pearleus

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียและสิ่งยั่วยวนรายล้อมเด็กเยาวชนจนเสี่ยงหลงผิด ล่าสุด วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง ผนึกกำลัง เทศบาลนครอ้อมน้อย จัดหนักเปิดค่ายอบรมคุณธรรม จริยธรรม หวังดัดหลังค่านิยมผิดๆ และสร้างเกราะคุ้มกันทางจิตใจให้ลูกหลานในพื้นที่อย่างจริงจัง


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พระครูสุนทรสาครกิจ เจ้าคณะตำบลท่าไม้ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง ร่วมกับ นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย นำทัพคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครอ้อมน้อย ลุยเปิด "โครงการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ค่ายอบรมคุณธรรม จริยธรรม" ณ วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง




ความร่วมมือระหว่าง วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง และ เทศบาลนครอ้อมน้อย สะท้อนการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงคุณธรรม โดยใช้พลังของ "บ้าน–วัด–โรงเรียน–ท้องถิ่น" ร่วมกันวางรากฐานให้เด็กและเยาวชนมีทั้งความรู้และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง






งานนี้ไม่ใช่แค่จัดเอาหน้า แต่เป็นการแท็กทีมระหว่าง "บ้าน-วัด-โรงเรียน" ที่ต้องการปลุกกระแสการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีภูมิคุ้มกันทางจริยธรรม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอบายมุขและพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในสังคม!

ปลดล็อกฝันคนมหาชัย! รถไฟสายสีแดงเข้ม ขยับอีกก้าว เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน ก่อนเดินหน้าโครงการยักษ์

 

เมื่อเวลา16.00 น.ของวันที่ 6 สิงหาคม 2569 งานนี้ นายบรรพต จันทวงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมบิ๊กข้าราชการ ทั้ง นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร สภาเทศบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา พร้อมด้วยมวลชนภาคเอกชนและชาวบ้านในพื้นที่ รวมตัวแน่นห้องประชุม เพื่อลุยเคลียร์ทุกประเด็นสงสัย!



ห้องประชุมโชติกา ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรัลเพลส ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิทางความคิด ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย



เปิด 3 ปมใหญ่ ชี้ชะตาโครงการ:
• ทบทวนความคุ้มค่า: ปรับใหญ่ผลการศึกษาความเหมาะสม วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-การเงินแบบเจาะลึก
• สิ่งแวดล้อมต้องชัด: สแกนผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ห้ามหมกเม็ด ต้องไม่กระทบวิถีชีวิตคนพื้นที่
• ลุยร่าง TOR: เคลียร์แบบก่อสร้างเบื้องต้นและร่างเอกสารประกวดราคา ชี้ทิศทางอนาคตรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง - มหาชัย


นี่คือโค้งสุดท้ายของการรับฟังเสียงจริงจากคนพื้นที่ ก่อนผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่ที่ชาวมหาชัยเฝ้ารอมานาน! ทุกสายตากำลังจับตาว่า รถไฟฟ้าสายนี้จะเคาะราคาและลุยสร้างได้จริงตามแผน หรือจะต้องเจอโรคเลื่อนอีกหรือไม่!

สมุทรปราการ เดือด-ศึกที่ดินวัดดังบางปูเดือด! ชาวบ้าน 35 หลังคาเรือนบุกทำเนียบฯ จี้ ป.ป.ช.-สำนักพุทธฯ ล้างสะพานบาป สางปัญหาสิทธิ์ที่อยู่อาศัย

 

ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อเวลา 11.00 น.ของ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ความขัดแย้งระหว่าง "บ้าน" กับ "วัด" ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นไฟลุกโชน เมื่อกลุ่มราษฎรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการหมู่บ้านออมทอง (หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ) จำนวน 35 หลังคาเรือน นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นางสาวสุวีรยา ทองพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน เป็นผู้รับมอบหนังสือ



การบุกทำเนียบฯ ครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าและส่งมอบพยานหลักฐานใหม่ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมในข้อพิพาทสิทธิ์ที่อยู่อาศัยบนที่ดินศาสนสมบัติ ซึ่งชาวบ้านต้องแบกรับความเดือดร้อนแสนสาหัสมายาวนาน โดยเสนอข้อเรียกร้องเด็ดขาด 4 ข้อ:
1. จี้ส่ง ป.ป.ช.-โอนคดี CIB: ขอให้ประสาน สภ.บางปู, ตร. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกหนังสือเร่งรัดพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. โดยเร็ว พร้อมขอโอนคดีมายัง CIB เพื่อความโปร่งใส และให้ สปน. ทำหนังสือแจ้งประสาน ป.ป.ช. ส่วนกลางอีกทาง
2. ดึง สำนักพุทธฯ ร่วมหาทางออก: เร่งติดตามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ พศจ.สมุทรปราการ เข้าร่วมประชุมกำหนดเงื่อนไขสัญญาเช่าที่ดินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยมี สปน. เป็นคนกลาง
3. เปิดโต๊ะเจรจาด่วน: นัดหมายทุกฝ่ายเจรจาหาข้อยุติอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดทำบันทึกรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐานทางราชการ
4. สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เสียหายจริง: ยืนยันกระบวนการบรรเทาความเดือดร้อนครอบคลุมเฉพาะผู้เสียหายที่มีรายชื่อ 35 รายเท่านั้น กันบุคคลภายนอกหรือกลุ่มอื่นเข้ามาสวมรอยเด็ดขาด



สำหรับปมมหากาพย์หมู่บ้านออมทอง เป็นข้อพิพาทคาราคาซังมาตั้งแต่ปี 2537 หลังชาวบ้านอ้างว่าถูกนำที่ดินวัดมาปล่อยขายในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรพร้อมสิทธิ์เช่าถาวร แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือน จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทว่าคดีกลับติดขัดในชั้นสอบสวน local
กระนั้น จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออัยการจังหวัดสมุทรปราการพิจารณาหนังสือ ที่ อส 0058(สป)/3680 แล้วชี้ว่าคดีมีมูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ ทำให้ชาวบ้านเดินหน้าชนเพื่อทวงสิทธิ์ที่อยู่อาศัยตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ศึกครั้งนี้จะจบลงด้วยการประนีประนอม หรือจะกลายเป็นไฟลุกโชนเผาผลาญฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...
ชี้ชัดเจาะลึก จะเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด!

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569

อ้อมน้อยผนึกกำลังวัดศรีสำราญฯ! เซ็น MOU สร้างเกราะป้องกันยาเสพติด ลุยใช้ EF ปั้น "พื้นที่ปลอดภัย" ปกป้องเด็ก-กลุ่มเสี่ยง

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เทศบาลนครอ้อมน้อย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด (กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเปราะบาง) ภายใต้กิจกรรม SAFE ZONE NO DRUGS ด้วยแนวคิด EF (Executive Functions) หรือทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิต มุ่งสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ให้เด็กและเยาวชน หยุดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
พิธีจัดขึ้นโดยมี นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้กำกับการ สภ.กระทุ่มแบน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลอ้อมน้อย นำโดย นางสาวศศิมา รุ่งสิรินิธ ผู้อำนวยการสถานศึกษา กับ วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง นำโดย พระครูสุนทรสาครกิจ เจ้าคณะตำบลท่าไม้ และเจ้าอาวาสวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง
สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการผนึกกำลัง บ้าน–วัด–โรงเรียน–ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การพัฒนาทักษะสมอง EF เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต การค้นหาและช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด การปลูกฝังทักษะชีวิตและการป้องกันยาเสพติดผ่านกระบวนการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็น Safe Zone ที่ปลอดจากยาเสพติดและอบายมุข พร้อมยกระดับศักยภาพครูและบุคลากรในการดูแลนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเทศบาลนครอ้อมน้อยในการยกระดับการป้องกันยาเสพติดเชิงรุก โดยมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และร่วมกันวางรากฐานสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม

ปิดฉากแห่งศรัทธา! พระนวกะ 66 รูป สำเร็จอบรมวิปัสสนา บ้านแพ้ว หล่อหลอมใจด้วยพระธรรม สืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

 

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ วัดยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีพิธีปิดโครงการอบรมวิปัสสนากรรมฐานสำหรับพระนวกะ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอบ้านแพ้ว ประจำปี 2569 โดย พระครูสาครธรรมโชติ (ปรีชา ติสฺสวํโส)
ได้ดำเนินโครงการ เพื่อเสริมสร้างพระนวกะให้มีความมั่นคงในพระธรรมวินัยและพร้อมปฏิบัติศาสนกิจอย่างถูกต้อง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 6 วัน มีพระภิกษุและสามเณรเข้ารับการอบรม 66 รูป โดยเน้นการฝึกวิปัสสนากรรมฐาน การเจริญสติ การศึกษาพระธรรมวินัย และการปลูกฝังคุณธรรม เพื่อให้พระนวกะสามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการครอง
สมณเพศและเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ในพิธีปิดได้รับเกียรติจาก นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว และ นางสาวสวาท แซ่ตัน
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมเป็นเกียรติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสงบและศรัทธา
ช่วงเช้า พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ได้เมตตาแสดงพระโอวาทแก่พระนวกะผู้ผ่านการอบรม โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในพระธรรมวินัย มีสติในการดำรงสมณเพศ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชน
จากนั้นในช่วงบ่าย พระราชวชิรโมลี เจ้าคณะภาค 14 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มอบเกียรติบัตรแก่พระภิกษุผู้ผ่านการอบรมทั้ง 66 รูป พร้อมกล่าวพระโอวาทและประกาศปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการนำหลักธรรมไปปฏิบัติและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไป
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบ ตราตั้งไวยาวัจกร และ ตราตั้งกรรมการวัดยกกระบัตร เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการบริหารกิจการของวัด โดย พระครูสาครธรรมโชติ ได้แต่งตั้ง นายชล เกิดปั้น, นายบุญยืน ทัดมาลี และนายณรงค์ชัย เอี่ยมสำอาง ดำรงตำแหน่งไวยาวัจกรวัดยกกระบัตร มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมแต่งตั้ง นายนิวัฒน์ มั่นอุ่น เป็นกรรมการวัด เพื่อร่วมสนับสนุนการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดูแลกิจการของวัดให้เป็นไปตามพระธรรมวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการผสานพลังของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้มั่นคงและยั่งยืน
พิธีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และพุทธศาสนิกชน ที่พร้อมร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนา ผ่านการพัฒนาพระนวกะทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ เพื่อให้เป็นพระภิกษุผู้ทรงคุณธรรม สมกับความศรัทธาของประชาชนและเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของสังคมไทยต่อไป.

ส่งต่ออนาคตลูกหลานสีกากี! “บิ๊กอ้อ” ผบช.ภ.7 หนุนเต็มกำลัง แม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 มอบทุนการศึกษา 8 ทุน เติมพลังใจบุตรตำรวจสมุทรสาคร

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมสร้างสรรค์ ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจ และสนับสนุนคุณภาพชีวิตของครอบครัวข้าราชการตำรวจ
ในพิธีมี พล.ต.ท.พิสิษฐ์ ตันประเสริฐ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร คณะผู้บังคับบัญชา และสมาชิกชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างพร้อมเพรียง
พ.ต.อ.นันทภูมิ เรืองรุ่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว พร้อมปลูกฝังให้บุตรหลานเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ
จากนั้น นางมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 8 ทุน พร้อมกล่าวโอวาทให้นักเรียนและนักศึกษาตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ประพฤติตนเป็นคนดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ และใช้ความรู้สร้างประโยชน์ให้แก่ครอบครัว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประเทศชาติในอนาคต
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น มีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจ สมาชิกชมรมแม่บ้านตำรวจ และครอบครัวผู้ได้รับทุนร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความร่วมมือของตำรวจภูธรภาค 7 และสมาคมแม่บ้านตำรวจในการส่งเสริมการศึกษา เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่บุตรหลานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์.