pearleus

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ปลูกต้นไม้ ปลูกความดี! เมืองสมุทรสาครรวมพลัง “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ร้อยตรีประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี โดยจัดกิจกรรมพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์และปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ณ โรงเรียนเทศบาลนาดี




ภายในงานมี นางสาวจุไรวรรณ เผือกเล็ก นายกเทศมนตรีตำบลนาดี พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล และพนักงานจ้าง ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่สีเขียว สะท้อนพลังความสามัคคีและจิตอาสาของคนท้องถิ่น ที่พร้อมทำความดีเพื่อสังคมและส่วนรวม





งานนี้ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้ แต่เป็นการปลูกจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีผ่านการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม




อถล.พันท้ายนรสิงห์ ไม่ปล่อยขยะครองเมือง! ลุยเก็บกวาด-เฝ้าระวังมือมักง่าย สกัดลอบทิ้งขยะถึงพื้นที่เสี่ยง

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายวิลาภ คงเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ในฐานะประธาน อถล. (อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก) นำกำลังเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางกรวรรณ กวินรวีกุล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร, นายนิรุธ แก้วนิล รองนายกเทศมนตรีเมืองพันท้ายนรสิงห์, สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ ลูกจ้าง และประชาชนจิตอาสา เขต 16 พันท้ายนรสิงห์ ลงพื้นที่เก็บกวาด คัดแยกขยะ และตรวจตราจุดเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม




ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การทำความสะอาด แต่ยังร่วมกันเฝ้าระวังและสอดส่องการลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณวัดบ้านไร่ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันปัญหาขยะสะสมที่กระทบต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ





โครงการดังกล่าวดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม และส่งสัญญาณชัดว่า "พื้นที่สะอาดต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน" ไม่ใช่ปล่อยให้คนส่วนน้อยสร้างภาระให้สังคมส่วนรวม.




คดีพลิกโอละพ่อ! ไรเดอร์กุเรื่อง “วิ่งราวคลังทอง” สภ.กระทุ่มแบน ตลบหลังสืบจนมุม สุดท้ายสารภาพสิ้น…แต่งเรื่องหลอกตำรวจ!

 

สภ.กระทุ่มแบน, สมุทรสาคร – กลายเป็นเรื่องโป๊ะแตกส่งท้ายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ดัดหลังไรเดอร์หนุ่มรายหนึ่งที่โร่แจ้งความหน้าตาตื่นว่าถูกโจรดักซุ่มในป่าหญ้าริมทาง ถนนคลังทอง กระชากรถล้มก่อนฉกเงินสด 14,000 บาท และกำไลทองคำหนัก 1 สลึงหนีลอยนวล เหตุเกิดช่วงดึกสงัด


แต่ขอโทษที… ตำรวจไทยไม่ได้กินหญ้า! หลังจาก พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่เช็กกล้องวงจรปิดและแกะรอยเค้นความจริงอย่างละเอียด พยานหลักฐานทุกอย่างกลับสวนทางกับคำให้การแบบคนละม้วน สุดท้ายเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบเค้นจนมุม ไรเดอร์รายนี้ถึงกับหน้าถอดสี ยอมรับสารภาพแบบหมดเปลือกคดีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือว่า “เรื่องทั้งหมด...หนูแต่งขึ้นมาเอง!” ไม่มีโจร ไม่มีกระชากกระเป๋าใดๆ ทั้งสิ้น!
เตือนพวกชอบลองดี! "แจ้งความเท็จ" คุกมีไว้ขังคนโกหก


งานนี้ พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ออกโรงโรงเตือนกระตุกหนวดพวกชอบคิดลองดีกับระบบยุติธรรมอย่างเด็ดขาดว่า การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนต้องเป็น "ความจริง" เท่านั้น อย่าหาทำกุเรื่องสร้างสถานการณ์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะกฎหมายเอาจริง ไม่มีข้อยกเว้น!
เปิดข้อกฎหมาย... โกหกเจ้าพนักงาน เจอโทษหนักสะดุ้ง!
ป.อาญา มาตรา 172: แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยไม่มีเหตุอันควร จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ป.อาญา มาตรา 137: หากการแจ้งความเท็จนั้นทำให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำสิ้นคิดแบบนี้ นอกจากจะทำลายความยุติธรรมและอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนแล้ว ยัง "สิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรของรัฐ" ที่ควรเอาไปใช้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ
คิดให้รอบคอบก่อนจะอ้าปากโกหกตำรวจ... เพราะจาก "ผู้เสียหาย" คุณอาจกลายเป็น "ผู้ต้องหา" เดินขาเข้าคุกได้ในพริบตา!

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569

มหาชัยไม่มีมาเฟีย? อย่าริเล่นกับ “ระบบ” พ่อเมืองมหาชัย-ผู้การสมุทรสาคร

 คอลัมน์: ตบกะโหลก ไหนใครบอก... “สมุทรสาครไม่มีมาเฟีย”?!

ล้างหูฟังกันให้ดีๆ อ่านเพจ “หนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก” และ “ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์” อยู่ทุกวัน ก็คิดว่าเมืองมหาชัยยุคนี้สงบเรียบร้อยดี ที่ไหนได้! ล่าสุดมีผู้ร้องเรียนนามว่า “คุณเฟิร์น” วิ่งหน้าตื่นมาร้องเรียนกับกองบรรณาธิการ แฉพฤติกรรมกลุ่มคนบางกลุ่มที่ทำตัวใหญ่โตคับกระดาน นึกว่าตัวเองเป็น “เจ้าพ่อคาบคาบทอง” ยึดพื้นที่ทำมาหากินในตลาดดังเป็นอาณาจักรส่วนตัว!


ย้อนไปวันที่ 11 พฤษภาคม ปมขัดแย้งเรื่องเงินแชร์หลักแสน นัดเคลียร์กันที่แผงตลาดทะเลไทย แต่แทนที่จะคุยกันด้วยเหตุผลและกฎหมาย กลับมีพฤติกรรมขนพวกพ้องนับสิบชีวิตมาปิดทางเข้าออก ล้อมรถ กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ออก อาการมันฟ้องชัดเจนว่า “กร่าง” เกินเบอร์! ขนาดเจ้าทุกข์โทรเรียกตำรวจมาช่วยระงับเหตุถึง 5 นาย กลุ่มคนพวกนี้ยังไม่เกรงใจสีกากี!


ผ่านมาเป็นเดือน นึกว่าจะสำนึก... เปล่าเลย! พอผู้ร้องเขาจะร่วมหุ้นเปิดธุรกิจขนส่งสายใต้ในพื้นที่ตลาดเดิม กลับส่งคนมาข่มขู่คุกคามหน้าตาเฉย 2-3 รอบ สั่งห้ามเปิดตรงนี้ ให้ไปเปิดสายอื่น... เฮ้ย! นี่มันยุคไหนแล้ว? กฎหมายไทยหรือกฎหมู่มาเฟีย? ตลาดคือพื้นที่ทำมาหากินโดยสุจริต ไม่ใช่ที่ดินส่วนบุคคลของใครที่จะมาชี้หน้าห้ามคนอื่นทำมาหากิน!



📢 ชี้ชัดเจาะลึก... ขอตบกะโหลกเตือนสติ!
ฝากไปถึงพวกที่คิดว่าตัวเองเป็น “มาเฟียเจ้าถิ่น” มีอิทธิพลล้นฟ้า... อย่าคิดมาลองดีหรือเล่นระบบกับจังหวัดนี้!
เพราะสมุทรสาครยุคนี้ มี “บิ๊กอำนาจ” พ่อเมืองมหาชัย (ผู้ว่าราชการจังหวัด) และ “บิ๊กยอด” ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร (ผู้การจังหวัด) คุมบังเหียนอยู่! ข้าราชการฝ่ายปกครองและตำรวจที่นี่เขาทำงานจริง ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดพฤติกรรมข่มขู่คุกคามประชาชน คอลัมน์นี้จะขอจับตาดูอย่างชิดใกล้ และขอแรงท่านผู้ว่าฯ กับท่านผู้การฯ “เปิดระบบ” จัดหนักล้างบางให้พวกนอกรีตได้รู้จักว่า “ระบบกฎหมายของจริง” มันศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน!
จำใส่กะโหลกไว้... มหาชัยต้องไม่มีมาเฟีย และใครก็ใหญ่เกินกฎหมายไม่ได้!

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมุทรสาคร ส่องวิกฤต "วันทะเลโลก 2569" สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ เศรษฐกิจพันล้านแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายชุมชนชายฝั่ง คณะครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คนวันทะเลโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “REIMAGINE คิดใหม่ให้ทะเล เพื่อโลกที่ยั่งยืน”




โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ให้การสนับสนุน
นายอนุสรณ์ สุขรุ่งเรือง นายกเทศมนตรีเมืองโคกขาม กล่าวว่า พื้นที่โคกขามถือเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติสำคัญของอ่าวไทยตอนบน ทั้งป่าชายเลน แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ พะยูน และโลมาอิรวดี ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งจึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกคน




ด้านนายมนตรี หามนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ระบุว่า ทะเลคือแหล่งกำเนิดชีวิต แหล่งอาหาร และกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลของโลก การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมในการลดขยะทะเล ฟื้นฟูป่าชายเลน และปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานในพิธี เปิดเผยว่า ทะเลไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากขยะทะเล การกัดเซาะชายฝั่ง และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกันในวันนี้ วันหนึ่งทรัพยากรที่เคยสร้างอาหาร สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ อาจเหลือเพียงเรื่องเล่าในตำรา




กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กิจกรรมเก็บขยะชายฝั่ง ปลูกป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การแสดงผลงานของเยาวชน และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อม
ชี้ชัดเจาะลึก มองว่า วันนี้ไม่ใช่แค่วันเฉลิมฉลอง “วันทะเลโลก” แต่คือวันประกาศเจตนารมณ์ว่า ทะเลไทยจะรอดหรือร่วง อยู่ที่การกระทำของพวกเราทุกคน เพราะหากยังทิ้งขยะลงทะเลไม่หยุด ต่อให้จัดงานรณรงค์ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็อาจเป็นเพียงคลื่นลูกเล็กที่สู้ปัญหาใหญ่ไม่ไหว
ทะเลให้ชีวิตคนไทยมาหลายชั่วอายุคน...ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องตอบแทนทะเลบ้าง!

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมุทรสาครเดือด! ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันฟุตบอล

  ฟาดแข้งสนั่นคลองซื่อ “สยาม ไวเนอรี่” ผงาดแชมป์คลองซื่อคัพสมัยแรก ทิ้งคู่แข่งฝุ่นตลบ!

"คลองซื่อคัพ ครั้งที่ 1" ณ สนามฟุตบอล บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "เจ้าภาพไม่ไว้หน้าใคร" ฟอร์มดุสมราคา คว้าถ้วยแชมป์ประเดิมครั้งแรกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี!
สรุปอันดับตารางคะแนน (ใครปัง ใครพัง เช็กด่วน!)







แชมป์เหนือแชมป์: ทีม สยาม ไวเนอรี่ (เจ้าภาพกินเรียบ)
รองแชมป์: ทีม นำชัยอุตสาหกรรม (บี้มาติดๆ แต่ไม่ถึงฝั่งฝัน)
อันดับ 3: ทีม สภ.บางโทรัด (สีกากีพกหมวกมาเตะ ได้แค่นี้ก็หรูแล้ว)
อันดับ 4: ทีม ไนโตรเคมี อุตสาหกรรม
อันดับ 5: ทีม อาร์ซีไอ แล็บสแกน
บ๊วยสุดตาราง (อันดับ 6): ทีม อบต.บางโทรัด (งานหน้าต้องซ้อมหนักกว่านี้นะท่านประธาน!)
เจาะลึกหลังเกม: บิ๊กเนมรวมตัว ท้องถิ่น-เอกชน-สีกากี ขับเคลื่อนชุมชน
งานนี้ไม่ใช่แค่เตะบอลเอาฮา แต่เป็นเวที "ทรงอิทธิพล" ของพื้นที่บางโทรัดอย่างแท้จริง นำโดย นายประยุทธ์ ว่องไว ผอ.ฝ่ายกำกับดูแลฯ จากสยาม ไวเนอรี่ ที่เปิดบ้านต้อนรับแบบไร้ที่ติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถิรภัทร จิรศรีสกุล ผกก.สภ.บางโทรัด ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานปิดงานและควักรางวัลแจกด้วยตัวเอง



ลั่นวาจาท่ามกลางสนาม: ผกก.สภ.บางโทรัด ประกาศชัดเจนในสนาม ยินดีหนุนกิจกรรมชุมชนแบบนี้เต็มสูบ พร้อมดูแลทุกข์สุขพี่น้องบางโทรัดเต็มที่ (ส่วนเรื่องฟุตบอล รอบหน้าตำรวจขอแก้มือ!)
นอกจากนี้ยังมีบิ๊กเนมท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมตบเท้าเพียบ ทั้ง นายทนงศักดิ์ ธีรรังสี (ประธานสภา อบต.บางโทรัด), นายธันยพัฒน์ มั่นณิชนันทน์ (นำชัยอุตสาหกรรม), นายวันชนะ ตั้งกมลสุขคติ (อาร์ซีไอ แล็บสแกน) และ นายนิติธร ธีรรังสี (ผู้ใหญ่บ้าน ม.1) ร่วมเป็นสักขีพยานความเดือดในครั้งนี้
จับตาดูให้ดี! "คลองซื่อคัพ" ครั้งที่ 1 จบแบบเสือใต้กินรวบ แต่ครั้งที่ 2 ศักดิ์ศรีค้ำคอขนาดนี้... ไม่มีใครยอมใครแน่นอน!