pearleus

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569

70 ปี “เจ้เล็ก กล่ำปลาเค็ม” เปิดโรงงานแจกข้าวสารกว่าหมื่นโล! คนยากไร้หลั่งไหลรับน้ำใจกลางแดดร้อน

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่โรงงานกล่ำปลาเค็ม จ.สมุทรสาคร นางฐิติกร ลิ้มธนสาร หรือ “เจ้เล็ก กล่ำปลาเค็ม” ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ได้จัดกิจกรรมทำบุญวันเกิดครบรอบ 70 ปี ด้วยการแจกข้าวกล่องให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและประชาชนที่เดือดร้อน




ต่อมาเวลา 11.00 น. ได้มีการแจกข้าวสารคนละ 5 กิโลกรัม พร้อมน้ำตาลทรายขาว รวมข้าวสารที่นำมาแจกกว่า 10,000 กิโลกรัม ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมารับสิ่งของ แม้อากาศร้อนจัด แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น
งานนี้ไม่ใช่แค่งานวันเกิดธรรมดา แต่คือภาพของ “การให้” ที่จับต้องได้ คนมีน้ำใจเปิดโรงงานแบ่งปัน คนเดือดร้อนได้อิ่มท้อง สะท้อนพลังบุญที่ไม่ต้องพูดดัง แต่ดังไปถึงหัวใจคนรับ




ภายในงานมีนายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และนายภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ เลขาฯ พรรคประชาธิปัตย์ จ.สมุทรสาคร เข้าร่วมกิจกรรมบุญในครั้งนี้ด้วย

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ชาวบ้านแพ้วหลั่งไหล "ศาลาพิพัฒน์สาครธรรม" พลังศรัทธาน้อมจิตอุทิศถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ คืนที่ 3 ภาพประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก

 

เมื่อค่ำคืนวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ณ ศาลาพิพัฒน์สาครธรรม วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อำเภอบ้านแพ้ว เมืองมหาชัย เกิดปรากฏการณ์หลั่งไหลของคลื่นมหาชนและข้าราชการทุกภาคส่วน ที่พร้อมใจกันตบเท้าเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์และสวดพระอภิธรรม ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นคืนที่ 3 อย่างเนืองแน่น



คนสำคัญขับเคลื่อนพิธีหลวง:
งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "สมพระเกียรติและทรงพลัง" โดยมี พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร นั่งแท่นเป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์-สามเณรประกอบพิธีอย่างเข้มขลัง ขณะที่ฝ่ายฆราวาส
นำโดย นายเทพรัตน์ ศรีนิเวศน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพ้ว เป็นประธานในพิธี ไม่ว่าจะเป็นปลัดอำเภอ, หัวหน้าส่วนราชการ, ทีมงานเทศบาลตำบลบ้านแพ้ว, อบต.หลักสาม รวมถึงแกนนำท้องถิ่นอย่าง กำนัน, สารวัตรกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จับมือประชาชนในพื้นที่ แสดงพลังความสามัคคีชนิดที่ไม่มีใครยอมอยู่เฉย



ภายในพิธีปกคลุมไปด้วยความสงบ นิ่ง และเปี่ยมไปด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ทุกสายตาและทุกหัวใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในจังหวะน้อมจิตอธิษฐาน เพื่อถวายพระกุศลและแสดงความอาลัย ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
นี่คือข้อพิสูจน์ที่ชี้ชัดแล้วว่า "หัวใจของชาวบ้านแพ้ว" ยังคงรักและเทิดทูนสถาบันอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย!

“ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร” ลุยตรวจเส้นทางชีวิต 2 เยาวชนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. อนาคตชาติที่ห้ามทิ้งไว้ข้างหลัง!

 

! บ่ายโมงตรงวันนี้ (15 มิ.ย. 2569) นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำทัพคณะกรรมการชุดใหญ่ ลุยตรวจเยี่ยมบ้านพักนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. แบบเกาะติดสถานการณ์จริง 2 รายรวด! ไม่ใช่แค่การตรวจตามหน้าที่ แต่คือการ "เจาะลึก" ถึงก้นบึ้งความเดือดร้อน ทั้งเรื่องเงินทุน สภาพความเป็นอยู่ และกำแพงปัญหาการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่เด็กๆ ต้องเผชิญ




เปิดวาร์ป 2 เพชรเม็ดงามเมืองมหาชัยที่น่าจับตามอง:
นายศุภกร ทองเต็ม (ม.5 โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย): เด็กสร้างจากโรงเรียนวัดเจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว ทุน ม.ท.ศ. รุ่น 17
นางสาวพรปวีณ์ งามญาติ (ม.6 โรงเรียนกระทุ่มแบน “วิเศษสมุทคุณ”): ทุน ม.ท.ศ. รุ่น 16 ที่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย




ทำไมต้องตะลึง? ทุน ม.ท.ศ. นี้ไม่ใช่ทุนธรรมดา แต่เป็นทุนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2552 เพื่อคัด "ช้างเผือก" ที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดโอกาส ให้ได้เรียนยาวจนจบปริญญาตรี
การขยับทัพของผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า "เยาวชนไทยที่มีศักยภาพ ต้องไม่ถูกจำกัดด้วยความยากจน" งานนี้คณะกรรมการไม่ได้มามือเปล่า แต่หอบเครื่องอุปโภคบริโภคมาอัดฉีดเป็นกำลังใจ พร้อมกางแผนอุ้มชูส่งต่อให้ถึงฝั่งฝันระดับอุดมศึกษา เพื่อให้เด็กๆ กลับมาพัฒนาท้องถิ่นสมุทรสาครในอนาคต!


วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ด่วน! ผู้ว่าฯ นำทัพทลายคลองเน่าสมุทรสาคร กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง-พบคราบลึกลับ ขู่ลั่นจับได้สั่งปิดโรงงานทันที!

 ชาวบ้านสุดทนร้องเรียนปัญหาน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นวินาศสันตะโร ล่าสุด

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไม่นิ่งนอนใจ แท็กทีมปลัดจังหวัด, อุตสาหกรรมจังหวัด, นายกเทศมนตรีตำบลนาดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสภาพจริงบริเวณ คลองเจ็ดศอก (ต.นาดี) และ คลองเอกชัย ริมถนนพระราม 2 (ต.คอกกระบือ)
ตะลึง! สภาพคลองวิกฤต คราบแดง-น้ำมันลอยฟ่อง
จากการเจาะลึกพื้นที่จริง ทำเอาคณะตรวจสอบถึงกับอึ้ง! เพราะสภาพน้ำในคลองกลายเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงแสบจมูก ยิ่งไปกว่านั้นยังพบ "คราบน้ำมันและคราบน้ำสีแดงปริศนา" ลอยว่อนอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง
เปิดโผ 18 โรงงานต้องสงสัยในพิกัดพาดผ่าน
จากการตรวจสอบฐานข้อมูล พบว่าในพิกัดที่เป็นปัญหามีสถานประกอบการตั้งอยู่หนาแน่น:
ช่วงคลองเจ็ดศอก: มีโรงงานขนาบข้างถึง 14 แห่ง (ทั้งโรงงานพลาสติก, ห้องเย็น, ชุบสี/พ่นสี, เวชภัณฑ์ และโลหะ)
ช่วงคลองเอกชัย: มีโรงงานตั้งอยู่อีก 4 แห่ง
อนึ่ง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงยังไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่าความเสียหายนี้เกิดจากโรงงานใดเป็นพิเศษ
ไม้แข็งผู้ว่าฯ: สั่งสุ่มตรวจทุกเดือน + ติดวงจรปิดดักจับพวกมักง่าย!
งานนี้ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร สั่งการเฉียบขาด ไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล:
1. สั่งอุตสาหกรรมจังหวัดจับมือเทศบาลตำบลนาดี: ลุยสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดทุกเดือน
2. สั่งติดกล้อง CCTV: ให้เทศบาลตำบลนาดีอัดงบตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยง ดักจับพวกแอบลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือแอบขนกากสารเคมีมาเททิ้งลงคลอง
ลั่นวาจาสิทธิ์! จังหวัดสมุทรสาครย้ำชัด จะเกาะติดเรื่องนี้จนกว่าจะเจอตัวต้นเหตุ หากผลตรวจพิสูจน์หลักฐานโยงไปถึงโรงงานไหน ว่าเป็นต้นตอทำน้ำเน่า ไม่มีละเว้น! สั่งปรับปรุงทันที ดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด และพร้อมใช้ยาแรง "สั่งปิดโรงงาน" ทันที!

ผู้ว่าฯ สั่งการเฉียบขาด เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยานรกซุกผ้าเหลือง หลังชาวบ้านทนไม่ไหวร้องเรียน มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเกาะกินเยียวยาใจในสถานปฏิบัติธรรม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมทีมรองผู้ว่าฯ และปลัดจังหวัด ส่งไม้ต่อให้ฝ่ายปกครองกลุ่มงานความมั่นคง นำโดย เรือตรี นิติพัฒน์ ซื่อดี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดฯ จับมือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ และ กอ.รมน. นำกำลัง อส. บุกเข้าตรวจสอบ วัดปัจจันตาราม หมู่ 6 ต.นาโคก แบบไม่ให้ตั้งตัว!



ผลตรวจสุดสลด:
พระสงฆ์: ตรวจปัสสาวะ 14 รูป พบสารเสพติด (ฉี่ม่วง) 3 รูป! จับลาสิกขาทันที ก่อนส่งตัวเข้ากระบวนการบำบัด
เด็กวัด/คนงาน: ตรวจ 3 ราย ม่วงครบ 3 ราย! คุมตัวส่งบำบัดตามระเบียบ. เจาะลึกขยายผล: ตัวการอยู่ไม่ไกล!
งานนี้เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยผ่าน เค้นสอบอดีตพระจนยอมเปิดปาก สารภาพสิ้นสายส่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "ช่างซ่อมอาคาร" ที่แฝงตัวเข้ามาทำงานในวัด!




กำลังชุดจับกุมพุ่งเป้าตรวจค้นอาคารริมน้ำ ชั้น 2 ทันที และเป็นไปตามคาด! ตะครุบตัวช่างแสบ พร้อมของกลางยาบ้า 16 เม็ด และอุปกรณ์การเสพ ซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำบทสรุปปฏิบัติการ:
ผู้เสพ: 5 ราย (อดีตพระ 3, เด็กวัด/คนงาน 2) เข้าสู่กระบวนการบำบัด
ผู้ค้า: 1 ราย (ช่างซ่อมอาคาร) โดนข้อหาหนัก "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)"
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทำบันทึกจับกุม ณ ศาลากลางจังหวัด ก่อนส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.บางโทรัด ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด! มารศาสนาต้องไม่มีที่ยืน!
ขอบคุณภาพ/ข้อมูล: ฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

! สถิตในใจไทยนิรันดร์... น้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา" เจ้าหญิงผู้ทรงงานเพื่อปวงชน

ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ (12 มิถุนายน 2569)

หากจะเอ่ยถึงพระราชวงศ์ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และสถิตอยู่ในใจของประชาชนชาวไทยอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย ภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ย่อมเป็นภาพที่กระจ่างชัดในใจของทุกคน
หนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก และชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ พาย้อนเจาะลึกถึงพระกรณียกิจอันเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็น "เจ้าหญิงในใจประชาชน"


ตราบนิรันดร์ เจาะลึกพระกรณียกิจ: ผู้ทรงชุบชีวิตและมอบโอกาส
พระองค์ไม่เพียงแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศอันสูงส่ง แต่ทรงใช้พระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย
(ด็อกเตอร์กฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล)
มาขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการที่ทั่วโลกต่างยกย่อง อาทิ:
โครงการกำลังใจ (Inspire): ทรงประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขัง ทรงเน้นย้ำเรื่องการให้โอกาสและการกลับตัวสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ
แนวปฏิบัติสหประชาชาติ (The Bangkok Rules): พระปรีชาสามารถที่ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานสากลเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ต้องขังหญิงในระดับโลก
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย: ทรงเป็นแกนหลักในการบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศอย่างทันท่วงทีในทุกวิกฤต



สถิตในใจตราบนิรันดร์
ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามและพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยไม่แบ่งแยก ทำให้ทุกรอยพระบาทที่ทรงดำเนินไปเพื่อดับทุกข์บำรุงสุข กลายเป็นความทรงจำที่ฝังลึกในหัวใจของคนไทยทุกคน
เนื่องในโอกาสนี้ คณะผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก และชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ พร้อมด้วยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเสมอมา



สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพันอันหาที่สุดมิได้
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ข้าพระพุทธเจ้า คณะ ผู้จัดทำหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก และชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์