pearleus

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมุทรสาครเดือด! ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันฟุตบอล

  ฟาดแข้งสนั่นคลองซื่อ “สยาม ไวเนอรี่” ผงาดแชมป์คลองซื่อคัพสมัยแรก ทิ้งคู่แข่งฝุ่นตลบ!

"คลองซื่อคัพ ครั้งที่ 1" ณ สนามฟุตบอล บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "เจ้าภาพไม่ไว้หน้าใคร" ฟอร์มดุสมราคา คว้าถ้วยแชมป์ประเดิมครั้งแรกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี!
สรุปอันดับตารางคะแนน (ใครปัง ใครพัง เช็กด่วน!)







แชมป์เหนือแชมป์: ทีม สยาม ไวเนอรี่ (เจ้าภาพกินเรียบ)
รองแชมป์: ทีม นำชัยอุตสาหกรรม (บี้มาติดๆ แต่ไม่ถึงฝั่งฝัน)
อันดับ 3: ทีม สภ.บางโทรัด (สีกากีพกหมวกมาเตะ ได้แค่นี้ก็หรูแล้ว)
อันดับ 4: ทีม ไนโตรเคมี อุตสาหกรรม
อันดับ 5: ทีม อาร์ซีไอ แล็บสแกน
บ๊วยสุดตาราง (อันดับ 6): ทีม อบต.บางโทรัด (งานหน้าต้องซ้อมหนักกว่านี้นะท่านประธาน!)
เจาะลึกหลังเกม: บิ๊กเนมรวมตัว ท้องถิ่น-เอกชน-สีกากี ขับเคลื่อนชุมชน
งานนี้ไม่ใช่แค่เตะบอลเอาฮา แต่เป็นเวที "ทรงอิทธิพล" ของพื้นที่บางโทรัดอย่างแท้จริง นำโดย นายประยุทธ์ ว่องไว ผอ.ฝ่ายกำกับดูแลฯ จากสยาม ไวเนอรี่ ที่เปิดบ้านต้อนรับแบบไร้ที่ติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถิรภัทร จิรศรีสกุล ผกก.สภ.บางโทรัด ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานปิดงานและควักรางวัลแจกด้วยตัวเอง



ลั่นวาจาท่ามกลางสนาม: ผกก.สภ.บางโทรัด ประกาศชัดเจนในสนาม ยินดีหนุนกิจกรรมชุมชนแบบนี้เต็มสูบ พร้อมดูแลทุกข์สุขพี่น้องบางโทรัดเต็มที่ (ส่วนเรื่องฟุตบอล รอบหน้าตำรวจขอแก้มือ!)
นอกจากนี้ยังมีบิ๊กเนมท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมตบเท้าเพียบ ทั้ง นายทนงศักดิ์ ธีรรังสี (ประธานสภา อบต.บางโทรัด), นายธันยพัฒน์ มั่นณิชนันทน์ (นำชัยอุตสาหกรรม), นายวันชนะ ตั้งกมลสุขคติ (อาร์ซีไอ แล็บสแกน) และ นายนิติธร ธีรรังสี (ผู้ใหญ่บ้าน ม.1) ร่วมเป็นสักขีพยานความเดือดในครั้งนี้
จับตาดูให้ดี! "คลองซื่อคัพ" ครั้งที่ 1 จบแบบเสือใต้กินรวบ แต่ครั้งที่ 2 ศักดิ์ศรีค้ำคอขนาดนี้... ไม่มีใครยอมใครแน่นอน!

สมุทรสาครเดือดร้อนปุ๊บ พุ่งช่วยปั๊บ! ไฟไหม้วอดทั้งหลัง! น้ำใจไม่ไหม้ตาม... คณะสงฆ์-เทศบาลกระทุ่มแบน ผนึกกำลังยื่นมือช่วยผู้ประสบภัยทันควัน นี่คือมิติใหม่ของการบรรเทาทุกข์ที่ไม่ต้องรอขั้นตอนเอกสารให้เยิ่นเย้อจนชาวบ้านน้ำตาเช็ดหัวเข่าจากเหตุการณ์ฝันร้ายกลางดึก

 

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้กระหน่ำล้างบาง บ้านเลขที่ 296/209 หมู่บ้านอ่างทองธานี ต.ตลาดกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน ของ นายวรพต หัสดี วอดวายเสียหาย “ทั้งหลัง” กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา โชคยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต


เจ็บแต่ไม่จบ! เพราะความเดือดร้อนของชาวบ้าน รอไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เช้าตรู่วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. คณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสาคร นำโดย พระครูสีลาธิการี ประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ฯ พร้อมทีมงานครบชุด ทั้งพระครูสาครสุวรรณรัตน์, พระครูสาครคุณาภรณ์, พระครูสุนทรสาครกิจ และพระมหาณรงค์ทรรศน์ กิตฺติสุขุโม ไม่นิ่งดูดาย แท็กทีมผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองท้องถิ่น นายอนิวัฒน์ ขวัญบุญ นายกเทศมนตรีเมืองกระทุ่มแบน และนายรัฐวิชญ์ ขวัญบุญ เลขานายกฯ ลงพื้นที่ขยี้ความทุกข์ให้เป็นรอยยิ้ม.


เปิดยอดเยียวยา...สู้ภัยหมอกควันคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสาคร: มอบเงินสดทันที 10,000 บาท พร้อมข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภคชีพจรหลักในการดำรงชีวิต พระครูสาครสุวรรณรัตน์ (ในนามประธานสาธารณสงเคราะห์อ.กระทุ่มแบน): สมทบเพิ่ม 2,000 บาท




เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน: ขนมาตรการเยียวยาและกำลังใจลงพื้นที่แบบประชิดตัวชี้ชัด..เจาะลึกบทเรียนราคาแพง
นี่ไม่ใช่แค่การแจกของสร้างภาพ แต่คือการ "พุ่งเป้าชนความทุกข์" ของจริง สะท้อนให้เห็นว่าในยามที่ประชาชนสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยพิบัติ "วัดและท้องถิ่น" คือที่พึ่งด่านแรกที่จับต้องได้มากที่สุด เงินหมื่นสองและถุงยังชีพอาจไม่ได้เนรมิตบ้านหลังใหม่ได้ในวันเดียว แต่ขอบอกเลยว่า...มันซื้อ "ลมหายใจ" และ "กำลังใจ" ให้ผู้สิ้นหวังลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ทันที!


จับตาดูต่อหลังจากนี้ ท้องถิ่นจะงัดงบประมาณส่วนไหนมาฟื้นฟูโครงสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยรายนี้... เพราะคนกระทุ่มแบน "เราไม่ทิ้งกัน" ของจริง!
ไฟไหม้บ้านอาจทำลายกำแพงและหลังคาได้ในชั่วข้ามคืน แต่กำลังใจจากสังคม คือทุนก้อนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของบ้านลุกขึ้นสู้ต่อได้อีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทัพผู้สูงอายุบุกแน่นอาคารอเนกประสงค์ "บุญชู-ปลัดสนิท" จัดใหญ่ ขนวิทยากรระดับ ดร. ติวเข้มดึงสติ-สลัดความเหงา วางแผนการเงินสู้ชีวิต!

 ไม่ดูไม่ได้แล้ว! พลังผู้สูงวัยกว่า 700 คนเมืองอ้อมน้อยประกาศศักดา

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 5 มิ.ย. 69 ณ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครอ้อมน้อยแทบแตก เมื่อกลุ่มผู้สูงอายุ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ รวมพลังกันกว่า 700 ชีวิต ตบเท้าเข้าร่วม “กิจกรรมอบรมและศึกษาดูงาน” ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 งานนี้บอกเลยว่า "ไม่ธรรมดา" เพราะเดือดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน มีการระดมทีมตรวจเช็กสุขภาพคัดกรองผู้สูงอายุแบบยิบทุกคน ใส่ใจจนคนในพื้นที่ต้องหันมอง!



งานนี้ "จ่าเอกสนิท ศรีอุ่นศรี" ปลัดเทศบาลนครอ้อมน้อย นำทีมกองสวัสดิการสังคม เดินหน้าชนวิกฤตสังคมสูงวัย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์แบบเจ็บแสบตรงจุดเด่น 3 ข้อหลัก:
1. ดึงสติรับมือความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย-จิตใจ
2. ซัดอาการซึมเศร้า-สลัดความโดดเดี่ยวด้วยการสร้างเครือข่ายสังคม
3. ขยี้รายจ่ายที่ไม่จำเป็น วางแผนทางการเงินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขุดภูมิปัญญามาสร้างรายได้เสริม ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาวัยชรา!



ทางด้าน "นายกฯ บิ๊ก" บุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย นั่งประธานหัวโต๊ะเปิดงานเอง พร้อมส่งโอวาทฟาดหน้าความจริงลั่นกลองรบว่า “ผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่คือร่มโพธิ์ร่มไทรและคลังปัญญาของชุมชน!” พร้อมขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.นารีรัตน์ จิตรมนตรี อาจารย์พิเศษสาขาพยาบาลศาสตร์ มสธ. วิทยากรระดับเทพที่ยอมเคลียร์คิวมาเติมอาหารสมอง ยกระดับคนอ้อมน้อยให้ “อยู่ดี กินดี มีฐานะ มีสุขพลานามัยที่แข็งแรง”




จับตาดูให้ดี! การเคลื่อนทัพศึกษาดูงานของกลุ่มผู้สูงอายุอ้อมน้อยรอบนี้ จะนำนวัตกรรมและความรู้จากชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ กลับมาเขย่าและพัฒนาพื้นที่ตำบลอ้อมน้อยให้สะเทือนแค่ไหน...

ตบกระโหลกกระชากปม: "เงินตกเบิกข้ามชาติ" กับ "โพสต์ปริศนา" ที่บางโทรัด!

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าสะเทือนลุ่มน้ำบางโทรัด หลังจากเพจ “ข่าวสาร และของกิน( คนบางโทรัด)” มีมือดีออกมาทิ้งระเบิดโพสต์แซะแรงถึงการทำงานของพนักงานจ้างภารกิจ อบต.บางโทรัด ทำนองว่า “ทำงานกันแบบเสร็จก็ชั่งไม่เสร็จก็ชั่ง ได้ชาตินี้รึได้ชาติหน้า” จนทีมงาน ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ ต้องโดดลงไปขุดคุ้ย


ร้อนถึง นายก อบต.บางโทรัด ต้องรีบส่งข้อความแจงส่วนตัวถึง บก.มานพ เทียนมณี ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการทำงาน แต่เป็นปมคาใจเรื่อง "เงินตกเบิกปี 67-68" ที่กลัวว่าจะได้ช้าเลยไปโพสต์ระบาย (ดังภาพ 1000143845.png)
แต่ขอโทษที... เรื่องนี้ "ชี้ชัดเจาะลึก" มองว่ามันยังมีกลิ่นตุๆ และประชาชนยังมีคำถามที่ต้อง
"ตบกระโหลก" เรียกสติกันหน่อย!
คำถามแรก (ตบกระโหลกแรง เรื่องเงิน): ระบบราชการไทยยุคดิจิทัล 2026 มันล่าช้าขนาดนั้นเลยหรือ? เงินตกเบิกของพนักงานจ้างภารกิจ อบต. ลากยาวข้ามปีตั้งแต่ปี 67, 68 จนทะลุมาถึงปี 69! เงินชาวบ้านเงินคนทำงานนะครับ ไม่ใช่เงินทอดกฐิน ทำไมต้องให้รอนานขนาดนี้? ระบบสะดุดหรือคนทำเอกสารสะดุด? ตอบให้ชัด!
คำถามที่สอง (ตบกระโหลกคนโพสต์): เก่งแต่หน้าจอหรือเปล่า? ตอนโพสต์ด่าในเพจท้องถิ่นน่ะเสียงดังฟังชัด แต่พอสื่อหลักอย่าง
"ชี้ชัดเจาะลึก" เปิดพื้นที่ให้ชี้แจง ส่งข้อโต้แย้ง หรือเข้ามาคุยกันตรงๆ ไฉนถึงทำตัวเป็น "นินจา" เงียบกริบ ไม่อ่าน ไม่ตอบ กลัวอะไรอยู่หรือครับ?
คำถามสุดท้าย (สะกิดใจคนเบื้องหลัง): โพสต์ระบายเพราะ "เดือดร้อนจริง" หรือมี "มือมืด" คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง? คิดเอง โพสต์เอง หรือมีใครป้อนข้อมูลให้ทำเพื่อความดังส่วนตัว? หรือแท้จริงแล้วมันคือเรื่อง "แค้นฝังหุ่นส่วนตัว" แต่เอาเรื่องงานบังหน้า?
"ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ไม่ได้ปรักปรำใคร
เราทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทน
ความสงสัยของประชาชน เงินหลวงต้องโปร่งใส ความอัดอั้นของคนทำงานต้องได้รับการแก้ไข และที่สำคัญ... ถ้าจะกล้าโพสต์
กล้าชน ขนาดนี้ ก็ต้องกล้าพอที่จะบอกความจริงกับสังคมด้วย ไม่ใช่ทิ้งระเบิดแล้ววิ่งหนีเข้ากลีบเมฆ!
เกาะติดความคืบหน้า ที่นี่ ที่เดียว "ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ลงลึก ทุกประเด็น!

ปมร้อนอบต.บางโทรัดเริ่มคลี่! นายก อบต.บางโทรัด ชี้แจงแล้ว หลังโพสต์ปริศนาว่อนโซเชียล ชี้ไม่เกี่ยวการทำงาน แต่เป็นเรื่อง “เงินตกเบิก”

 

จากกรณีที่เพจชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์นำเสนอข่าว “ว้ายแล้วไง! โพสต์ปริศนาสะเทือนบางโทรัด ชาวเน็ตตั้งคำถาม พนักงานจ้าง อบต.บางโทรัด ทำงานแบบนี้ได้ด้วยหรือ?” จนกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและรอฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น
ล่าสุด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด ได้ส่งข้อความชี้แจงมายัง มานพ เทียนมณี บรรณาธิการชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของพนักงานจ้างภารกิจแต่อย่างใด
เบื้องต้นเป็นกรณีเกี่ยวกับ เงินตกเบิกย้อนหลัง ปี 2567–2568 ของพนักงานจ้างภารกิจ ซึ่งมีขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดจำนวนเงินอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเงินตกเบิกสะสมหลายปี มีมูลค่าหลายหมื่นบาท จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
นายก อบต.บางโทรัด ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาจเป็นไปได้ว่าผู้มีสิทธิได้รับเงินตกเบิกได้นำเรื่องไปเล่าให้คนในครอบครัวฟัง และเกิดความกังวลว่าจะได้รับเงินล่าช้า จนนำไปสู่การโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทำงานหรือการละเลยหน้าที่ของพนักงานตามที่ถูกตั้งข้อสังเกตในโลกออนไลน์


งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของยุคที่ข้อมูลวิ่งเร็วกว่าความจริง เพราะเพียงไม่กี่บรรทัดบนโลกออนไลน์ ก็สามารถสร้างข้อสงสัยให้สังคมได้ในวงกว้าง
ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ขอให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีคำชี้แจงก็ต้องนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้บริหารชี้แจง เรื่องนี้อาจไม่ใช่ปัญหาประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นเรื่องของขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของราชการและผู้มีสิทธิรับเงิน
บทเรียนสำคัญคือ ก่อนด่วนตัดสินใครจากโพสต์ไม่กี่บรรทัด ควรรอฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายให้ครบถ้วน เพราะความจริงมีมากกว่าที่เห็นบนหน้าจอเสมอ
หมายเหตุ : ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำชี้แจงจากผู้บริหาร อบต.บางโทรัด ต่อสื่อชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ ข้อเท็จจริงในส่วนอื่น ๆ หากมีเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ยินดีนำเสนออย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย

ท้องถิ่นไม่ทิ้งกัน! เมื่อคนทำงานเพื่อประชาชนล้มป่วย เพื่อนร่วมอุดมการณ์รีบส่งกำลังใจถึงเตียงคนไข้

 

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 บรรยากาศแห่งมิตรภาพและความห่วงใยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เมื่อ นายทนงศักดิ์ ธีรรังสี เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ นายสมคิด สังข์ทองงาม ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระเจ้า ภายหลังเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าและอยู่ระหว่างพักฟื้นรักษาตัว



แม้ในวันที่ร่างกายอ่อนแรง แต่กำลังใจจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย สะท้อนภาพคนทำงานท้องถิ่นที่ไม่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเฉพาะเวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ทอดทิ้งกันในวันที่ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพ
นายทนงศักดิ์ได้อวยพรให้ นายสมคิด หายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อร่วมพัฒนาท้องถิ่น ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบางกระเจ้า ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขต่อไป
คนทำงานเพื่อประชาชน อาจเหนื่อยได้ เจ็บป่วยได้ แต่กำลังใจจากเพื่อนร่วมทาง คือพลังสำคัญที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เพื่อบ้านเมืองและประชาชนที่รออยู่ข้างหน้า