pearleus

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อบจ.สค.เปิดกิจกรรมหนังสือหมุนเวียน รร.วัดหงอนไก่


เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.30 น. ผู้บริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร นำพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมทำข่าวพิธีเปิดกิจกรรมหนังสือหมุนเวียนเปลี่ยนกันอ่าน ณ โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (วัดหงอนไก่)  ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ. สมุทรสาคร   













วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

“ออร์แกนิค” งานใหญ่สุดในเอเชีย 12-15 ก.ค.นี้ที่อิมแพ็คเมืองทอง ชวนช้อปสินค้าปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน"BIOFACH Southeast Asia 2018 และ Natural Expo Southeast Asia 2018" ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ร่วมมือกับบริษัท นูเรมเบิร์ก เมสเซ่ จำกัด ประเทศเยอรมนี จัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 15 กรกฎาคม 2561 ณ ฮอลล์ 3 - 4 ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นงานแสดงสินค้าออร์แกนิค และธรรมชาติครบวงจร และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบรับเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค หรือ เกษตรอินทรีย์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก และมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมูลค่าตลาดเกษตรอินทรีย์โลกสูงถึง 3.18 ล้านล้านบาท โดยประเทศไทยมีมูลค่า 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 800 ล้านบาท และต่างประเทศ 1,900 ล้านบาท โดยเติบโตประมาณ 20% ต่อปี ซึ่งมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 0.07% ของตลาดโลก และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ในงานมีบริษัทชั้นนำในวงการอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์เข้าร่วมงานถึง 445 บูธ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมไม่น้อยกว่า 50,000 ราย และมีมูลค่าการซื้อขาย จากการจำหน่าย และเจรจาทางธุรกิจไม่น้อยกว่า 40  ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 25%)

ด้านสินค้าจัดแสดง ครอบคลุมสินค้าออร์แกนิคทุกกลุ่ม ทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บำรุงเส้นผม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าจากสีย้อมธรรมชาติ เช่น เส้นพาสต้า/สปาเก็ตตี้ทำจากข้าว, แป้งมันสำปะหลัง กาบกล้วย, ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ ผลิตจากฟางข้าว รวมทั้งธุรกิจบริการ ร้านอาหารอินทรีย์ อาทิ ฮาร์โมนี่ไลฟ์ออร์แกนิคฟาร์ม , Goganic , ร้านเพาะรัก, คิงด้อม ออร์แกนิค เนทเวิร์ค (ไทยแลนด์), ไทยโอเชี่ยนฟู้ด, รังสิตฟาร์ม, Lemon Farm เป็นต้น ติดตามข้อมูลได้ทาง Facebook Fanpage:  Organic & Natural Expo หรือ โทรสายด่วน 1569

คุณจีน่า ธรรมศิริทรัพย์ Business Development Director  IDAA Global CO.,LTD. หนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมออกบูธ กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมงานปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว กระแสตอบรับของผู้บริโภคสินค้าออร์แกนิคดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ เนื่องจากหลายคนเห็นว่าราคาของสินค้า/ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคยังอยู่ในอัตราที่แพง แต่ตนอยากให้มองถึงความปลอดภัยต่อตัวเองในระยะยาวด้วย หากเราใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันทุกสิ่งอย่างจำนวนมาก สารเคมีเหล่านี้ก็ย่อมเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่ายและตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ของใช้รอบตัว เช่น แชมพูสระผม น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง ครีมย้อมผม ฯลฯ




“การให้การศึกษากับคนไทยเป็นสิ่งจำเป็นมากและต้องทำเป็นอันดับแรก หลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องออร์แกนิคว่ามีประโยชน์ ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ ต่างกับของที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบที่มีแต่จะทำร้ายชีวิตของเรา สังเกตได้ว่าคนไทยเป็นโรคมะเร็งกันเยอะมาก ก็เพราะส่วนหนึ่งมีการใช้สารเคมีกันมาก ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การใช้กล่องโฟม หรือถุงพลาสติกบรรจุอาหารร้อนจัด ซึ่งอันตรายมาก อยากให้ทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหันมากิน-ใช้ของออร์แกนิค จะได้ไม่เจ็บป่วยและมีชีวิตยืนยาว”

คุณจีน่า กล่าวอีกว่า สำหรับผลิตภัณฑ์หลายอย่างของเรา เช่น มังคุดสกัดเข้มข้น ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เราก็รับซื้อมังคุดออร์แกนิคจากเกษตรกร ซึ่งมีวิธีการปลูกแบบออร์แกนิค ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง โดยรับซื้อเป็นเงินถึงปีละ 30-50 ล้านบาท ส่วนข้าวก็เช่นกัน การปลูก สี หีบห่อ และขนส่ง ทุกขั้นตอน ต้องไม่มีสารเคมีปนเปื้อน โดยเรารับซื้อข้าวจากหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นกาฬสินธุ์ มหาสารคาม ยโสธร ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรด้วย สินค้าทุกชนิดมีใบรับรองการันตีในคุณภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้อย่างแท้จริง ขณะนี้เราส่งออกไปขายต่างประเทศถึง 70% คือที่จีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฝรั่งเศส และขายในเมืองไทยอีก 30 %

******************

ชาวบ้านแพ้วต้อนรับทีมงานท่อซิ่งกลับสู่บ้าน..หลังช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำ



เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ลานวัดยกกระบัตร  ชาวบ้านแพ้ว พร้อมผู้นำท้องถิ่นได้ต้อนรับการกลับบ้านของทีมท่อซิ่งบ้านแพ้ว นครปฐม ที่ได้ไปปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือน้อง ๆ ทีมหมูป่าอคาเดมี่พร้อมโค้ตทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำหลวง เขานางนอน จ.เชียงราย โดยทีมงานท่อซิ่งบ้านแพ้ว ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ไปช่วยพร่องน้ำในถ้ำ จนหน่วยซีลสามารถดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือน้อง ๆ ได้
ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทุกคนรู้สึกขอบคุณทีมงานท่อซิ่งเป็นอย่างมาก
สำหรับทีมงานท่อซิ่งบ้านแพ้ว-นครปฐม นั้น เป็นการรวมตัวกันของคนที่รับจ้างสูบน้ำตามวังกุ้ง  มีนายพนม ชื่นภิรมย์ เป็นผู้นำ
นายพนม บอกว่า ที่ต้องการเข้าช่วยเหลือเพราะเห็นว่าเครื่องสูบน้ำของทีมงาน มีประสิทธิภาพสูง และที่ใช้อยู่ก็มีกำลังน้อย จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกได้ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 4 เครื่อง รถเทลเลอร์ 4 คัน และคนอีกประมาณ 30 คน ซึ่งก็สามารถช่วยพร่องน้ำในถ้ำได้อย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก จนหน่วยซีลสามารถดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือน้อง ๆ ทีมหมูป่าได้สำเร็จ













ปส.2 สมุทรสาคร เปิดยุทธการไล่ล่าจับยาเสพติดเครือข่าย "มิ้ง บ้านเกาะ"


ปส.2 สมุทรสาคร เปิดยุทธการไล่ล่าจับยาเสพติดเครือข่าย "มิ้ง บ้านเกาะ"
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.61 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำลอง งามเนตร รอง ผบก.ภ.จว.สค. พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ สว.กก.สส.ปปส.ภ.จว.สมุทรสาคร  ร.ต.อ.พงษ์พัฒน์ ทองเกิดหลวง รอง สวป.สภ.โคกขาม (ช่วยราชการ กก.สส.ฯ) ร่วมแถลงข่าวการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดพร้อมของกลาง ยาบ้า 4,000 เม็ด ไอซ์ 55 กรัม ยาเค 50 กรัม อาวุธปืน .38 สองกระบอก เครื่องกระสุน 22 นัด  ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุมตัว นายธัญธร หรือมิ้ง วอเพชร ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 ก.ค.61 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ปส.2 ได้จับกุมตัวนายสุรชัย แจ้กระจ่าง ประกอบอาชีพค้าขายอยู่ใน รพ.พร้อมของกลาง ยาบ้า 112 เม็ด ยาไอซ์ 1.2 กรัม จากนั้นจึงให้ผู้ต้องหาต่องานขยายผลให้โดยให้ นายสุรชัยฯสั่งซื้อยาจาก นายธัญธร หรือมิ้ง วอเพชร และนัดหมายให้มาส่งบริเวณสะพานลอยหน้าโรงพยาบาลสมุทรสาคร เมื่อรถยนต์ของนายธัญธรฯมาถึงจุดนัดหมายได้เลี้ยวเข้าไปจอดภายในโรงพยาบาลสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าสกัดจับโดยใช้รถยนต์ 3 คัน เข้าปิดล้อม และแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่นายธัญธรฯไม่ยอมจำนนและขับรถยนต์พยายามหลบหนี จนรถยนต์พุ่งชนเก้าอี้ แผงกั้น และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ภายในโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงยางรถยนต์เพื่อหยุดยั้งไม่ให้หลบหนี พร้อมกับเข้าชาร์ทไปที่รถยนต์ และทุบกระจกจนเจ้าหน้าที่ได้รับาดที่ข้อมือเพื่อเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งสามารถควบคุมตัวนายธัญธร หรือมิ้ง วอเพชร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175/12 หมู่ที่ 4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และนางสาววัชราภรณ์  เรืองขำ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 ม.7 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นแฟนสาวที่นั่งอยู่ในรถยนต์ พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 900 เม็ด ไอซ์ 30 กรัม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยอีกว่า หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล โดยนำตัวนายธัญธรฯและนางสาววัชราภรณ์ฯ  ไปตรวจค้นห้องพักย่านอ้อมน้อย ซึ่งสามารถตรวจยึดยาบ้าจำนวน 20 เม็ด และพบกุญแจห้องพักย่านบางแค กรุงเทพฯ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปตรวจค้นที่ห้องพักและตรวจพบยาบ้า 2,000 เม็ด ไอซ์ 55 กรัม อาวุธปืนขนาด .38 หนึ่งกระบอก เครื่องกระสุน15นัด
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีกสองรายคือ นายวีรพล หรืออ้น เทียนกระจ่าง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 ม.5 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.6 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางยาบ้า 2,000 เม็ด ไอซ์ 50 กรัม อาวุธปืนขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน 7 นัด และจับกุม นายวิรุต หรือปรื๊ด บุญศรี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.3 ต.หนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ของกลางยาเค 50 กรัม โดยจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 5/439 ม.7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมยาเค ประมาณ 50 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
 เงาพญาราหู รายงาน









วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

"ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่" เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ธนาคารออมสิน จัดประกวดวาดภาพแนวคิด “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลรวม 1.77 ล้านบาท พร้อมเปิดศูนย์รับผลงาน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รักศิลปะได้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม เปิดรับสมัครและรับผลงานพร้อมกันในเดือนกันยายน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารออมสินได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน เพื่อให้มีเวทีแสดงความสามารถทั้งทางด้านดนตรี กีฬา วิชาการ และด้านศิลปะการวาดภาพภายใต้โครงการ GSB Generation กิจกรรมการประกวดวาดภาพครั้งนี้จัดขึ้น      เป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” เพื่อเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในฐานะทรงเป็น “อัคราภิรักษศิลปิน” ทรงพระปรีชาสามารถล้ำเลิศทุกแขนง ทรงตระหนักในคุณค่าความงดงามของศิลปะ ทรงทุ่มเทพละกำลังทั้งปวงในการทำนุบำรุงงานศิลปะไว้เป็นสมบัติศิลป์แห่งแผ่นดินไทย ทรงฟื้นฟูงานศิลปะที่แทบจะสูญสิ้นให้กลับมาสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนชาวไทย ทรงเล็งเห็นศักยภาพของราษฎรที่มีความสามารถทางด้านศิลปหัตถกรรม จึงทรงอนุรักษ์ ทำนุบำรุง ส่งเสริม และฟื้นฟูศิลปะทุกแขนงของประเทศไทย ทั้งงานด้านหัตถศิลป์ ประติมากรรม นาฏศิลป์ ศิลปะพื้นบ้านที่เป็นมรดกตกทอดกันมาช้านาน ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นล้วนเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง ให้ได้กลับมาโด่งดังเป็นที่ยอมรับมีชื่อเสียงแผ่ไพศาลไปยังนานาประเทศ และนำพาความผาสุก ความเจริญมาสู่อาณาประชาราษฎร์
ทั้งนี้การจัดการประกวดวาดภาพในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาคือ  การแบ่งประเภทการประกวดออกเป็น 4 ประเภทตามช่วงอายุ เพิ่มกิจกรรมโรดโชว์ไปตามมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์กลางทั้ง  4 ภูมิภาค และมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับมุมมองศิลปะ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษา หรือผู้สนใจทั่วไป ได้รับฟังแนวคิดและประสบการณ์ที่หาฟังได้ยากยิ่งจากวิทยากรและศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มศูนย์รับผลงานทั้ง 3 ภูมิภาค ได้แก่ภาคเหนือ-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และภาคใต้-มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าประกวด ส่งผลงานใกล้ภูมิลำเนาของตนเอง สำหรับคณะกรรมการตัดสินยังคงเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดเดิมนำทีมโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก และศาสตรเมธีดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ 
ด้านศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย    ศิลปินแห่งชาติ  แนะนำว่าผู้ส่งผลงาน ทุกคนต้องแสดงความคิดสร้างสรรค์ของตนเองให้เต็มที่ ต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลและตีโจทย์ให้แตก ต้องแสดงตัวตนที่ชัดเจนโดดเด่นเป็นที่สะดุดตาต้องมีความหมาย และสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชื่นชมงาน   
สำหรับหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ เจ้าของผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องมีสัญชาติไทย และสร้างสรรค์ผลงานด้วยความคิดของตนเอง ที่สำคัญก่อนส่งผลงานเข้าประกวด ต้องสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ gsbgen.com สำหรับประเภทการประกวดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 บุคคลทั่วไป ประเภทที่ 2 เยาวชน อายุ 15-18 ปี (ผู้ที่เกิดพ.ศ. 2543-2546) ประเภทที่ 3 เยาวชน อายุ 11-14 ปี (ผู้ที่เกิด พ.ศ. 2547-2550) และประเภทที่ 4  เยาวชน อายุ 7-10 ปี (ผู้ที่เกิดพ.ศ. 2551-2554) เป็นงานศิลปะมีลักษณะโดยรวมเป็น 2 มิติ  ผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  พร้อมเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 1.77 ล้านบาท
ผลงานที่ส่งเข้าประกวดทุกชิ้นจะต้องไม่เคยถูกตีพิมพ์หรือเข้าประกวดที่ใดมาก่อน และไม่ติดลิขสิทธิ์ของบุคคลหรือบริษัทอื่นใด ระยะเวลาในการส่ง คือกลางเดือนกันยายน 2561 โดยคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกและตัดสินในส่วนภูมิภาคและกรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม  พิธีมอบรางวัลจะจัดเดือนพฤศจิกายน จากนั้นผลงานที่ได้รับรางวัลทุกชิ้นจะนำไปจัดแสดงนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC)ในช่วงเดือนธันวาคม 61 
ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการส่งผลงานเข้าประกวดวาดภาพ “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่”                 ได้ทางเว็บไซต์ www.gsb.or.th และ www.gsbgen.com  รวมถึง Facebook Fanpage “ประกวดวาดภาพ ธนาคารออมสิน” ผู้สนใจสามารถกดติดตามข่าวความเคลื่อนไหวได้ทันที หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมลที่ gsbgen.art@gmail.com

เปิดหลักสูตร Data Science Technology แห่งแรกในประเทศไทยตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรภัทร ไพรีเกรง ผู้อำนวยการสถาบัน  Data Tech Academy เปิดเผยว่าเนื่องด้วยในยุคดิจิทัลมีปริมาณข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่ไหลเวียนมีขนาดใหญ่ (Big Data) และมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างกับการเล่นอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย  การดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กรหลายแห่งในประเทศไทย ทั้งองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี องค์กรภาครัฐและเอกชน ได้มีแพลตฟอร์มของบริษัท  เพื่อการบริหารการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร  นับเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาล เพราะหากองค์กรธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีความสามารถในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูล Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่) ที่มีความหลากหลายของข้อมูล ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ  เพื่อเข้าใจถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการบริโภคทั้งในด้านไลฟ์สไตล์  รูปแบบสินค้าและบริการที่ต้องการ จะสามารถสร้างสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้กับองค์กรนั้นได้เป็นอย่างดี
        ดังนั้น อาชีพ Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ผู้ทำหน้าที่คัดกรองข้อมูลที่มาจากหลากหลายช่องทาง อาทิ อีเมล์, ไฟล์เอกสารต่างๆ, ภาพถ่าย, วีดีโอ, ไฟล์เสียง, การโพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดีย, และอื่นๆ จากนั้นนำมาศึกษา-คิดวิเคราะห์-แยกแยะข้อมูล การเก็บและเปลี่ยนแปลงข้อมูล นำไปสู่องค์ความรู้  เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ  การกำหนดกลยุทธ์องค์กร พัฒนาแนวทางการต่อยอดธุรกิจ การตัดสินใจในด้านต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้  ซึ่งอาชีพ Data Science   
หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล กำลังเป็นอาชีพที่มีความต้องการขององค์กรไม่ว่าจะภาครัฐ และเอกชนเป็นอย่างมาก
        ด้วยเหตุนี้ ทางสถาบัน Data Tech Academy ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความต้องการบุคลากรคุณภาพด้าน Data Science จึงร่วมมือกับวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ เว็บไซต์ NextEmpire  ผู้นำเสนอเทรนด์ ธุรกิจ นวัตกรรม ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการสอนและการปฏิบัติจริงรวมอยู่ในหลักสูตรเดียวกัน โดยรูปแบบการเรียนการสอนจะเริ่มต้นจากขั้นพื้นฐาน วิธีคิดอย่างเป็นระบบ ผ่านทางบทเรียนในห้องเรียนและการเวิร์คชอป การประชุมเชิงปฏิบัติการ เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ เพื่อเพิ่มทักษะการทำงาน พร้อมรับฟังข้อคิดและประสบการณ์ตรงจากวิทยากรรับเชิญจากองค์กรชั้นนำในประเทศไทยที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์จากการทำงาน   โดยจะเปิด 4 หลักสูตรแรก เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  ได้แก่
      หลักสูตร Road to Data Science  : เข้าใจเทรนด์และทักษะที่ต้องการของ Data Science ในอนาคต จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ พร้อมยกระดับไปสู่ Data-driven Enterprise และเข้าถึงปัญหาจริงทางธุรกิจผ่าน Problem-Solving เวิร์คช็อป ค่าใช่จ่าย 16,900 บาท
-      หลักสูตร AI Technology for Intelligent Business :เข้าใจส่วนประกอบและเทคนิคที่สำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการพัฒนาจริงเพื่อที่นำไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค่าใช่จ่าย 16,900 บาท
   -   หลักสูตร Data Management for Growth : ลง ลึกด้านการบริหารจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนของธุรกิจผ่านการดูแลอย่างเป็นระบบ เพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้จริงในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ค่าใช่จ่าย 44,900 บาท
    -  หลักสูตร Blockchain and Smart Contract : เข้าใจ Blockchain และการนำไปประยุกต์ใช้ในแบบต่างๆในโลกธุรกิจปัจจุบัน เช่น สกุลเงินดิจิตอล สัญญาอัจฉริยะ เป็นต้น ผ่านจากการพัฒนาจริงบน Platform มาตรฐาน ค่าใช่จ่าย 24,900 บาท
        โดยทั้ง 4 หลักสูตรเปิดรับสมัครแล้วสำหรับนักเรียนรุ่นแรก ผู้ที่สนใจสมัครเรียน สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/datatechacademy

*********************