pearleus

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จ.สมุทรสาคร จัดประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมมหาชัย 201 นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจ.สมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จ.สมุทรสาคร

            ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องต่างๆ อาทิ ขอความเห็นชอบให้พนักงานจ้างตามภารกิจพ้นจากตำแหน่ง  ขอความเห็นชอบประกาศ ก.อบต. เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ วิธีการบริหารและการปฎิบัติงานของพนักงานส่วนตำบล เป็นต้น









จ.สมุทรสาคร จัดประชุมคณะกรรมการพนักงานเทศบาล

 

            เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 13.30  ณ ห้องประชุมมหาชัย 201 ศาลากลางจ.สมุทรสาคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจ.สมุทรสาคร โดยมีตัวแทนจากเทศบาลต่าง ๆ ในจ.สมุทรสาคร เข้าร่วม

            ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาขอความเห็นชอบให้พนักงานเทศบาลและพนักงานจ้างตามภารกิจพ้นจากตำแหน่ง  ขอความเห็นชอบให้โอนพนักงานเทศบาล  ขอความเห็นชอบต่อสัญญาจ้างพนักงานตามภารกิ เป็นต้น









วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

‘อัมพวาโมเดล’ รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี คนพิการ

 

 วันที่ 28 พ.ย.63 เดือน พ.ย.63องค์การสหประ ชาชาติ ประกาศให้เป็นเดือนยุติความรุนแรง ต่อเด็กและสตรี คนพิการ       ที่ลานกิจกรรม อัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ทาง มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว  มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สสส.สถานีตำรวจภูธรอัมพวา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม เครือข่ายอัมพวาโมเดล จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ปลุกพลังสังคม ปกป้องคนพิการจากความรุนแรง และปัจจัยเสี่ยงทางสังคม มี พล.ต.ต.สุเมธ  ปุณสีห์  ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี มี นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวรายงาน

 วัตถุประสงค์ เพื่อปลุกพลังสังคมให้เห็นความสำคัญ มีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรง การถูกคุกคามทางเพศ ปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ในกลุ่มเปราะบางที่เป็นคนพิการ นำเสนอรูปแบบการทำงาน อัมพวาโมเดล พื้นที่รูปธรรมบูรณาการทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน จากนั้นเดินรณรงค์บริเวณตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา มี พ.ต.อ.เผด็จ ภู่บุปผากาญจน ผกก.สภ.อัมพวา ร่วมเดินรณคงค์แจกแผ่นพับและสติกเกอร์  กล่าวว่า อัมพวาโมเดลของเรา เป็นเป็นการทำงานในเชิงรุก เป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ มี กลุ่มเป้าหมายเด็กพิเศษ  เด็กทั้วไปที่มีโอกาสถูกคุกคามในรูปแบบต่างๆ เด็กที่มีความเสียงที่จะก่ออาชญากรรม และกลุ่มที่มีความรุนแอรงในครอบครัว เราต้องยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ ทุกหน่วยงานต้องเข้าไปช่วยเหลือในทุกมิติ ด้าน พม.จะดูเรื่องสิทธิและสวัสดิการ

ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ รวมพลังปกป้องคนพิการจากความรุนแรงและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม และมอบหนังสือ บาดแผลของดอกไม้ รวบรวมเรื่องราวคนพิการ 15 คน ที่ถูกข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ ให้กับแกนนำอัมพวาโมเดล





วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สมุทรสาคร จัดประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด

 

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 ณ ห้องประชุมท่าจีน 502 ศาลากลางจ.สมุทรสาคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร    เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่จ.สมุทรสาคร (โต๊ะข่าว) ครั้งที่ 11 / 2563

            ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่ โดยโต๊ะข่าว ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ ด้านการขนส่งยาเสพติด ด้านการบำบัด  ด้านแรงงาน และสถานการณ์ของเด็กและเยาวชน ฯลฯ










วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สมุทรสาครจัดประชุม คณะทำงานรับรองมาตรฐานคุณภาพอาหารทะเล

 

           สมุทรสาครจัดประชุม คณะทำงานรับรองมาตรฐานคุณภาพอาหารทะเล

            เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุมท่าฉลอม 501 ศาลากลางจ.สมุทรสาคร นายอาวุธ วิเชียรฉาย  ปลัดจ.สมุทรสาคร  เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการรับรองมาตรฐานคุณภาพอาหารทะเลจ.สมุทรสาคร (MR.FRESH) โดยมีผู้เข้าประชาอาทิ  ปลัดจังหวัด ตัวแทนนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร พาณิชย์จังหวัด หอการค้า  ประมงจังหวัด ชมรมร้านอาหารสมุทรสาคร

            ทั้งนี้ความเป็นมาของโครงการรับรองมาตรฐานคุณภาพอาหารทะเลจ.สมุทรสาคร (MR.FRESH) เนื่องจากมีข้อร้องเรียนของผู้บริโภค และชาชน ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบการอาหารบางราย นำสินค้าไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่าย อาทิ อาหารทะเลไม่มีคุณภาพ อาหารทะเลไม่สด ไม่ตรงตามประเภทและชนิดที่ติดป้ายไว้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของจังหวัด 

            ดังนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครจึงได้ตั้งคณะทำงาน ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน เพื่อร่วมกันดำเนินการและพิจารณาหลักเกณฑ์ในการตรวจประเมินร้านจำหน่ายอาหารทะเลที่สมัครเข้าร่วมโครงการ  ซึ่งเมื่อผ่านมาประเมินแล้วจะได้มอบป้ายสัญลักษณ์จากผู้ว่าราชการจ.สมุทรสาคร 







วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

รมว.แรงงานลงพื้นที่มหาชัย เปิดโครงการ ปชส.ประกันสังคมมาตรา 40@สมุทรสาคร

 

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563  ลานกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 @ สมุทรสาคร โดยมีนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมผู้บริหารกระทรวงแรงงานและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วม

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างหลักประกันทางสังคมให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่สังคมสูงวัย  

            ทั้งนี้การดำเนินโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40@สมุทรสาคร ภายใต้กิจกรรมต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ เครือข่ายผู้นำชุมชน พ่อค้า แม่ค้า นักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมโครงการให้สามารถรับรู้ และเผยแพร่สิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ที่ได้รับตามความคุ้มครองทั้ง 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นกรณีทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร รวมทั้งเงื่อนไขของการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้สมาชิกกลุ่มอาชีพต่างๆ ได้รับทราบและนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วไป รวมทั้งให้แรงงานภาคอิสระตัดสินใจสมัครเพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากระบบประกันสังคมมาตรา 40 เพิ่มมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล






 

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

พบซากปลาวาฬยักษ์อายุนับ 1000 ปีที่ อ.บ้านแพ้ว สมุทรสาคร

 

                                                     

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบซากปลาวาฬยักษ์ อายุนับพันปี ที่ได้มีข่าวปรากฏว่า พบโครงกระดูกขนาดใหญ่ ในพื้นที่บ่อปลาเก่าลึกประมาณ 7 เมตร ของบริษัทไบรท์ บลู เวอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่ ม.5 ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และหลังจากนั้นทางสำนักงานสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก กลุ่มวาฬไทย ได้ลงสำรวจเบื้องต้น โดยคาดว่าน่าจะเป็นกระดูกวาฬ อายุนับพันปี แต่ยังไม่ทราบสายพันธุ์

 สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรมศิลปากรและหน่วยงานอื่นๆ   ก็ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อเตรียมกู้ซากขึ้นมา และจะได้สำรวจหาสายพันธุ์ ขนาด อายุ ที่แท้จริง

นายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงในเบื้องต้นว่า ตอนนี้เท่าที่สันนิษฐานจากชิ้นส่วนที่พบก็คาดว่าน่าจะเป็นวาฬที่มีขนาดใหญ่ เพราะส่วนที่เห็นนั้นเป็นกระดูกที่ค่อนมาทางหาง ส่วนตัวน่าจะอยู่ใต้ดินที่เป็นถนน และหลังจากนี้ต้องรีบทำการขุดกู้ซากให้เร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้ จะเสียหายมากกว่านี้ เพราะกระดูกหากอยู่ในดินจะถูกรักษาตามธรรมชาติ แต่ถ้าเมื่อใดถูกขุดขึ้นมา สภาพอากาศ และปัจจัยต่างๆจะทำให้ชำรุด ซึ่งเวลาที่จะใช้กู้ซากนั้นก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง อีกทั้งหากสังเกตคร่าวๆ วาฬตัวนี้น่าจะยาวประมาณ 15 เมตรขึ้นไป และเมื่อขุดแล้วก็ต้องเข้าเฝือกกระดูกเป็นส่วนๆ ซึ่งวันหนึ่งน่าจะขุดและเข้าเฝือกโครงกระดูกได้วันละประมาณ 1 เมตรเท่านั้น เพราะต้องค่อยๆ ทำ ป้องกันการเสียหาย และเมื่อขุดแล้ว ก็จะต้องนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ในห้องที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะเสียหาย

สำหรับการวิเคราะห์คร่าวๆ นั้น วาฬตัวนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 1,000 ปีแน่นอน เพราะดูจากหลักฐานทางธรณีวิทยาควบคู่แล้ว พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นทะเลเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา เพราะจุดนี้อยู่ห่างจากทะเลเข้ามาประมาณ 15.3 กิโลเมตร และอยู่ลึกจากผิวดินลงไป 6 เมตร

สำหรับการพบกระดูกวาฬในพื้นที่ตรงนี้และขนาดลำตัวใหญ่เท่านี้ เพิ่งจะพบเป็นครั้งแรกของไทย ที่ผ่านมาที่เคยพบก็เป็นวาฬในยุคปัจจุบันที่พบในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากทะเลมากนัก ซึ่งการพบซากกระดูกในพื้นที่ต่างกัน ก็บ่งบอกถึงสภาพทางธรณีวิทยาได้ต่างกันด้วยและตอนนี้สิ่งที่นักสำรวจต้องการพบมากที่สุดก็คือส่วนหัว เพราะจะบอกได้ว่า เป็นวาฬสายพันธุ์ไหน และอายุเก่าแก่มากเท่าใด










วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สมุทรสาครจัดพิธีปิดโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง”


 

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563) เวลา 09.00 น. ที่ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  เป็นประธานในพิธีปิดโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังรุ่นที่ 4  เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรสาคร กรมราชทัณฑ์ โดยมีพันตรีรัฐกิจ ใจจริง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเรือนจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมพิธี

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้มีการฝึกโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเรื่อง และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิดการฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้เมื่อพ้นโทษออกไปสู่สังคมภายนอก

เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ฝึกอบรมโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังรุ่นที่ 4 โดยมีผู้เข้าฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ (ครูพาทำ) จำนวน 14 คน และเป็นผู้ต้องขังที่เป็นคนไทย 106 คน รวมทั้งสิ้น 120 คน โดยปฏิบัติการฝึกอบรมเป็นระยะเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 โดยแบ่งขั้นตอนการฝึกเป็น 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 การอบรมพึ่งตนเองด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นที่ 2 การแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วยการออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก การประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคม, การสร้างพื้นที่จำลอง (Table Top Exercise) และวางแผนการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพอกิน พอยู่ พอใช้ และพอร่มเย็น, การปฏิบัติในพื้นที่จริงที่มีขนาด 1 งานหรือ 412 ตารางเมตร ตามทฤษฎีใหม่ แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคม และ ขั้นที่ 3 เป็นการสรุปและประเมินผล

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร สามารถพึ่งพาตนเอง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ทั้งสามารถช่วยเหลือประชาชน ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ หลังจากที่ผู้ต้องขังที่จะได้รับการพ้นโทษออกไปสู่สังคม จะได้ต่อยอดในการดำเนินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของตนเอง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ต่อไป