pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมพิธีรับเหรียญที่ระลึกพระราชทานฯ

 


วันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 -  15.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมพิธีรับเหรียญที่ระลึกพระราชทานฯ





และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้แก่ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด  และนายอำเภอ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  จังหวัดนนทบุรี





วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568

เปิดเวทีเสวนา เรื่องนายทุนสีเทาเปิดโรงงานเถื่อนลักลอบนำขยะพิษเข้ามาในพื้นที่

    สืบเนื่องจากการที่นายนริศ นิรามัญวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายบูรณาการแก้ปัญหาโรงงานขยะพิษ ขยะอันตรายในพื้นที่พบมีโรงงานเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าขยะพิษในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมานาน 10 ปีส่งผลต่อปัญหาด้านสุขภาพ พืชผลทางการเกษตรเสียหายหนัก  ประกอบกับประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนขอให้ดำเนินการแก้ไขด่วน


        รายการสถานีประชาชนไทย PBS ยกระดับมาตรการตรวจกำกับโรงงานอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ได้จัดเสวนาเรื่อง  "สมุทรสาครโมเดล ตัดวงจรโรงงานเถื่อน" ขึ้นที่โรงเรียนทำนบแพ้ว ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 1405 น.  มีข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น  ตัวแทนประชาชนร่วมเสวนา ประกอบด้วยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายพุทธิกร วิชัยดิษฐ์  อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร  นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอบ้านแพ้ว นายพงศธร ลิมปนเวทย์สกุล ประธานสภาเทศบาลหลักห้า  นายชุมพล สายหยุดตัวแทนชาวตำบลยกกระบัตร และผู้ทรงคุณวุฒิ  นักวิชาการ  ประชาชนเข้าร่วมสนทนา


    เวทีอภิปรายทำให้ทราบถึงวงจรอุบาทว์ของนายทุนสีเทาที่ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ขออนุญาต และแอบฝังรวมทั้งทิ้งกากของเสียไว้ในพืนที่



  1.พื้นที่ ต.ยกกระบัตร อ..บ้านแพ้ว เป็นพื้นที่สีเขียวตามผังเมืองแต่ในช่วงที่ผังเมืองหมดอายุ ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ขอสร้างโกดังสินค้า 50 ไร่ โดยสร้างโกดัง 8 หลังและได้พยายามขอตั้งโรง งานหลอมโลหะแต่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยินยอม เทศบาลใช้ พรบ.การ สาธารณสุข พ.ศ 2535 ในหมวดกิจการที่เป็นอัน ตรายต่อสุขภาพ อนุญาตให้ตั้งโกดังได้ โดยไม่ได้มีเงื่อนไขว่าให้เก็บสินค้าอะไร ? หรือกำหนดให้มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างไร ?
   2. เจ้าของโกดังปล่อยให้บริษัทต่างๆมาเช่าช่วงทำกิจการทั้งรีไซเคิลสายไฟลอกเอาทองแดง ทำเฟอร์นิเจอร์ หล่อหลอมพลาสติกและโลหะ เป็นต้น โดยไม่ได้ขออนุญาตจากเทศบาลและอุต สาหกรรมจังหวัด



    3.เจ้าของโกดังทำรั้วล้อมรอบปิดหมด มีประชาชนร้องเรียนมีกลิ่นเหม็น กลิ่นไหม้เป็นระยะๆ แต่ท้องถิ่นไม่ได้ตรวจสอบเพราะขออนุญาตเป็นโกดัง จนเกิดไฟไหม้โกดัง 6 - 8 อย่างรุนแรงจึงมีหน่วยงานต่างๆเข้าไปตรวจสอบและพบวัตถุดิบเป็นสายไฟจากจีนและกากอุต สาหกรรมจำนวนมาก
    4.น้ำดับเพลิงไหลผ่านกากและพื้นที่โรงงานลงบ่อเลี้ยงปลาชะโดของชาวบ้านเสียหายเป็นเงิน 300.000 บาท ชาวบ้านหลายคนได้รับกลิ่นเหม็นบางคนมีเลือดกำเดาไหล บางคนแน่นหน้าอก เจ็บคอ ไอ เป็นต้น



    5.คำถามจากชุมชนคือ เจ้าของโกดังกำลังถูกดำเนินคดีแต่กากอุตสาหกรรมจะนำไปกำจัดอย่างไร,? หน่วยงานใด?รับผิดชอบเนื่องจากพายุฤดูร้อนและฝนกำลังจะตก ประชาชนป่วยเกรงโลหะหนักตกค้างในร่างกายต้องการตรวจเลือดและตรวจปัสสวะ ใครจะจ่ายค่าตรวจให้ประชาชน และใครจ่ายชดเชยประชาชน
    6. สมุทรสาครโมเดล คือ การอนุญาตสถานประกอบการหรือโรงงานที่มีความเสี่ยงทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยจะต้องจัดเวทีรับฟังความเห็นจากประ ชาชนในพื้นที่และมีคณะกรรมการจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาการอนุญาตด้วย รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบสถานประ กอบการหรือโรงงานอย่างเข้มข้นด้วยโดยให้เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามามีส่วนร่วม และแต่งตั้งให้ผู้ว่าราช การจังหวัด นายอำเภอ  เทศบาล อบต. เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพรบ.โรงงานสามารถเข้าติดตามตรวจสอบโรงงานได้  กำหนดให้มีหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสได้ง่ายโดยประชาชนจะช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสให้หน่วยราชการด้วย





 

ผวจ.สค.เยี่ยมเด็กนักเรียนท้องเสียจากพิษข้าวกล่อง

 


    เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 5 มีนาคม 2568 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน เยี่ยมเด็กนักเรียนจากโรงเรียนวัดใหม่หนองพระองค์ c จังหวัดสมุทรสาคร ที่เดินทางไปศึกษาดูงานที่ท้องฟ้าจำลอง มีนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  จำนวน 294 คน รถบัส 7 คัน




    หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน เมื่อเวลา 11.00 น. เมนู ข้าวหมูสับกระเทียม + ไข่ต้ม ซึ่งเป็นอาหารที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้  หลังรับประทานไปแล้วเกิดมีอาการอาเจียน ท้องเสีย ต่อมาเด็กนักเรียนที่ป่วยได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จำนวน 21 ราย  แบ่งเป็นคนไข้สีแดง 3 ราย สีเหลือง 5 ราย สีเขียว 13 ราย



    นอกจากนี้ยังได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุขุมวิท 3 ราย  รวมเด็กมีอาการป่วย 2 โรงพยาบาลเป็นจำนวน  24 ราย ส่วนคุณครูไม่มีอาการป่วยใดๆ 
    ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการพูดคุย สร้างรอยยิ้ม สร้างกำลังใจให้เด็กๆที่เข้ารับการรักษาตัว พร้อมทั้งมอบสิ่งของให้ด้วย ซึ่งขณะนี้อาการของเด็กๆทุกคนอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่แพทย์ยังคงให้นอนพักดูอาการอีกระยะหนึ่ง หากไม่มีอาการข้างเคียงอื่นใดก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้
    ส่วนสาเหตุที่ทำให้เด็กนักเรียนเกิดอาการท้องเสีย เบื้องต้นคาดน่าจะมาจากอาหารเป็นพิษ







วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำข้าราชการ ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ๒๕๖๘”

 



            เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น.ของวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๘  ณ ลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร  นายนริศ นิรามัยวงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน "วันมาตรฐาน ฝีมือแรงงานเเห่งชาติ" ประจำปี ๒๕๖ ๘ ณ  โดยมี ข้าราชการ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ตุลาการ อัยการ ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ  คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด  ภาคเอกชน และผู้แทนประชาชนจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะโดยพร้อมเพรียงกัน  
   

                       ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเล็งเห็นและให้ความสำคัญแก่วงการช่างฝีมือด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และเพื่อให้แรงงานและช่างฝีมือไทย รวมถึงไปถึงประชาชนทั่วไปตระหนักถึงคุณค่าของแรงงานและช่างฝีมือ



                พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร  พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านงานช่าง ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ กระทั่งเสด็จขึ้นครองราชย์ ก็ยังคงสนพระราชหฤทัยในงานช่างและทรงใช้ทักษะ ความถนัดในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้วยพระองค์เอง


                        ซึ่งล้วนแต่สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย  อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา, การต่อเรือใบเล็กลงแข่งขันกีฬาแหลมทอง ในปี 2510 กระทั่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ  และเมื่อวันที่ ๑๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒  กระทรวงแรงงาน ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” 



                พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ ๒ มีนาคมของทุกปี เป็น “วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ” โดยตั้งปณิธานว่า จะขอยึดถือพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานและทรัพยากรบุคคลทั่วไปสืบต่อไป