pearleus

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ระทึกสายฟ้าแลบ! “ฉลาม 461” บุกบล็อกกระบะทมิฬ พก .357 ป่วน อบต.กาหลง “บิ๊กยอด” สั่งเฉียบขาดสยบคาลานจอดรถการไฟฟ้ากาหลง

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.32 น. ชายวัย 60 ปี ทราบชื่อภายหลัง นายชาติ (สงวนชื่อสกุลจริง) ขับรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู สีแดง ทะเบียนสมุทรสงคราม เข้ามาจอดวนเวียนท่าทางมีพิรุธอย่างรุนแรงภายใน อบต.กาหลง ม.2 ต.กาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวกลับปฏิเสธการให้ความร่วมมือ และเหยียบคันเร่งขับรถหลบหนีออกจาก อบต. อย่างรวดเร็ว!




เจ้าหน้าที่สนธิกำลังไล่ล่าระทึกกลางแดดเปรี้ยง หลังรับแจ้งเหตุชายต้องสงสัยมีพิรุธ ขับรถกระบะวนเวียนพกอาวุธปืนบุก อบต.กาหลง
สั่งการด่วนโดย พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล (บิ๊กยอด) ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ร่วมกับ พ.ต.อ.ธีรภัทร จิรสิริกุล ผกก.
สภ.บางโทรัด นำชุดปฏิบัติการพิเศษ “นปพ. ฉลาม 461” และกำลัง ตร. สภ.บางโทรัด ล้อมกรอบระงับเหตุก่อนสายเกินแก้!




เปิดนาทีระทึก.. ซิ่งหนีไม่รอดจนมุมลานจอดรถการไฟฟ้ากาหลง
ชุดฉลาม 461 สมุทรสาคร และ ตร.บางโทรัดไม่รอช้า ซิ่งไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถสกัดบล็อกรถคันดังกล่าวได้ที่บริเวณลานจอดรถที่ทำการไฟฟ้า ม.2 ต.กาหลง
ค้นรถเจอ .357 พร้อมบวก! สยบยอมไร้เหตุบานปลาย



เมื่อเผชิญหน้ากับกำลังเจ้าหน้าที่ ที่ปิดล้อมไว้ทุกทิศทาง นายชาติจึงยอมลงจากรถให้ตรวจค้นแต่โดยดี จากการตรวจสอบภายในรถพบของกลางสุดอันตราย:
อาวุธปืนสั้นลูกโม่ ขนาด .357 แม็กนั่ม (ยี่ห้อ Smith & Wesson) จำนวน 1 กระบอก
ลูกกระสุนปืนขนาด .357 บรรจุพร้อมใช้งานอีกจำนวน 7 นัด
เจ้าหน้าที่ ตร. ทำการควบคุมตัวพร้อมยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด ดำเนินคดีในข้อหา "พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุสมควร"
ทั้งนี้ ถือเป็นการ ปิดจ๊อบสยบเหตุคลั่งได้อย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และปลอดภัยของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร!

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สะเทือนวงการสาธารณสุขมหาชัย! รพ.สมุทรสาคร ทุ่มงบยกเครื่องบิ๊กคลีนนิ่ง พลิกโฉม "ตึกสูติฯ-ศัลยกรรมกระดูกหญิง" นิมนต์พระเกจิดังเจริญพระพุทธมนต์ล้างซวยเสริมสิริมงคล มุ่งทลายกำแพงความแออัด ยกระดับการรักษาเทียบชั้นมาตรฐานสากล

 

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสมุทรสาครเปิดฉากศักราชใหม่แห่งการบริการทางการแพทย์ ประกาศเปิดตัว "แผนกสูตินรีเวชกรรม (โฉมใหม่)" และ "หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อหญิง" อย่างเป็นทางการ


พิธีการเริ่มขึ้นอย่างเข้มขลังและเป็นสิริมงคลสูงสุด โดยมีพิธีนิมนต์ พระเทพสาครมุนี ที่ปรึกษาเจ้าหน้าพระ 14 พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ สวดชยันโตประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วบริเวณอาคารใหม่ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยและสร้างขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมให้กับทั้งบุคลากรและผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการ


งานนี้แกนนำระดับบิ๊กนำโดย นายแพทย์ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นั่งแท่นประธานตัดริบบิ้นด้วยตัวเอง ท่ามกลางขุนพลคนสำคัญและเซเลบสายบุญเมืองมหาชัยที่ตบเท้าเข้าร่วมยินดีกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น
นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นย.อบจ.สมุทรสาคร
นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ส.ส.เขต 2 สมุทรสาคร
ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ,
นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร พร้อมทีมบริหาร และ
นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญครั้งนี้
3 หมัดเด็ด พลิกโฉม รพ.สมุทรสาคร


มูเตลูควบคู่การแพทย์: ผสานพลังใจและพลังกาย นิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ลบสิ่งอัปมงคล สร้างความอุ่นใจให้ผู้มาใช้บริการ
ทลายวิกฤตความแออัด: ลบภาพจำโรงพยาบาลรัฐแบบเดิมๆ เพิ่มพื้นที่บริการที่กว้างขวางและทันสมัย รองรับเคสผู้ป่วยหญิงและแม่ๆ เมืองมหาชัยได้อย่างเต็มพิกัด
ชาร์จพลังคนหน้างาน: เติมขวัญกำลังใจให้หมอ-พยาบาล ด้วยสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ดีเยี่ยม เพราะนี่คือ "หัวเจาะ" สำคัญในการขับเคลื่อนสาธารณสุขจังหวัด
"นี่คือการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง การปรับปรุงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วให้ประชาชน แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสาธารณสุขสมุทรสาครให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง"
— นายแพทย์ประกิจ สาระเทพ กล่าวทิ้งท้ายอย่างเฉียบขาด
จับตาดูให้ดี! การลุกขึ้นมาปฏิวัติสมรภูมิสุขภาพควบคู่พิธีกรรมอันเป็นมงคลของ รพ.สมุทรสาคร ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเยียวยาจิตใจของพ่อแม่พี่น้องชาวมหาชัยให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้นอย่างแน่นอน!

พลังศรัทธาหักปากกาเซียน! ‘ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร’ นำทัพบิ๊กเนมกราบ 9 ครั้ง ขนเครื่องเซ่นโบราณจัดใหญ่ ‘วันเกิดเจ้าพ่อหลักเมือง’ มหาชัยแทบแตก!

 

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569
‘นายอำนาจ เจริญศรี’ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมบิ๊กเนมทุกชั้นยศ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ท้องถิ่น และภาคเอกชน ยิ้มกรับหน้าเสื่อร่วมพิธีไหว้วันคล้ายวันเกิด ‘เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจหนึ่งเดียวของชาวประมงและคนมหาชัย ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ล้นทะลักเลียบแม่น้ำท่าจีน



เจาะลึกพิธีกรรมโบราณ ‘กราบ 9 ครั้ง’ ที่หาดูยาก!
งานนี้ไม่ใช่แค่การกราบไหว้ธรรมดา แต่เป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมจีนโบราณขนานแท้ที่ดุดันและเข้มขลัง:
พิธีสยบฟ้าดิน: เริ่มด้วยการเปิดทางไหว้ฟ้า-ดิน ก่อนรุกคืบสักการะองค์เจ้าพ่อฯ
เครื่องเซ่นสายมูจัดเต็ม: โหงวแซ (เนื้อสัตว์ 5 ชนิด) ผลไม้มงคล และกระดาษเงินกระดาษทองท่วมศาล
ไฮไลท์ก้มกราบ 3 ทิศ 9 ครา: ถือเป็นความเคารพขั้นสูงสุด! ด้วยการกราบ 3 ครั้งแล้วยืน ทำซ้ำจนครบ 3 รอบ ซึ่งหาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน



ทำไมต้อง ‘ผัดหมี่อายุยืน’?
อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่คนแน่นขนัด คือการแห่นำ "ผัดหมี่เส้นยาว" มาถวายและแจกจ่ายกันทานเพื่อแก้เคล็ดดวงชะตา ถือเคล็ดอายุยืนยาวไม่มีสะดุด ส่วนใครอยากได้บุญซ้ำสอง ศาลเจ้าจัดหมี่มงคลบรรจุซิ่วท้อขาย นำรายได้เข้าศาลเจ้าเต็มเม็ดเต็มหน่วย
นี่คือภาพสะท้อนว่า ต่อให้โลกจะหมุนไปไกลแค่ไหน แต่กลิ่นอายความกตัญญูและการันตีความเหนียวแน่นของคนไทยเชื้อสายจีนในสมุทรสาคร... ยังคง "เข้มขลัง" และไม่มีวันจางหายไปจากแผ่นดินมหาชัย!

มหาบุญรวมใจสายเลือดสงฆ์! เจ้าคณะสมุทรสาครนำทัพ ‘มหานิกาย-ธรรมยุติ’ บำเพ็ญกุศลปัณรสมวารน้อมถวาย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

 

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 สมุทรสาครเดือดด้วยพลังแห่งความจงรักภักดี!พลังศรัทธาหลอมใจทั้งสาครบุรี! พระมหาเปรียญสองนิกายพร้อมใจบำเพ็ญกุศล อุทิศถวาย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”
เกิดภาพประวัติศาสตร์ที่ทำเอาพสกนิกรชาวสาครบุรีต้องขนลุกซู่ ยิ่งใหญ่และหาดูได้ยากยิ่ง! เมื่อ พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร นำทัพคณะสงฆ์ไทยบุกเบิกมหาบุญครั้งสำคัญ




งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา! เพราะเป็นการรวมพลังเนื้อนาบุญระดับ "ตัวกลั่น" ของจังหวัด ข้ามมหานิกายและธรรมยุติ นำพระมหาเปรียญทั่วทั้งสาครบุรี มาร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์และบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร เพื่ออุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา




พลังศรัทธาแน่นวัด! นายอำเภอนำทีมพสกนิกรหลั่งไหล
ไม่ใช่แค่ฝ่ายสงฆ์ที่ขยับ ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ก็หลั่งไหลมามืดฟ้ามัวดิน โดยมี นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว นั่งเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพสกนิกรผู้จงรักภักดีที่ตบเท้าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกันจนล้นพื้นที่พิธี
: การรวมตัวของพระมหาเปรียญทั้งสองนิกายในระดับจังหวัดเพื่อพิธีนี้ สะท้อนชัดถึงความร่วมแรงร่วมใจและ "คุณุปการอันหาที่สุดมิได้" ของพระองค์ท่าน ที่สถิตอยู่ในใจของทั้งโมลีและฆราวาสอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย!



นี่คือข่าวมหาบุญที่ดุดันด้วยพลังศรัทธา และสะท้อนภาพความสามัคคีของชาวสมุทรสาครที่โลกออนไลน์ต้องแชร์!

พิกัดขุมทรัพย์ล้างบางเอเลี่ยนสปีชีส์! "เฮียโก๋" ทุ่มทุนสร้าง เปิดโรงงานรับซื้อ "ปลาหมอคางดำ" โลละ 10 บาท ควักเงินสดจ่ายไว ไม่ต้องรอนาน!

 

สมุทรสาครแตก! เมื่อมหันตภัยเงียบใต้ผืนน้ำอย่าง "ปลาหมอคางดำ" กำลังระบาดหนักทำลายล้างเกษตรกรจับกุ้ง-เลี้ยงปลาจนแทบหมดตัว ล่าสุด "เฮียโก๋" นายปรีชา ศิริแสงอารำพี คหบดีใหญ่ใจถึงแห่งเมืองมหาชัย เจ้าของ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด (โรงงานผู้ผลิตปลาป่นรายใหญ่) ประกาศเปิดศึกท้าชนเอเลี่ยนสปีชีส์แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน!



งานนี้บอกเลยว่า "คนขยันไม่มีวันอดตาย" ใครตกงานหรือกำลังมองหารายได้เสริม ฟังทางนี้ให้ดี! เฮียโก๋ประกาศลั่น รับซื้อปลาหมอคางดำไม่อั้น ให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 10 บาท! ย้ำชัดๆ จะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ชั่งน้ำหนักแล้วรับเงินสดทันทีไม่มีตั่งต่าง!
เงื่อนไขง่ายๆ สไตล์คนจริง:
พกบัตรประชาชนมาใบเดียว (เพื่อยืนยันตัวตนตามมาตรการที่ถูกต้อง)
แจ้งพิกัด ที่ไปจับปลามา
ขนมาขายได้เลยที่: บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร
ชี้เป้าลายแทงลับ: แว่วเสียงกระซิบจากสายข่าวในพื้นที่ระบุว่า บริเวณ "คลองข้างโรงพยาบาลบ้านแพ้ว" ตอนนี้ประชากรปลาหมอคางดำหนาแน่นมาก! ใครตาดี มือไว ขยันลาก ขยันช้อน ขนใส่รถมาส่งโรงงาน รับทรัพย์กลับบ้านไปนอนยิ้มแน่นอน



โอกาสเปลี่ยนวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นเงินสดมาถึงแล้ว! ใครพร้อมลุย...เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วไปเปลี่ยนเอเลี่ยนสปีชีส์ให้เป็นเงินกันได้เลย!
อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรจับปลาในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย และไม่บุกรุกพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่หวงห้าม รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกประการ

ปฏิวัติวงการสีกากี! "บิ๊กยอด" สั่งทุบโต๊ะเลิกพึ่งระบบเต่าล้านปี คลอด "Drive-Thru แจ้งความ" เร็วแรงทะลุนรก ประชาชนแห่แซ่บเวอร์ "โชว์จึ้งมาก!"

 

สมุทรสาครต้องสะเทือน! ยุคนี้มันยุคดิจิทัล แต่ทำไมประชาชนยังต้องไปนั่งรอคิวแจ้งความจนรากงอก? งานนี้ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล (บิ๊กยอด) ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ไม่ยอมปล่อยให้อารมณ์ชาวบ้านบูด ทุบโต๊ะสั่งเดินหน้าวิสัยทัศน์เฉียบขาด ปลดล็อกความเดือดร้อนด้วยโครงการ "แจ้งเอกสารหาย ระบบ Drive-Thru" ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร ขยี้วงการสีกากีรูปแบบเดิมๆ ให้กระจุย!


เมื่อนโยบายเด็ดถูกส่งตรงถึงมือ พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และ พ.ต.ท.พิบูลย์ ธนิตกุล รอง ผกก.(สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับไม้ต่อสะบัดหมึกปฏิบัติการทันที ผลลัพธ์คือ "ปังพินาศ" ในแง่บวก! ประชาชนแห่ชื่นชมกันแซ่ดโซเชียล เพราะไม่ต้องมานั่งรอคิวให้เสียเวลาทำมาหากิน กดแจ้งออนไลน์ปุ๊บ ขี่รถมาถึงรับเอกสารปั๊บ ไวกว่าสั่งฟาสต์ฟู้ด!
ตอกย้ำความสำเร็จด้วยหลักฐานคาตาจากไฟล์ภาพ
ที่แชร์ว่อน เป็นข้อความแชตจากชาวบ้านที่เข้ามาใช้บริการจริง ถึงกับอุทานลั่นว่า "โชว์จึ้งมาก 5555" พร้อมชมเปาะว่าเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไว เอกสารเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ประทับใจในความรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว


ไม่หยุดแค่นั้น! "บิ๊กยอด" จัดหนักต่อยอดความสะดวก คลอดโครงการ "จองคิวแจ้งความคดีอาญาทั่วไป (กรณีไม่เร่งด่วน)" ควบคู่ไปด้วย เรียกว่าตัดวงจรระบบรอคิวนานๆ ทิ้งไปเลย
ชี้ชัดเจาะลึก: นี่คือมิติใหม่ของตำรวจยุคใหม่ที่เข้าใจหัวอกประชาชน "บิ๊กยอด" และทีมงาน สภ.เมืองสมุทรสาคร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถ้านักบริหารคิดจะทำจริง "เวลาของประชาชนมีค่า" และความเปลี่ยนแปลงนี้แหละคือสิ่งที่สังคมโหยหา! ปรบมือสิครับ...จะรออะไร!

สมุทรสาครพร้อมใจน้อมอาลัย! จัดพิธีครบ 15 วัน ถวายพระกุศลแด่ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ประชาชนหลั่งไหลร่วมพิธีแน่นลานสาครบุรี

 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี ณ ลานสาครบุรี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ สว.ส.ส.ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนจากทุกภาคส่วน รวมพลังแห่งความจงรักภักดี จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร



เนื่องในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง




บรรยากาศตลอดพิธีเต็มไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยความอาลัย สะท้อนถึงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และความจงรักภักดีของชาวสมุทรสาครที่ร่วมกันน้อมถวายพระกุศลในวาระสำคัญอย่างสมพระเกียรติ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปภ.สมุทรสาคร เปิดหลักสูตร “ยุว อปพร.” รุ่น 6 ปั้นเยาวชนสู้ภัยพิบัติ! สมุทรสาครเดินหน้าเต็มสูบ สร้างพลเมืองรู้ทันภัย ช่วยชีวิตได้จริง

 

เมื่อเวลา 10.00น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2569
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บินตรงมาเป็นประธานเปิดงาน“หลักสูตรยุวาอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (ยุว อปพร.) รุ่นที่ 6” ขนสถานการณ์จำลองลุยไฟ-หนีแผ่นดินไหว ติวเข้มทักษะเอาชีวิตรอดระดับเอ็กซ์ตรีมให้เยาวชนไทย ด้วยตัวเอง พร้อมลั่นกลองรบชี้ชัดกลางเวทีว่า ปัจจุบันสถานการณ์สาธารณภัยรุนแรงและซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ วาตภัย และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนขั้นสุดบวกกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว หากไม่สร้าง ‘เกราะคุ้มกัน’ ให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังหลักของชาติระวังภัยตั้งแต่ตอนนี้ สังคมไทยในอนาคตจะอยู่ยาก!



ยุคนี้ใครไม่พร้อม...ร่วง! เมื่อภัยธรรมชาติและภัยพิบัติไม่ได้ไกลตัวอีกต่อไป ล่าสุดที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ทัพใหญ่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและท้องถิ่นแบบจัดเต็ม! เปิดฉาก
ความมันส์ของหลักสูตรนี้ไม่ได้มีดีแค่ทฤษฎีในห้องแอร์ แต่เป็น “ของจริง เรียนจริง รอดจริง” ด้วยการสับเกียร์ห้าลุย 6 ฐานปฏิบัติการสุดโหด อาทิ ฐานรู้ทันแผ่นดินไหว, ฐานกู้ชีพปั๊มหัวใจช่วยคนจมน้ำ (CPR/AED) โดยทีมวิทยากรจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และฐานหนีไฟอัคคีภัย เพื่อเปลี่ยนเด็กนักเรียนให้กลายเป็น "ผู้รอดชีวิต" และ "ผู้ช่วยชีวิต" ในสถานการณ์ฉุกเฉิน



ตอกย้ำความสำคัญระดับจังหวัด! งานนี้หัวเรือใหญ่แท็กทีมกันมาแน่น นำโดย นายอำเภอกระทุ่มแบน, ตัวแทนนายอำเภอบ้านแพ้ว, ตัวแทนนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครอ้อมน้อย และสมาชิกสภา พร้อมด้วย อาจารย์ณรงค์
จันทะธรรม ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย ที่มาร่วมผนึกกำลังเป็นสักขีพยานและผลักดันวาระความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา (School Safety) ให้เกิดขึ้นจริง
นี่ไม่ใช่แค่การอบรมตามงบประมาณทิ้งขว้าง แต่คือกลไกภาคสนามที่ทุกพื้นที่ต้องตื่นตัว! การเปลี่ยนเยาวชนให้เป็น ‘ยุว อปพร.’ คือคำตอบของการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่ยั่งยืนที่สุด เพราะในวินาทีที่เป็นตายเท่ากัน...ความรู้และสติที่ถูกต้องเท่านั้น คือสิ่งเดียวที่จะต่อลมหายใจให้รอดชีวิต!

สมุทรสาครแดนต้องห้าม! ล็อค 2 พี่น้องเดนคุกคดีชิงทรัพย์ ดิ้นไม่หลุดเซ่นนโยบาย "ทลายโจรใน 9 ชม."

 ตำรวจภูธรสมุทรสาคร โชว์ผลงานสืบสวนรวดเร็ว หลังคนร้าย 2 พี่น้องก่อเหตุอุกอาจกลางคืนบนถนนพระราม 2 พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

โดยใช้มีดก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ ก่อนก่อเหตุซ้ำชิงรถจักรยานยนต์ของประชาชนห่างกันเพียงไม่กี่นาที แต่สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกตามจับกุมได้ภายใน 9 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรสาคร ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และคณะ ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายนพพร แก้วปาน อายุ 48 ปี และนายพรชัย แก้วปาน อายุ 47 ปี หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร
คดีดังกล่าวเริ่มจากคนร้ายทั้งสองนั่งรถแท็กซี่มาจากกรุงเทพมหานคร ก่อนใช้อาวุธมีดชิงโทรศัพท์มือถือจากคนขับแท็กซี่บริเวณหน้าหมู่บ้านอมรชัย 5 ริมถนนพระราม 2 จากนั้นวิ่งข้ามฝั่งถนนไปก่อเหตุซ้ำ ใช้มีดคัตเตอร์จี้ชิงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ZOOMER-X ของประชาชนบริเวณปากทางเข้าคลองบางน้ำจืด โดยเหตุทั้งสองจุดเกิดขึ้นห่างกันเพียงประมาณ 2 นาที
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร เร่งแกะรอยจากพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.บางน้ำจืด ก่อนเข้าควบคุมตัวพร้อมของกลางได้ในช่วงเช้ามืด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่านำทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุไปใช้ซื้อยาเสพติด ทั้งยังพบว่าทั้งคู่เคยมีประวัติคดีอาญามาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของตำรวจสมุทรสาคร ที่สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 9 ชั่วโมง สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า ผู้ก่อเหตุในพื้นที่สมุทรสาคร แม้จะพยายามหลบหนีเพียงใด ก็ยากจะรอดพ้นจากกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้

เข้มตั้งแต่หน้าเสาธง! วิทยาลัยอาชีวะเทศบาลอ้อมน้อย เอาจริงสกัดบุหรี่-ไฟแช็ก ป้องกันเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

 

สมุทรสาครเดือด! วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย เอาจริง จับมือผู้ปกครองและนักเรียน คลอดมาตรการสุดเฉียบ สแกนสิ่งของต้องห้ามรับอรุณทุกวันก่อนเข้าสถานศึกษา เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยงแบบถอนรากถอนโคน
เจอเป็นหัก! ไม่มีข้อยกเว้น
มาตรการสุดเข้มนี้ระบุชัด สายสืบหน้าประตูตรวจเข้ม ทั้งในเนื้อในตัวและใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หากพบ "บุหรี่" หรือ "ไฟแช็ก" ดื้อแพ่งพกเข้าโรงเรียน โดนสับคะแนนความประพฤติทันที! และหากยังทำผิดซ้ำซาก คะแนนหมด มีสิทธิ์คลานไปไม่ถึงฝัน "หมดสิทธิ์สอบ" พลิกชีวิตเปลี่ยนอนาคตได้ง่ายๆ
ทางรอดสายดาร์ก: "มอบตัว" รอดโทษ!
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษายังเปิดไฟเขียวตามหลักจริยธรรม หากนักเรียนคนไหนรู้ตัวว่าพลาด พกติดตัวมาแล้วยอมเดินมา "มอบตัวโดยดุษฎี" ส่งมอบสิ่งของให้ครูก่อนเข้าโรงเรียนด้วยความสมัครใจ เคสนี้ใจดีไม่มีหักคะแนน! วัดใจลูกผู้ชาย-ลูกผู้หญิงกันไปเลย
นี่คือโมเดลการป้องกันที่เฉียบขาดแต่โปร่งใส เพราะเป็นข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างสถาบันและตัวนักเรียนเอง ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่เป็นการดัดนิสัยให้รู้รับผิดชอบ ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบที่กล้าชนกับปัญหาสังคมยุคนี้อย่างแท้จริง!

ประปาปันสุขถึงบ้าน! กปภ.สมุทรสาครจับมือเทศบาลตำบลนาดี ส่งต่อน้ำใจช่วย 5 ครัวเรือนเปราะบาง. การช่วยเหลือประชาชนไม่ควรเป็นแค่คำพูด แต่ต้องลงมือถึงหน้าบ้าน!

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2569 นายภูทอง ดวงเลิศ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (ชั้นพิเศษ) สาขาสมุทรสาคร นำทีมเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ "ประปาปันสุข" บุกพื้นที่ตำบลนาดีแบบถึงลูกถึงคน ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และน้ำประปาดื่มได้เพื่อบรรเทาทุกข์จัดการขั้นเด็ดขาดกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน



งานนี้ผนึกกำลังท้องถิ่นเข้มข้น นำโดย นางสาวจุไรวรรณ เผือกเล็ก นายกเทศมนตรีตำบลนาดี และ นายทวีสันต์ บุญกัน รองนายกฯ พร้อมทีมงานบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลฯ ชุดใหญ่ไฟกะพริบ ลงพื้นที่ร่วมส่งต่อความสุขแบบไม่มีใครยอมใคร




เจาะลึก 5 รายชื่อผู้รับมอบบิ๊กแพ็กเกจ "ประปา
สุข" ในพื้นที่ ต.นาดี:
นางงามตา เสือเดช บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2
นายสมจิตต์ เสนาพิทักษ์ บ้านเลขที่ 50/315 หมู่ 4
นายบานเย็น ยิ้มขาวผ่อง บ้านเลขที่ 45 หมู่ 9
นางสาวยุพิน โพธิสิทธิ์ บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ 7
นางมาเลียม แก้วสมทรัพย์ บ้านเลขที่ 104/19 ม.6



นี่ไม่ใช่แค่การแจกของสร้างภาพ แต่คือการขับเคลื่อนนโยบายบำบัดทุกข์บำรุงสุขที่หน่วยงานรัฐและท้องถิ่นต้องจับตา! การซัพพอร์ตถึงประตูบ้านแบบนี้สะท้อนชัดว่า "เสียงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล...ดังพอที่ผู้ใหญ่จะลงมาเหลียวแล"