pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทุ่มแบน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทุ่มแบน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2568

สืบกระทุ่มแบน จับกุมวัยรุ่นสร้างตัวพร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้า มูลค่าเกือบ 300,000 บาท

  

สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.สร ซื่อตรงพานิชผกก.สภ.กระทุ่มแบน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน ทำการสืบสวนหาข่าวถึงผู้ที่ลักลอบจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน และพื้นที่ข้างเคียงมาโดยตลอด

  กระทั่งในวันที่ 26 เม.ย.68 เวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.ท.สุเชาว์ เหมือนมิ่ง สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน, ร.ต.อ.ภรบัญชา ช่างเกวียนดี รอง สวป.(ปฏิบัติหน้าที่สืบสวน) สภ.กระทุ่มแบน พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7  ได้สืบสวนทราบว่าจะมีพัสดุประเภทบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 7 กล่อง โดยระบุหน้ากล่องสินค้าชื่อ (ทรายแมว) เพื่อเป็นการอำพรางเจ้าหน้าที่ นำส่งที่บ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณหมู่ 2 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 

  เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน และเจ้าพนักงานสรรพสามิต จึงได้ไปตรวจสอบ พบนายธนวันต์ฯ อายุ 34 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของพัสดุดังกล่าวฯ เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้ขออนุญาตตรวจค้น ซึ่งก่อนทำการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อนายธนวันต์ฯ จนเป็นที่พึ่งพอใจ ซึ่งนายธนวันต์ฯ ได้อนุญาตให้ทำการตรวจค้น โดยได้เป็นผู้นำในการตรวจค้นเปิดกล่องพัสดุด้วยตนแอง 

ผลการตรวจค้นพบ ของกลาง จำนวน 7 กล่อง 

1.กล่องที่ 1 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น GRAPE LYCHEE จำนวน 80 ตัว 

2.กล่องที่ 2 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น BLUE LCE จำนวน 60 ตัว และ ระบุกลิ่น WATERMELON จำนวน 80 ตัว รวม 140 ตัว

3.กล่องที่ 3 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น MIXBRERY จำนวน 80 ตัว 

4.กล่องที่ 4 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น REACH STRAWBERRY จำนวน 60 ตัว 

5.กล่องที่ 5 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น GRAPE ALOE จำนวน 80 ตัว 

6.กล่องที่ 6 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น DOUBLE MINT จำนวน 80 ตัว 

7.กล่องที่ 7 บรรจุ บุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ ZERO ระบุกลิ่น COLA จำนวน 60 ตัว และ ระบุกลิ่น GRAPE จำนวน 80 ตัว รวม 140 ตัว 

  รวมบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด ของกลางลำดับที่ 1-7 จำนวน 660 ชิ้น (ตรวจสอบฉลากทั้งหมดระบุ Made in china) มูลค่าเกือบ 300,000 บาท

  จึงได้ร่วมจับกุมตัว นายธนวันต์ฯ อายุ 34 ปี ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดฯ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดีตามกฎหมาย   ต่อไป…..//

ภาพ/ข่าว : สืบกระทุ่มแบน





วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568

ยอดมือสืบ..รองโต๋ สืบกระทุ่มแบน. รวบสาวใหญ่เจ้าของโรงงาน มีหมายจับติดตัวถึง 7 หมาย

สืบเนื่องจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับในห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 นั้น

พ.ต.อ.สร ซื่อตรงพานิช ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง 

รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบหมายจับค้างเก่าและหมายศาลทั้งหมด      

จนปรากฏพบว่ามีผู้ต้องหาอยู่รายหนึ่งคือนางอนันตญา (ขอสงวนนามสกุล)

อายุ 42 ปี ที่มีหมายจับจำนวน 7 หมาย

และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 

กระทั่งในวันที่ 28 มี.ค.68 เวลาประมาณ 14.30 น. พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง 

รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน, 

พ.ต.ท.สุเชาว์ เหมือนมิ่ง สว.สส. สภ. กระทุ่มแบน, 

ร.ต.อ.ภรบัญชา ช่างเกวียนดี รอง สวป.(ปฏิบัติหน้าที่สืบสวน) สภ.กระทุ่มแบน พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ได้ทำการขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ 121/2568 ลงวันที่ 28 มี.ค.68 เพื่อเข้าค้นโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งจากการสืบสวนเชื่อว่าเป็นที่หลบซ่อนตัวของผู้ต้องหารายดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ในโรงงานดังกล่าวจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันร่วมจับกุมตัวตาม หมายจับ

1.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.552/2565 ลง 30 ส.ค. 2565   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา4”  

2.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.885/2566 ลง 15 พ.ย. 2566   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ”  

3.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.355/2567 ลง 1 ก.ค. 2567   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 

(ไม่มาฟังคำพิพากษาตามกำหนดนัด)”  

4.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.356/2566 ลง 1 ก.ค. 2567   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ”  

5.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.381/2567 ลง 18 ก.ค. 2567   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา4”  

6.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.530/2567 ลง 24 ก.ย. 2567   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534”  

7.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร  ที่ จ.169/๒๕๖8 ลง 18 มี.ค. 2568   ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 (ไม่มาศาลตามนัด)”  

นำส่งศาลจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568

จังหวัดสมุทรสาคร จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

 





เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่วัดหนองพะอง ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  โดยมีพระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร(ฝ่ายมหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, ปลัดจังหวัด, นายอำเภอ, ส่วนราชการ, ภาคเอกชน, คณะสงฆ์ในจังหวัดสมุทรสาคร และประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ







โดยเริ่มพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานฝ่ายฆราวาสได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวนำเจริญจิตตภาวนา จากนั้น กรวดน้ำและรับพร เป็นอันเสร็จพิธี สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ และถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ของประเทศไทย ที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย




วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต)

 


    เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568   ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ) และสมาชิก (ส.อบจ.)  เพิ่มเติม   โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครได้รับรองนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์  ให้เป็นนายก อบจ. สมุทรสาครเป็นสมัยที่ 2 และรับรองสมาชิก อบจ.ทั้งหมด 30 คน


    อำเภอเมืองสมุทรสาคร จำนวน 16 คน นายทองโปรด กลิ่นนิล นายธวัชชัย สาธร นายประดิพัทธ์ ทรงลักษณ์  นายประสิทธิ์ จุ่นขจร  นายปริทัศน์ ยังมี   นายกฤตกร แซ่เอี๊ยบ   นางขนิษฐา พรเกียรติกุล  นายวีระชัชช์ ยิ่งพุทธิรัตน์  นายธัชชัย บุญชัยศรี  นายนัธวัฒน์ ม่วงเผือก  นายพิสิฐ  สุวรรณชัย  นายสุภาพ ดีกระจ่าง  นายสมชาย ดวงปั้น  นายสมศักดิ์ รอดทยอย  นายอนุสิทธิ์ ชายภักดิ์   นางสาวกนกวรรณ กวินระวีกุล


        อำเภอกระทุ่มแบน จำนวน  9 คน  นายุทธนา จันจู  นายปกรณ์วรรษน์ เงินกรุง  นายไรวินทร์ มีเจริญ  นายสมพงษ์ เรืองศรี  นายนครชัย เหล่าทอง  นายพงษ์ศักดิ์ เติมสายทอง  นายสุธา ทรัพย์ศรี  นายอนุสรณ์ กิตติสุขสันต์  นายสุรวัช เรืองศรี 

        อำเภอบ้านแพ้ว จำนวน  5 คน  นายนรินทร์ เสวี   นายศักดิ์ชัย ตั้งวิทย์โมไนย์  นายฐิติพงษ์ เตละวณิชย์  นายเอกชัย ทองสวัสดิ์  นายธนาพันธ์ พังจูนันท์


    ทั้งนี้ เมื่อ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการเลือกตั้งตาม พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม





วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568

ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย พ่อเมืองสมุทรสาครสั่งจับกุมพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน

 

        บริเวณตลาดฟ้าใส ถนนเศรษฐกิจ 1 กม. 12   เมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 2 มีนาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสาคร (กลุ่มงานความมั่นคง) นำโดย เรือตรี นิติพัฒน์  ซื่อดี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร และสมาชิก อส. สังกัดกองบังคับการและบริการ สนธิกำลังร่วมกับที่ทำการปกครองอำเภอกระทุ่มแบน นำโดย นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอกระทุ่มแบน พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี พรชัย วรสาตร์ ปลัดอำเภอฯ นายนิทัศน์ ลิ้มศิริวัฒน์ ปลัดอำเภอฯ นายกิตติวุฒิ ฉัตรวรคุณ ปลัดอำเภอฯ และ สมาชิก อส.อำเภอกระทุ่มแบน  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่สืบเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกระทุ่มแบนได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีแรงงานต่างด้าวทำผิดกฏหมายไทยที่ห้ามคนต่างด้าวขายของ 



            ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวเปิดร้านค้าแผงลอยขายของริมถนนเศรษฐกิจ กม.12 ตำบลคลองมะเดื่อ จำนวน 6 แผง  เป็นชาวพม่า จำนวน 7 ราย โดยเปิดเป็นร้านขายปลาสด 1 ร้าน ขายปลาแห้งจำนวน 1 ร้าน ขายอาหารพม่า 2 ร้าน ขายหมากพลู จำนวน 1 ร้าน และร้านขายโทรศัพท์จำนวน 1 ร้าน



                สำหรับผู้ถูกจับทั้ง 7 ราย ได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 81 และกระทำความผิดตาม พรก.การทำงานของคนต่างด้าวฯ พ.ศ.2561 (ฉบับที่2) มาตรา 8 โดยชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย พร้อมของกลาง มาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอกระทุ่มแบน พร้อมแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหา ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


                ด้านแม่ค้าคนไทยก็บอกว่า ทุกวันนี้เดือดร้อนจากการถูกแรงงานต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาชีพค้าขาย เพราะลูกค้าที่เป็นคนต่างด้าวก็จะซื้อร้านค้าหรือแผงขายสินค้าที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นคนขาย เนื่องจากสื่อสารกันรู้เรื่อง และบางครั้งก็ยังมีการขายตัดราคาคนไทยอีกด้วย จึงอยากให้ผู้มีอำนาจช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป เพื่อสงวนอาชีพค้าขายไว้ให้กับคนไทยเท่านั้น








วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568

แจ้งข่าว​ เล่าขานตำนานศาลหลวงตาทอง

 



        ขอเชิญเที่ยวงานปิดทองหลวงตาทอง​ ตลาดกระทุ่มแบน​ อำเภอกระทุ่มแบน​ จังหวัดสมุทรสาคร​ ระหว่างวันที่​  ๒๗ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๘

วันที่​  ๒๗ มีนาคม​ ๒๕๖๘  
       เวลา ๐๙.๐๐ น.  ขบวนแห่​รูปรูปเหมือนองค์หลวงตาทอง
       เวลา​ ๑๓.๐๐ น.​ พิธีบวงสรวงองค์หลวงตาทอง
       เวลา ๑๘.๐๐ น. ชมการแสดงเชิดสิงโต​ -​ มังกร

วันที่​  ๒๘  มีนาคม​ ๒๕๖๘  
      เวลา​ ๑๕.๐๐ น.​ พิธีเปิดงาน พระสงฆ์​เจริญพระพุทธมนต์​  

วันที่​  ๒๙  มีนาคม​ ๒๕๖๘
      เวลา​ ๐๘๐๐ น.​ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ ตลอดงานมีมหรสพชมฟรี​           ภาพยนตร์​ ดนตรี​





            ประวัติ หลวงตาทอง และศาลหลวงตาทองเป็นตำนานที่ชาวกระทุ่มแบนรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากอยู่คู่กับอำเภอกระทุ่มแบนมานานกว่า ๑๐๐ ปี หนังสือศาลหลวงตาทองที่บันทึกโดยนายศิริ เติมประยูร​  พ่อค้าและอดีตกรรมการศาลหลวงตาทอง มีความว่า ศาลหลวงตาทองหลังแรกที่สร้างแบบกึ่งถาวร มีขนาดเล็ก สร้างด้วยไม้ทรงโปร่ง หลังคามุงสังกะสี มีทางเข้าด้านหน้าทางเดียว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ และมีการก่อสร้างใหม่อีก ๒  ครั้ง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔  และ ๒๕๓๕


            ผู้บันทึกกล่าวว่าหลวงตาทองประวัติแรก ๆ ของท่านไม่มีผู้ใดทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด อุปสมบทวัดใดและเมื่อใด ผู้สูงอายุในละแวกนั้นได้เล่าให้ลูกหลานฟังว่าเดิมจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองพะอง ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ต่อมาย้ายไปจำพรรษาที่วัดนางสาวตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน ครั้นเมื่อท่านมีอายุประมาณ ๕๐ ปี​ได้เดินธุดงค์มาสร้างกุฎีจำพรรษาที่ป่าท้ายตลาดกระทุ่มแบนด้านทิศตะวันตก คือบริเวณที่ตั้งศาลในปัจจุบันจนมรณภาพเมื่ออายุประมาณ ๗๐ ปี ชาวบ้านขนานนามท่านว่า "หลวงตาวัดกุฎิเดียว" หลวงตาทองเป็นพระภิกษุที่เรียกได้ว่าเป็นเกจิอาจารย์ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนา มีเวทย์มนต์ขับไล่ภูติผีปิศาจ และยาสมุนไพรได้ช่วยดูแลรักษาประชาชนในละแวกนั้นและไกล้เคียงจนเป็นที่เคารพนับถือโดยทั่วไป



            เมื่อท่านมรณภาพแล้ว ประชาชนที่นับถือศรัทธาได้ร่วมกันจัดสร้างศาลขึ้นเพื่อสะดวกในการสักการะกราบไหว้​ โดยศาลแรก​ ๆ​ เป็นลักษณะเพิงไม้หลังคามุงจาก   ต่อมาอีกหลายปีจึงก่อสร้างศาลไม้หลังคามุงสังกะสีแห่งแรกขึ้น​ มีขนาด กว้าง ๑.๕ เมตร ยาว ๒ เมตร ภายในมีรูปสมมติหลวงตาทอง ๑  องค์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙
        
         กาลเวลาผ่านไป มีประชาชนเลื่อมใสพากันมากราบไหว้ขอพรมากขึ้นเป็นลำดับทั้งขอให้คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้ประกอบกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองเป็นต้น แต่เนื่องจากศาลมีขนาดเล็กไม่สะดวกในการประกอบพิธีต่างๆ คณะกรรมการจึงดำเนินการก่อสร้างศาลขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ ผนังศาลคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้อง กว้าง ๓ เมตร ยาว ๕ เมตร หล่อรูปเหมือนเท่าองค์จริง เสร็จแล้วมีพิธีอัญเชิญดวงวิญญานเข้าสถิตในศาล และมีงานฉลอง ๓  วัน / คืน มีมหรสพทั้งทั้งลิเก ภาพยนตร์ อุปรากรจีน (งิ้ว) แสดงตลอดงาน จากนั้นได้จัดให้มีงานประจำปีปิดทองหลวงตาทองในเดือนมีนาคม ของทุกปี


             งานประจำปีสมัยก่อนนั้นยิ่งใหญ่มากเนื่องจากมีพื้นที่กว้าง​ ไม่มีตึกรามบ้านช่องเหมือนปัจจุบัน​ มหรสพทึ่มีไม่เคยขาดคือ​ "งิ้ว" ตั้งแสดงที่หน้าศาล​ ดนตรีวงใหญ่เวทึ่อยู่หน้าบ้านศรีสุวรรณริมคลองกระทุ่มแบน​ ภาพยนตร์​ ลิเก​ มวย​ ตั้ง​ ๒​ ฝั่งถนนสุคนธวิท​ มีประชาชนมาเที่ยวงานกันมากไม่น้อยกว่างานปีใหม่

               ศาลที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่สาม มีขนาดและความสวยงามมากกว่าศาลหลังที่สองกว่าเท่าตัว เป็นอาคารคอนกรีตทรงไทย ประกอบพิธียกช่อฟ้าเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕  โดย พล.ร.อ.ปรีชา สงวนเชื้อ เป็นประธานพิธี​   พล.ร.ต.ชัชวาลย์ ศรีสุวรรณ ประธานคณะกรรมการศาลกล่าวรายงาน มีข้าราชการ พ่อค้าประชาชนมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก รายได้จากการจัดงานประจำปีและรายได้อื่นใด คณะกรรมการศาลได้นำไปช่วยองค์กรการกุศล และสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ในทุกปี



        สภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสาครเคยนำตำนานนี้เสนอจังหวัด​เพื่อพิจารณาเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญา​ทางวัฒนธรรมระดับประเทศ​ประเภทวรรณกรรม​ / ตำนานเมื่อ​ พ.ศ.​ ๒๕๖๐ แต่หลักเกณฑ์ของกระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดมีสิทธิเสนอไปได้เพียงปีละ​ ๑​ รายการเท่านั้น​  และจะเสนอรายการที่ตกค้างมาจากปีก่อน​ ๆ​  จึงต้องรอการพิจารณาในปีต่อไป

            สถานะการคงอยู่ ปัจจุบันศาลหลวงตาทองบริหารงานโดยคณะกรรมการอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และพ่อค้าประชาชนในอำเภอกระทุ่มแบน ยังเป็นที่เคารพนับถือของ ประชาชนและเดินทางมาสักการบูชาทั้งในเวลาปกติและเมื่อมีงานประจำปี