pearleus

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปภ.สมุทรสาคร เปิดหลักสูตร “ยุว อปพร.” รุ่น 6 ปั้นเยาวชนสู้ภัยพิบัติ! สมุทรสาครเดินหน้าเต็มสูบ สร้างพลเมืองรู้ทันภัย ช่วยชีวิตได้จริง

 

เมื่อเวลา 10.00น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2569
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บินตรงมาเป็นประธานเปิดงาน“หลักสูตรยุวาอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (ยุว อปพร.) รุ่นที่ 6” ขนสถานการณ์จำลองลุยไฟ-หนีแผ่นดินไหว ติวเข้มทักษะเอาชีวิตรอดระดับเอ็กซ์ตรีมให้เยาวชนไทย ด้วยตัวเอง พร้อมลั่นกลองรบชี้ชัดกลางเวทีว่า ปัจจุบันสถานการณ์สาธารณภัยรุนแรงและซับซ้อนขึ้นทุกวัน ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ วาตภัย และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนขั้นสุดบวกกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว หากไม่สร้าง ‘เกราะคุ้มกัน’ ให้เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังหลักของชาติระวังภัยตั้งแต่ตอนนี้ สังคมไทยในอนาคตจะอยู่ยาก!



ยุคนี้ใครไม่พร้อม...ร่วง! เมื่อภัยธรรมชาติและภัยพิบัติไม่ได้ไกลตัวอีกต่อไป ล่าสุดที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ทัพใหญ่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและท้องถิ่นแบบจัดเต็ม! เปิดฉาก
ความมันส์ของหลักสูตรนี้ไม่ได้มีดีแค่ทฤษฎีในห้องแอร์ แต่เป็น “ของจริง เรียนจริง รอดจริง” ด้วยการสับเกียร์ห้าลุย 6 ฐานปฏิบัติการสุดโหด อาทิ ฐานรู้ทันแผ่นดินไหว, ฐานกู้ชีพปั๊มหัวใจช่วยคนจมน้ำ (CPR/AED) โดยทีมวิทยากรจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และฐานหนีไฟอัคคีภัย เพื่อเปลี่ยนเด็กนักเรียนให้กลายเป็น "ผู้รอดชีวิต" และ "ผู้ช่วยชีวิต" ในสถานการณ์ฉุกเฉิน



ตอกย้ำความสำคัญระดับจังหวัด! งานนี้หัวเรือใหญ่แท็กทีมกันมาแน่น นำโดย นายอำเภอกระทุ่มแบน, ตัวแทนนายอำเภอบ้านแพ้ว, ตัวแทนนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร รองผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครอ้อมน้อย และสมาชิกสภา พร้อมด้วย อาจารย์ณรงค์
จันทะธรรม ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย ที่มาร่วมผนึกกำลังเป็นสักขีพยานและผลักดันวาระความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา (School Safety) ให้เกิดขึ้นจริง
นี่ไม่ใช่แค่การอบรมตามงบประมาณทิ้งขว้าง แต่คือกลไกภาคสนามที่ทุกพื้นที่ต้องตื่นตัว! การเปลี่ยนเยาวชนให้เป็น ‘ยุว อปพร.’ คือคำตอบของการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่ยั่งยืนที่สุด เพราะในวินาทีที่เป็นตายเท่ากัน...ความรู้และสติที่ถูกต้องเท่านั้น คือสิ่งเดียวที่จะต่อลมหายใจให้รอดชีวิต!

สมุทรสาครแดนต้องห้าม! ล็อค 2 พี่น้องเดนคุกคดีชิงทรัพย์ ดิ้นไม่หลุดเซ่นนโยบาย "ทลายโจรใน 9 ชม."

 ตำรวจภูธรสมุทรสาคร โชว์ผลงานสืบสวนรวดเร็ว หลังคนร้าย 2 พี่น้องก่อเหตุอุกอาจกลางคืนบนถนนพระราม 2 พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

โดยใช้มีดก่อเหตุชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ ก่อนก่อเหตุซ้ำชิงรถจักรยานยนต์ของประชาชนห่างกันเพียงไม่กี่นาที แต่สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกตามจับกุมได้ภายใน 9 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรสาคร ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และคณะ ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายนพพร แก้วปาน อายุ 48 ปี และนายพรชัย แก้วปาน อายุ 47 ปี หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร
คดีดังกล่าวเริ่มจากคนร้ายทั้งสองนั่งรถแท็กซี่มาจากกรุงเทพมหานคร ก่อนใช้อาวุธมีดชิงโทรศัพท์มือถือจากคนขับแท็กซี่บริเวณหน้าหมู่บ้านอมรชัย 5 ริมถนนพระราม 2 จากนั้นวิ่งข้ามฝั่งถนนไปก่อเหตุซ้ำ ใช้มีดคัตเตอร์จี้ชิงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ZOOMER-X ของประชาชนบริเวณปากทางเข้าคลองบางน้ำจืด โดยเหตุทั้งสองจุดเกิดขึ้นห่างกันเพียงประมาณ 2 นาที
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร เร่งแกะรอยจากพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.บางน้ำจืด ก่อนเข้าควบคุมตัวพร้อมของกลางได้ในช่วงเช้ามืด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่านำทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุไปใช้ซื้อยาเสพติด ทั้งยังพบว่าทั้งคู่เคยมีประวัติคดีอาญามาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของตำรวจสมุทรสาคร ที่สามารถคลี่คลายคดีและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 9 ชั่วโมง สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า ผู้ก่อเหตุในพื้นที่สมุทรสาคร แม้จะพยายามหลบหนีเพียงใด ก็ยากจะรอดพ้นจากกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ได้

เข้มตั้งแต่หน้าเสาธง! วิทยาลัยอาชีวะเทศบาลอ้อมน้อย เอาจริงสกัดบุหรี่-ไฟแช็ก ป้องกันเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

 

สมุทรสาครเดือด! วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลอ้อมน้อย เอาจริง จับมือผู้ปกครองและนักเรียน คลอดมาตรการสุดเฉียบ สแกนสิ่งของต้องห้ามรับอรุณทุกวันก่อนเข้าสถานศึกษา เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยงแบบถอนรากถอนโคน
เจอเป็นหัก! ไม่มีข้อยกเว้น
มาตรการสุดเข้มนี้ระบุชัด สายสืบหน้าประตูตรวจเข้ม ทั้งในเนื้อในตัวและใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หากพบ "บุหรี่" หรือ "ไฟแช็ก" ดื้อแพ่งพกเข้าโรงเรียน โดนสับคะแนนความประพฤติทันที! และหากยังทำผิดซ้ำซาก คะแนนหมด มีสิทธิ์คลานไปไม่ถึงฝัน "หมดสิทธิ์สอบ" พลิกชีวิตเปลี่ยนอนาคตได้ง่ายๆ
ทางรอดสายดาร์ก: "มอบตัว" รอดโทษ!
อย่างไรก็ตาม สถานศึกษายังเปิดไฟเขียวตามหลักจริยธรรม หากนักเรียนคนไหนรู้ตัวว่าพลาด พกติดตัวมาแล้วยอมเดินมา "มอบตัวโดยดุษฎี" ส่งมอบสิ่งของให้ครูก่อนเข้าโรงเรียนด้วยความสมัครใจ เคสนี้ใจดีไม่มีหักคะแนน! วัดใจลูกผู้ชาย-ลูกผู้หญิงกันไปเลย
นี่คือโมเดลการป้องกันที่เฉียบขาดแต่โปร่งใส เพราะเป็นข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างสถาบันและตัวนักเรียนเอง ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่เป็นการดัดนิสัยให้รู้รับผิดชอบ ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบที่กล้าชนกับปัญหาสังคมยุคนี้อย่างแท้จริง!

ประปาปันสุขถึงบ้าน! กปภ.สมุทรสาครจับมือเทศบาลตำบลนาดี ส่งต่อน้ำใจช่วย 5 ครัวเรือนเปราะบาง. การช่วยเหลือประชาชนไม่ควรเป็นแค่คำพูด แต่ต้องลงมือถึงหน้าบ้าน!

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2569 นายภูทอง ดวงเลิศ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (ชั้นพิเศษ) สาขาสมุทรสาคร นำทีมเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ "ประปาปันสุข" บุกพื้นที่ตำบลนาดีแบบถึงลูกถึงคน ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค และน้ำประปาดื่มได้เพื่อบรรเทาทุกข์จัดการขั้นเด็ดขาดกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน



งานนี้ผนึกกำลังท้องถิ่นเข้มข้น นำโดย นางสาวจุไรวรรณ เผือกเล็ก นายกเทศมนตรีตำบลนาดี และ นายทวีสันต์ บุญกัน รองนายกฯ พร้อมทีมงานบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลฯ ชุดใหญ่ไฟกะพริบ ลงพื้นที่ร่วมส่งต่อความสุขแบบไม่มีใครยอมใคร




เจาะลึก 5 รายชื่อผู้รับมอบบิ๊กแพ็กเกจ "ประปา
สุข" ในพื้นที่ ต.นาดี:
นางงามตา เสือเดช บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2
นายสมจิตต์ เสนาพิทักษ์ บ้านเลขที่ 50/315 หมู่ 4
นายบานเย็น ยิ้มขาวผ่อง บ้านเลขที่ 45 หมู่ 9
นางสาวยุพิน โพธิสิทธิ์ บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ 7
นางมาเลียม แก้วสมทรัพย์ บ้านเลขที่ 104/19 ม.6



นี่ไม่ใช่แค่การแจกของสร้างภาพ แต่คือการขับเคลื่อนนโยบายบำบัดทุกข์บำรุงสุขที่หน่วยงานรัฐและท้องถิ่นต้องจับตา! การซัพพอร์ตถึงประตูบ้านแบบนี้สะท้อนชัดว่า "เสียงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล...ดังพอที่ผู้ใหญ่จะลงมาเหลียวแล"

เทศบาลนครสมุทรสาคร “นายกชุมพล” เปิดถนนคนเดิน 180 ร้านค้า ดันเศรษฐกิจฐานราก-ชูของดีเมืองมหาชัยสู่สายตานักท่องเที่ยว

 

สมุทรสาครคึกคักรับกลางปี เมื่อ
“นายกชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา” นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดงานถนนคนเดินส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สวนสาธารณะ 60 พรรษามหาราช ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง




งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 มิถุนายน 2569 รวบรวมร้านค้ากว่า 180 ร้าน ทั้งอาหารทะเลสด อาหารปิ้งย่าง ของดีเมืองมหาชัย ผลไม้ เครื่องดื่ม และสินค้าชุมชนชื่อดัง มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา สร้างบรรยากาศการค้าการท่องเที่ยวที่คึกคักตลอดทั้งงาน
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากนักชิม คือ “ข้าวหลามมะพร้าวอ่อน” ขนมพื้นบ้านที่นำมะพร้าวอ่อนมาผสมผสานกับข้าวเหนียวและวัตถุดิบคัดสรรอย่างลงตัว ให้รสชาติหอม มัน กลมกล่อม เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน กลายเป็นของอร่อยที่ผู้มาเที่ยวงานต่างแวะซื้อชิมและซื้อกลับเป็นของฝาก




นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เพื่อผลักดันสมุทรสาครให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น




5 วันของถนนคนเดินครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นตลาดแห่งการจับจ่าย แต่ยังเป็นเวทีโชว์ศักยภาพของดีเมืองมหาชัย ที่พร้อมแปรเสน่ห์ท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ล้างบางยาเสพติด! ‘บ้านแพ้ว’ ขยับเชิงรุก ส่งต่อ ‘ตำบลยั่งยืน’ คืนชุมชนสีขาว ปลุกชาวบ้านร่วมสู้

 ปัญหายาเสพติดต้องหมดไป

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.69 นางสาวภารดี
เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว นั่งแท่นประธานใหญ่ นำทัพคณะกรรมการและชุดปฏิบัติการ ลุยศาลาประชาคมบ้านหมูทอด (หมู่ 12 ต.ยกกระบัตร) ร่วมพิธีส่งต่อความยั่งยืน "โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ"



งานนี้ พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์ จันทร์ด้วง ผกก.สภ.บ้านแพ้ว และ พ.ต.ท.สามารถ พวงอินทร์ สวป.(ชส.) แท็กทีมฝ่ายปกครอง ขีดเส้นตายพวกค้ายา-ทำลายอนาคตชาติ เดินหน้าเอกซเรย์พื้นที่แบบขุดรากถอนโคน
นี่ไม่ใช่แค่การจัดงานจัดฉากเอาหน้า แต่คือการดึงชุมชนเข้ามาเป็นหูเป็นตา เปลี่ยน "บ้านหมูทอด" และตำบลยกกระบัตร ให้เป็นป้อมปราการมนุษย์ที่ยาเสพติดเจาะไม่เข้า! ทลายวงจรอุบาทว์แบบครบวงจร เพื่อคืนความปลอดภัยให้ลูกหลานชาวบ้านแพ้วอย่างยั่งยืน! ชาวบ้านแห่เชียร์—งานนี้ใครคิดจะค้ายาในพื้นที่ มีหนาวแน่!