pearleus

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

‘บิ๊กยอด’ ลุยแจกถุงบำรุงขวัญ 80 ชุด เติมไฟผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตร.บางโทรัด เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่เรื่องอาชญากรรม แต่เป็นเรื่องของ หัวใจ คนทำงาน! เมื่อ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล หรือ บิ๊กยอด ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร แท็กทีมคณะผู้บังคับบัญชา สภ.บางโทรัด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจากส่วนกลาง (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) หอบความห่วงใยลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ลงดาบความเหนื่อยล้าด้วยการมอบ สิ่งของบำรุงขวัญ จำนวน 80 ชุด ให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.บางโทรัด แบบถึงมือ! งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ เพราะนี่คือการอัดฉีด สปิริต และ กำลังใจ ให้กับตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องกรำแดดฝนดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก สะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจนตามสโลแกนเหล็ก เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ทำไมต้อง 80 ชุดที่บางโทรัด นี่ไม่ใช่แค่การแจกของตามพิธีการ แต่มันคือ สาร จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ส่งตรงถึงหน้างาน ว่าผู้ใหญ่ไม่เคยทิ้งคนทำงานในพื้นที่ การที่ บิ๊กยอด นำทัพมามอบด้วยตัวเองยามสายของวันนี้ คือการการันตีว่า ทุกหยาดเหงื่อของตำรวจบางโทรัด มีผู้บังคับบัญชารับรู้และพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนมีแรงไปฟัดกับคนร้ายและรับใช้ประชาชนต่ออย่างเต็มกำลัง! เรียกได้ว่าได้ใจลูกน้องไปเต็มๆ งานนี้ ตร.บางโทรัด พร้อมลุยไฟ หน้าสิ่วหน้าขวานแค่ไหนก็ไม่ถอย! ดูน้อย


เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่เรื่องอาชญากรรม แต่เป็นเรื่องของ "หัวใจ" คนทำงาน! เมื่อ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล หรือ "บิ๊กยอด" ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร แท็กทีมคณะผู้บังคับบัญชา สภ.บางโทรัด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจากส่วนกลาง (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) หอบความห่วงใยลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ลงดาบความเหนื่อยล้าด้วยการมอบ "สิ่งของบำรุงขวัญ" จำนวน 80 ชุด ให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.บางโทรัด แบบถึงมือ!





งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ เพราะนี่คือการอัดฉีด "สปิริต" และ "กำลังใจ" ให้กับตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องกรำแดดฝนดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก สะท้อนวิสัยทัศน์ชัดเจนตามสโลแกนเหล็ก:
"เป็นตำรวจมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน"
ทำไมต้อง 80 ชุดที่บางโทรัด?





นี่ไม่ใช่แค่การแจกของตามพิธีการ แต่มันคือ "สาร" จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ส่งตรงถึงหน้างาน ว่าผู้ใหญ่ไม่เคยทิ้งคนทำงานในพื้นที่ การที่ "บิ๊กยอด" นำทัพมามอบด้วยตัวเองยามสายของวันนี้ คือการการันตีว่า ทุกหยาดเหงื่อของตำรวจบางโทรัด มีผู้บังคับบัญชารับรู้และพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนมีแรงไปฟัดกับคนร้ายและรับใช้ประชาชนต่ออย่างเต็มกำลัง!





เรียกได้ว่าได้ใจลูกน้องไปเต็มๆ งานนี้ ตร.บางโทรัด พร้อมลุยไฟ หน้าสิ่วหน้าขวานแค่ไหนก็ไม่ถอย!




สะเทือนพระราม 2! ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งลุย Big Cleaning Day ลั่น! "เคลียร์ตรงนี้เสร็จ ห้ามเลิก" สั่ง อปท. กวาดล้างขยะต่อบ้านตนเองให้เกลี้ยงทุกซอกตึก!

 

เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
บิ๊กอีเวนต์คืนความคลีนให้เมืองมหาชัยเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด! นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สวมหัวใจสิงห์นำทัพลุยจัดระเบียบสังคมและรักษาความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning Day) ปักหมุดแลนด์มาร์กสำคัญริมถนนพระราม 2 หน้าวัดเกตุมดีศรีวราราม
งานนี้บอกเลยว่า "ไม่มีคำว่าผักชีโรยหน้า" เพราะท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสาครโดดลงมาเป็นแม่งานใหญ่ด้วยตัวเอง




พร้อมระดมพล 5 เสือท้องถิ่นจับมือลุยสะแกนพื้นที่ ประกอบด้วย:
• เทศบาลตำบลท่าจีน
• อบต.บางโทรัด
• อบต.บ้านบ่อ
• อบต.บางกระเจ้า
• อบต.กาหลง
จบงานใหญ่ แต่ไม่จบภารกิจ! สั่งการเด็ดขาด "ห้ามหยุดทำ"





ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้คนดูต้องอึ้ง คือหลังจากสะสางขยะและจัดระเบียบพื้นที่หน้าวัดเกตุมดีศรีวรารามจนสะอาดกริบเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ไม่ปล่อยให้กระแสแผ่ว ออกโรง "สั่งการตรงถึง อปท. ทุกแห่ง" ทันที!
"กลับไปแล้ว ห้ามหยุด! ให้ทุก อปท. นำพลังนี้กลับไปกวาดบ้านตัวเอง จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งต่อในพื้นที่รับผิดชอบทันที เพื่อเปลี่ยนสมุทรสาครให้เป็นเมืองน่าอยู่ น่ามอง อย่างแท้จริง!"





นี่คือการขยับตัวครั้งสำคัญของกลไกท้องถิ่นที่ไม่ได้ทำแค่เอาหน้าสร้างภาพ แต่เป็นการสั่งลุยจริง เจ็บจริง สะอาดจริง! งานนี้พี่น้องชาวสมุทรสาครต้องร่วมจับตา... อปท. บ้านท่าน ขยับกวาดบ้านตัวเองตามคำสั่งด่วนของผู้ว่าฯ แล้วหรือยัง?!




เหล่ากาชาดสมุทรสาคร เทงบ 1.8 ล้าน ผ่าวิกฤตความยากจน! กาชาดสมุทรสาครแจกหมัดเด็ด 600 ทุน ชุบชีวิตเด็กเรียนดีแต่ไร้เงิน สกัดวงจรอุบาทว์หลุดระบบศึกษา!


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ลานสาครบุรีแทบแตก เม็ดเงินสะพัด 1.8 ล้านบาท มุ่งตรงสู่กระเป๋านักเรียนยากจน 600 ชีวิต หลังวิกฤตเศรษฐกิจพ่นพิษ ทำผู้ปกครองกระอัก ไม่มีเงินส่งลูกเรียน พ่อเมืองมหาชัยจับมือเหล่ากาชาด ลั่นวาจา "ต้องไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"




ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร (13 ก.ค. 2569) – เมื่อเวลา 10.00 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นั่งแท่นประธานใหญ่นำทัพหัวหน้าส่วนราชการ คณะครู และนักเรียน ร่วมเปิดฉาก "โครงการมอบทุนการศึกษาเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปีงบประมาณ 2569" อย่างดุเดือด ณ ลานสาครบุรี
งานนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรมผักชีโรยหน้า! แต่คือการเจาะลึกแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่แท้จริง
โดย นายบรรพต จันทวงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะเลขานุการเหล่ากาชาดฯ กางตัวเลขแฉความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า ยังมีเด็กและเยาวชนอีกเป็นจำนวนมากที่เรียนดี ความประพฤติเยี่ยม แต่ต้องเผชิญวิกฤตครอบครัวยากจน รายได้ไม่พอดำรงชีพ จนเกือบหมดอนาคตทางการศึกษา!




เจาะตัวเลขเนื้อๆ 1.8 ล้านบาท กระจายสู่อนาคตชาติ:
เหล่ากาชาดสมุทรสาครไม่นิ่งเฉย อัดฉีดเงินสด ทุนละ 3,000 บาท จำนวน 600 ทุน รวมมูลค่ากว่า 1,800,000 บาท กระจายตัวเลขส่งตรงถึงมือเด็กที่ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด ไม่มีระบบเส้นสาย ดังนี้:
สพป.สมุทรสาคร (ประถมศึกษา): ฟันงบไปมากที่สุด 510 ทุน
สพม.เขต 10 (มัธยมศึกษา): คว้าไป 67 ทุน
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.): รับไป 23 ทุน
วัตถุประสงค์ชี้ชัด 3 ข้อตรงประเด็น: ช่วยเหลือเด็กยากจนให้เรียนต่อสูงที่สุด, ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำสร้างโอกาสเท่าเทียม, และหั่นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้ปกครองที่กำลังแบกรับภาระหนักอึ้ง!
พ่อเมืองมหาชัยลั่น! "ได้เงินไปแล้ว ต้องเป็นคนดี"




ทางด้าน นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ได้ส่งสัญญาณเตือนและให้กำลังใจอย่างดุดันถึงนักเรียนทุกคนที่ได้รับทุนว่า เงินจำนวนนี้มาจากหยาดเหงื่อและน้ำใจของทุกภาคส่วนในจังหวัดที่ร่วมบริจาคผ่านงานสาธารณกุศล ดังนั้น เด็กทุกคนต้องตระหนักถึงคุณค่า ตั้งใจเรียนให้สุดตัว ประพฤติตนซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และต้องโตไปเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่เป็นภาระของสังคม
การขับเคลื่อนครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า สมุทรสาครกำลังประกาศสงครามกับความยากจนที่ขัดขวางการศึกษาของเด็ก และเงิน 1.8 ล้านบาทในวันนี้ คืออาวุธชิ้นสำคัญที่จะช่วยต่อลมหายใจให้อนาคตของชาติได้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง!

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

อย่าคิดลองดีกับระบบ! ตร.ทางหลวงมหาชัย กวาดล้าง "พ่วง 18 ล้อ" จอดขวางโลก โดนไป 12 ใบสั่ง!

 

เตือนแล้วไม่ฟังก็ต้องเจอของจริง! เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 (นครปฐม) บก.ทล. หน่วยบริการตำรวจทางหลวงมหาชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถสายตรวจ ออกปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มข้นบนเส้นทางรับผิดชอบ




หลังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ดิ่งตรวจสอบบริเวณ กม.27 ทางคู่ขนานขาเข้า กทม. ถนนพระราม 2 พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และรถบรรทุกขนาดใหญ่ หลายคันมักง่าย! จอดทิ้งในลักษณะกีดขวางการจราจร ไม่สนโลก ไม่สนความเดือดร้อนของผู้ร่วมทาง
ผลงานเฉียบขาด! เจ้าหน้าที่จัดหนักออกใบสั่งสถานเบาไปทั้งหมด 12 รายรวด ในข้อหา "จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร" ซึ่งมีอัตราโทษปรับเป็นพินัยตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท (ค่าปรับเป็นพินัยที่ต้องชำระ 500 บาท)





ฝากถึงสิงห์รถบรรทุกและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน: "อย่าคิดมาเล่นกับระบบ!" ตำรวจทางหลวงมหาชัยเอาจริง กวดขันเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ใครที่ชอบจอดแช่ จอดขวาง จนคนอื่นเดือดร้อน เตรียมตัวรอรับใบสั่งถึงหน้าบ้านได้เลย!