pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาดไทย ร่วมกับ ป.ป.ช. จัดประชุม Video Conference ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาดไทย ร่วมกับ ป.ป.ช. จัดประชุม Video Conference ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มหาดไทย ร่วมกับ ป.ป.ช. จัดประชุม Video Conference ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ชี้แจงและซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน ย้ำทุกโครงการต้องโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 58 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชี้แจงและซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกล ( Video Conference) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสนับสนุนการติดตามการดำเนินงานโครงการตามมาตรการดังกล่าว ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจังหวัด (ป.ป.ช.จังหวัด) โดยมีผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกอบด้วย นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. พร้อมคณะทำงาน และ คณะผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม เข้าร่วมประชุม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ กระทรวงมหาดไทย จึงได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสนับสนุนการติดตามการดำเนินงานโครงการตามมาตรการสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทั้ง 7,255 ตำบล กำลังดำเนินการอยู่ และการประชุมในวันนี้ได้ถ่ายการประชุมผ่านระบบวีดีทัศน์ทางไกลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และถ่ายทอดผ่านระบบ Dopa WEB Conference ไปยังนายอำเภอทุกแห่ง เพื่อให้ได้รับรู้ถึงแนวทางการปฏิบัติ และรับทราบกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีการกำหนดมาตรการต่างๆ เพื่อให้จังหวัดได้ยึดถือปฏิบัติ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามโครงการ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ ป.ป.ช.จังหวัด ได้ร่วมติดตามการดำเนินงานตามโครงการในพื้นที่ เพื่อให้ทุกโครงการมีความโปร่งใส คุ้มค่า ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการคอรัปชั่นเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ในโอกาสนี้ นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. ได้กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่ดีที่กระทรวงมหาดไทย ได้เชิญ ป.ป.ช. เข้าร่วมประชุมหารือด้วย สืบเนื่องจากทั้งกระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. ได้มีการจัดทำ MOU ร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อส่งเสริมความร่วมมือตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดปัญหาการทุจริตของประเทศให้น้อยลง ประกอบกับโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมทั้งเป็นที่สนใจทั้งด้านการบริหารจัดการและที่มาของโครงการต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และมีการดำเนินงานที่โปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ปัจจุบันโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนดังกล่าว ประกอบด้วย 1) โครงการมาตรการสำคัญเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน งบประมาณ 3,212.90 ล้านบาท 2) โครงการสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้แก่กลุ่มสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร งบประมาณ 254 ล้านบาท และ 3) มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) งบประมาณ 36,275 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช.จังหวัดทุกจังหวัดจะลงไปให้คำปรึกษาแนะนำติดตามการดำเนินงาน และให้ข้อสังเกตซึ่งเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันการทุจริต เสริมสร้างทัศนะคติค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งดำเนินการให้ประชาชน หรือกลุ่มบุคคลมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 19 (13) ซึ่งจะได้นำร่องในโครงการตามมาตรการดังกล่าว โดยจะใช้วิธีการเลือกโครงการที่สุ่มเสี่ยง และมีการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก สำหรับการประชุมหารือร่วมกันในครั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน โดยจะมีการร่วมมือและบูรณาการทำงานร่วมกัน ดังนี้ 1.ด้านการประชาสัมพันธ์ ได้มีการกำหนดรูปแบบ และข้อความในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ โดยให้ดำเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ การเผยแพร่ทางวิทยุ เสียงตามสาย หรือวิทยุท้องถิ่นของชุมชน เป็นต้น 2.การติดตามสังเกตการณ์ ได้กำหนดขอบเขตและแนวทางการตรวจสอบ โดยวิธีการสุ่มตรวจ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในจังหวัด โดยจะเน้นในเรื่องที่มีการดำเนินการจริง และมีผลการดำเนินการสอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับหรือไม่ พร้อมทั้งให้จังหวัดรวบรวมและจัดส่งข้อมูลโครงการทั้งหมดในพื้นที่ ส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินงานโครงการตามมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน จึงให้จังหวัดดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ รวมทั้งเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลากำหนด (31 ม.ค. 2559)