pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

"บิ๊กอ้อ-บิ๊กเจี๊ยบ" สั่งตายคนชั่ว! "บิ๊กยอด" นำทัพสืบมหาชัยขยี้ 4 ทรชนปักหมุดนรก...ลวงฟันหน้า-ซุ่มดงกล้วยรุมปล้น Bolt หนีซุกกาญจน์ยังไม่รอด! ใช้เวลา 72 ชม.รวบเรียบ

สมุทรสาครระอุ! เมื่ออาชญากรท้าทายอำนาจรัฐ ลวงคนทำมาหากินไป "ลงแขก" ชิงทรัพย์กลางดึก งานนี้ "บิ๊กอ้อ" พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 ควงคู่มือทำงาน "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ออกคำสั่งเด็ดขาด "ต้องปิดจ๊อบให้ไว" อย่าให้พวกเดนมนุษย์มีที่ยืน!



"บิ๊กยอด" รับลูก! นำทีมสืบสมุทรสาครไล่ล่า 72 ชม. เช็กบิลครบแก๊ง
ด้าน "บิ๊กยอด" พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ไม่รอช้า ขานรับนโยบายเหล็ก นำกำลังชุดสืบสวน ภาค7 = สืบสมุทรสาครและสืบกะทุ่มแบน
กางแผนที่ไล่กล้องวงจรปิดแบบยิบตา หลังเกิดเหตุอุกอาจเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา
เมื่อ 4 ทรชนวัยเบญจเพส ไอ้ฟ้า-ไอ้โจ้-ไอ้ทรัพย์-ไอ้เฟิร์ส รวมหัวกันปักหมุดมรณะลวงหนุ่มขับ Bolt มาที่ริมคลองหมื่นปรารมภ์ หมู่บ้านพระปิ่น 12 พอเหยื่อจอดรถปุ๊บ ไอ้ฟ้า ชักมีดหัวตัดฟันเข้าหน้าเหยื่อทันที! ก่อนจะกวักมือเรียกสมุนอีก 3 ตัวที่แอบในป่ากล้วยกระโจนออกมา "รุมยำตีน" จนเหยื่อต้องกระโดดหนีตายลงคลอง ชิง PCX แดงหนีหายไปในความมืด



หนีไม่พ้นเงื้อมมือ "สืบมหาชัย"!
ภายใต้การอำนวยการเข้มของ "บิ๊กยอด" ทีมสืบสวนกัดไม่ปล่อยจนตามรวบได้ครบชุด:
* 30 มี.ค.: รวบ 3 รายแรก (ไอ้ฟ้า, ไอ้ทรัพย์, ไอ้เฟิร์ส) คาพื้นที่กะทุ่มแบน พร้อมของกลางเสื้อผ้า-รองเท้าชุดเก่งที่ใส่ก่อเหตุ
* 31 มี.ค. (ตีหนึ่ง): เด็ดหัวรายสุดท้าย "ไอ้โจ้" หนีไปซุกตัวไกลถึง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี แต่ไม่รอดสายตาชุดทำงานของ บิ๊กยอด โดนรวบพร้อมรถ PCX ของเหยื่อคาหนังคาเขา!
บทสรุป: ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย (อายุ 22 ปีเท่ากันหมด) จนมุมด้วยหลักฐาน รับสารภาพราบคาบ ถูกแจ้งข้อหาหนัก "ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ" งานนี้ "บิ๊กอ้อ-บิ๊กเจี๊ยบ-บิ๊กยอด" ย้ำชัด "ใครกล้ามาซ่าในสมุทรสาคร จุดจบคือนอนซังเต!"

* พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ฝากถึงพี่น้องไรเดอร์: "ตำรวจสมุทรสาครพร้อมดูแลความปลอดภัย แต่ขอให้ทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังเป็นเท่าตัว อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเงินไม่กี่ร้อยบาทในที่อโคจร"
* ทั้งยังให้คาถา แด่ไรเดอร์ไทยทั้งหลายว่า.." นี่คือ 5 คาถาประคองชีวิตที่ไรเดอร์สายกลางคืนต้องท่องให้ขึ้นใจ:
1. "เอ๊ะ" ให้ไวกับหมุดที่ผิดสังเกต
หากจุดหมายปลายทางอยู่ใน ซอยตัน, ป่าละเมาะ, ทุ่งนา หรือไซต์งานก่อสร้างร้าง ที่ไม่มีบ้านคนชัดเจน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า "ไม่ปกติ" หากโทรติดต่อลูกค้าแล้วเสียงตะกุกตะกัก หรือปลายทางมืดสนิท "ยกเลิกงาน" คือทางรอด ไม่ใช่การเสียรายได้
2. สังเกต "พฤติกรรมหน้างาน"
ก่อนถึงจุดปักหมุด 50-100 เมตร ให้ชะลอรถสังเกตการณ์ หากเห็นกลุ่มวัยรุ่นยืนออกันอยู่ หรือมีรถมอเตอร์ไซค์จอดรอแบบผิดสังเกต อย่าจอดรถ ให้บิดคันเร่งผ่านไปก่อนแล้วประเมินสถานการณ์จากระยะไกล
3. เทคโนโลยีคือ "ยันต์กันภัย"
* แชร์ Location Real-time: ให้คนใกล้ชิดหรือกลุ่มไลน์เพื่อนไรเดอร์เสมอเมื่อต้องรับงานในที่เปลี่ยว
* ติดตั้งกล้องติดหมวก: เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้โจรเกรงขาม และช่วยตำรวจลากตัวเข้าคุกได้ไวขึ้นเหมือนเคสสมุทรสาครนี้
4. อย่าดับเครื่องเด็ดขาด!
เมื่อถึงที่หมายในยามวิกาล ห้ามดับเครื่องยนต์ และให้หันหัวรถออกสู่ทางหลักเสมอ เตรียมพร้อมบิดหนีได้ทันทีหากมีการจู่โจม
5. สติสำคัญกว่าทรัพย์สิน
หากจวนตัวเหมือนกรณี "นายสมปอง" การตัดสินใจทิ้งรถเพื่อรักษาชีวิตคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด "รถหาใหม่ได้ แต่ชีวิตหาใหม่ไม่ได้" การหนีลงน้ำหรือวิ่งเข้าหาชุมชนคือทางเลือกสุดท้ายที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว

หัวเขียวไฟกะพริบ! ครม. สั่งหั่นภาษีน้ำมัน: ยาแรงกู้ชีพ หรือแค่ผักชีโรยหน้า?

 คอลัมน์: ตบกะโหลก..กระชากความจริง! โดย: ปากกาเหล็ก

หัวเขียวไฟกะพริบ! ครม. สั่งหั่นภาษีน้ำมัน: ยาแรงกู้ชีพ หรือแค่ผักชีโรยหน้า?
จับตาดูให้ดี! มติ ครม. ล่าสุดทำเอาสปอร์ตไลท์ทุกดวงส่องไปที่การ "ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน" พ่วงมาตรการอุ้มกลุ่มเปราะบาง ทั้งภาคเกษตร และขนส่ง งานนี้ถ้าทำได้จริง ไม่ใช่แค่ขายฝัน บอกเลยว่าแรงกระเพื่อมนี้ถึงใจคนหาเช้ากินค่ำแน่นอน!
เจาะพิกัด: สมุทรสาครต้องรอด!
เมืองประมงและอุตสาหกรรมอย่าง "สมุทรสาคร" เตรียมล้างตารอได้เลย เพราะถ้าดีลนี้ลงตัว:
* เรือประมง: ที่จอดสนิทเพราะสู้ค่าน้ำมันไม่ไหว จะได้ฤกษ์ถอนสมอออกไปลากเงินลากทองเข้ากระเป๋าซักที
* โรงงานอุตสาหกรรม: ต้นทุนขนส่งที่เคยแบกจนหลังแอ่น จะได้หายใจคล่องคอขึ้น
* เกษตรกร: น้ำตาที่เคยไหลย้อนลงก้นบึงเพราะค่าน้ำมันสูบน้ำ ค่าน้ำมันรถขนส่งพืชผล จะได้เหือดแห้งเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
> ตบกะโหลกเตือนสติ: > มติไฟเขียวน่ะง่าย... แต่ "หน้างาน" จะบริหารจัดการยังไงให้เงินถึงมือกลุ่มเปราะบางจริงๆ ไม่ใช่ไหลไปเข้ากระเป๋านายทุนเหมือนที่ผ่านมา? นี่คือโจทย์หินที่รัฐบาลต้องตอบ!
บทสรุปคนทำข่าว: เราจะเกาะติดไม่ปล่อย! มตินี้จะเป็น "สวรรค์มาโปรด" หรือแค่ "ละครฉากใหญ่" อีกไม่นานรู้กัน ถ้ามาจริง สมุทรสาครลืมตาอ้าปากได้แน่ แต่ถ้าเหลว... เตรียมตัวรับแรงกระแทกภาคต่อไปได้เลย!

งานกาชาดสมุทรสาครคืนนี้..คนล้นทะลัก! "ต้นข้าว สุปรียา" สะกดพจนานุกรม

มหาชัยพังยับ .ไม่ใช่แค่แน่น แต่คือ "ปรากฏการณ์" กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาหน้าลานงานกาชาดจังหวัดสมุทรสาครแทบแตก!

เมื่อค่ำคืนวันที่ 25 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา กลายเป็นบันทึกหน้าใหม่ของงานประจำปีที่ใครก็ต้องพูดถึง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเที่ยวงานกาชาดธรรมดา แต่คือการรวมตัวของมหาชนที่ตั้งใจมาเพื่อ "คนเดียว" เท่านั้น



คลื่นมนุษย์หยุดนิ่ง... เมื่อ "เสียงสวรรค์" สะกดเมือง
บรรยากาศภายในงานเริ่มเดือดตั้งแตช่วงเย็นยันค่ำ ยิ่งเข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้ช่วงเวลาไฮไลท์ ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ แต่จุดพีคที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลาเดินทางมาถึงช่วง 21:00 น.



ทันทีที่ "ต้นข้าว สุปรียา" นักร้องสาวลูกกตัญญูจากเมืองกาญจนบุรี ก้าวเท้าขึ้นสู่เวที เสียงฮือฮาที่เคยดังระงมกลับเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากเอาผู้คนจากทุกซอกทุกมุมของงานกาชาด ให้มายืนอัดแน่นรวมกันอยู่หน้าเวทีอย่างถล่มทลาย
ไม่ใช่แค่มาดู... แต่มาเพื่อ "ศรัทธา"



สิ่งที่น่าตะลึงที่สุดไม่ใช่แค่จำนวนคน แต่คือ "ปฏิกิริยา" ของชาวสมุทรสาคร ที่พากันยืนนิ่งราวกับโดนมนต์สะกด เพื่อซึมซับทุกตัวโน้ตจากเสียงร้องของน้องต้นข้าว สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จุดเดียว สะท้อนให้เห็นว่า "พลังแห่งกตัญญู" และ "ความสามารถตัวจริง" มันมีอิทธิพลเหนือการบันเทิงทั่วไปขนาดไหน
บทสรุปจากสนามข่าว:
งานกาชาดจังหวัดสมุทรสาครปีนี้ต้องจารึกไว้เลยว่า นี่คือการเดิมพันความสำเร็จที่คุ้มค่าที่สุด การปรากฏตัวของต้นข้าว สุปรียา ไม่ได้เพียงแค่มาสร้างความสุข แต่เธอมาสร้าง "ปรากฏการณ์ห้างแตก" (เวอร์ชันลานกาชาด) ที่ทำเอาคนจัดงานและพ่อค้าแม่ขายยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน
"ถ้าคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้น คุณจะไม่มีทางเชื่อว่า... เสียงเพลงเพียงเสียงเดียว สามารถหยุดคนนับพันให้ยืนนิ่งได้นานขนาดนี้"

รวบคามือ! ขบวนการซ่อนต่างด้าว โยงห้องพักเถื่อนกลางสมุทรสาคร

ตม.สมุทรสาคร “เอาจริง” ลุยทลายเครือข่ายเอื้อที่พักพิงต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ล่าสุดรวบผู้ต้องหาตามหมายจับศาลได้แล้ว หลังพยานซัดทอดตรงเป้า

ภายใต้คำสั่งเข้มของ พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. สั่งการชุดสืบสวน ตม.3 และ ตม.จว.สมุทรสาคร เร่งล่าตัวผู้เกี่ยวข้องขบวนการซ่อนแรงงานเถื่อน จนนำไปสู่การจับกุม MRS.KHIN SAN KYI อายุ 38 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร
พฤติการณ์ไม่ธรรมดา


จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเปิดห้องพักเป็นแหล่งซุกซ่อนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ก่อนที่กลุ่มแรงงานจะถูกจับ และให้การซัดทอดว่าเธอคือ “คนจัดหา” ที่พักให้ทั้งหมด
ศาลจังหวัดสมุทรสาครจึงออกหมายจับ ที่ จ.363/2568 ลงวันที่ 24 ต.ค. 2568 ก่อนเจ้าหน้าที่ตามรวบได้ในที่สุด พร้อมหลักฐานยืนยันตัวบุคคลตรงหมายจับ
รับสารภาพชัด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับว่า เคยจัดหาที่พักให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที


นโยบาย “ไม่ปล่อยผ่าน”
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ย้ำชัด เดินหน้าปราบปรามต่างด้าวผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติแบบเชิงรุก ใครเอี่ยว “ต้องโดน” เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
📣 เตือนประชาชน หากพบเบาะแสซ่อนต่างด้าวผิดกฎหมาย แจ้งได้ทันทีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ หรือผ่านเว็บไซต์ www.immigration.go.th
เกมนี้…เจ้าหน้าที่เปิดหน้าไล่ล่าเต็มรูปแบบ ใครคิดเอื้อ-ซ่อน เตรียมโดนเช็กบิล!

กปภ.สาขาสมุทรสาคร (ชั้นพิเศษ) ไม่ได้แค่พูด แต่ “ลงมือทำจริง” เดินหน้าสานต่อโครงการ “ประปานี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” อย่างต่อเนื่อง หวังลดต้นทุน-ลดพลังงาน-เพิ่มความมั่นคงทางอาหารในองค์กร ลุยปลูกจริง! สวนครัวหลังออฟฟิศ เดินหน้าพอเพียง ลดพลังงาน เห็นผลจับต้องได้”

เช้าวันนี้ (25 มีนาคม 2569) เวลา 08.00 น. นายภูทอง ดวงเลิศ ผู้จัดการ กปภ.สาขาสมุทรสาคร นำทีมพนักงาน ลุยปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลบริเวณหลังสำนักงาน เน้นใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปลี่ยน “พื้นที่ว่าง” ให้กลายเป็น “แหล่งอาหาร”


ไฮไลต์สำคัญไม่ใช่แค่ปลูกผัก แต่คือการ “ลดพลังงานจากการขนส่ง” และ “ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว” พร้อมสร้างวินัยองค์กรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เห็นผลได้จริง ไม่ใช่แค่โครงการบนกระดาษ
โครงการนี้ยังสอดรับนโยบายกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร และผู้ว่าการ กปภ. ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างองค์กรยั่งยืนจากรากฐานเล็กๆ แต่มั่นคง
ชัดเจน—ปลูกวันนี้ กินได้พรุ่งนี้ ประหยัดวันนี้ ยั่งยืนวันหน้า

“บิ๊กยอด” บุกแฟลตเคาะประตูบ้าน! ควงแม่บ้าน ตร.สมุทรสาคร ลุยเยี่ยม “เด็กพิเศษ” ลั่นนโยบาย ผบ.ตร.-ผบช.ภ.7 “คนข้างหลังต้องไม่ถูกทิ้ง!” เมื่อ “บิ๊กยอด” สั่งลุยแบบติดดิน ไม่ได้มาแค่พิธีการ แต่มาด้วยใจ!

เมื่อช่วงสายของวันที่ 25 มี.ค. 69 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย

คุณศิริวัลย์ อธิภัคกุล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และ พ.ต.อ.นันทภูมิ เรืองรุ่ง รอง ผบก.ฯ นำคณะแม่บ้านตำรวจลงพื้นที่ปูพรมตรวจเยี่ยมบุตรข้าราชการตำรวจที่เป็น “เด็กพิเศษ” ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ประจำปี 2569




ขานรับนโยบายเหล็ก “บิ๊กต่าย - ผบช.ภ.7” ดูแลสวัสดิการต้องถึงที่!
การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินสายโชว์ตัว แต่เป็นการขานรับนโยบายโดยตรงจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำเรื่องสวัสดิการและการสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจระดับผู้น้อยอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงข้อสั่งการเข้มจาก
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7
ที่กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น
"เข้าถึงปัญหา" และดูแลครอบครัวตำรวจเสมือนคนในครอบครัวตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความใส่ใจเป็นเท่าตัว




เจาะลึก 3 จุดยุทธศาสตร์ “บุกแฟลต-เคาะประตูบ้าน”
งานนี้ "บิ๊กยอด" และคณะแม่บ้านฯ ไม่รอให้ลูกน้องเดินไปหา แต่ใช้วิธี “บุกถึงที่
เยี่ยมถึงใจ” ตระเวนไปถึง 3 จุดสำคัญ:
* จุดแรก (แฟลตตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร): เยี่ยมบุตรของ
ร.ต.ท.เจนณรงค์ สีคำแก้ว รอง สว.(จร.) สภ.เมืองฯ
* จุดที่สอง (ต.ท่าทราย): เดินทางไปยังบ้านพักเยี่ยมบุตรของ
ด.ต.สมศักดิ์ ศรีคำน้อย ผบ.หมู่ (จร.) สภ.เมืองฯ
* จุดสุดท้าย (ต.บางโทรัด): ลงพื้นที่เยี่ยมบุตรของ ร.ต.ท.พัชรวัฒน์ บุญปก รอง สว.(สส.) สภ.บางโทรัด
เงินถึง-ใจถึง! มอบสวัสดิการเยียวยาครอบครัว




นอกจากการนั่งพูดคุยรับฟังปัญหาอย่างเป็นกันเองแล้ว คณะได้มอบเงินสนับสนุนจาก สมาคมแม่บ้านตำรวจ, ชมรมแม่บ้านตำรวจสมุทรสาคร และ กองทุน ภ.จว.สมุทรสาคร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
“จะไปดูแลประชาชนให้ดีได้ ต้องดูแลคนในครอบครัวเราให้เข้มแข็งก่อน!”




พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล (บิ๊กยอด) กล่าวทิ้งท้าย
นี่คือภาพสะท้อนของการเป็น "ผู้บังคับบัญชาที่ได้ใจลูกน้อง" ในวันที่ตำรวจต้องออกไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชาวบ้าน การที่ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.7 วางกลไกให้ผู้การจังหวัดลงมาดูแล "คนข้างหลัง" แบบถึงลูกถึงคนเช่นนี้ คือยาชูกำลังชั้นดีที่เงินก็ซื้อ
ไม่ได้!