pearleus

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

ทำไมต้องตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคาร


จากสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ เพิ่มสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้หลายหน่วยงานมีการประกาศงดกิจกรรมกลางแจ้ง และแนะนำให้ประชาชนอยู่ในอาคารจึงจะปลอดภัยกว่า ดังนั้น อากาศที่อยู่ภายในอาคารล้วนมีความสำคัญมาก หากในอาคารมีคุณภาพอากาศที่ไม่ดีหรือเป็นมีสารพิษอยู่ ย่อมจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่ภายในอาคารได้เช่นกัน

นายสุพจน์ จินดารัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมชีวการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) เปิดเผยว่า อาคารต่างๆในปัจจุบันส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้เป็นอาคารปิดโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยควบคุมสภาพอากาศภายในอาคาร เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งคนส่วนใหญ่ในเมืองใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารสูงถึง 89% ของเวลาทั้งหมดในแต่ละวัน เพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ และสภาพอากาศที่ร้อนระอุ

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า 30% ของอาคารทั่วโลกยังมีปัญหาด้านคุณภาพอากาศและอาจมีปริมาณสารมลพิษสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 100 เท่า โดยเฉพาะอาคารที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และ โรงพยาบาล ปัญหาดังกล่าวอาจนำไปสู่การเกิดโรคที่เกิดจากการทำงานในอาคารที่เรียกกว่า อาการป่วยเหตุอาคาร (sick building syndrom) ได้แก่  กลุ่มอาการทางตา จมูก ลำคอ ระบบหายใจส่วนล่าง ระบบประสาท ผิวหนัง

ดังนั้น อาคารต่างๆจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจและเอาใจใส่เรื่องคุณภาพอากาศ เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศภายในอาคาร เพราะเจ้าของอาคารเองไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าอากาศภายในอาคารนั้นมีคุณภาพเป็นเช่นไร เจ้าของอาคารจึงต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการเข้าตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคารเพื่อพิจารณาถึงปัจจัยและปัญหาต่างๆ รวมถึงการใช้เครื่องมือวัดที่มีมาตรฐาน

สาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศภายในอาคารอาจเกิดจาก เช่น ระบบปรับอากาศที่เสื่อมสภาพ การออกแบบที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานจริง การเพิ่มขึ้นของภาระระบบปรับอากาศ ทั้งปริมาณคน วัสดุอุปกรณ์ สารเคมีจากสเปรย์ น้ำยาทำความสะอาดและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การเคลื่อนที่ของมลพิษทางอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร และจากแหล่งกำเนิดภายในอาคารเอง  โดยมลพิษทางอากาศที่เกิดจากภายนอกนั้น อาจเกิดจากรอยรั่วต่างๆ ของอาคาร เช่น ขอบประตู ขอบหน้าต่าง ซึ่งหากรอยรั่วนั้นมีขนาดกว้าง มลพิษภายนอกก็จะเข้ามาสะสมในภายในอาคารมากขึ้นเช่นกัน หรือห้องภายในอาคารขาดการระบายอากาศก็อาจส่งผลให้มลพิษภายในอาคารมีค่าสูงกว่าภายนอกได้

ดังนั้น การตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร และทราบถึงแนวทางการปรับปรุงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เพื่อให้มีคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ดีต่อไป และเพื่อให้ผู้ใช้อาคารมีสุขภาพที่ดีด้วย N Health ให้บริการการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อความมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อของผู้มารับบริการ นอกจากนั้นยังช่วยในการทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรอง อากาศประสิทธิภาพสูงภายในห้องสะอาดของโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมวิศวกรการแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือทดสอบที่ทันสมัย ได้รับการสอบเทียบ และรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่ได้รับความเชื่อถือ มีการให้บริการอย่างมีระบบ ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001: 2015 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-762-4000




*****************

สานต่อโครงการMiracle of Life พม.ปลุกพลังเด็กและเยาวชนสร้างสรรค์สังคม ปี 62 อธิบดีพส.ทึ่งผลงานเด็ก-ลั่นขยายเครือข่ายอีก10จว.ทั่วปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  23 มกราคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดโครงการ “พัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift and Share”ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ปี 2562 โดยมีการนำโครงการผลงานของเด็กๆมาโชว์ด้วย เช่น โครงการที่นอนหลอด Support  จากโรงเรียนบ้านนา"นายกพิทยากร" เทศบาลเมืองนครนายก ,โครงการถนนปลอดภัยหลอดใสเรืองแสง  โรงเรียนร่มธรรมานุสรณ์ จังหวัดหนองคาย  ,ปั้นยิ้มด้วยหมวกมหัศจรรย์โรงเรียนวัดแสงสรรค์ จังหวัดปทุมธานี โครงการสังคมหมดทุกข์จิตอาสาเพียงหลวงสุขใจ จากโรงเรียนเพียงหลวงฯ จ.น่าน  และการแสดงความสามารถด้านเพลงฉ่อย"Shift and Share"จากโครงการยุวอาสาสืบสานรากเหง้า เล่าละครเพลงทรงเครื่อง โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา7 จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น 

นางนภา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.)น้อมนำพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาพัฒนาเด็กและเยาวชนให้รู้จักการเป็น “ผู้ให้” ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) มีเด็กและเยาวชนผ่านการอบรม 109,688 คน และมีโครงการสร้างสรรค์พัฒนาสังคมกว่า 309 โครงการ  ซึ่งในปี 2562 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้ดำเนินโครงการ "พัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift and Share”ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ประจำปี 2562 ตามกรอบแนวคิด “พลังจิตอาสา พัฒนาสังคมและสวัสดิการ” มุ่งเน้นให้เด็กคิด  เด็กทำ สร้างแกนนำเด็ก
และเยาวชนปลูกจิตอาสา

ทั้งนี้ให้เด็กและเยาวชนสร้างสรรค์โครงการเชิงนวัตกรรมทางสังคมไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน  ซึ่งในปีนี้จะขยายเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ลำปาง ภาคกลาง จังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองบัวลำภู นครพนม อำนาจเจริญ ภาคใต้ จังหวัดตรัง และกระบี่

อธิบดีกรมพส.กล่าวต่อว่า กิจกรรมโครงการฯในปีนี้ มีหลายกระบวนงาน ดังนี้ 1) สร้างวิทยากรกระบวนการพลังจิตอาสา พัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อถ่ายทอดความรู้ และเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มเด็กเยาวชนจิตอาสาใน 10 จังหวัด  2) สร้างแกนนำยุวอาสารุ่นใหม่ จากโรงเรียนเพียงหลวง และเด็กเยาวชนใน 10 จังหวัดๆละ 2 รุ่นๆละ 200 คน รวม 4,000 คน ให้มีจิตสำนึกสาธารณะ สร้างยุวอาสาที่สามารถคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์โครงการเชิงนวัตกรรมทางสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3) ยกระดับศักยภาพแกนนำยุวอาสาที่เคยผ่านโครงการ Shift and Share และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  ด้วยกิจกรรมค่ายเติมพลัง เสริมทักษะ สานต่อพลังจิตอาสาพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จำนวน 2 ครั้งๆละ 150 คน รวม 300 คน 4) จัดกิจกรรมยุวอาสา พัฒนาสังคมและสวัสดิการ เด็กร่วมคิดและลงมือทำโครงการเพื่อสังคม จุดประกายการพัฒนาจากเป้าหมายเล็กๆ ไปยังชุมชนบ้านเกิด และขยายผลความร่วมมือไปยังพื้นที่อื่น 5) จัดนิทรรศการแสดงผลงานโครงการ เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การร่วมกัน 

พร้อมระบุว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนโครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ให้เป็นต้นแบบของ“การให้” สืบสานพระปณิธานด้วยพลัง ด้วยหัวใจ มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาคนและบ้านเกิด...เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


Juwai.com ชี้ไทยพุ่งอันดับหนึ่งอสังหาฯ ยอดนิยมของผู้ซื้อชาวจีน เผยเมกะโปรเจกต์ภาครัฐสร้างความเชื่อมั่นดึงลงทุนระยะยาว




Juwai.com เว็บไซต์ซื้อ-ขายอสังหาฯอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากชาวจีนเผยข้อมูลปี61 อสังหาฯไทยขึ้นแท่นได้รับความนิยมจากชาวจีนเป็นอันดับ1 และเป็นอันดับ4 ที่จีนเข้ามาลงทุน คิดเป็นมูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกรุงเทพฯยังมีพื้นที่น่าลงทุนอันดับแรก  ระบุเมกะโปรเจกต์ภาครัฐที่มีต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว  ด้านผู้บริหาร TeC ชี้เหตุผลดึงจีนลงทุนในไทย ช่วยดันGDPโต และศึกษาโนว์ฮาวพัฒนาประเทศ ขณะที่นักวิจัยตลาดอสังหาฯเผยพฤติกรรมการคนจีนเปลี่ยนจากการทำตลาดหลายช่องทาง ส่งผลกระจายซื้อได้หลายทำเล

นางแคร์รี่ ลอร์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริษัท Juwai.com เปิดเผยว่าข้อมูลจาก Juwai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่งสำหรับชาวจีนในการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศซึ่งเข้าถึงผู้บริโภคประมาณ 3.1 ล้านคนต่อเดือน มีจำนวนประกาศขายอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 2 ล้านประกาศ  รองรับการใช้งานกว่า 90 ประเทศ  และจากข้อมูลในปี 2559-2560 พบว่าประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับความนิยมในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของชาวจีน จากลำดับ 6 ในปี 2559 ลำดับ 3 ในปี 2560 และในปี 2561ที่ผ่านมา พบว่าเป็นครั้งแรกที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยได้รับความสนใจ จากผู้ซื้อชาวจีนเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ1 รองลงมาเป็นชาวออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนนาดา อังกฤษ มาเลเซีย นิวซีแลนด์ กรีซ ญี่ปุ่น และเยอรมนี ตามลำดับ

จากข้อมูลล่าสุดของปี 2561 ยังพบว่าประเทศที่ชาวจีน เข้าไปลงทุนมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา คิดเป็นมูลค่า 30.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือฮ่องกง มูลค่า 16.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, ออสเตรเลีย มูลค่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, ไทยมูลค่า2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมาเลเซีย มูลค่า 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 

“ไทยเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นลำดับ 4 จากมูลค่าการลงทุน โดยกรุงเทพฯ เป็นมหานครแถวหน้าของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แต่ปัจจุบันกรุงเทพฯ ประสบปัญหาเรื่องมลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ ซึ่งผู้ซื้อชาวจีนคงไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปพบปัญหาอากาศเสียเหมือนกับที่เขาเผชิญอยู่  และอีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนชาวจีนสนใจชื่นชอบอสังหาฯไทยคือ การก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศไทยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเชื่อมั่นเรื่องศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว” นางแคร์รี่ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูล Juwai.com พบว่าในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนจากประเทศจีนและฮ่องกงได้มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจำนวน 15,000 ยูนิต เป็นสัดส่วนถือครองตัวเลขกว่าครึ่งหนึ่งของนักลงทุนชาวต่างชาติทั้งหมดที่ลงทุนในประเทศไทย หากประเมินจากตัวเลขการซื้อ ชาวจีนและฮ่องกงจะเฉลี่ยราคาห้องละ 5 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าลงทุนรวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยรวมในปี 2561 เป็นมูลค่า 75 ล้านบาท สำหรับพื้นที่นักลงทุนชาวจีนให้ความสนใจในประเทศไทยที่จะลงทุนลำดับ 1 คือ กรุงเทพ รองลงมาคือ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และสัตหีบ

 “เราไม่เคยเห็นความต้องการของผู้ซื้อชาวจีนต่ออสังหาริมทรัพย์ไทยสูงขนาดนี้มาก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งมีวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบกับปัจจัยอื่นที่เป็นตัวผลักดันให้ผู้ซื้อชาวจีนที่กำลังมองหาทำเลในต่างประเทศ  ให้ความสนใจประเทศไทยในเรื่องราคาที่หลากหลายเมื่อเทียบเท่ากับประเทศอื่น ประกอบกับกฎระเบียบอันเคร่งครัดของกรุงปักกิ่ง และขาดความหลากหลายในโอกาสการลงทุนภายในประเทศจีน”นางแคร์รี่ กล่าวในที่สุดด้านนางสาวกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกลเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร,Thailand e-Business Center (TeC) Project collaboration with Alibaba Business School เลขาธิการสมาคมดิจิทัลไทย MD บริษัท จอยฟูลเนส จำกัด กล่าวว่า หากสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศจีนให้ประสบผลสำเร็จได้  จะเป็นใบเบิกในการดำเนินธุรกิจของตัวผู้ประกอบการเอง และเหตุผลทำไมต้องเป็นประเทศจีน มาจากคำว่า China

C คือ Chance หากย้อนไปอดีตจีนจะเป็นประเทศที่ไม่น่าไป ล้าหลัง เป็นประเทศที่ Copycat และมีมลพิษทางอากาศ แต่ช่วงเวลา10 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาหลายด้าน ปัจจุบันจีนเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แรงงาน และมลพิษลดลงด้วยนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์

H คือ Huge จีนเป็นประเทศแผ่นดินใหญ่และมีจำนวนประชากรมาก ทำให้กำลังการซื้อและการขายมีมาก ทำให้เป็นเป้าหมายของอุตสาหกรรม  I คือ Internet ระบบอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานจำนวน 731 ล้านคน และใช้ซื้อของออนไลน์จำนวน 448 ล้านคน  มูลค่ารวมการบริโภค 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าซื้อขายออนไลน์ 759,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ N คือ Network ได้พัฒนาระบบต่างๆ รวมถึงระบบการค้าในรูปแบบ e-Commerce เพื่อให้ประชากรได้ใช้งานอย่างหลากหลายและเข้าถึงสินค้าอย่างรวดเร็ว

สำหรับแพลตฟอร์มที่นิยมใช้ในการสั่งซื้อของคือ Taobao มีจำนวนผู้ใช้งาน 450 ล้านคน รองลงมา JD.com มีผู้ใช้งาน 850 ล้านคน และ Kaola มีผู้ใช้งาน 25 ล้านคน รวมทั้งการจ่ายเงินผ่านระบบ E-payment ใน Alipay มีผู้ใช้งาน 350ล้านคน  We Chat Pay มีผู้ใช้งาน 850 ล้านคน ยังครอบคลุมไปถึงการขนส่งสินค้าผ่านบริษัทต่างๆจะเห็นได้ชัดว่า เครือข่ายของการซื้อขายของธุรกิจในจีนเต็มวงจรและมีกลุ่มผู้ใช้งาน และผู้ให้บริการเป็นจำนวนมาก A คือ Advertising & Affiliate นอกจากการเจริญเติบโตในประเทศตัวเองแล้ว จีนยังผลักดันธุรกิจของตนกระจายไปยังประเทศต่างๆ โดยการเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในแต่และประเทศ ส่งเสริมและช่วยเหลือทางธุรกิจ และเทคโนโลยี อาทิ การเข้ามาของ Alibaba ในประเทศไทย ปริมาณสินค้าทั้งหมดของทุกแพลตฟอร์มมีจำนวน 314,300 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 23.8% จากปีที่แล้ว Tmall  68% ของส่วนแบ่งการตลาด

แต่แพลตฟอร์มอื่น ๆ กำลังกินส่วนแบ่งการตลาด แพลตฟอร์มใหม่ในการเข้าร่วมความนิยม e-Commerce นี้คือ Pinduoduo โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 3.0%  ผู้เล่นรายใหญ่อันดับสองของ JD.COM ก็มีปีที่ทำลายสถิติเช่นกัน GMV สูงถึง 159.8 พันล้านหยวน เพิ่มส่วนแบ่งการตลาด 17.3% 

“นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ไทยควรผลักดันให้ทำธุรกิจในประเทศจีน สิ่งที่ไทยจะได้รับประโยชน์ในเรื่องของการ ผลักดัน GDP ของประเทศไทย และ เรื่องของการลดต้นทุนในการผลิตสินค้าแต่ได้คุณภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งยังได้โอกาสในศึกษาเทคโนโลยีจากจีนเพื่อนำมาพัฒนาประเทศไทยต่อไป

โดย TeC สามารถให้การปรึกษาในการทำธุรกิจที่จีน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นการทำเอกสาร รวมถึงวิธีการทำธุรกิจในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากจากชาวจีน และหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คงไม่มีใครไม่รู้จัก WeChat ที่ยอดผู้ใช้ในปัจจุบันถือว่ามีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดไปอย่างมาก จาก ปี 2554 ที่มีผู้ใช้งานเพียง 50 ล้านคน และในปี 2560 มีสูงถึง 963 ล้านคน โดยใช้ระยะเวลาแค่ 6 ปีเท่านั้น” นางสาวกุลธิรัตน์ กล่าว

ขณะที่นายสุรเชษฐ  กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์  กล่าวว่าก่อนหน้านี้ผู้ซื้อชาวจีนอาจจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยกระจายไปตามทำเลที่คุ้นเคย หรือว่าตามทำเลที่มีคนจีนอาศัยอยู่มาก เช่น รัชดาภิเษก ซึ่งไม่ไกลจากสถานฑูตจีน รวมไปถึงพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าMRT  ที่สามารถทำให้เดินทางได้สะดวก แต่ในระยะหลังพบว่าการเลือกทำเลในการซื้อคอนโดมิเนียมของคนจีนเปลี่ยนไป โดยเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจหรือปัจจัยที่เข้ามาเพิ่มความน่าสนใจให้นักลงทุนชาวจีน อาทิ 1) ผู้ประกอบการที่มีการประชาสัมพันธ์เข้าถึงนักลงทุนชาวจีนโดยตรงมากขึ้น ส่งผลให้หลายโครงการที่อยู่นอกพื้นที่ที่ชาวจีนเคยสนใจได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนชาวจีนมากขึ้น  2) นายหน้าทั้งไทยและจีนที่มีการนำหลายโครงการไปเสนอขายทั้งในประเทศไทยและที่ประเทศจีนโดยตรง สร้างความรู้จักและคุ้นเคยทำเลอื่นๆ ให้กับนักลงทุนชาวจีนมากขึ้น

3) ผู้ประกอบการชาวจีนมีส่วนในการผลักดันหลายๆ พื้นที่ให้เป็นที่รู้จักของคนจีนด้วยเช่นกัน 4) ระบบออนไลน์ที่แข็งแกร่งของประเทศจีนเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มการรับรู้ให้กับผู้ซื้อชาวจีนโดยตรง เนื่องจากสามารถค้นหาหรือทำความรู้จักแต่ละทำเลของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงมีหลายเว็บไซต์ของนายหน้าอสังหาฯทั้งไทยและจีนที่ให้ความรู้เรื่องของภาวะการณ์ของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันในแต่ละทำเล หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อการซื้อ-ขายคอนโดมิเนียมในประเทศไทย 

ดังนั้นทำให้ในอนาคตเชื่อได้เลยว่าผู้ซื้อคนจีนจะกระจายไปทุกพื้นที่ ทุกทำเลของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ในจังหวัดท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงพัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย หัวหิน กระบี่ เท่านั้น คาดการณ์ทำเลใหม่ในอนาคตอาจจะไปถึงหัวเมืองรองของแต่ละภูมิภาคก็เป็นได้

 “การขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีนในอนาคตอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเป็นตัวแปร เช่น สงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ที่อาจจะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศจีน การลดลงของค่าเงินหยวน มาตรการการควบคุมของรัฐบาลจีน และความเข้มงวดของรัฐบาลไทย เป็นต้น แต่สุดท้ายแล้วคนจีนจะยังคงสนใจมาเที่ยวประเทศไทยและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันนี้อาจจะมีปัญหาติดขัดบ้างจากทั้งฝั่งไทยเองและฝั่งประเทศจีน”นายสุรเชษฐ  กล่าวในที่สุด


********************

ฮือฮาทุกปี ไม่เริ่ด ไม่ฉ่า ไม่แฉะ ไม่ใช่เวที Mister Star Thailand ของ "ผศ.ดร.บุญมาอิ่มวิเศษ" ตัวพ่อของการประกวดหนุ่มหล่อ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 เวลา 13:00-15:00น ที่ห้อง Play House ชั้น 7 โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ  ผศ.ดร.บุญมา  อิ่มวิเศษ ประธานกรรมการบริษัทในเครือสตาร์เวลล์ จำกัด ตัวพ่อของการประกวดหนุ่มหล่อ หุ่นแซ่บ ผู้กล้าและแตกต่างจัดการประกวดเวทีผู้ชายเพื่อเฟ้นหา ตัวแทน 77จังหวัด หนึ่งเดียวในสยามประเทศ บนเวที "Mister Star Thailand 2019” จัดแถลงการประกวดประจำปี ค้นหาหนุ่มหล่อทั่วไทย ใจรักษ์วัฒนธรรม พร้อมส่งออกไปประกวด 5 เวทีระดับโลก เพียงหนุ่มๆมีคุณสมบัติหล่อ หุ่นดีมีความสามารถอายุ17-27 ปี เตรียมฟิตแอนด์เฟิร์ม ให้พร้อมมาประกวดเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิงและเป็นศิลปินนักแสดงและยังมีโอกาสไปประกวดเวทีโลก พร้อมมอบสายสะพายให้กับ City Director หรือผู้ถือลิขสิทธิ์ โดยมีผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนมาร่วมงานจำนวนมาก

โดยในวันเปิดตัวได้น้องๆเจ้าของรางวัลต่างๆของปีก่อนมาร่วมในงานแถลงข่าว เดินแฟชั่นโชว์ในชุดต่างๆ พร้อมการซึ่งเวที "Mister Star Thailand 2019" พร้อมเปิดรับสมัครหนุ่มหล่อ หุ่นสมาร์ท เข้ามาร่วมชิงรางวัลเงินสด พร้อมของรางวัลนับล้านบาท และปีนี้ก็ยังคงแซ่บเช่นเคย หลังจากปีที่แล้ว กระโดดไปเก็บตัวที่หวาดเสียว "มอหา ตั้ง" ทุ่งดอกกระเจียวบาน ให้ได้ขนลุกกับการเก็บตัวกันมาแล้ว

เจ้าของเวทีสุดฮือฮา  ผศ.ดร.บุญมา   ประธานกองประกวด  กล่าวว่า เวที...Mister Star Thailand 2019  เปิดขายลิขลิทธิ์แต่ละจังหวัดให้กับผู้อำนวยการกองประกวด City Director เพื่อเฟ้นหาหนุ่มหล่อตัวแทน 77 จังหวัด เข้ามาประกวดในเวที Mister Star Thailand 2019   ขณะนี้มีผู้จองลิขสิทธิ์เวที Mister Star Thailand 2019  แล้วกว่าครึ่งค่อนประเทศ "ผมการันตีเวทีนี้โปร่งใส ไร้เส้น มีเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน ไม่ฉ้อโกง ไม่หลอกลวง มีผลงานการประกวดที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับ เราจัดส่งผู้ได้รับตำแหน่งไปประกวด 5 เวทีระดับโลกโดยกองประกวดมีสำนักงานที่ตั้งอยู่เป็นหลักแหล่ง เชื่อถือได้ มีกำหนดการประกวดที่ชัดเจนไม่มีเลื่อนกำหนด จ่ายเงินรางวัลครบตามกำหนดและของรางวัลครบตรงตามกำหนดในสื่อประชาสัมพันธ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “หนุ่มหล่อ ทั่วไทย ใจรักษ์ วัฒนธรรม” เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอาหารไทยและสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จักประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น"ผศ.ดร.บุญมา กล่าวพร้อมเชิญชวนหนุ่มหล่อทั่วประเทศ เข้าร่วมประกวด เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศมุ่งสู่เส้นทางบันเทิงและสานฝันให้ทุกคนได้มีโอกาส



ผศ.ดร.บุญมา กล่าวต่อว่า อยากให้หนุ่มหน้าตาดีรูปร่างบุคลิกดีมีความกล้าแสดงออกและความสามารถงานด้านบันเทิง เฉลียวฉลาด เข้าร่วมประกวด  ซึ่งรอบการเก็บตัวและรอบชิงชนะเลิศ จะมีกิจกรรมดีๆ ซึ่งเราจัดกันปีลครั้ง ไม่อยากให้พลาดโอกาส โดยสามารถสมัครประกวดเป็นตัวแทนจังหวัดได้แล้ว ที่เพจ Mister Star Thailand รอลุ้นได้เลยว่ารอบชุดว่ายน้ำเวทีนี้"เผ็ชชชมาก"เพราะขึ้นชื่อว่า "ดร.บุญมา" ยี่ห้อนี้ไม่ดีไม่ทำ ไม่ซิ้ด เจ้าตัวไม่จัดแน่นอน!!! 

สามารถเป็นเจ้าของเวทีประกวดและร่วมสร้างปรากฎการณ์ความยิ่งใหญ่บนเวทีประกวด Mister Star Thailand 2019 เวทีหนุ่มหล่ออันดับ 1ของเมืองไทย  โทร.065-725-7248 Facebook Fan page : Mister Star Thailand#MisterStarThailand #เวทีสามีแห่งชาติ#หนุ่มหล่อทั่วไทย#เวทีหนุ่มหล่ออันดับ1ของเมืองไทย


วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

อาชีพอิสระได้เฮ! ประกันสังคมเพิ่มสิทธิ์ประโยชน์ให้อีกเพียบในมาตรา40

ผู้สื่อข่าวรายงานสำนักประกันสังคม นำมาทำความรู้จักประกันสังคม มาตรา40 ให้มากขึ้นอีกครั้ง โดยระบุว่าแล้วคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเดิม เสริมสร้างความมั่นคงให้ชีวิต กับอาชีพอิสระที่คุณเลือกได้ ด้วยการเอาใจคนทำงานอาชีพอิสระ ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้า แม่ขาย คนขับรถแท็กซี่ พี่วินมอมอเตอร์ไซค์ กรรมกร หรือกรรมการ แม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ทั่วราชอาณาจักร อาชีพที่คุณเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ได้ขึ้นกับหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัทใดๆ สามารถเป็นหนึ่งในผู้รับประโยชน์จากการทำประกันสังคมได้
ทั้งนี้รัฐบาลได้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา40 เป็น ประกันสังคมแบบใหม่ ที่ช่วยดูและเพิ่มความคุ้มครองที่มากกว่า และเข้าถึงแรงงานนอกระบบ ทั้งเงินชดเชยยามพักฟื้นเวลาเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ เงินสงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ เงินชราภาพ ไปจนถึงเงินทำศพ ประกันสังคม มาตรา40 ช่วยได้

นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ กล่าวว่า “ จ่ายน้อย คุ้มค่า และไม่ประมาท ” พร้อมเปิดเผยว่า สมาคม ก่อตั้งมา 6 ปี มีสมาชิกทั้งหมด 1200-1300 คน จึงต้องการส่งเสริม และช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ให้กับคนขับแท็กซี่สมาชิกในสมาคมทุกคน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ จากประกันสังคมมาตรา40 ใหม่นี้ เพื่อเป็นสวัสดิการคุ้มครองให้กับชีวิต ต้องการทำความเข้าใจกับสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ และเข้าถึงสมาชิกทุกคนให้ได้ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาระดับชีวิตในอนาคตที่ดีขึ้น

โดยประกันสังคม มาตรา 40 กับ 5 ความคุ้มครอง 3 ทางเลือก ที่คุณจะได้รับชุดสิทธิประโยชน์ที่1 จ่าย 70 บาท/เดือน ชุดสิทธิประโยชน์ที่2 จ่าย 100 บาท/เดือน ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์คุ้มครอง1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ( รับค่าทดแทนขาดรายได้ )
- เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 300 บาทต่อวันไม่เกิน 30 วันต่อปี
- กรณีไม่ได้นอนพักรักษาตัวแต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 200 บาท ( ภายใน 1 ปี นับรวมกันมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ไม่เกิน 30 วัน )- กรณีมีใบรับรองแพทย์ ให้หยุดพักรักษาตัว 1-2 วัน ให้ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้วันละ 50 บาท แต่ไม่เกินคนละ 3 ครั้งต่อปี

เพิ่มสิทธิพิเศษ ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน ภายใน 1 ปี นับรวมกันมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ไม่เกิน 90 วัน

เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน (การรักษาพยาบาลใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)

2. กรณีทุพพลภาพ
- รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 - 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานานถึง 15 ปี หากเสียชีวิตระหว่างรับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพได้รับค่าทำศพ 20,000 บาท
เพิ่มสิทธิพิเศษ

ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 - 1,000 บาท ส่งเงินสมทบให้ตลอดชีวิต หากเสียชีวิตระหว่างรับเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท
เงื่อนไข
- จ่ายเงินสมทบ 6 ใน 10 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 500 บาทต่อเดือน
- จ่ายเงินสมทบ 12 ใน 20 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 650 บาทต่อเดือน
- จ่ายเงินสมทบ 24 ใน 40 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 800 บาทต่อเดือน
- จ่ายเงินสมทบ 36 ใน 60 เดือน ก่อนทุพพลภาพ ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน
( ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ )

3. กรณีเสียชีวิต
- ได้รับเงินค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทให้กับผู้จัดการศพ
- ได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่ม 3,000 บาท ถ้าจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือน ก่อนเสียชีวิต
เพิ่มสิทธิพิเศษ ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน ได้รับเงินค่าทำศพจำนวน 40,000 บาทให้กับผู้จัดการศพ
เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเสียชีวิต
ยกเว้น กรณีเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จ่ายเงินสมทบครบ 1 เดือน ใน 6 เดือน ก่อนเสียชีวิต หรือ 6 เดือน ใน 12 เดือน ก่อนเสียชีวิต

4. กรณีชราภาพ
ชุดสิทธิประโยชน์ที่2 จ่าย 100 บาท/เดือน
- ได้รับบำเหน็จชราภาพ เดือนละ 50 บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ( ออมเพิ่ม ได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน )
ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน
- ได้รับบำเหน็จชราภาพ เดือนละ 150บาท พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ( ออมเพิ่ม ได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน )
- จ่ายเงินสมทบ 180 บาทต่อเดือน ได้รับเพิ่มอีก 10,000บาท
เงื่อนไข เมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

5. กรณีสงเคราะห์บุตร
ชุดสิทธิประโยชน์ที่3 จ่าย 300 บาท/เดือน ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรคนละ 200บาท บุตรแรกเกิดแต่ไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ ( คราวละไม่เกิน 2คน )
เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 24ใน 36 เดือน และขณะรับเงินสงเคราะห์บุตรต้องส่งเงินสมทบทุกเดือน

คุณสมบัติผู้สมัครประกันสังคม มาตรา 40
1. ผู้สมัครมีสัญชาติไทย
2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ณ วันสมัคร
3. ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 394. ผู้สมัครประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ
5. ผู้สมัครไม่เป็นสมาชิกกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเป็นสมาชิกกองทุนของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆของรัฐ
6. ไม่ได้เป็นชนกลุ่มน้อย ที่อพยพเข้ามาอาศัยในประเทศไทย
4. ผู้สมัครเป็นบุคคลพิการที่สามารถรับรู้สิทธิประกันสังคมที่ตนจะได้รับ

ช่องทางการสมัครประกันสังคม มาตรา 40
1. สมัครโดยตรงที่สำนักงานประกันสังคมเขตใกล้บ้าน
2. สมัครผ่านเว็บไซต์ https://www.sso.go.th
3. สมัครผ่านร้านสะดวกซื้อ7-11 เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น

วิธีการนำส่งเงินสมทบ ประกันสังคม มาตรา 40
1.  หักผ่านบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ได้ทุกธนาคาร ทุกวันที่ 20 ของทุกๆเดือน

2.  นำส่งเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาใกล้บ้าน

3.  ชำระได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกแห่ง
4. สามารถจ่ายผ่านตู้เติมเงินบุญเติม
 “ ผู้ประกันตน ตามมาตร 40 สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้”
“ ไม่ถูกตัดสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ”

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประกันสังคม มาตรา 40 ได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร. 1506 หรือ เว็บไซต์ https://www.sso.go.th

อิ่มบุญ+อิ่มสุขกันถ้วนหน้าในคอนเสิร์ต " อุมาพร Love is your song"ครั้งที่ 2


จบลงแล้วอย่างสวยงาม อิ่มบุญ เรียบง่าย เปี่ยมสุข กับงาน คอนเสิร์ต  " อุมาพร Love is your song"ครั้งที่ 2 โดยคุณอุมาพร บัวพึ่ง เจ้าของผลงานเพลง หนึ่งหญิงสองชาย  เจ้าของรางวัลพระราชทาน อาทิ รางวัลเสาอากาศทองคำ ฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ณ  โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร ที่ยกทัพนำเพื่อนศิลปินทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องระดับศิลปินแห่งชาติและศิลปินระดับตำนานเจ้าของเสียงเพลงอมตะอันไพเราะ ท่ามกลางแฟนเพลง หลากหลายรุ่นที่มาร่วมบุญกันในครั้งนี้ได้อิ่มเอมตลอด 4 ชั่วโมงแห่งความสุข กับเหล่าศิลปินที่ทยอยออกมาขับกล่อมด้วยเสียงอันไพเราะในบรรยากาศกันเองแสนงดงาม   

คอนเสิร์ตการกุศล ครั้งนี้ มีความประสงค์ นำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ เพื่อส่งต่อสมทบทุนสร้างห้อง ไอ.ซี.ยู. แก่โรงพยาบาลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับกับจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี และเพื่อเป็นบุญกุศลแก่ผู้เกี่ยวข้องและแฟนเพลงด้วย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเวลา 4 ชั่วโมงเต็มๆ ที่นักร้องระดับตำนาน ที่มาร่วมมอบความสุขพร้อมการเต็มอิ่มในการร่วมบุญกุศลครั้งนี้   อาทิ คุณจินตนา สุขสถิต (ศิลปินแห่งชาติ)  ป้าเม้าธ์ คุณสุดา ชื่นบาน คุณวินัย พันธุรักษ์ คุณศรีไศล สุชาตวุฒิ คุณทิพวัลย์ ปิ่นภิบาล  คุณฎากร เทพทอง คุณพรหมเทพ เทพรัตน์ รวมไปถึง คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู ฟรุตตี้ และเหล่าลูกศิษย์ของครูอุมาพร ที่คุณภาพเสียงร้องเทียบชั้นคุณครูได้เช่นกัน









งานนี้จึงถือเป็นงานคอนเสิร์ตเพลงลูกกรุงที่อัดแน่นไปด้วยบรรดาศิลปินนักร้องระดับตำนานของเมืองไทย   ที่มาร่วมสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงรุ่นเก่าได้รำลึกความหลัง แฟนรุ่นใหม่ได้รู้จักเจ้าของเสียงเพลงดังคุณภาพในอดีต  ซึ่งแฟนเพลงแต่ละคนหน้าเปื้อนยิ้มมีความสุขกันล้นปรี่ เมื่อได้สัมผัสกับศิลปินในดวงใจอย่างใกล้ชิดได้ฟังเสียงร้องพร้อมดนตรีสดๆ ภาษาสมัยใหม่ต้องบอกว่าฟินนนเฟล่อ..ซึ่งเพลงเพราะๆในตำนานที่ว่า เช่น หนึ่งหญิงสองชาย อันลือลั่น ด้วยเสียงอันไพเราะ ไม่เปลี่ยนแปลงของคุณอุมาพร  ,คิดถึงและคืนหนึ่ง ของคุณจินตนา ,รักข้ามขอบฟ้าของคุณศรีไศล ,ในโลกบันเทิงของทิพวรรณ และเพลงสากลสนุกๆจากป้าเม้าธ์สุดา อีกทั้งเพลงคู่ที่ยังฮิตติดดาวอยู่ทุกวันนี้อย่าง จูบเย้ยจันทร์  สักขีแม่ปิง หรือแต่ปางก่อน เป็นต้น

พร้อมกันนี้คุณสำเริง มนูญผล เจ้าของโรงละครเอ็มเธียเตอร์ ยังมอบเงินสมทบทุน 100,000 บาท ผ่านพระอาจารย์องสรภาณอนัมพจน์ เจ้าอาวาส วัดธรรมปัญญารามบางม่วง   ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐมด้วย โดยคณะผู้จัดได้ขอบคุณสปอนเซอร์ที่ทำให้งานครั้งนี้เกิดได้ ประกอบด้วย โรงละคร เอ็มเธียเตอร์ โรงเรียนเพ็ญสมิท โรงแรมอมารันตา ส.ขอนแก่น ,ยาดมตราโป้ยเซียน,นิตยาไก่ย่าง , ตลาดไอยรา , ห้องเสื้อมาดาม ,ร้านโบเตญ่า ,96.5 FM และ Like Station online Radio 1494 ขอให้ทุกคนที่มาร่วมงานตลอดจนผุ้ร่วมสมทบทุนได้รับบุญกันถ้วนหน้า..


******************