pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

บก.ควบคุม ส.1

146018  เมื่อ 310130 ส.ค.57 บก.ควบคุม ส.1  จัดกำลังพล 12  นาย  สนธิกำลัง จนท.ตร. 40  นาย สภ.เมืองสมุทรสาค นำโดย พ.ต.อ.จำแรง  สุด  เข้าตรวจค้นร้านกระท่อมผับ  และร้านเมสซี่ผับ ซ.เทศบาล 8 อ.เมือง จว.สมุทรสาคร ตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมายตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ผลการปฏิบัติ ได้จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายดังนี้                                                       
         1. นายพุทธิพันธ์  หรือโอ๋ สินธุนาวา อายุ38ปีที่อยู่863ถ.มาเจริญ หนองแขม กทม. ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครอง  ของกลางยาบ้า 1 เม็ด                                                           
        2.นายอนุชาหรือเอส อยู่วอนอายุ35ปี 25ม.5ต.วังไคร้อ.ท่ายางจ.เพชรบุรี  ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครอง  ของกลางยาบ้า 1 เม็ด         
       3.นายอาทิตย์หรือเต้ นุ่มสวยอายุ35ปี940/21ตมหาชัยอ.เมืองจ.สมุทรสาตร   ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง  ของกลางยาบ้า 1 เม็ด                                                                      
       4.นายกิตติภณ  สถาปิตานนท์  อายุ 50 ปี  ข้อหา ขายสุรา หรือนำสุราออกแสดงเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต 
     5.น.ส.จรรยา โพธิ์ใหญ่ อายุ 21 ปี ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนญาและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต ของกลาง อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ smith wesson ขนาด 9มม. พร้อมกระสุน 11 นัด       
       นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

146017 146015 146016

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

ผบ.ตร.ติมอร์เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน 191

145811 ผบ.ตร.ติมอร์เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงาน ศูนย์รวมข่าว 191 รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย  ...
วันที่ 29 สิงหาคม 2557  เวลา 13.00 น นาย _commissioner longuinhoscasto monteiro  ผบ.ตร. ติมอร์ ได้เข้าเยี่ยมชมดูงาน ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์รวมข่าว 191  กองกำกับการศูนย์รวมข่าว และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนควาามคิดเห็น ในการรับแจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายต่างๆด้วยความสนใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ศักยภาพ ในการประสานงาน ให้รวดเร็ว แม่นยำและทราบพิกัดจุดที่รับแจ้ง เพื่อประสานงานเจ้าหน้าที่ท้องที่เกิดเหตุ ได้อย่างฉับไว
โดย มี พ.ต.อ. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผกก.ศร.บก.สปพ. พ.ต.ท. ต่อวงศ์ ศักดิ์กุลวงศ์ รอง ผกก.อก. พ.ต.ท.ปภังกร ศรีวิรัญ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชาญชัย  พึ่งรุ่ง รอง ผกก.ป.พ.ต.ต.อัฏฐวัฒน์ มหาเทียนธำรง สว.อก.พ.ต.ท.หญิง พรศรินทร์ สรรพตานนท์ สว.งานเทคนิคฯ พ.ต.ท.  สง่า วงค์นิคม สว.ชุดปฏิบัติการที่ 1 พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ โรมา สว.ชุดปฏิบัติการที่ 2 พ.ต.ท. ภานุวัฒน์ ชัยจันทร์ สว.ชุดปฏิบัติการที่ 3 พ.ต.ท.ชูชาติ มีแสง สว.ชุดปฏิบัติการที่ 4 ร.ต.อ.ดร.สามารถ กาษร รอง สว.อก. ให้การต้อนรับ.และ..พ.ต.อ.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล  ผกก. ศร. บก.สปพ.ได้มอบและรับของที่ระรึก ให้  ผบ.ตร.ติมอร์

145810 145807 145808 145809

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผลการดำเนินงานโครงการตำบลเอาชนะยาเสพติด

142880 วันนีที่24สค57เวลา10.00น ท่านพลโทวลิต โรจนภักดี ผอ.รมน.ภาค4/ผอ.ศพส.จชต.(ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้)เป็นประธานการประชุมศพส.จชต.วาระพิเศษ โดยมีท่านเลขาปปส./(รองเลขาฯศอ.บตและรองผู้ว่ายะลา/ปัตตานี/นราธิวาสรวมทั้งคณะทำงานโดยมีหน.สง.ศพส.ศชต.ทำหน้าที่เลขานุการโดยมีวาระการประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานโครงการตำบลเอาชนะยาเสพติดที่ผ่านมา(ห้วง1-23สค57) ณห้องประชุมชั้น2 ศปก.กอ.รมน.ภาค4สน.ค่ายสิรินธร  อ.ยะรัง  จ.ปัตตานี โดยกระผมได้เป็นผู้แทน ศชต.เข้าร่วมประชุม. เสร็จการประชุมเวลา11.50น.ปรากฎตามภาพฉายครับ

142884

พ.ต.อ.ชัยโรจน์ ชัยยะรอง ผบก.กองปราบปรามยาเสพติด2/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บก.ปคบ. รวบพ่อค้าเร่ขายปุ๋ยปลอม หลอกตุ๋นเอาเปรียบชาวนา

 

141355           ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรด้วยการลดต้นทุน ด้านปัจจัยการผลิตต่างๆ ทั้งค่าปุ๋ย ค่าสารกำจัดวัชพืช ค่าเช่าที่นา ค่าใช้รถเกี่ยวข้าว รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร โดยให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งหา มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องลดต้นทุนการผลิตดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ

         สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจ สอบสวนกลาง ดำเนินการสืบสวนหาข่าว และติดตามจับกุมกลุ่มบุคคลที่เอารัดเอาเปรียบเกษตรกรโดยเฉพาะกรณีจำหน่ายปุ๋ยเคมีและสารกำจัดวัชพืชปลอม ไม่ได้คุณภาพ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ซึ้งเป็นการหลอกลวงและเพิ่มต้นทุนการผลิต สร้างภาระหนี้ให้กับเกษตรกร 141356

        ต่อมาได้มีประชาชนร้องเรียนผ่านสาย470

ด่วน บก.ปคบ.๑๑๓๕ ว่ามีกลุ่มบุคคลนำปุ๋ยเคมีปลอมมาเร่ขายให้เกษตกรในพื้นที่ จ.สระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียง ในการนี้ พ.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.,ปคบ.,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม,          พ.ต.อ.อังกรู  คล้ายคลึง,พ.ต.อ.สมชาย ทองศรี,พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ปคบ. ได้สั่งการให้                      พ.ต.อ.วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผกก.๒ บก.ปคบ. ประสารงานกรมวิการการเกษตร โดย นายธีระ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพื้ชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้ นายวุฒิ นิพลกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรปราจีนบุรี พร้อมพวกร่วมออกสืบสวนกรณีสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลนำปุ๋ยเคมีและสารกำจัดวัชพืชปลอมและไม่ได้คุณภาพมาจำหน่ายในพื้นที่ตะวันออก ในเขตพื้นที่ จ.สระแก้ว จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณทางแยกสระขวัญ พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยขับมาตามถนนสระแก้ว-จันทบุรี จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบปุ๋ยเคมีและผลิตภันฑ์สารกำจัดวัชพืชปลอมจึงขยายผลจับกุมรถยนต์กระบะที่เร่ขายอีกจำนวน ๖ คัน บริเวณ บ้านเลขที่ ๒๒๖ ถนนเทศบาล ๖ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ซึ้งเป็นสถานที่เก็บปุ๋ยเคมีและผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืช โดยจับกุม นายทวีชัย ตาลปากดี กับพวกรวม ๓๕ คน พร้อมด้วย รถยนต์กระบะ จำนวน ๗ คัน ปุ๋ยเคมีและวัสดุการเกษตรสารกำจัดวัชพืช และอื่นๆ จำนวน ๑๔ รายการ (มูลค่าของกลาง ประมาณ ๔,๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ) 141357

            โดยกล่าวหาว่า ๑. ร่ามกันก่อให้เกิดความเข้าผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญ ประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา๔๗ (โทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีทำผิดซ้ำ จำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ )

                                         ๒. ร่วมกัน ผลิต เพื่อจำหน่าย ซึ้งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๒๓,๗๓ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.วัตถุอันตราย(ฉบับที่๓)พ.ศ.๒๕๕๑(โทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

                                           ๓. ร่ามกันผลิตปุ๋ยเคมีและจำหน่ายปุ๋ยเคมีโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๑๒,๕๗ ตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปุ๋ย(ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๕๐ (โทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.๒ บก.ปคบ.ดำเนินคดีต่อไป

                                          เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั้นต่อการปฏิบัตงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอารัดเอาเปรียบเกษตรในการในการจำหน่ายปู๋ยเคมีและสารกำจัดวัชพืชปลอม ไม่ได้คุณภาพ จึงขอประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติดังกล่าว และแจ้งให้ประชาชนทราบหากถูกเอารัดเอาเปรียบหรือพบเห้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. ปคบ. ทางสายด่วน ๑๑๓๕ หรือตู้ปณ ๔๕๙ ปณศ. สามเสนใน เขตพญาไท กทม.๑๐๔๐๐ หรือสถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเท                                                                                                                             

จับอดีตช่างพิมพ์โฉนดกรมที่ดินล้วงทรัพย์สินใต้เบาะรถ

141313 วันนี้ (23 ส.ค.2557) พ.ต.อ.สุรเดช เด่นธรรม รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม จับกุมตัวนายพรชัย หรือติ๊ก ผลโยธิน ผู้ต้องหา อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่า "ลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกันสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน โทรศัพท์เคลื่อนที่และกระเป๋าอีกจำนวน 63 รายการ
จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ลานพระรูปวงเวียนใหญ๋ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2557 เวลาประมาณ 18.30 น.
พฤติการณ์กล่าวคือ ผู้ต้องหานี้ซึ่งพักอยู่แถวบางกะปิ จะแต่งชุดกีฬาเพื่อทำทีว่ามาออกกำลังกาย ตระเวนขับรถจักรยานยนต์ของกลาง ไปจอดซุ่มดูผู้เสียหายซึ่งมาออกกำลังการบริเวณลานพระรูปวงเวียนใหญ่ จากนั้นเมื่อเห็นว่าผู้เสียหายได้เก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ใต้เบาะรถ จากนั้นจะขับรถของตนเองไปชิดกับรถของผู้เสียหายและใช้เสื้อคลุมล้วงเอาไว้ทรัพย์สินใต้เบาะรถเอาหลบหนีไป จากนั้นจะนำทรัพย์สินไปขายเพื่อเล่นการพนัน ส่วนบัตรต่างๆ จะนำไปทิ้งลงท่อน้ำ ส่วนบัตรเอทีเอ็มจะนำไปสุ่มกดรหัสเพื่อกดเอาเงินโดยเลือกเอาวันเดือนปีเกิด หรือเลข141314บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งบ้างก็ได้ทรัพย์สินบางครั้งก็ไม่ได้
จากสืบสวนขยายผลผู้ต้องหานี้มีหมายจับคดีลักษณะเดียวกัน 4 หมาย ท้องที่ สน.สำเหร่ สน.หัวหมาก สน.มักกะสัน สภ.ปากเกร็ด และรับว่าเคยก่อเหตุมาแล้วตามสวนสาธารณะซึ่งใช้ออกกำลังกายในกรุงเทพและปริมณฑลมาหลายครั้ง มีผู้เสียหายมาแจ้งความไว้หลายคดี ซึ่งผู้เสียหายมีทั้งครู ตำรวจ และประชาชนทั่วไปที่มาออกกำลังกาย
สน.ใดมีแผนประทุษกรรมใกล้เคียงกัน สามารถให้ผู้เสียหายดูของกลางได้ที่ สน.บุปผาราม

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตำรวจสืบสมุทรสาครปิดคดีภายใน 24 ชม.

140077 สองคนร้ายบุกปล้น!! ธนาคารไทยพาณิชย์ พระราม 2 พันท้ายนรสิงห์
เมื่อเวลาประมาณ 14.50  น.ของวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ร.ต.ท.อานนท์ ทิพวรรณ ร้อยเวร สภ.โคกขาม ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระราม 2 หมู่ 5 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ต่อมา พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สค. พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รอง ผกก.ภ.จว.สค.  พ.ต.อ.เจนณรงค์ สมเสถียร ผกก.สภ.โคกขาม นำกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการสอบถาม นายจรัญ แอบทิพย์ อายุ 40 ปี พ่อค้าผลไม้ พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุปล้นธนาคาร ตนเองกำลังเข้าไปทำธุรกรรมในธนาคาร มีคนร้าย 2 คนใส่แว่นตาและหมวกปิดบังใบหน้า ถือปืนเข้ามาในธนาคารพร้อมประกาศว่านี่คือการปล้นให้ทุกคนในธนาคารอยู่นิ่งๆ หลังจากนั้นได้กระโดดข้ามเคาเตอร์ธนาคารเพื่อหยิบเอาเงินในลิ้นชักธนาคาร แต่ไม่พบเงินจึงยิงปืนขู่ 1  นัด พร้อมตะโกนขมขู่พนักงานให้เอาเงินมาให้หมด และเข้าไปรื้อค้นตามเคาเตอร์อื่นๆ ก่อนที่จะกวาดเงินสดหลบหนีออกไปจากธนาคาร ซึ่งทราบภายหลังจากเจ้าหน้าที่ว่ายอดเงินที่คนร้ายปล้นไปได้ ประมาณ 212,000 บาท
นายจรัญ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากคนร้ายหลบหนีไปจากธนาคารแล้ว ตนเองก็ได้รีบวิ่งตามออกไปพร้อมตะโกนให้คนช่วยจับโจรปล้นธนาคาร เมื่อเห็นคนร้ายวิ่งไปที่รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีผู้หญิงจอดรออยู่และขับขี่หลบหนีออกไปทั้งสามคน ตนเองจึงขับรถกระบะอีซูซุ สีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน กล 6582 กทม.เพื่อไล่ตามคนร้าย เมื่อสบโอกาสจึงขับรถพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์คนร้ายล้มลง แต่หนึ่งในคนร้ายได้เปิดประตูรถกระบะแล้วใช้ปืนยิงตนเองหนึ่งนัดที่โคนขาซ้าย และได้หลบหนีไป ตนเองจึงแข็งใจวิ่งกลับมาที่ธนาคารก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชัย
ทั้งนี้เจ้าหน้าสามารถควบคุมตัวผู้หญิงซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุปล้นธนาคาร โดยรับหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชัยเช่นกัน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถยนต์ของพลเมืองดีขับ ต่อมา พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ประสพชัย มัสยวานิช ผกก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สค. พ.ต.อ.เจนณรงค์ สมเสถียร ผกก.สภ.โคกขาม พ.ต.ท.สมชาย ขอค้า สวป.สภ.โคกขาม พ.ต.ต.พีระ อัศวพิบูลย์ผล สว.สส.ภ.จว.สค. ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อสอบปากคำผู้หญิงที่คาดว่าเป็นคนร้ายในการปล้นครั้งนี้ โดยผู้หญิงดังกล่าวอ้างว่า ไม่รู้เห็นกับการปล้นธนาคารในครั้งนี้ ตนเองเพียงแต่ได้รับโทรศัพท์ให้มารอรับสองคนร้ายที่หน้าธนาคาร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีเอกสารหลักฐานบางอย่างระบุว่าทั้งสามคนมีการวางแผนร่วมกันก่อนลงมือปล้นธนาคารครั้งนี้
เจ้าหน้าที่กล่าวเพิ่มเติมว่า รถจักยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนีและถูกพลเมืองดีขับรถพุ่งชน เป็นรถฮอนด้า คลิก สีแดง-ดำ ป้ายแดงทะเบียน 4293 ส่วนคนร้ายอีกสองคนที่หลบหนีไปได้ จากการสืบสวนทราบว่าหลังจากที่ยิงพลเมืองดีจนได้รับบาดเจ็บ ได้จี้ชิงรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปภายในซอยโรงเรียนบ้านบางน้ำจืด ก่อนจะทิ้งรถจักรยานยนต์เปลี่ยนมาขึ้นรถโดยสารประจำทางเข้ากรุงเทพฯ และได้ลงรถโดยสารประจำทางที่บริเวณห้างโลตัสพระราม 2 และขึ้นรถแท็กซี่สีส้ม หมายเลขทะเบียน ทษ 3565 กรุงเทพฯ หลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี

รายงานเหตุเบื้องต้น เมื่อ 20 ส.ค.2557 เวลาประมาณ 13.45 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนเข้าปล้นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระราม2 พันท้ายนรสิงห์ ได้เงินสดไปประมาณ 210,000 บาท จากนั้นได้วิ่งออกมาด้านนอกขึ้นรถจักรยานยนต์ โดยมี น.ส.เกตุไพฑูรณ์  อุทัยพิบูลย์ อายุ 23 ปี ขับรถจักรยานยนต์จอดรออยู่ ในขณะนั้นได้มีพลเมืองดี ชื่อ นายจรัญ แอบทิพย์ ได้ขับรถยนต์กระบะของตนเองไล่ติดตามไป แล้วกลับรถย้อนศรมาชนกับรถคนร้าย เป็นเหตุให้ น.ส.เกตุไพฑูรย์ฯ ได้รับบาดเจ็บ และคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถนายจรัญฯ พลเมืองดี กระสุนถูกขาขวาได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.เอกชัย พร้อม น.ส.เกตุไพฑูรย์ฯ ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ได้จี้ชิงรถจักรยานยนต์ในบริเวณที่รถเสียหลักหลบหนีไป จากการสืบสวนทราบว่า คนร้ายอีก 2 คน ชื่อ นายศราวุธ (กุ้ง) บุญยัง อายุ 26 ปี และนายวุฒิชัย (เก่ง) จันธิมา อายุ 23 ปี จากนั้นชุกสืบสวนได้ติดตามจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้พร้อมอาวุธลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และเงินสดจำนวนหนึ่ง(อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนที่แน่นอน) จับกุมได้ที่ห้องพักไม่มีเลขที่ ต.คูคต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ต่อมา เมื่อวันที่ 20 สค.2557  นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ปลัดจังหวัดสมุทนสาครนายวิจักขณ์ ชินโคตรพงษ์นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจกับนายจรัญ แอบทิพย์พลเมืองดีที่ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายปล้นธนาคารได้ 1 คนโดยที่ตัวนายจรัญพลเมืองดีถูกยิงเข้าที่ต้นขาได้รับบาทเจ็บสาหัส แต่ได้รับการรักษาจากทาง รพ.เอกชัยจนได้พ้นขีดอันตราย

นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์รองผู่ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้กล่าวขอบคุณ รพ.เอกชัยที่ให้การดูแลรักษาพลเมือง เป็นอย่างดีและใกล้ชิด

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จับกุมผู้ตอ้งหาพรอ้มพวกในขอ้หารว่มกันลักทรัพย์

128226 เมื่อวันที่4ก.ค. 2557ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สืบศักดิ์  พันธ์สุระ ผบก.น 5 พ.ต.อ.กิติพงษ์ สุวรรณ ผกก. สข.ทุ่งมหาเมฆ พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.ส.ส.พ.ต.ท.ชนันท์เปรมปลื้มจิตต์ สส. พ.ต.ต. วุธทยา สิงห์กิ้ง สว.สส.ได้สั่งการให้และเจ้าหน้นที่สืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุมผู้ตอ้งหาพรอ้มพวกในขอ้หารว่มกันลักทรัพย์วันที่เกิดเหตุ 25ก.ค.57เวลาประมาณ 01.30_08.00น.ที่เกิดเหตุชอยสวนพูล แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพผู้เสียหาย นายธาม ศกุลตาภัยทรัพย์สินที่ถูกประทุษรา้ย 1.เงินสด3.000บาท2.บัตรเคดิตจำนวน3ใบและโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน5จำนวน1เครื่องของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นสินค้าที่กลุ่มคนรา้ยนำไปรูดที่แมกแวลูลย์โทรศัพท์นำไปขายที่รา้นน้ำเพชรโมบายหว้ยขวางวันที่25ก.ค.57ในราคา7.500บาทใช้ชื่อนายพรชัย คันธจันทร์ นายพรชัยกับนายภูวดลวาสรัตน์เป็นผู้นำไปขาย ชื่อผู้ตอ้งหาทั้งหมด จำนวน3คนนังนี้ 1นายพรชัย คันธ  จันทร์( จับกุม) 2นายภูวดล  วาสรัตน์(จับกุม)3นายสุฤทธิ์  วิจิตร(หลบหนี) ผู้เสียหายได้นั่งรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทย-9244 กทม. ที่มีนายภูวดล  วาสรัตน์ เป็นผู้ขับขี่มาส่งผู้เสียหาย ที่บริเวณเลยปากซอยสวนพูล 8ประมาณ 30เมตร ซ สวนพูลแขวงทุ่งมหาเมฆเขตสาทร กรุงเทพ แล้วนำเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไประหวา่งที่ผู้เสียหายหลับต่อมาคนรา้ยทั้ง3ได้นำบัตรเคดิตไปซื้อสินค้าที่แมแวกลูลย์โดยได้ใช้รถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทล 7929 กทม.ของนายพรชัย คันธจันทร์ ต่อมานำมาเต็มแก็สทัี่ปั้มแอลพีจี ถนนนราธิวาสต่อจากนั้นนำบัตรเคดิตไปซื้อน้ำมันเครื่องที่ปั้มบางจากพระราม3จำนวน3แกลลอนแบ่งคนละแกลลอน ชว่งบา่ยนายภูวดลกับนายพรชัยนำโทรศัพท์ไปขายที่รา้นน้ำเพชรบา่ยโมงที่หว้ยขวางได้เงิน7.500บาทให้นายพรชัย1.500บาทที่เหลือเป็นของนายภูวดล

128225

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คนต่างด้าวต้องโทษ หลบเข้ามากบดานในประเทศ



 
30 ก.ค.57 เวลา 11.๐๐ น. พล.ต.อ.วุฒิ  ลิปตพัลลภ  ที่ปรึกษา (สบ ๑๐) และ พล.ต.ท.ศักดา  ชื่นภักดี  จตร.รรท.ผบช.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคนต่างด้าวกระทำความผิดจากต่างประเทศ หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย จำนวน 4 คดี  ดังนี้
       1. นายโจนาทาน แปลง (Mr.Jornatan PlANT) สัญชาติฝรั่งเศส อายุ 40 ปี กระทำผิดข้อหาปล้นธนาคารโดยใช้อาวุธ,ปล้นอาคารบ้านเรือน,ปล้นสะดม,ลักทรัพย์,ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ,ทำร้ายร่างกาย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธและใช้ความรุนแรง ในประเทศฝรั่งเศส
       2. นายอัลทาล เรซ (Antal RACZ) สัญชาติฮังการี อายุ 40 ปี กระทำผิดข้อหาฆ่าคนตายและใช้อาวุธสงคราม(ระเบิด) และอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในประเทศประเทศฮังการี
       3. นายปราน เชสโก กัลป์เดลลี่ (Mr.Francesco GALDELL) สัญชาติอิตาลี อายุ 52 ปี กระทำความผิดฐานฉ้อโกง,รับของโจร,แสดงตัวเป็นบุคคลอื่น,จำหน่ายสินค้าที่เครื่องหมายการค้าปลอม,ละเมิดลิขสิทธิ์ ในประเทศอิตาลี
       4. แก๊งค์คอลเซ็นต์ สัญชาติไต้หวัน
           4.1 นายจาง เจีย เว่ย (Mr.CHANG CHIA WEI) อายุ 18 ปี
           4.2 นายหวัง อี้ เฉิน (Mr.WANG YI CHIEH) อายุ 35 ปี
           4.3 นายอู๋ ยวู โซว (Mr.WU YU SHUO) อายุ 33 ปี
           4.4 น.ส.เฉิน ลี่ ยิน (Mrs.CHEN LI YEN) อายุ 42 ปี
        คนต่างด้าวทั้งหมด สตม.ดำเนินการเพิกถอนและผลักดันส่งกลับตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  โดยแถลงข่าว  ณ ห้องแถลงข่าวอาคาร 1 ชั้น 1 สตม. (สวนพลู)




ปส.จับยาบ้า 3รายของกลางจำนวนมาก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/วันที่ 28 ก.ค 57 เวลา 11.00 น.พล.ต.อ.ดร.วัชรพล ประสานราชกิจ รรท.ผบ.ตร.พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.( ปส ) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร.( มค.1 )พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส,พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส.พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส.แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องค้ายาเสพติดจำนวน 3 คดี ได้ผู้ต้องหาจำนวน 8 คนพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1 ล้าน 4 หมื่นเม็ดและโคเคนจำนวน 2 กิโลกัมรถยนต์จำนวน 4 คันและอื่นๆ อีกหลายรายการ คดีแรก จับกุม 1. นายอนุรักษ์ เล่าดีเจริญ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ 3 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จว.ตาก 2. นายประเสริฐ เล่าเจริญกุล อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ 3 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จว.ตาก 3. ว่าที่ ร.ต.สมศักดิ์ สุรดีคณยศ อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 6 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จว.ตาก 4. นายชาติชาย เกิดมณีกุล อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จว.ตาก 5. นายวิเชียร จันทร์จงเจริญ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 76 หมู่ 3 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จว.ตาก 6. นายสาธิต แซ่เฮ่อ อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 175 หมู่ 10 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จว.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลางยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ รวมจำนวน 500 มัดรวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 1,000,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแม็ค สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ฒฆ 7488 กทม.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน 1ฒง 6508 กทม.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน บฉ 3792 ตาก รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น ฟรอนด์เทีย สีเทา หมายเลขทะเบียน บน 6058 สุโขทัย.รวมรถยนต์จำนวน 4 คันโทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง จับกุมได้ที่ บริเวณป่าละเมาะ พื้นที่หมู่บ้านกุดตาเรือ หมู่ 14 ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย คดี สองจับกุมตัวนาย ณัฐพงษ์ โสภนราพงษ์อายุ 33 ปีอยู่บ้านเลขที่ 46 ม.12 ต.สุขเดือนห้าอ.เนินขาม จว.ชัยนาทพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 4 หมื่นเม็ด คดี สาม จำกุม MISS.SITI KHOERIYAH อายุ 29 ปี สัญชาติ INDONESIA ผู้ต้องหาพร้อมของกลางโคเคนจำนวน 2 กิโลกรัม ชาวอินโดนิเซีย นำตัวผู้ต้องทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตำรวจทางหลวงและกู้ภัยทางหลวงร่วมปล่อยแถวรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่

1387966261765

23 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 11.00 น. การทางพิเศษระหว่างเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และกู้ภัยทางหลวงร่วมปล่อยแถวรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่สำนักบำรุงทางที่ 21 มอเตอร์เวย์สาย7 (อ่อนนุช) มี รมว.คมนาคม เป็นประธาน, ผบก.ทล., ผอ.การทางพิเศษระหว่างเมือง ร่วม

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตำรวจทางหลวง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ประชาชนที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่

          พลตำรวจตรีพงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีปล่อยแถวขบวนรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และระดมกำลังออกปฏิบัติอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เทศกาลปีใหม่ 2557 ณ กองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อบริการประชาชนและเฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนน ว่า เจ้าหน้าที่พร้อมในทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปต่างจังหวัด โดยปีนี้บริเวณถนนพหลโยธินจะเปิดช่องทางพิเศษ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. คาดว่าจะช่วยระบายจำนวนรถที่จะออกจากกรุงเทพมหานครได้เป็นจำนวนมาก

ส่วนการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด นั้น ได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ควบคู่กับการดำเนินการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์และสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ ฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางไป และกลับ จากการพักผ่อน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้ศึกษาเส้นทางที่จะเดินทาง และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้น

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตร.ร่วมกับ 50 หน่วยงานประชุมเตรียมความพร้อม ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2557

274367เมื่อ 20 พ.ย.56 ณ ห้องประชุม 1 ตร. พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานจราจร เป็นประธานการประชุมระดมหน่วยงานทั้งใน ตร.และนอก ตร. จำนวน 50 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุมหารือเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ซึ่งปีนี้มีวันหยุดจำนวน 5 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.56 ถึงวันพุธที่ 1 ม.ค.57 โดยพิจารณาจากข้อมูลและสภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุทางถนนในช่วงปีใหม่ปีที่แล้วซึ่งเกิดอุบัติเหตุจำนวน 3,176 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 3,329 คน และผู้เสียชีวิต 365 คน สาเหตุหลักเกิดจาก 3 ประการคือ 1) เมาสุรา 2) การขับรถเร็ว 3) ไม่สวมหมวกนิรภัย ดังนั้นในปีนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.จึงได้ให้มีการเตรียมการเพื่อสร้างความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชนล่วงหน้า โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งดำเนินการกำหนดมาตรการและบูรณาการสนธิกำลังหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันเตรียมการปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลตามเป้าหมาย คือจะต้องลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลดลงให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสถิติปีใหม่ 2556 ที่ผ่านมา โดยขับเคลื่อนและรณรงค์ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ปีใหม่สัญจรปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” โดยกำหนดมาตรการเข้มในการป้องกันและลดอุบัติเหตุผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เรียกว่า “มาตรการ 7 วันแห่งความปลอดภัย” (27 ธ.ค.56 – 2 ม.ค.57) มาตรการนี้ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักกล่าวคือ ช่วงเตรียมความพร้อม ระหว่างวันที่ 1 - 30 พ.ย.56 (30 วัน) ช่วงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 1 - 26 ธ.ค.56 (26 วัน) ช่วงคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.56 – 2 ม.ค.57 (7 วัน) ซึ่ง 3 ขั้นตอนนี้ประกอบด้วยการบริหารจัดการจราจรที่มีประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกการจราจรและการบังคับใช้กฎหมาย โดยเน้นหนักการจับกุม 10 ข้อหาหลักได้แก่ 1)เมาสุรา 2) ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 3)ไม่สวมหมวกนิรภัย 4) ขับรถฝ่าสัญญาณไฟ 5) ขับรถแซงในที่คับขัน6)ขับรถย้อนศร 7) ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 8) ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 9) อุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้อง และ 10) โทรศัพท์ในขณะขับรถ รวมทั้งปีนี้จะให้ทุกหน่วยเน้นกวดขันมิให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยให้ฝ่ายต่าง ๆ ร่วมรณรงค์ปลูกจิตสำนึกเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทั้งตัวคนคือผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ยานพาหนะ สภาพถนนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วทั้งประเทศ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“ท่องเที่ยวปลอดภัย ตำรวจไทยให้บริการ”.มาตราการเร่งด่วน 9 ประการ กำชับห้ามโชว์ลามกอนาจาร...

1471831_649866758370001_462021814_n          วันนี้ 22 พ.ย. ที่ห้องประชุม สำนักงานตรวจคเข้าเมือง พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา(สบ.10) เป็นประธานในการประชุมซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ภายใต้หลักการ “ท่องเที่ยวปลอดภัย ตำรวจไทยให้บริการ”
โดย พล.ต.อ.วุฒิ ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้น กับนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 4ประเด็น คือ ปัญหาด้านอาชญากรรมที่เกี่ยวกับชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ปัญหาด้านการหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาอุบัติภัยต่างๆ ปัญหาความไร้ระเบียบ ความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งปัญหาต่างผลส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ ดังนั้นจึงได้มีแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 9 ประการที่ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อาชญากรรมที่แอบแฝงมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว การหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ ของผู้ประกอบการทัวร์ กลุ่มรถโดยสารที่ตั้งตนเป็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดที่รับผิดชอบต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกป้องกันเหตุ ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว17 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี เชียงราย สุโขทัย แม่ฮ่องสอน นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ระยอง ตราด สมุทรสาคร ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย นอกจากนี้ พล.ต.อ.วุฒิ ยังกำชับห้ามมิให้พื้นที่ใด มีการแสดงโชว์ลามากอนาจาร หากปล่อยปละละเลยผู้บังคับการจังหวัดต้องรับผิดชอบ

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยม

IMG_1461วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.2556 11.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบาย ทก.มัฆวาน โดยมี พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 ให้การต้อนรับ

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มอบเงินซื้อเสื้อเกราะส่งชายแดน


เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 56 ที่ผ่านมา คุณอาภาภรณ์ โกศลกุล , คุณศุภลักษณ์ ตัณทาภิชาติ และ คุณศรีไศล (สุชาตวุฒิ) วรานนท์ ได้ร่วมกันมอบเงินบริจาค จำนวน 636,500 บาท ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรพงษ์ เขมะสิงคิ ผบช.ตชด.เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปจัดซื้อเสื้อเกราะ ให้กับตำรวจตระเวนชายแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ห้องรับรอง สนง.ผบ.ตร.

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จับฉลากแบ่งสายกีฬาตำรวจ


31 ม.ค. 2556  ที่ห้องประชุม พล.ต.อ.เผ่า  ศรียานนท์  ชั้น 2 สส. /พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  ที่ปรึกษา (ปป 4) เป็นประธานการประชุมคอนเฟอร์เรนซ์คณะกรรมการกีฬาตำรวจประเภทฟุตซอล  เืพื่อติดตามผลการดำเนินการของคณะกรรมการและ บช. ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งจับฉลากแบ่งสายการแข่งขัน

ตรวจเยี่ยมอาคารทดแทน


เมื่อ 31 มกราคม 56 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เดินทางตรวจเยี่ยม การดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการ (ทดแทน) ตำรวจภูธรภาค 1 ณ สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จ.ปทุมธานี

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ภาครัฐตีกรอบ ปิดประตู แหล่งซุกซ่อน ยาเสพติด


ภาครัฐ เดินหน้า รวมพลังแผ่นดินทุกภาคส่วนเอาชนะยาเสพติด กำหนดยุทธศาสตร์พลังแผ่นดิน มุ่งเอาชนะยาเสพติดเพื่อให้เกิดชุมชนสีขาวทั้งแผ่นดิน  ประสานประโยชน์ภาคส่วนผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หอพัก คอนโดมีเนียม อาคารชุด และอพาร์ทเม้นท์ ทั่วกรุงเทพมหานคร เฝ้าจับบุคคลผู้เช่าพัก เพื่อเป็นแหล่งซุกซ่อน ค้ายา และมั่วสุมเพื่อเสพยาเสพติด พบบุคคลต้องสงสัยแจ้งทันที
                ในการจัดอบรมสัมมนาของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นเจ้าภาพในคราวนี้มีผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หอพัก คอนโดมิเนียม อาคารชุด และอพาร์ทเม้นท์ ร่วมเข้าโครงการอบรมเพื่อรู้ทันขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด โดยมี ร.ต.อ.ดร. เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์  ธูปกระจ่าง ผบ.ช.น. ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ความเข้าใจในการเป็นแนวร่วมต้านขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า จะมีการเช่าที่พักอาศัยเป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งปัจจุบัน ขบวนการดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่ซุกซ่อนยาก่อนลักลอบจำหน่าย
                อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บ้านเมือง สามารถจับกุมยาเสพติดได้กว่าล้านเม็ดยึดทรัพย์ได้กว่าหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ต่อมา ที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ยกเอาปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด แพร่ขยายจากแหล่งผลิตที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ที่ลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายแก่เยาวชนจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในระดับที่สังคมไทยรับไม่ได้เนื่องจากผู้เสพยาก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรงหลายคดี จนรัฐบาลต้องยกมาเป็นวาระแห่งชาติโดยมีกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดก็ใช่จะเป็นเหตุเกินวิสัยของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ทำหน้าที่ในด้านการปราบปราม
                การเปิดอบรมผู้ประกอบการที่เดินทางมาร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น
ร.ต.อ.ดร. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ. วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผบ.ตร. ที่ปรึกษา(ส.บ.10) พล.ต.ท. คำรณวิทย์  ธูปกระจ่าง ผบช.น. เป็นผู้เสนอแนวคิดให้ผู้ประกอบการที่เข้าอบรมกว่า 2 พันราย ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม. ที่ผ่านมาเพื่อแสวงหาแนวร่วมจากผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หอพัก คอนโดมิเนียม อาคารชุด อพาร์ทเม้นท์ และบ้านเช่า เป็นต้น ก็เพื่อสร้างความรู้เท่าทันของขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด ที่จะเช่า เพื่อพักเอง และไว้ซุกซ่อนยาเสพติดดังกล่าว
                                ทั้งนี้หากทุกภาคส่วนของสังคมไทยร่วมมือกัน ขจัดยาเสพติดออกจากบุตรหลานและสังคมไทยให้หมดไปโดยเร็ว สังคมไทยก็จะเกิดแค่ความสงบสุข กลับมาดั่งเดิมถ้าวันนี้ไม่มียาเสพติด 
                                                                      โปร่ง   พญาไม้  

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จับเครือข่ายค้ายาเสพติด เรือนจำบางขวาง


ตำรวจ บก.น.1 จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดได้      2 ผู้ต้องหา สองสามี ภรรยา พร้อมของกลางจำนวนมาก ยอมรับเป็นคนกลางรับสิ่งของมาจากผู้บงการในเรือนจำ ลักลอบจำหน่ายแก่ลูกค้าทั่วไป ทำมานานแล้ว หลังพ้นโทษจากคุก ได้ปีเศษ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1  พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.พจน์ บุญมาภาคย์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายดนัยวัฒน์ หรืออ๋อง เชาววิชญ์ อายุ 31 ปี อยู่เลขที่ 47 ซ.ริมคลองมอญ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ และ น.ส.แสงดาว หรือจุ๋ม มุขศรี อายุ 29 ปี อยู่เลขที่ 219 หมู่ 4 ต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จากการสอบสวนทราบว่า บุคคลทั้งสองลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยอาศัย ห้องพัก เลขที่ 10/323 ชั้น 17 อาคาร D ลุมพินีเพลส ถนนพระราม9 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพ เป็นที่พักและจำหน่าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นพบยาเสพติดและอื่นๆ 9 รายการ นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด 8 รายการ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ผู้ต้องหายอมรับว่าได้จำหน่ายให้วัยรุ่นในย่านห้วยขวาง โดยให้ น.ส.แสงดาว เป็นผู้ดูแล และได้สั่งซื้อมาจากเครือข่ายของ นายบอยซึ่งจำคุกอยู่ในเรือนจำบางขวาง

โปร่ง  พญาไม้

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา      พล.ต.ท.เรีองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.(บร5) ร่วมพิธีมอบกรวยยางจราจร ปตท. ปี2555 ณ.สำนักงานใหญ ปตท. Energy Complex อาคาร c