pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุหรี่ไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุหรี่ไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568

นนทบุรี ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ส่งมอบของกลางบุหรี่ไฟฟ้า 11,496 ชิ้น ให้กรมศุลฯ เดินหน้าขยายผลเครือข่าย



   จากกรณีวันที่ 18 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Operation 9 จุด” ซึ่งเป็นการตรวจค้นและทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศ  ยึดของกลางในพื้นที่สภ.ชัยพฤกษ์ กว่า 11,496 ชิ้น มูลค่ารวมประมาณ 7 ล้านบาท จากการตรวจค้น 2 จุดสำคัญใน อ.ปากเกร็ด ได้แก่ โกดังในซอยเปาอินทร์ 4 และ บ้านพักในหมู่บ้านดังย่าน ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 







     โดยวันนี้ พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชัยพฤกษ์ นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กรมศุลกากรเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งขยายผลเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป





วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568

นนทบุรี ผู้การนนท์บุกจับร้านบุหรี่ไฟฟ้าย่านเรวดี พบวัยรุ่นมั่วสุม ของกลางกว่า 1,000 รายการ

 



                เมื่อคืนที่ผ่านมา (8 มี.ค. 68) เวลา 20.00 น. พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) นำทีมบุกตรวจค้นร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในซอยเรวดี ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี โดยมี พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมกำลังตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (พยัคฆ์นนท์ 66) และฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมปฏิบัติการ





    จุดเกิดเหตุเป็นห้องเช่าขนาดเล็กที่ปิดทึบด้วยฟิล์มดำและติดป้ายปิดหน้าร้าน ภายในพบกลุ่มวัยรุ่นมากกว่า 10 คน กำลังมั่วสุมอยู่กับเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็น บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า, หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์เกี่ยวข้อง รวมกว่า 1,000 รายการ นอกจากนี้ ยังพบ ขวดน้ำกระท่อม 3 ขวด ซุกซ่อนอยู่ในตู้เย็น



    บริเวณข้างร้านพบรถเก๋ง ภายในกระโปรงท้ายมีบุหรี่ไฟฟ้าอีก 6 กล่อง และรถกระบะตู้ทึบ สีขาว ทะเบียน 2 ฒภ 5160 กทม. บรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 3 ลัง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวเจ้าของร้านและผู้เกี่ยวข้องส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย




    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำของกลางและผู้ต้องสงสัยทั้งหมดกลับมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนนทบุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบมูลค่าความเสียหาย ก่อนจะมีการแถลงข่าวรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป




วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2568

ตร.นครบาล บุกทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าซุกโครงการสำเพ็ง 2 ฝั่งธน ยึดของกลางมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท

    เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 1 มี.ค.68 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน., พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง, พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สส.3 นำกำลัง บก.สส.บช.น. ร่วมกัน นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ ค.63/2568 ลงวันที่ 28 ก.พ.2568 เข้าทำการตรวจค้น อาคารพาณิชย์ ภายใน ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงและเขตบางแค กทม. หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านเลขที่ดังกล่าวมีการลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายลักษณะหลีกเลี่ยงกฎหมายศุลกากรเข้ามาเก็บภายในบ้านเลขที่ดังกล่าวช่วงเวลากลางคืนเมื่อวันที่ 27-28 ก.พ.2568 ที่ผ่านมา



        จากการตรวจค้นบริเวณชั้นล่างพบของกลาง จำนวน 568 ลัง 227,200 ชิ้น มูลค่า 22,720,000 บาท ส่วนชั้น 2 พบอีก จำนวน 116,400 ชิ้น มูลค่า 11,640,000 บาท แบ่งเป็นหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 343,600 ชิ้น และบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพร้อมสูบ จำนวน 10,000 ชิ้น รวมมูลค่าของกลาง ประมาณ 30 ล้านบาท นอกจากนี้ยังควบคุมตัวชาย 1 ราย ทราบชื่อเล่นว่า นายเอ อายุประมาณ 35 ปี ให้การรับสารภาพว่า ปกติตัวเองทำงานรับจ้างอิสระ มีหน้าที่ขนย้ายสินค้าเพียงอย่างเดียว โดยรู้ว่าสินค้าเป็นอะไร โดยอ้างว่าทำมา 1 ครั้ง และขอโทษที่มีส่วนร่วมในการขนย้ายสินค้าเหล่านี้ จึงถูกนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สน.เพชรเกษม


                            พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการปราบปรามน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยงานเร่งปราบปราม เมื่อวานนี้มีการประชุมร่วมกัน วันนี้จึงเป็นปฏิบัติการของตำรวจสืบนครบาล ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 9 และ สน.เพชรเกษม สืบทราบว่าบริเวณนี้น่าจะมีบุหรี่ไฟฟ้าซุกซ่อนอยู่ จึงขอหมายค้นของศาลอาญาธนบุรีเข้าตรวจค้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขยายผลมาจากกลุ่มผู้ค้ารายย่อย



        พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า ผลการตรวจค้นพบเป็นแหล่งเก็บน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีหลายชนิดหลายกลิ่น ตรวจพบของกลางกว่า 3 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท มีการขายทั้งการวางแผงจำหน่ายขาย แต่ช่วงนี้ที่มีการปราบปรามอย่างหนักจึงหันมาเน้นขายทางช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้หากไปถึงกลุ่มเยาวชนจะมีอันตรายมาก การตรวจสอบขบวนการนี้ต้องใช้เวลาพอสมควร สำหรับลักษณะการขายแบบนี้พบเป็นโกดังขนาดใหญ่จะต้องตรวจสอบต่อว่านำเข้ามาจากไหน ผ่านศุลกากรหรือไม่ และใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง ยืนยันจะขยายผลไปยังเจ้าของอย่างแน่นอน


        ฝากไปถึงเยาวชนหากมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครองก็มีความผิดในหลายมาตรา เช่น พ.ร.บ.ศุลกากรมาตรา 246 หากขายผิดประกาศกระทรวงพาณิชย์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐานส่วน เพื่อดำเนินการสืบสวนรวมรวมพยานหลักฐานขยายผลนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป