pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านแพ้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านแพ้ว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเวที ฟื้นฟูวิกฤตมะพร้าวน้ำหอม ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน เพื่อร่วมแก้วิกฤตสวนมะพร้าวน้ำหอม ผลแคระแกร็น ผลลีบ ผลทุย ให้เกิดความยั่งยืน

 


                    เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 7 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว หมู่ 2 ถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน ตำบลบ้านแพ้ว  อำเภอบ้านแพ้ว  จังหวัดสมุทรสาคร นายนพพร บุญแก้ว ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเวทีสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิกฤตสวนมะพร้าวน้ำหอม ผลแคระแกร็น ผลลีบ ผลทุย “ฟื้นฟูวิกฤตมะพร้าวน้ำหอม ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน”


        ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาประกอบนายรพีทัสน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร, นางวิไลวรรณ ทวิชศรี ผอ.กลุ่มบริหารโครงการวิจัยพืชสวน ผู้แทนกรมวิชาการเกษตร, นางลัดดาวัลย์ จินทิตย์ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.กฤษณา กฤษณพุกต์ อาจารย์ประจำคณะเกษตร กำแพงแสน, นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย,  นางสุกัญญา แอนิหน ปราญช์ชาวบ้าน, นายบุญลอย ทรัพย์มา เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว, นางสาวสุวีรยา ปั่นปาน พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมเวทีเสวนาให้ความรู้  โดยมีผู้แทนกลุ่มเกษตรกร ผู้นําชุมชน นักวิชาการ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการและเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดบูทนิทรรศการให้ความรู้แก่เกษตรกร อาทิ บูทศัตรูมะพร้าว  บูทผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม  บูทมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว สินค้า GI จังหวัดสมุทรสาคร บูทการเจริญเติบโตของจั่นมะพร้าว 

        ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล มีภารกิจหลักในการรับและดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่มีมาถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านช่องทางร้องทุกข์ 1111 โดยประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาดำเนินการ


        รวมทั้งเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้ผลเป็นที่ยุติโดยเร็ว ซึ่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนพพร บุญแก้ว) ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน โดยให้นโยบายการทำงานเชิงรุกและบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การดําเนินงานของภาครัฐเกิดประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชน นําไปสู่ความพึงพอใจและ ความเชื่อมั่นในการให้บริการ รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานของรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ได้คัดเลือกประเด็น เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมผลแคระแกร็น ผลลีบ ผลทุย ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร นํามาเป็นประเด็นในการขยายผลแก้ปัญหาโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้กิจกรรมเวที สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิกฤตสวนมะพร้าวน้ำหอม ผลแคระแกร็น ผลลีบ ผลทุย “ฟื้นฟูวิกฤต สวนมะพร้าวน้ำหอม ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารราชการและสร้างความสัมพันธ์ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย




        โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น/ เสนอแนะ ร่วมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาต่อยอดการบริหารจัดการสวนมะพร้าวน้ำหอมให้เกิดความยั่งยืนต่อไป.....





ผวจ.สมุทรสาคร เร่งทุกฝ่ายเจรจาหาข้อตกลง แก้ปัญหาสะพานข้ามคลองหน้าวัดยกกระบัตร

 


            เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันที่ 06 มีนาคม 2568 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายชลอ เกิดปั้น รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักห้า แขวงทางหลวงนครปฐม ที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร (สาขาบ้านแพ้ว) ผู้แทนนายอำเภอบ้านแพ้ว และ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจการแก้ปัญหาสะพานข้ามคลองท่าแร้ง (หน้าวัดยกกระบัตร) ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ที่เกิดการชำรุดทรุดโทรม และแขวงทางหลวงนครปฐมได้มีการปรับปรุง/ก่อสร้างสะพานใหม่



    แต่ยังคงติดปัญหาบางประการเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ที่ต้องขอใช้พื้นที่ขยายสะพานเพิ่ม ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการหารือตกลงกัน และดำเนินการด้านเอกสารให้เป็นที่ชัดเจน ทั้งนี้จากการพูดคุยในเบื้องต้น ปัญหาที่พบคือ เรื่องของการออกโฉนดที่ดินให้ครบทุกแปลง เพื่อเป็นเอกสารสำคัญทางราชการในการยื่นขอค่าชดเชย ซึ่งทางผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ฯ เข้ามาดำเนินการรังวัดให้แล้วเสร็จ




    จากนั้นจึงจะเป็นการทำสัญญาว่าด้วยการจ่ายค่าชดเชยระหว่างแขวงทางหลวงฯ กับ ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้มอบหมายให้เจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมด้วย แขวงทางหลวงนครปฐม ผู้แทนเทศบาลตำบลหลักห้า และผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินแต่ละแปลง เร่งนัดหมายเจรจาหารือพร้อมกันทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด




และจะได้เดินหน้าซ่อมแซมปรับปรุงสะพานให้แล้วเสร็จ ซึ่งภายหลังจากที่ได้ข้อสรุปถึงการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้รายงานให้ผู้ว่าฯ ทราบต่อไป







วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568

ประธานองคมนตรีนำพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว อาคาร 100 ปี โงวฮก ก้าวสำคัญของการดูแล ทุกหัวใจ ให้ได้เต้นต่อ

 

            เมื่อเวลา 9.30 น.ของวันที่ 5 มีนาคม 2568 สมุทรสาคร - โรงพยาบาลบ้านแพ้วจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว อาคาร 100 ปี โงวฮก มีพระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมนายนริส นิรามัญวงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอบ้านแพ้ว คณะผู้บริหารบริษัท โงวฮก จำกัด ส่วนราชการ คณะกรรมการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว มูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ผู้มีอุปการะคุณ ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว  ผู้นำชุมชน และประชาชนชาวบ้านแพ้วและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมงาน








โรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ขนาด 400 เตียง ให้บริการรักษาโรคหัวใจมากว่า 20 ปี และขยายเป็นศูนย์หัวใจและหลอดเลือดขนาดใหญ่ รองรับการรักษาและส่งต่อด้านการผ่าตัดหัวใจและสวนหัวใจ ในเขตบริการสุขภาพ ที่ 5 ครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร, สุพรรณบุรี, นครปฐม, ราชบุรี, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ และประชาชนทั่วประเทศ โดยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และบริษัท โงวฮก จำกัดเพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว โดยทางบริษัทบริจาคเงิน จำนวนถึง 520 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว






    สำหรับบริษัท โงวฮก จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472 เป็นธุรกิจขนส่งทางทะเลหรือธุรกิจเดินเรือชั้นนำของประเทศที่ประสบความสำเร็จ ด้วยนโยบายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของบริษัท คือ “ความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือ”และจรรยาบรรณทางธุรกิจยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ และเหนือกว่าความมุ่งมั่นในการสร้างความยิ่งใหญ่ในธุรกิจ นั่นคือ หัวใจความเป็นผู้ให้ ที่ถูกสืบทอดมายาวนานกว่า 1 ศตวรรษ ด้วยการช่วยเหลือสังคมไทยในทุกโอกาสตลอดมา สำหรับอาคารโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้วมีกำหนดเสร็จหลังเริ่มก่อสร้าง ในอีก 1,200 วัน เป็นอาคารสูง 14 ชั้น สามารถรองรับผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่า 1,000 คนต่อวัน ประกอบด้วยคลินิกโรคหัวใจและโรคปอด, หออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ (CCU), ห้องสวนหัวใจ (CATH LAB), ห้องผ่าตัดหัวใจ, ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู, ห้องประชุมวิชาการ, และลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน รวมถึงเป็นอาคารที่เป็นแหล่งฝึกฝนการเรียนรู้การวิจัยด้านหัวใจ ระดับเขตสุขภาพและระดับประเทศ (Training and research center)




    ทั้งนึ้โรงพยาบาลบ้านแพ้วยังเปิดรับบริจาคเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพี่อโรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้วอีกเป็นจำนวนมาก ที่จะทำให้สามารถมีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์พร้อมใช้ทันที หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยผ่านบัญชีออมทรัพย์ ศูนย์ผ่าตัดหัวใจ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ธ.กรุงไทย สาขาบ้านแพ้ว เลขที่บัญชี 745-057961-8 (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)  จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเข้าถึงการรักษา และลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัดให้โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้วเป็น "ความหวัง" ของทุกหัวใจที่ได้เต้นต่อวางใจในมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ





สภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกิจการสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘

        วันที่ ๔  มีนาคม ๒๕๖๘ สภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกิจการสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘  โดยมีนายชัยพร ศิริพงษ์เวคิน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับคณะอนุกรรมการสภาวัฒนธรรมฯ เพื่อปรึกษาหารือการดำเนินงานของสภาวัฒนธรรมฯ และการจัดพิธีมอบรางวัลคนดีศรีสาคร ประจำปี ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร


    วาระ ๑ เรื่องที่คณะกรรมการแจ้งที่ประชุม   นายเอกชัย เฮ้งเจริญสุข  ประธานคณะทำงานจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาครรายงานที่ประชุมเรื่องคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลว่า  คณะทำงานประกอบด้วยนายเอกชัย เฮ้งเจริญสุข  นายประสิทธิ์ จุุ่นขจร  นายสุทัศน์  ตระกูลบางคล้า   นายบุญชอบ สาธร     พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัด  นางสาวกษิญาภรณ์ สร้อยทอง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมฯ และข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่เก็บข้อมูลประเพณีการทำบุญขนมหวาน (ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกงฯ)   วัดใหญ่บ้านบ่อ ตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มีการสาธิตการทำขนมหวานจากผู้สืบทอดประเพณีในชุมชนได้แก่ นางสาวสายพิณ แก้วจุนันท์ และนางนวลอนงค์ สำเภาทอง




    สำหรับวัดใหญ่บ้านบ่อเป็นวัดเก่า อยู่หมู่ที่ ๓ บ้านคลองหลวง ตำบลบ้านบ่อ  อำเภอเมืองสมุทรสาคร  สร้างขึ้นราว พ.ศ ๒๒๖๙  อยู่ติดกับอาณาเขตวัดร้างอีกวัดหนึ่ง  เดิมกุฏิสงฆ์ปลูกสร้างใกล้ตลิ่ง  จึงได้มีการย้ายกุฏิและเสนาสนะไปปลูกใหม่ห่างจากที่เดิมประมาณ ๒ เส้นได้แก่ กุฏิสงฆ์ ๑๕ หลัง หอสวดมนต์ ๑ หลัง หอฉัน ๑ หลังเสนาสนะที่สร้างขึ้นใหม่นี้มีพื้นไม้เป็นทางเดินติดต่อกันหมด  ต่อมาเสนาสนะได้ชำรุดเป็นส่วนมาก พระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ได้เห็นความชำรุดทรุดโทรมจึงได้วางแบบแปลนสร้างใหม่  ให้รื้อของเก่าซึ่งเป็นตัวไม้มุงด้วยจากบ้าง  มุงกระเบื้องบ้าง ให้สร้างเป็นกุฎีทรงปั้นหยา ก่ออิฐถือปูนเสริมเหล็กทั้งหมด


    เมื่อพระประสาทศีลคุณ (ทองย้อย ปาสาทิโก)  เจ้าอาวาสรูปที่  ๘  ชราภาพมากคณะสงฆ์จึงได้มอบให้พระปลัดสำราญ สัปปุญโญ และนายบุญช่วย สาทร ไวยาวัจกร ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ทุกประการ  นายบุญช่วย นางปั้น สาธร นอกจากเป็นไวยาวัจกรแล้วยังบริจาคที่ดินให้วัดก่อสร้างเสนาสนะอีก ๘ ไร่ ๓ งาน วัดจึงมีเนื้อที่รวม ๖๘ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา   ต่อมาพระปราสาทศีลคุณ  ได้มรภาพลงพระปลัดสำราญจึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อมาโดยได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระครูสาครวิริยาภรณ์





            วัดใหญ่บ้านบ่อมีปูชนียวัตถุที่สำคัญได้แก่ อุโบสถ   เสมาคู่เป็นศิลาแลง  มีกำแพงและเจดีย์อยู่ในกำแพงหลายองค์  หลวงพ่อป่าเลไลย์อยู่หน้าโบสถ์  ภายในมีพระประธานที่สวยงาม  มีพระมหาโมคคัลลานะและพระปัญจวัคคีย์ ๕ องค์        หน้าบันอุโบสถระบุว่าซ่อมเมื่อ พ.ศ ๒๔๗๒ และมาซ่อมมุมกระเบื้อง ซุ้มประตูใหม่ พ.ศ ๒๕๑๒  ต่อมาพ่อเล็ก แม่หมาโพธิ์บุญ  พ่อบุญส่ง แม่ทองคำ ทองมาก มาสร้างพาไลด้านหน้าและด้านหลังพร้อมปูหินอ่อนเป็นเงิน ๕๕๐,๐๐๐  บาท





ปัจจุบัน พระครูสมุห์ ประสงค์ ญาณธีโร (มณีสอดแสง)  เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด  รูปที่ ๑๐