pearleus

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ทัพผู้สูงอายุบุกแน่นอาคารอเนกประสงค์ "บุญชู-ปลัดสนิท" จัดใหญ่ ขนวิทยากรระดับ ดร. ติวเข้มดึงสติ-สลัดความเหงา วางแผนการเงินสู้ชีวิต!

 ไม่ดูไม่ได้แล้ว! พลังผู้สูงวัยกว่า 700 คนเมืองอ้อมน้อยประกาศศักดา

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 5 มิ.ย. 69 ณ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครอ้อมน้อยแทบแตก เมื่อกลุ่มผู้สูงอายุ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ รวมพลังกันกว่า 700 ชีวิต ตบเท้าเข้าร่วม “กิจกรรมอบรมและศึกษาดูงาน” ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 งานนี้บอกเลยว่า "ไม่ธรรมดา" เพราะเดือดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน มีการระดมทีมตรวจเช็กสุขภาพคัดกรองผู้สูงอายุแบบยิบทุกคน ใส่ใจจนคนในพื้นที่ต้องหันมอง!



งานนี้ "จ่าเอกสนิท ศรีอุ่นศรี" ปลัดเทศบาลนครอ้อมน้อย นำทีมกองสวัสดิการสังคม เดินหน้าชนวิกฤตสังคมสูงวัย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์แบบเจ็บแสบตรงจุดเด่น 3 ข้อหลัก:
1. ดึงสติรับมือความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย-จิตใจ
2. ซัดอาการซึมเศร้า-สลัดความโดดเดี่ยวด้วยการสร้างเครือข่ายสังคม
3. ขยี้รายจ่ายที่ไม่จำเป็น วางแผนทางการเงินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขุดภูมิปัญญามาสร้างรายได้เสริม ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาวัยชรา!



ทางด้าน "นายกฯ บิ๊ก" บุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย นั่งประธานหัวโต๊ะเปิดงานเอง พร้อมส่งโอวาทฟาดหน้าความจริงลั่นกลองรบว่า “ผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระ แต่คือร่มโพธิ์ร่มไทรและคลังปัญญาของชุมชน!” พร้อมขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.นารีรัตน์ จิตรมนตรี อาจารย์พิเศษสาขาพยาบาลศาสตร์ มสธ. วิทยากรระดับเทพที่ยอมเคลียร์คิวมาเติมอาหารสมอง ยกระดับคนอ้อมน้อยให้ “อยู่ดี กินดี มีฐานะ มีสุขพลานามัยที่แข็งแรง”




จับตาดูให้ดี! การเคลื่อนทัพศึกษาดูงานของกลุ่มผู้สูงอายุอ้อมน้อยรอบนี้ จะนำนวัตกรรมและความรู้จากชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ กลับมาเขย่าและพัฒนาพื้นที่ตำบลอ้อมน้อยให้สะเทือนแค่ไหน...

ตบกระโหลกกระชากปม: "เงินตกเบิกข้ามชาติ" กับ "โพสต์ปริศนา" ที่บางโทรัด!

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าสะเทือนลุ่มน้ำบางโทรัด หลังจากเพจ “ข่าวสาร และของกิน( คนบางโทรัด)” มีมือดีออกมาทิ้งระเบิดโพสต์แซะแรงถึงการทำงานของพนักงานจ้างภารกิจ อบต.บางโทรัด ทำนองว่า “ทำงานกันแบบเสร็จก็ชั่งไม่เสร็จก็ชั่ง ได้ชาตินี้รึได้ชาติหน้า” จนทีมงาน ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ ต้องโดดลงไปขุดคุ้ย


ร้อนถึง นายก อบต.บางโทรัด ต้องรีบส่งข้อความแจงส่วนตัวถึง บก.มานพ เทียนมณี ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการทำงาน แต่เป็นปมคาใจเรื่อง "เงินตกเบิกปี 67-68" ที่กลัวว่าจะได้ช้าเลยไปโพสต์ระบาย (ดังภาพ 1000143845.png)
แต่ขอโทษที... เรื่องนี้ "ชี้ชัดเจาะลึก" มองว่ามันยังมีกลิ่นตุๆ และประชาชนยังมีคำถามที่ต้อง
"ตบกระโหลก" เรียกสติกันหน่อย!
คำถามแรก (ตบกระโหลกแรง เรื่องเงิน): ระบบราชการไทยยุคดิจิทัล 2026 มันล่าช้าขนาดนั้นเลยหรือ? เงินตกเบิกของพนักงานจ้างภารกิจ อบต. ลากยาวข้ามปีตั้งแต่ปี 67, 68 จนทะลุมาถึงปี 69! เงินชาวบ้านเงินคนทำงานนะครับ ไม่ใช่เงินทอดกฐิน ทำไมต้องให้รอนานขนาดนี้? ระบบสะดุดหรือคนทำเอกสารสะดุด? ตอบให้ชัด!
คำถามที่สอง (ตบกระโหลกคนโพสต์): เก่งแต่หน้าจอหรือเปล่า? ตอนโพสต์ด่าในเพจท้องถิ่นน่ะเสียงดังฟังชัด แต่พอสื่อหลักอย่าง
"ชี้ชัดเจาะลึก" เปิดพื้นที่ให้ชี้แจง ส่งข้อโต้แย้ง หรือเข้ามาคุยกันตรงๆ ไฉนถึงทำตัวเป็น "นินจา" เงียบกริบ ไม่อ่าน ไม่ตอบ กลัวอะไรอยู่หรือครับ?
คำถามสุดท้าย (สะกิดใจคนเบื้องหลัง): โพสต์ระบายเพราะ "เดือดร้อนจริง" หรือมี "มือมืด" คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง? คิดเอง โพสต์เอง หรือมีใครป้อนข้อมูลให้ทำเพื่อความดังส่วนตัว? หรือแท้จริงแล้วมันคือเรื่อง "แค้นฝังหุ่นส่วนตัว" แต่เอาเรื่องงานบังหน้า?
"ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ไม่ได้ปรักปรำใคร
เราทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทน
ความสงสัยของประชาชน เงินหลวงต้องโปร่งใส ความอัดอั้นของคนทำงานต้องได้รับการแก้ไข และที่สำคัญ... ถ้าจะกล้าโพสต์
กล้าชน ขนาดนี้ ก็ต้องกล้าพอที่จะบอกความจริงกับสังคมด้วย ไม่ใช่ทิ้งระเบิดแล้ววิ่งหนีเข้ากลีบเมฆ!
เกาะติดความคืบหน้า ที่นี่ ที่เดียว "ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ลงลึก ทุกประเด็น!

ปมร้อนอบต.บางโทรัดเริ่มคลี่! นายก อบต.บางโทรัด ชี้แจงแล้ว หลังโพสต์ปริศนาว่อนโซเชียล ชี้ไม่เกี่ยวการทำงาน แต่เป็นเรื่อง “เงินตกเบิก”

 

จากกรณีที่เพจชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์นำเสนอข่าว “ว้ายแล้วไง! โพสต์ปริศนาสะเทือนบางโทรัด ชาวเน็ตตั้งคำถาม พนักงานจ้าง อบต.บางโทรัด ทำงานแบบนี้ได้ด้วยหรือ?” จนกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและรอฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น
ล่าสุด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด ได้ส่งข้อความชี้แจงมายัง มานพ เทียนมณี บรรณาธิการชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานของพนักงานจ้างภารกิจแต่อย่างใด
เบื้องต้นเป็นกรณีเกี่ยวกับ เงินตกเบิกย้อนหลัง ปี 2567–2568 ของพนักงานจ้างภารกิจ ซึ่งมีขั้นตอนตรวจสอบรายละเอียดจำนวนเงินอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเงินตกเบิกสะสมหลายปี มีมูลค่าหลายหมื่นบาท จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
นายก อบต.บางโทรัด ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาจเป็นไปได้ว่าผู้มีสิทธิได้รับเงินตกเบิกได้นำเรื่องไปเล่าให้คนในครอบครัวฟัง และเกิดความกังวลว่าจะได้รับเงินล่าช้า จนนำไปสู่การโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทำงานหรือการละเลยหน้าที่ของพนักงานตามที่ถูกตั้งข้อสังเกตในโลกออนไลน์


งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของยุคที่ข้อมูลวิ่งเร็วกว่าความจริง เพราะเพียงไม่กี่บรรทัดบนโลกออนไลน์ ก็สามารถสร้างข้อสงสัยให้สังคมได้ในวงกว้าง
ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ขอให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีคำชี้แจงก็ต้องนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้บริหารชี้แจง เรื่องนี้อาจไม่ใช่ปัญหาประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นเรื่องของขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของราชการและผู้มีสิทธิรับเงิน
บทเรียนสำคัญคือ ก่อนด่วนตัดสินใครจากโพสต์ไม่กี่บรรทัด ควรรอฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายให้ครบถ้วน เพราะความจริงมีมากกว่าที่เห็นบนหน้าจอเสมอ
หมายเหตุ : ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำชี้แจงจากผู้บริหาร อบต.บางโทรัด ต่อสื่อชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ ข้อเท็จจริงในส่วนอื่น ๆ หากมีเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ยินดีนำเสนออย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย

ท้องถิ่นไม่ทิ้งกัน! เมื่อคนทำงานเพื่อประชาชนล้มป่วย เพื่อนร่วมอุดมการณ์รีบส่งกำลังใจถึงเตียงคนไข้

 

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 บรรยากาศแห่งมิตรภาพและความห่วงใยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เมื่อ นายทนงศักดิ์ ธีรรังสี เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ นายสมคิด สังข์ทองงาม ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระเจ้า ภายหลังเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าและอยู่ระหว่างพักฟื้นรักษาตัว



แม้ในวันที่ร่างกายอ่อนแรง แต่กำลังใจจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ยังคงหลั่งไหลไม่ขาดสาย สะท้อนภาพคนทำงานท้องถิ่นที่ไม่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเฉพาะเวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ทอดทิ้งกันในวันที่ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพ
นายทนงศักดิ์ได้อวยพรให้ นายสมคิด หายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อร่วมพัฒนาท้องถิ่น ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบางกระเจ้า ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขต่อไป
คนทำงานเพื่อประชาชน อาจเหนื่อยได้ เจ็บป่วยได้ แต่กำลังใจจากเพื่อนร่วมทาง คือพลังสำคัญที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เพื่อบ้านเมืองและประชาชนที่รออยู่ข้างหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กลางทะเลไม่มีหมอ! ศรชล.สมุทรสาคร เปิดคอร์ส “ปฐมพยาบาลคนประจำเรือ” ติดอาวุธความรู้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝัน


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569
ณ .OK HORSE. จังหวัดสมุทรสาคร ซอย โรงแรมพาราไดซ์. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสมุทรสาคร (ศรชล.จว.สค.) จัดอบรม “การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนประจำเรือ” เพื่อยกระดับความรู้ด้านการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรับมือเหตุฉุกเฉินในทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การเข้าถึงแพทย์และสถานพยาบาลทำได้ยาก โดยมีทีมงาน วิทยากร การสอนการกู้ชีพเบื้องต้น มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และทีมงานวิทยากรจาก โรงพยาบาลสมุทรสาคร มาเป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้





ทั้งยังได้รับเกียรติจาก
น.อ.ณัฏฐกฤติ บุญปาลิต รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและภาคประมงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย
นายมนตรี หามนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8
พ.จ.ต.พิระ โชคบุญเจริญ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร
พ.ต.ท.ทัพพงศ์ เทพไชย สารวัตรสถานีตำรวจน้ำจังหวัดสมุทรสาคร
นายยุทธภูมิ สุวรรอาชา ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 5 สมุทรสาคร
นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร
ผู้ประกอบการประมง เจ้าของเรือ และคนประจำเรือในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร




ด้าน ร.ท.พรสวรรค์ พึงพร เจ้าหน้าที่ยุทธการและการข่าว ศรชล.จว.สค. ทำหน้าที่พิธีกร พร้อมบรรยายภารกิจของหน่วยงานและประชาสัมพันธ์การแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทางทะเลผ่าน สายด่วน ศรชล. 1465 ตลอด 24 ชั่วโมง
น.อ.ณัฏฐกฤติ บุญปาลิต กล่าวว่า การทำงานบนเรือเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงและอยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจึงเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยชีวิต ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ และบรรเทาความสูญเสียก่อนที่ผู้ประสบเหตุจะได้รับการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์





อุบัติเหตุกลางทะเลไม่เคยส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่ความรู้เพียงไม่กี่นาทีอาจเปลี่ยนจาก “ความสูญเสีย” ให้กลายเป็น “โอกาสรอดชีวิต” ได้ ศรชล.สมุทรสาครจึงไม่ได้สอนแค่การปฐมพยาบาล แต่กำลังสร้างเครือข่ายคนทะเลให้เป็นผู้ช่วยชีวิตคนทะเลด้วยกันเอง ก่อนที่ความช่วยเหลือจากฝั่งจะเดินทางมาถึง.
จำไว้ให้ดี: มีสติ มีทักษะ รอดชีวิต... สายด่วน ศรชล. 1465 เบอร์นี้เปลี่ยนความเป็นความตาย!

พลิกโฉม "ริมคลองสี่วาฯ" ขรก.นาดี ยกรวมพลกวาดล้างขยะรับวันมหามงคล!

สมุทรสาครแตกตื่น! ไม่ใช่เรื่องดราม่า แต่เป็นภาพชุดใหญ่ไฟกะพริบที่ทำเอาชาวเน็ตต้องกดไลก์รัว ๆ เมื่อพื้นที่ริมคลองสี่วาพาสวัสดิ์ที่เคยระกะตา ถูกปัดกวาดเช็ดถูจนเนี๊ยบกริบภายในพริบตา!

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569
นางสาวจุไรวรรณ เผือกเล็ก นายกเทศมนตรีตำบลนาดี ไม่ยอมนั่งสวมสูทอยู่ในห้องแอร์ นำทัพคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และพนักงานแบบยกค่าย ขนอุปกรณ์ลงพื้นที่ลานปูนวัดบางปิ้ง
งานนี้ไม่ได้มาเดินสายถ่ายภาพเช็กอินขำ ๆ แต่เป็นการ "ลุยจริง เจ็บจริง" ทั้งกวาดถนน กำจัดวัชพืชที่รกเรื้อ และเก็บขยะสะสมริมคลองสี่วาพาสวัสดิ์จนเกลี้ยงตาทุกตารางนิ้ว





ทำไมต้องดุเดือดขนาดนี้?
เพราะนี่คือการรวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ครั้งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดาฯ 3 มิถุนายน 2569
สะท้อนให้เห็นว่า "ผู้นำ" ยุคใหม่เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เน้นสั่งการบนหอคอยงาช้าง แต่เน้น "ทำให้ออกสื่อและใช้งานได้จริง" การพลิกฟื้นภูมิทัศน์รอบวัดบางปิ้งครั้งนี้ ถือเป็นการตบหน้าพวกที่ชอบทิ้งขยะไม่เป็นที่แบบเจ็บแสบ! เพราะถ้าข้าราชการลงแรงกันขนาดนี้แล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่ช่วยกันรักษาความสะอาด ต่อไปคงไม่มีข้ออ้างใด ๆ ให้แก้ตัวอีก!





สั้น ๆ ง่าย ๆ: "ทำดีต้องชม จุดไหนจมต้องขยี้" รอบนี้เทศบาลตำบลนาดีเอาใจไปเต็ม ๆ !