pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568

เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน "มหกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรขององค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายจังหวัดสมุทรสาคร" สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาด กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

 


วันที่ 22 มี.ค. 68 เวลา 16.00 น. ที่ลานโปรโมชั่นศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย อำเภอเมืองสมุทรลาคร จังหวัดสุดมุทรสาคร  นางลัดดาวัลย์ จันทิตย์ เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานพิธีเปิดงาน "มหกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรขององค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายจังหวัดสมุทรสาคร" โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปึงบประมาณ 2568 ซึ่งจัดงานระหว่างวันที่ 21 - 25 มีนาคม 2568 โดยมีนางสาวณัดฐา พลเสน หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรหาคร กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ร่วมกิจกรรม



      สำหรับ   การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร กลุ่มองค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิด ผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรที่ดีมีคุณภาพ และได้มาตรฐานของจังหวัดมุทรสาคร เพื่อให้เกิดการ


แลกเปลี่ยนข้อมูล การเชื่อมโยง และการสร้างเครือข่ายด้านการผลิตและการตลาดได้ต่อไปในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร




       ภายในงาน มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผลไม้ พืชผักสินค้าเกษตรแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเกลือทะเล อาหารทะเลแปรรูปพันธุ์ไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ เครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องเบญจรงค์ สินค้า อัตลักษณ์พื้นถิ่น และของดีจากชุมชน จำนวน 40 ร้านค้า จากองค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เกษดรกรปราดเปรื่อง เกษตรกรรุ่นใหม่ และสมาชิกแปลงใหญ่ ของแต่ละอำเภอ อีกทั้ง มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย การจัดโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน การแจกของรองวัลและสินค้าตัวอย่าง กิจกรรมการแสดง และดนตรี เพื่อความบันเทิง อีกด้วย......//



วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เกษตรสมุทรสาครร่วมรณรงค์การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวด้วยวิธีที่เหมาะสม

    นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าในปัจจุบันยังมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายอยู่ แม้ว่าในขณะนี้มีฝนตกในพื้นที่ทำให้เห็นสภาพทั่วไปว่าการระบาดไม่รุนแรง แต่ถ้าเกษตรกรวางใจ ไม่ร่วมมือกันสำรวจสถานการณ์การระบาดและเลี้ยงแตนเบียนบราคอนปล่อยสู่ธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว จะทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงและยากต่อการป้องกันกำจัด จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวร่วมมือ ร่วมใจในการควบคุมการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ดังนี้
                1. ตัดทางใบมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายมาเผาไฟทันที เพื่อตัดวงจรการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว เป็นการกำจัดทั้งระยะไข่ ระยะหนอน และระยะดักแด้
                2. ใช้เชื้อแบคทีเรีย (BT) ฉีดพ่นบริเวณใบมะพร้าว เพื่อกำจัดระยะหนอน อัตรา 80 - 100 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบตามอัตราที่แนะนำในฉลาก ฉีดพ่น 3 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน ในช่วงเวลาตอนเย็น
                3. ปล่อยแตนเบียนควบคุมกำจัดและสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ
                              3.1 ปล่อยแตนเบียนไข่ตริโกรแกรมม่า เพื่อทำลายระยะไข่ อัตราไร่ละ 20,000 ตัว 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
                     3.2 ปล่อยแตนเบียนหนอนบราคอน (Bracon hebetor) เพื่อควบคุมกำจัดระยะหนอน อัตราอย่างน้อย 200 ตัว /ไร่ ปล่อยทุก 15 วัน ติดต่อกัน 6 เดือน
                     3.3 ปล่อยแตนเบียนโกนีโอซัสนีแฟนติดิส เพื่อกำจัดระยะหนอน อัตรา 50-100 ตัว/ไร่ ปล่อย   3 ครั้ง แต่ละครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
                4. ใช้สารเคมีฉีดพ่นทางใบ กรมวิชาการเกษตร ได้ทดลองการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว ด้วยวิธีการฉีดพ่นสารเคมีทางใบ
                    เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนวทางหรือปัจจัยที่ให้การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวประสบผลสำเร็จ ควรดำเนินการ ดังนี้
                - ให้เกษตรกรตระหนักถึงภัยของหนอนหัวดำมะพร้าว โดยให้มีการสำรวจ ติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่อง
                - เกษตรกรต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม สามารถปฏิบัติได้
                - ต้องร่วมบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่
                - มีการเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินผล
                หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร.       034-426995 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
ข่าว  นางอรวีณ์ จุฑาวรรธนะ

กลุ่มอารักขาพืช

เกษตรสมุทรสาครร่วมรณรงค์การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวด้วยวิธีที่เหมาะสม

    นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าในปัจจุบันยังมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายอยู่ แม้ว่าในขณะนี้มีฝนตกในพื้นที่ทำให้เห็นสภาพทั่วไปว่าการระบาดไม่รุนแรง แต่ถ้าเกษตรกรวางใจ ไม่ร่วมมือกันสำรวจสถานการณ์การระบาดและเลี้ยงแตนเบียนบราคอนปล่อยสู่ธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว จะทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงและยากต่อการป้องกันกำจัด จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวร่วมมือ ร่วมใจในการควบคุมการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ดังนี้
                1. ตัดทางใบมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวทำลายมาเผาไฟทันที เพื่อตัดวงจรการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว เป็นการกำจัดทั้งระยะไข่ ระยะหนอน และระยะดักแด้
                2. ใช้เชื้อแบคทีเรีย (BT) ฉีดพ่นบริเวณใบมะพร้าว เพื่อกำจัดระยะหนอน อัตรา 80 - 100 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบตามอัตราที่แนะนำในฉลาก ฉีดพ่น 3 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน ในช่วงเวลาตอนเย็น
                3. ปล่อยแตนเบียนควบคุมกำจัดและสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ
                              3.1 ปล่อยแตนเบียนไข่ตริโกรแกรมม่า เพื่อทำลายระยะไข่ อัตราไร่ละ 20,000 ตัว 12 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 15 วัน
                     3.2 ปล่อยแตนเบียนหนอนบราคอน (Bracon hebetor) เพื่อควบคุมกำจัดระยะหนอน อัตราอย่างน้อย 200 ตัว /ไร่ ปล่อยทุก 15 วัน ติดต่อกัน 6 เดือน
                     3.3 ปล่อยแตนเบียนโกนีโอซัสนีแฟนติดิส เพื่อกำจัดระยะหนอน อัตรา 50-100 ตัว/ไร่ ปล่อย   3 ครั้ง แต่ละครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
                4. ใช้สารเคมีฉีดพ่นทางใบ กรมวิชาการเกษตร ได้ทดลองการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว ด้วยวิธีการฉีดพ่นสารเคมีทางใบ
                    เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แนวทางหรือปัจจัยที่ให้การควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวประสบผลสำเร็จ ควรดำเนินการ ดังนี้
                - ให้เกษตรกรตระหนักถึงภัยของหนอนหัวดำมะพร้าว โดยให้มีการสำรวจ ติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่อง
                - เกษตรกรต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม สามารถปฏิบัติได้
                - ต้องร่วมบูรณาการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่
                - มีการเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินผล
                หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร.       034-426995 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
ข่าว  นางอรวีณ์ จุฑาวรรธนะ

กลุ่มอารักขาพืช

เกษตรสมุทรสาคร มุ่งส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร

นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร   เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ การส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรในจังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นบุตรหลานของเกษตรกร ซึ่งมีอายุระหว่าง 10 – 25 ปี เพื่อเผยแพร่ความรู้ในด้านการเกษตร เคหกิจเกษตร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมีความพร้อมในการเป็นผู้นำ การที่จะช่วยเหลือตนเอง ครอบครัวและท้องถิ่น ตลอดจนช่วยเหลือประเทศชาติ โดยเน้นให้ยุวเกษตรกร “เรียนจากการทำจริง” และ “จะทำให้ดียิ่งกว่าดีที่สุด” โดยปลูกฝังให้รักและภาคภูมิใจในการอาชีพการเกษตร
                เพื่อให้การส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรกร ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร ได้กำหนดแนวทาง และมีขั้นตอนการดำเนินงานการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรในจังหวัดสมุทรสาคร              
โดยกลุ่มยุวเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตรในจังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่
1. ปี 2556 กลุ่มยุวเกษตรกรบ้านอ้อมพัฒนา โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ ตำบลบ้านเกาะ 
อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับรางวัลที่ 2 ประเภทที่ปรึกษายุวเกษตรกรดีเด่น ระดับประเทศ
2. ปี ๒๕๕7 กลุ่มยุวเกษตรกรสุนทรสถิตสามัคคีพัฒนา โรงเรียนที่ปังกรวิทยาพัฒน์ (สุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้รับรางวัลที่ 2 ประเภทกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ระดับประเทศ
3. ปี ๒๕๕๘ กลุ่มยุวเกษตรกรสุนทรสถิตสามัคคีพัฒนา โรงเรียนที่ปังกรวิทยาพัฒน์ (สุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้รับรางวัลที่ ๓ ประเภทกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ระดับประเทศประจำปี 2558
๔. ปี ๒๕๕๙ กลุ่มยุวเกษตรกรสุนทรสถิตสามัคคีพัฒนา โรงเรียนที่ปังกรวิทยาพัฒน์
 (สุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้รับรางวัลที่ ๑ ประเภทกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ที่ปรึกษายุวเกษตรกรดีเด่น และสมาชิกยุวเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 255๙
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมและพัฒนากลุ่มยุวเกษตร เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก เพราะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความกระตือรือร้นต่อการเปลี่ยนแปลง เปิดกว้างทางความคิด รวมทั้งยังเป็นความหวังและอนาคตของชาติ ถ้าได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง เหมาะสม และปลูกฝังให้มีทัศนคติที่ดีต่อการเกษตร จะสามารถเป็นผู้นำและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร. 034-426995 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
 ข่าว   นางสาวสุหฤทธา  เต่งแก้ว

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร

เกษตรสมุทรสาคร เดินหน้าปรับปรุงและขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2559

นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีนโยบายให้มีการปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูล เพื่อขยายฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้มีความครบถ้วนถูกต้อง สามารถนำฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนางานภาคการเกษตรของประเทศ นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง ตลอดจนการให้บริการฐานข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน
                สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิศาสตร์มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์สมัยใหม่ เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลมีความถูกต้องและสมบูรณ์ โดยมีการดำเนินการรับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี สำหรับในปี 2559 นั้น จะดำเนินการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร 
โดยมีเป้าหมาย คือ เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรมาก่อนเลย และเกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้วให้มาทำการปรับปรุงข้อมูลการเกษตรให้เป็นปัจจุบัน
                เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะเป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรโดยภาครัฐจะสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร  จึงขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้ประกอบกิจกรรมการเกษตรมาดำเนินการปรับปรุงและขึ้นทะเบียนเกษตร ประจำปี 2559 หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร. 034-426995 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
                                                                         ข่าว นางสาวสุภาพร อินดำ

กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ

เกษตรสมุทรสาคร เผยความสำเร็จโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี ๒๕๕๘/๕๙ ( มาตรการที่ ๔ )

นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับการอนุมัติโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี ๒๕๕๘/๕๙ ( มาตรการที่ ๔ ) จำนวน ๒ อำเภอ ๔ ตำบล ซึ่งเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 1,111,026 บาท ได้แก่
                1. โครงการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดภูฐาน ตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร  
          2. โครงการส่งเสริมการปลูกผักด้วยระบบไฮโดรโปรนิกส์ ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร                                    
           ๓. โครงการต่อยอดผลิตดินและปุ๋ยจากผักตบชวาเพื่อจำหน่าย ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
           ๔. โครงการ การขุดลอกคลองเพื่อกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร  ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร                                                                                                                                          
โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากการขาดรายได้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้ง            สร้างโอกาสในการปรับเปลี่ยนอาชีพและโครงสร้างการผลิตที่เหมาะสม
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาได้รับการบูรณาการจากหลายหน่วยงานในจังหวัดสมุทรสาคร ถือว่าประสบความสำเร็จ ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เช่น เกษตรกรสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างอาหารในชุมชนเพื่อให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพ อยู่ได้ในช่วงฤดูแล้ง ทำให้ชุมชนเกิดความสามัคคี  รู้จักการแก้ไขปัญหา วางแผนการผลิตด้วยตนเอง สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และความตั้งใจในการดำเนินกิจกรรมร่วมมือกับหน่วยงานราชการให้สำเร็จ และยั่งยืน ทั้งนี้ยังสามารถเป็นชุมชนต้นแบบ ให้แก่ชุมชนอื่นได้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร. 034-426995 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
ข่าว  นางสาวสุหฤทธา  เต่งแก้ว
กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร


เกษตรสมุทรสาคร พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.)

นายเศรณี อนิลบล ได้เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) ขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากปัญหาของชุมชนและสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้ เน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ในประเด็นการเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ตลอดจนยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาดแก่เกษตรกร รวมทั้งการให้บริการทางการเกษตร และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ มีกลไกในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ
สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยมีองค์ประกอบหลัก 4 อย่าง คือ เกษตรกรต้นแบบ แปลงเรียนรู้ หลักสูตรการเรียนรู้และฐานการเรียนรู้จำนวน 3 ศูนย์ ในทุกอำเภอ อำเภอละ 1 ศูนย์ ได้แก่
1.             ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรอำเภอเมืองสมุทรสาคร ตั้งอยู่ที่บ้านนายวิชัย กอนดี หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร
2.             ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรอำเภอกระทุ่มแบน ตั้งอยู่ที่บ้านนายขวัญชัย อุทัย หมู่ที่ 8 ตำบลหนองนกไข่ อำเภอกระทุ่มแบน
3.             ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว ตั้งอยู่ที่บ้านนายบุญลอย ทรัพย์มา หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากศูนย์เรียนรู้ฯไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตร และปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่ สภาพการผลิตของตนเองและความต้องการของตลาด ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตมีคุณภาพและปริมาณมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปีงบประมาณ 2560 กรมส่งเสริมการเกษตรจะมีการสนับสนุนงบประมาณให้แต่ละศูนย์เรียนรู้ฯ ในการจัดทำฐานเรียนรู้และสถานีเรียนรู้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร 034-426995 หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
                              ข่าว   นางสาวสุภาพร  อินดำ

กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ

กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนเกิดแปลงใหญ่กล้วยไม้ ปี 2560 สอดรับนโยบายกระทรวงฯ


             นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า ตามแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กล้วยไม้ฯ ที่กำลังจะจัดทำขึ้นใหม่ ด้วยแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กล้วยไม้ฯแผนเก่าจะหมดวาระลงในปี ๒๕๕๙ โดยปี ๒๕๖๐ มีแผนการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่กล้วยไม้ของจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน ๓ แปลง มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต โดยรวมแปลงการผลิตของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่ เพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าทางการเกษตร
สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาครดำเนินการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ เน้นทำการผลิตในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อาทิเช่น ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด มีการบริหารจัดการร่วมกันเป็นกลุ่มทั้งในด้านการการผลิตและจำหน่าย รวมทั้งการเชื่อมโยงกับตลาดเพื่อบริหารจัดการให้เกิดสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของสินค้า แก้ปัญหาเรื่องสินค้าล้นตลาด และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เงื่อนไขในการสมัครเข้าร่วมการส่งเสริมการเกษตรกล้วยไม้แบบแปลงใหญ่ มีหลักเกณฑ์การรับสมัครเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกัน มีความสมัครใจที่จะพัฒนาการผลิต และการตลาดร่วมกัน ขนาดพื้นที่รวม ๓๐๐ ไร่ขึ้นไป หรือเกษตรกรจำนวน ๕๐ รายขึ้นไป โดยสมาชิกแปลงใหญ่จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ตามความต้องการของสมาชิกภายใต้ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม ประสานและดำเนินงานรวมกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการและการตลาด เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้สนใจร่วมเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ดังกล่าว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร/โทรสาร ๐๓๔-๘๒๑๐๐๐ หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน
นางสาวเกียรตินภา  วงศ์จันทา

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เกษตรสมุทรสาครร่วมกับ อบจ. จัดงานวันสาธิตการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำศัตรูมะพร้าวจังหวัดสมุทรสาคร

นายเศรณี อนิบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาคร มีพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญพืชหนึ่ง คือ มะพร้าวน้ำหอม มีพื้นที่ปลูกประมาณ 18,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท แต่ ณ ช่วงเวลานี้ได้มีศัตรูมะพร้าวที่สำคัญระบาดอยู่ 4 ชนิด คือ หนอนหัวดำมะพร้าว , แมลงดำหนาม, ด้วงแร่ด และด้วงไฟ โดยศัตรูมะพร้าวที่ได้มีระบาดที่สำคัญ คือ หนอนหัวดำมะพร้าว โดยมีพื้นที่การระบาดประมาณ 1,700 ไร่ ทำให้ผลผลิตลดน้อยลง
เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาครได้บูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร จัดงานวันสาธิตการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำศัตรูมะพร้าวจังหวัดสมุทรสาคร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ณ บริเวณวัดกระโจมทอง ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งภายในงานจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว พร้อมทั้งมีการสาธิตและฝึกปฏิบัติ จำนวน 4 ฐานการเรียนรู้ ดังนี้
ฐานที่ 1 การป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวโดยวิธี
-          การตัดทางใบเผาทำลาย
-          การฉีดพ่นทางใบโดยใช้เชื้อแบคทีเรีย (บีที) และ สารเคมี
ฐานที่ 2 การเพาะเลี้ยงแตนเบียนกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว
-          การเพาะเลี้ยงแตนเบียนไข่ตริกโกแกรมม่า
-          การเพาะเลี้ยงแตนเบียนบราคอน
-          การเพาะเลี้ยงแตนเบียนโกนีโอซัส
ฐานที่ 3 การผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันจำกัดศัตรูพืช
-          เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
-          เชื้อราบิวเวอเรีย
-          เชื้อแบคทีเรีย (บีที)
-          สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลง
ฐานที่ 4 การป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้
-          การใช้สารล่อเมทธิลยูจินอล
-          การใช้เหยื่อพิษกำจัดแมลงวันผลไม้

นายเศรณี อนิบล ได้กล่าวย้ำอีกว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนอนหัวดำมะพร้าวในจังหวัดสมุทรสาคร จะต้องดำเนินการร่วมกันในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานทางวิชาการ สถานศึกษา และตัวเกษตรกรเอง เพื่อลดปริมาณและการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำโดยใช้การป้องกันกำจัดทุกวิธี เช่น การตัดทางใบ, การใช้สารชีวภัณฑ์, การใช้แตนเบียน และการใช้สารเคมี ตามระดับความรุนแรงในการระบาด หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทร 034-426-995 และ 034-423-079 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

เกษตรเมืองมหาชัยเตือนระวังปุ๋ยและสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชปลอม

นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชปลอม โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่จะถึงนี้ ซึ่งจะมีพ่อค้าเร่ขับรถตระเวนขายปุ๋ยที่มีราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เกษตรกรเมื่อซื้อปุ๋ยไปแล้วจะไม่สามารถทราบทันทีว่าเป็นปุ๋ยปลอมเมื่อหว่านลงในแปลงปลูกพืช จะรู้อีกทีก็ต่อเมื่อผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับน้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้มีเกษตรกรตกเป็นผู้เสียหายหลายราย
                นายเศรณี กล่าวต่ออีกว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาครจึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรต้องสังเกตและตรวจสอบการซื้อปุ๋ยต่อไปนี้ ได้แก่ กระสอบปุ๋ยต้องเป็นกระสอบใหม่ ไม่มีรอยฉีกขาดหรือเย็บใหม่ ไม่ควรซื้อปุ๋ยจากพ่อค้าเร่ ควรซื้อจากผู้ขายที่มีใบอนุญาตขายปุ๋ยและเชื่อถือได้ ควรขอเอกสารกำกับปุ๋ย และใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายทุกครั้ง เลือกซื้อปุ๋ยให้เหมาะสมกับดินและพืช ต้องมีฉลากชัดเจนและมีรายละเอียดประเภทของปุ๋ยที่กระสอบ เช่น ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ ปุ๋ยชีวภาพ ถ้าเป็นปุ๋ยเคมี ต้องแสดงปริมาณธาตุอาหารรับรอง (ไนโตรเจนทั้งหมด ฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ และโพแทสเซียมที่ละลายน้ำ) ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม (ถ้ามี) และแสดงทะเบียนปุ๋ยเคมีเลขที่ XXXX/255X (กรมวิชาการเกษตร) ถ้าเป็นปุ๋ยชีวภาพ ต้องแสดงชื่อวิทยาศาสตร์ของจุลินทรีย์, ปริมาณรับรอง และแสดงทะเบียนปุ๋ยชีวภาพเลขที่ XXXX/255X (กรมวิชาการเกษตร) ถ้าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ต้องแสดงปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง และแสดงทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์เลขที่ XXXX/255X (กรมวิชาการเกษตร) ต้องแสดงชื่อและสถานที่ทำการของผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตหรือสถานที่ผลิต ต้องระบุคำเตือนหรือข้อควรระวัง เช่น ควรคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนใช้ เป็นต้น

                หากพบเบาะแสหรือมีเหตุให้สงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเป็นปุ๋ยปลอมและรวมถึงสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชปลอม สามารถแจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัด โทร. 0 3442 6995 หรือสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอใกล้บ้านท่าน

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

เกษตรเมืองมหาชัยเดินหน้าป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว

นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าจังหวัดสมุทรสาคร มีพื้นที่ปลูกมะพร้าว จำนวน 15,891 ไร่ ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร     ไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาทต่อปี ในปัจจุบันมีปัญหาการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ทำให้ปริมาณผลผลิตลดน้อยลง หรือถ้าเกิดการระบาดในขั้นรุนแรงมะพร้าวจะไม่ให้ผลผลิตเลยจนถึงต้นมะพร้าวตาย พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว 1,100 ไร่เศษ เกษตรกร 200 ราย ส่วนใหญ่การระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ดำเนินการให้ความรู้แก่เกษตรกรในการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าวโดยชีววิธีมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การตัดทางใบมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวทำลาย มาเผาเพื่อกำจัดไข่ หนอน และดักแด้ของหนอนหัวดำมะพร้าว การใช้สารชีวภัณฑ์ (เชื้อแบคทีเรีย หรือ บีที) ฉีดพ่นทางใบ ตลอดจนการปล่อยแตนเบียนไข่ทริโคแกรมม่า แตนเบียนหนอนบราคอน และแตนเบียนหนอนโกนีโอซัส พร้อมจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันผลิตแตนเบียนบราคอนเพื่อปล่อยในธรรมชาติกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานโดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดได้แก่เกษตรกรในชุมชนเอง เพื่อควบคุมพื้นที่การระบาดไม่ให้เพิ่มขึ้น เกิดความปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค

ทั้งนี้ เกษตรกรท่านใดมีความสนใจต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร หมายเลขโทรศัพท์ 034-423079 ในเวลาราชการ

เกษตรสาครบุรีจับมือมหาวิทยาลัยแม่โจ้และทีมนักวิจัยพัฒนาลำไยนอกฤดู

นายเศรณี  อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่าขณะนี้จังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกลำไย ประมาณ 1,600 ไร่ เกษตรกร 600 ราย ปริมาณผลผลิตรวม 3 พันตัน/ปี  สร้างรายได้ให้จังหวัดสมุทรสาครปีละไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท พันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์พวงทอง ซึ่งผลมีขนาดใหญ่ รสชาติดี            เดิมทีเกษตรกรสามารถบังคับให้ลำไยออกนอกฤดูได้ตามปกติ แต่เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสภาพดิน ฟ้า อากาศ มีความแปรปรวน ทำให้การผลิตลำไยนอกฤดูไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ แก่เกษตรกร ทั้งในเรื่องของ  เทคนิคการใช้สารบังคับ การตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นตาดอก การจัดทำแปลงสาธิต และกำลังพยายามสนับสนุนให้เกิดการวิจัยเฉพาะเจาะจงในพื้นที่แบบเต็มรูปแบบ

นายเศรณี ยังเปิดเผยอีกว่าขณะนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร จับมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้และทีมนักวิจัย ดำเนินการสำรวจพื้นที่ปลูกลำไยในจังหวัดสมุทรสาคร และประชุมพัฒนากรอบงานงานวิจัยและโครงการสร้างฐานความรู้เพื่อสร้างโอกาสใหม่และจัดการความเสี่ยงของลำไยไทย : กรณีศึกษา อ. บ้านแพ้ว จ. สมุทรสาคร  (สาครโมเดล) เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการผลิตลำไยนอกฤดูให้แก่เกษตรกรในพื้นที่  และหากงานวิจัยประสบความสำเร็จจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตในช่วงต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้ เป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาครได้ส่งเสริมการผลิตตามแนวทางเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) ทั้งในรูปแบบกลุ่ม และรายเดี่ยว เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการผลิต และความปลอดภัยของผู้บริโภค


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร โทรศัพท์ 034-411043