pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จับตา! "ไทยช่วยไทยพัฒน์" มาแล้ว "ส.ส.ต่อ" ประกาศดีเดย์ 25 พฤษภาคมนี้ คนมหาชัยเตรียมตัวให้พร้อม!


สมุทรสาคร – ไม่ต้องรอนาน! นายอนุสรณ์ ไกรวัฒนุสสรณ์ หรือ "ส.ส.ต่อ" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต 2 ออกโรงโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวส่งสัญญาณถึงพี่น้องประชาชน ลั่นเตรียมตัวให้พร้อมกับโปรเจกต์ “ไทยช่วยไทยพัฒน์” ดีเดย์เปิดลงทะเบียนพร้อมกันวันที่ 25 พฤษภาคมนี้!

งานนี้บอกเลยว่า "ชี้ชัดเจาะลึก" เกาะติดสถานการณ์แบบตาไม่กะพริบ เพราะนี่คือความเคลื่อนไหวที่คนสมุทรสาครกำลังเฝ้ารอ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ต้องประคับประคอง
พี่น้องชาวมหาชัย-บ้านแพ้ว-กระทุ่มแบน โปรดฟังทางนี้:
ปักหมุด: 25 พฤษภาคม 2569
ภารกิจ: ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพัฒน์"
เป้าหมาย: สิทธิประโยชน์ที่ประชาชนต้องไม่พลาด!
พี่น้องคนสมุทรสาคร... เตรียมมือถือ เตรียมเอกสาร แล้วรอฟังรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้!

คอลัมน์: ตบกะโหลก... โดย พาสทะเล

  หยุดยาวล้างโลก! รัฐใจดีแจกวันหยุดเพิ่มปี 69 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือแค่กุศโลบายให้คนกลับไป "ปั่นไฟ" ทิ้งไว้ที่บ้าน?

แหม่... เห็นมติ ครม. ล่าสุดแล้วบอกเลยว่า "ใจดีจนขนลุก" ครับพี่น้อง! ในเมื่ออากาศมันร้อนจัดจนปรอทแตก รัฐบาลท่านเลยสนองนโยบาย "หยุดยาวสะท้านฟ้า" เพิ่มวันหยุดราชการกรณีพิเศษปี 2569 กันแบบจุกๆ ถึง 2 ช่วงใหญ่
ช่วงแรก (พฤษภา-มิถุนายน): หยุดยาวรวดเดียว 5 วัน (30 พ.ค. - 3 มิ.ย. 69) โดยเติมวันหยุดพิเศษวันที่ 2 มิ.ย. เข้าไปให้ เพื่อเชื่อมโยงวันวิสาขบูชาและวันเฉลิมฯ พระบรมราชินี
ช่วงสอง (กรกฎา-สิงหาคม): จัดเต็มยิ่งกว่า 6 วันรวด (28 ก.ค. - 2 ส.ค. 69) แทรกวันหยุดพิเศษวันที่ 31 ก.ค. เข้าไปคั่นกลางระหว่างวันเข้าพรรษากับเสาร์-อาทิตย์
ตบกะโหลกเตือนสติ:
มองผิวเผินเหมือนได้พักผ่อน แต่ลองมองให้ลึกครับ! การที่รัฐประเคนวันหยุดยาวขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง "เห็นใจ" แต่อาจเป็นกุศโลบายส่งคนกลับบ้านไป "เปิดแอร์-ใช้ไฟ" กันให้ฉ่ำปอด เงินจะได้ไหลเข้าคลังผ่านบิลค่าไฟต่อไปแบบเนียนๆ หรือเปล่า?
หยุดยาวทีไร กระเป๋าเบาทุกที... รัฐได้หน้า ประชาชนได้หนี้ (ค่าไฟ) นี่แหละครับคือเรื่องจริงที่ต้องชี้ชัดให้เห็นกันจะๆ!

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“ถ้าไม่ทำ...เดี๋ยวผมลุยเอง!” ผู้ว่าฯ มหาชัยแท็กทีม “นายกฯ แต” เปิดปฏิบัติการล้างบางผักตบ หน้าเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จับตาพิกัดต่อไป “บางยาง”

 สมุทรสาครเดือด! เมื่อปัญหาผักตบชวาริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองหมักหมมจนชาวบ้านร้องขอความช่วยเหลือ งานนี้ “พ่อเมืองมหาชัย” ไม่รอรายงานบนโต๊ะ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่นำทีมตรวจและสั่งการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมลั่นแนวชัดแบบสะเทือนคนทำงานเกียร์ว่างว่า “ถ้าไม่คิดทำ เดี๋ยวผู้ว่าจะนำคนทำ ลุยเอง!”



งานนี้ไม่ได้ลุยเดี่ยว เพราะได้ “นายกฯ แต” นายอุดม ไกรวัตนุสนณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.สมุทรสาคร ลงพื้นที่เคียงข้างผู้ว่าฯ แบบพร้อมชนทุกจุด ส่งเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจัดการผักตบชวาที่ลอยอัดแน่นหน้าริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทันที โดยผักตบชวาที่ตักขึ้นมีสถานที่รองรับทิ้งไว้ชัดเจนที่ค่ายลูกเสือ ตรงข้ามตลาดนัดต้นสน ซึ่งมีพื้นที่เพียงพอรองรับขยะผักตบชวา



ผู้ว่าฯ อำนาจ ยังส่งสัญญาณถึงโยธาจังหวัดฯ และกรมชลประทานว่า พิกัดต่อไปขอเข้าไปดูบริเวณสะพานแม่น้ำท่าจีน ตำบลบางยาง เป็นการเตือนล่วงหน้าแบบไม่ต้องแปลความมากว่า อย่าปล่อยให้ผักตบลอยคอท้าทายสายตาประชาชนอีก


เมื่อเครื่องจักร อบจ.ทำงานได้ทันที คำถามจึงดังขึ้นกลางแดดว่า แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงหายไปไหน? งานนี้บางยางเตรียมตัวให้ดี เพราะถ้าผู้ว่าฯ ไปถึงแล้วยังเจอสภาพรับไม่ได้ อาจมีใครบางคน
หนาว ๆ ร้อน ๆ กันทั้งระบบ!

"นางสาวภารดี เผือกโสภา" นายอำเภอหญิงเหล็กประกาศกร้าว.."บ้านแพ้ว" ไม่ใช่ที่ยืนของคนชั่ว! ฝ่ายปกครองลุยล้างบางแก๊งยานรก


บ้านแพ้วลุกเป็นไฟ! เมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอบ้านแพ้ว ภายใต้การนำของ "นางสาวภารดี เผือกโสภา" นายอำเภอหญิงเหล็ก และปลัดฝ่ายความมั่นคง พร้อม
ทีม อส. แท็กทีมผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ปูพรมหมู่ 1 และ 2 ต.หนองสองห้อง กวาดล้างสิ่งปฏิกูลสังคมตามนโยบาย "มหาดไทยทำทันที"



ผลงานการรวบตึงครั้งนี้สั้นๆ แต่ "จุก":
• รายใหญ่ (แต่ไม่รอด): ตะครุบตัวเอเย่นต์คาของกลาง 36 เม็ด ข้อหาหนัก "จำหน่ายเพื่อการค้า" งานนี้แพร่กระจายไม่ออก เพราะเจอของจริงเข้าให้
• รายย่อย (สายปุ๊น): รวบเพิ่มอีก 2 ราย ของกลาง 12 เม็ด และ 1 เม็ด (รายนี้ทั้งเสพทั้งครอบครอง) จะเม็ดเดียวหรือกี่เม็ด ถ้าผิดกฎหมาย...ฝ่ายปกครองจัดให้ถึงที่!
บทสรุป: ไม่ว่าจะหน้าไหน ถ้าคิดจะเปลี่ยนบ้านแพ้วให้เป็นแหล่งมั่วสุม บอกเลยว่าคิดผิด! เจ้าหน้าที่ส่งตัวพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ดำเนินคดีขุดรากถอนโคนตามกฎหมายเรียบร้อย
"ยาเสพติด...ทางลงคือคุก ทางตันคือความตาย" บ้านแพ้วยุคนี้เขาเอาจริง ไม่เชื่อก็ลองดู!

“โรงพักมหาชัยไม่หลับ!” ปล่อยแถวสายตรวจชุด จยย. ลุยเข้มทั้งคืน เช็กห้องขัง-ระบบแจ้งเหตุ-อุปกรณ์ครบเครื่อง หลังผู้ต้องหาค้างห้องขังพุ่ง 42 ราย!

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.สุขุม เพาะไธสง รอง ผกก.ป. สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อม พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร ลงตรวจความพร้อมกำลังสายตรวจรถจักรยานยนต์ ชุดที่ 4 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ช่วงเวลา 16.01-24.00 น. บริเวณหน้าห้องสายตรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ก่อนปล่อยแถวออกกวาดล้างเหตุในพื้นที่

โดยมี ร.ต.ต.เทพทอง แผ่นทอง รอง สว.(ป.) สภ.เมืองสมุทรสาคร ทำหน้าที่สิบเวร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ารายงานตัวครบถ้วน ขณะที่ภายในห้องควบคุมพบมีผู้ต้องหารวม 42 คน แบ่งเป็นชาย 39 คน หญิง 3 คน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วห้องควบคุมอยู่ในสภาพสะอาด มั่นคง แข็งแรง ตามมาตรการความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเช็กระบบ Police i lert you และสายด่วน 191 พบว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ มีเสียงแจ้งเตือนพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตลอดเวลา รวมถึงอุปกรณ์ประจำกายและประจำรถสายตรวจ หมายเลข 20 อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ก่อนสั่งออก ว.4 ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เมืองมหาชัยตลอดค่ำคืน
งานนี้บอกเลยว่า…โจรอย่าคิดลองของ เพราะสายตรวจมหาชัย “เครื่องติด” ตั้งแต่หัววันยันเที่ยงคืน!

ถกเดือด! "พันท้ายฯ" ต้องเป็นเขตปลอด "ยาเสพติด" ตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่บี้ปมร้อน ประสานผู้นำชุมชนกวาดล้างให้สิ้นซาก!

 

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมหมู่ที่ 1 ต.พันท้ายนรสิงห์ เกิดแรงสั่นสะเทือนวงการท้องถิ่น!



เมื่อ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 นำทัพนายตำรวจระดับบิ๊กจาก ภ.จว.สมุทรสาคร และ สภ.โคกขาม ลงพื้นที่เปิดวงคุยแบบ "ชนหมัด" กับภาคประชาชน
ประเด็นร้อน: "ยาเสพติดต้องไม่มีที่ยืนใน
พันท้ายฯ"
การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนั่งสร้างภาพ แต่เป็นการเผชิญหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานาน โดยมีทัพหน้าฝ่ายปกครองอย่าง กำนันวันนา แตงมณี นำทีมผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ และสารวัตรกำนัน ผนึกกำลังกับ อบจ.สมุทรสาคร เทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ และ อสม. เข้าหารือแผนสยบปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ม.1 และ ม.7 อย่างจริงจัง



เจาะลึก...ทำไมต้อง "ดุเดือด"?
นโยบายบี้เข้ม: งานนี้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่สั่งการชัดเจน "สภ.โคกขาม" ต้องเป็นแม่งานเกาะติดพื้นที่ ห้ามปล่อยให้มิจฉาชีพสร้างรังในชุมชน
พลังท้องถิ่น: ฝ่ายปกครองในพื้นที่ประกาศกร้าว พร้อมเป็น "หูเป็นตา" ชี้เป้าให้เจ้าหน้าที่ลากคอคนทำผิดมาลงโทษ ไม่มีการไว้หน้าใครทั้งสิ้น
สายตาประชาชน: ชาวบ้าน ม.1 และ ม.7 ร่วมฟังการหารืออย่างใกล้ชิด เพราะความปลอดภัยของลูกหลานคือเดิมพันที่แพ้ไม่ได้!


บทสรุปจากข่าว:
การขยับตัวครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนภัยถึง "พวกค้ายา" ว่าพื้นที่พันท้ายนรสิงห์นับจากนี้ "เข้าแล้วไม่ได้ออก...ถ้าคิดจะมาขายยา!"