหรับบริษัทเอ็น. ดี. รับเบอร์จำกัด (มหาชน)เป็นผู้ผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์จำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออก โดยมีสัดส่วนในประเทศ 40% ส่งออก 60% ซึ่งส่งออกไปยังประเทศกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก โดยส่งไปมากที่สุดได้แก่ มาเลเซีย
ในส่วนของการผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์มีส่วนผสมของยางพาราผสมกับยางสังเคราะห์ในสัดส่วน 60%ต่อ 40% ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2562 ไว้ที่1,000 ล้านบาท


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น