pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลพลาสติก เสียหายกว่า100 ล้านบาท

                   ทะเลเพลิงโหมกระหน่ำโรงงานรีไซเคิลพลาสติกวอด คนงานกว่า 70 หนีตายกลางดึก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดกั้นนาน 5 ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 บาท
                  เมื่อ ก.ค.56 ที่ผ่านมา  พ.ต.ท.ณรงค์ เพชรทอง พนักงานสอบสวนสภ.สระยายโสม  ต.สระยายโสม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากนายองอาจ ศรีแสงจันทร์  อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สระยายโสม ว่าเกิดเพลิงไหม้โรงงานสุนทรี พลาสติกติด ถนนมาลัยแมน – สุพรรณบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาติชาย นาคะสุวรรณ ผกก.,พ.ต.ท.พิชกิจ นิจแสวง รอง ผกก.ป,พ.ต.ท.มีชัย ศรุตานันท์  รอง ผกก.ส.ส, ร.ต.อ.บุญธรรม มีใจซื่อ รองสวป.  และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยเสมอกัน, มูลนิธิกู้ภัยจักรนารายณ์ก่อนประสานไปยังงานบรรเทาสาธารณะภัยใกล้เคียง นำรถดับเพลิงกว่า 20 คันมาร่วมทำการฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นโรงงานฉีดเม็ดพลาสติกและผลิตสีสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชื่อ สุนทรีพลาสติก ปลูกสร้างเป็นอาคารสองชั้น มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด บนเนื้อที่ประมาณ 3-4ไร่ เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง
ท่ามกลางความโกลาหลของพนักงานลูกจ้างทั้งไทยและพม่า ที่ช่วยกันขนทรัพย์สินในโรงงานและบ้านพักที่พอขนออกมาได้หนีไฟกันจ้าละหวั่น เนื่องจากเป็นภายในโรงงานมีพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำเข้าสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังโรงงานข้างเคียง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 5ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ นายแง อายุ  25 ปี สัญชาติพม่า คนงานคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่กับเพื่อน ๆ ประมาณ 5 – 6 คน  ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ และเมื่อเปิดประตูออกไปดูก็ต้องตกใจเมื่อเห็นควันไฟพวยพุ่งออกจากโรงงานพลาสติกอย่างรวดเร็ว จึงได้ตะโกนให้เพื่อนคนงานที่พักอยู่ในบ้านพักคนงานด้วยกันช่วยกันดับไฟ จากนั้นก็ได้แจ้งไปยังนางสุนทรี แซ่เฮง อายุ 65 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานทราบ แต่ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วตนและเพื่อนคนงานด้วยกันไม่สามารถดับเพลิงได้ทัน นายเฉลา เล้าสมรุ่ง อายุ 62 ปี เจ้าของโรงงานทรัพย์ทวีพลาสติด ซึ่งมีกำแพงรั้วติดกัน บอกว่า ขณะนอนหลับพักผ่อนอยู่ก็ต้องตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนงานตะโกนว่าไฟไหม้ๆ รู้สึกตกใจมากจึงได้เรียกลูก ๆ ให้ตื่น และ ช่วยกันเก็บของเท่าที่จำเป็นทยอยนำไปเก็บไว้ที่ที่ปลอดภัย เพื่อว่าไฟอาจลุกลามมาถึงที่โรงงานของตนที่ตั้งอยู่ติดกัน เพราะไฟได้ลุกไหม้อย่างรันแรงจนน่ากลัว ด้านนายประเสริฐศักดิ์ เนตรประพิศ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสระยายโสม กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานรีไซเคิลพลาสติก โดยการรับซื้อถุงพลาสติกจากชาวบ้านและสถานประกอบการทั่วไป แล้วนำมาล้าง ก่อนหลอมแล้วนำมาฉีดเป็นเม็ดพลาสติกส่งลูกค้าที่ประกอบการด้านผลิตสินค้าพลาสติก มีคนงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวรวมกว่า 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักคนงานที่ปลูกสร้างอยู่ในบริเวณพื้นที่ของโรงงาน และขณะเกิดเหตุต่างก็ตื่นตกใจช่วยกันนำน้ำไปดับไฟ แต่ด้วยบริเวณที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นบริเวณที่เก็บถุงพลาสติก และเม็ดพลาสติก ทำให้มีการลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถดับได้ทัน บางส่วนก็ช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินของตัวเองภายในห้องพักออกกันอย่างจ้าละหวั่นทันท่วงที ก่อนที่เพลิงจะลุกไหม้จนวอดไปทั้งโรงงานและบ้านพัก แต่ก็โชคดีที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ลุกลามไปยังโรงงานใกล้เคียงที่อยู่ติดกัน ไม่เช่นนี้คงเกิดความเสียหายอย่างมาก  นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสระยายโสม กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นทางเทศบาลได้ทำการช่วยเหลือคนงานผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการนำน้ำและอาหารไปแจกจ่าย ก่อนที่จะทำการปรึกษาหารือกับเจ้าของโรงงาน ถึงการช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยชั่วคราว ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ด้านความช่วยเหลือส่วนตัวได้ประสานพูดคุยกับเพื่อน ๆ ว่าจะมีการระดมเงินช่วยเหลือครอบครัวของคนงานที่ได้รับความเดือดร้อนที่ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกมาได้ทันบ้างเป็นบางส่วน ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป  พ.ต.ท.ณรงค์ เพชรทอง พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไฟได้ลุกไหม้โรงงานทั้งหลังพร้อมทั้งบ้านพักคนงานและบ้านพักอาศัยของเจ้าของโรงงานไปหมด รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ภายในโรงงานประกอบด้วย เครื่องฉีดเม็ดพลาสติก จำนวน 6 เครื่อง ,รถจยย. จำนวน 15 คัน ,เม็ดพลาสติกที่เตรียมส่งลูกค้าจำนวน กว่า 50 ตัน และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้นั้น สันนิฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และจากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงมาจากกองพลาสติกด้านหลังโรงงาน ซึ่งมีสายไฟเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ มาทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุในการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป
มงคล สว่างศรี ,นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น