pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จะต้องตายรายวันรึไง! คนไทยแผ่นดินเดียวกันแท้ๆ


ไฟใต้ยังระอุไม่หยุด คนร้ายเหิมหนัก ซุ่มยิงอดีตทหารเรือดับกลางสวนมะพร้าวที่ปัตตานี ทิ้งร่าง “พันจ่าเอกเสริม สีแดง” วัย 63 ปี นอนจมกองเลือด ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่า “ชีวิตคนบริสุทธิ์ยังต้องเสี่ยงตายทุกวัน”
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ภายในสวนมะพร้าว บ้านโคกนิบง หมู่ 1 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน 4408 รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนซุ่มยิงอดีตเจ้าหน้าที่ทหารเรือเสียชีวิตคาที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า “พันจ่าเอกเสริม สีแดง” เดินทางเข้าไปรับซื้อมะพร้าวภายในสวน ก่อนถูกคนร้ายที่แอบซุ่มอยู่เปิดฉากยิงอย่างโหดเหี้ยม แล้วอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และกองพิสูจน์หลักฐาน เร่งปิดล้อมพื้นที่ ตรวจหาปลอกกระสุนและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งบาดแผลของชายแดนใต้ ที่ประชาชนยังต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดผวา และตั้งคำถามว่า…เมื่อไหร่ความรุนแรงจะสิ้นสุดเสียที

เกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล! คนร้ายเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ สันติวิธีถูกปฏิเสธ บีบเจ้าหน้าที่ต้องปิดเกมรุกคุมพื้นที่กาบัง


ยะลาเดือด! เมื่อแนวทางสันติวิธีถูกตอบแทนด้วยเสียงปืน หลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมาย ณ บ้านลูโบ๊ะปันยัง ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา พยายามส่งตัวแทนทั้งผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นเข้าเจรจาอย่างประนีประนอม เปิดโอกาสให้มอบตัวสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม


แต่ฝ่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงกลับเลือกทางตัน ปฏิเสธความหวังดีแล้วเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน บีบให้ฝ่ายความมั่นคงต้องปฏิบัติตามยุทธวิธีขั้นเด็ดขาดเพื่อควบคุมสถานการณ์และปกป้องชีวิตบริสุทธิ์
เจาะลึกความจริง: การลั่นไกใส่เจ้าหน้าที่หลังผ่านการเจรจา คือหลักฐานชัดเจนว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจงใจละทิ้งโอกาสสุดท้าย และเลือกที่จะใช้ความรุนแรงทำลายความสงบสุขของพื้นที่เอง



ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรึงกำลังคุมพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยืนยันเดินหน้าใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น ใครพบเห็นสิ่งผิดปกติ แจ้งสายด่วน 1341 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง!

“สะพานมหาชัยใกล้ได้หายสะเทือน!”

สภาเทศบาลนครสมุทรสาคร ไฟเขียวงบ 5.6 ล้าน ลุยยกเครื่องผิวจราจรสะพานข้ามคลองมหาชัย หลังชาวบ้านบ่นกันสนั่นทั้งเมือง “หลุม-รอยแตก-ผิวถนนพัง” ใช้งานทุกวันเหมือนเสี่ยงดวงบนถนน!

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2569 ที่มี นายวิศิษฐ์ ลิ้มธนสาร ประธานสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พร้อมด้วย นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



ไฮไลต์เดือดของการประชุมครั้งนี้ คือการอนุมัติใช้เงินสะสมจำนวน 5,603,000 บาท เพื่อปรับปรุงผิวจราจรสะพานข้ามคลองมหาชัย ทั้งปูแอสฟัลท์ใหม่ ตีเส้นจราจร ซ่อมราวสะพาน และทาสีทางเท้าทั้งสองฝั่ง หลังสะพานเส้นเลือดหลักของคนมหาชัยเริ่มทรุดโทรมหนัก จนกลายเป็นเสียงบ่นรายวันของประชาชนที่ต้องใช้สัญจรจำนวนมาก



แม้โครงการดังกล่าวจะไม่ได้ตั้งงบไว้ในปีงบประมาณ 2569 แต่สภาเทศบาลนครสมุทรสาคร มองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง จึงยกมืออนุมัติผ่านฉลุย “เอกฉันท์” ไม่มีเสียงค้าน
อีกหนึ่งประเด็นร้อนในห้องประชุม คือการเลือกรองประธานสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร คนใหม่ หลัง นายศุภฤกษ์ กะนีทะ ยื่นลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เก้าอี้ว่างลง ก่อนที่ประชุมจะเสนอชื่อ นายวสันต์
ชาพิลา สมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรสาคร ขึ้นนั่งตำแหน่งแทน และ
สมาชิกสภาฯ ยกมือเห็นชอบแบบเอกฉันท์ เตรียมส่งรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงนามแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป


งานนี้ชาวมหาชัยคงต้องจับตา…งบผ่านแล้ว ต่อไปเหลือแค่ว่า “จะทำเร็ว ทำจริง และทำถึง” หรือไม่ เพราะถนนดีไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือความปลอดภัยของคนทั้งเมือง!

อบจ.สมุทรสาครจัดกิจกรรมอบรม "การทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ณ อาหารแลิมพระภัยรติ ๘๐ พรรษา ตำบลลองจะเดื่อ อ้าเกอกระทุ่นแบบ จังหวังหวัดทราหาสาหรรราร นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอบรมอบรม "การทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และ ผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรม


นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร
ในนามของผู้จัดกิจกรรมและผู้เข้าอบรมฯ ได้กล่าวรายงานว่า"การทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดสมุทรสาคร" ในวันนี้
กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในจังหวัด ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครได้มอบหมายหน้าที่ภารกิจ
รับผิดชอบ. ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการจัดฝึกอบรมการจัดทำดอกไม้จันทน์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการเพื่อเป็น วิทยากรถ่ายทอดความรู้ต่อให้กับจิตอาสาในการจัดทำดอกไม้จันทน์ จำนวน 370,0,00 ดอกสำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นการแสดงถึงความจงรักสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง



องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้จัดกิจกรรมอบรม "การทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดสมุทรสาคร" ขึ้นในวันนี้
โดยกลุ่มเป้าหมายในการฝึกอบรม ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
หน่วยงานราชการในจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 210 คน
ผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรสาคร กล่าว ว่า
จากการที่ได้รับฟังคำกล่าวรายงาน ทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรม ที่มุ่งเน้นการวมพลังความจงรักภักภักดี ความัคดี
และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอัณอันหาที่สุดมิได้ ของปวงชนชาวไทยที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยความตั้งใจ และประณีตของทุกท่านในวันนี้ จากจะเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาร่วมไว้อาลัยแล้ว ยังถือเป็นเครื่องสะท้อนถึงความจงรักภักดี และเป็นตัวตน แห่งจิตใจอันบริสุทธิ์ของพวกเราทุกคน ขอให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านตั้งใจศึกษา และฝึกฝนการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จากวิทยากร เพื่อให้สามารถนำความรู้นี้ไปถ่ายทอดขยายผล และร่วมกับกับจัดทำดอกไม้ให้สมพระเกียรติ
ขอให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จดังที่คาดหวังไว้ทุกประการ

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เกียรติยศคนทำงาน! 100 ข้าราชการสมุทรสาคร คว้า “สายสะพาย” รางวัลชีวิตที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย!

สมุทรสาครเดือดระอุด้วยกลิ่นอายความสำเร็จ! ลานสาครบุรีแทบแตก

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
ที่ผ่านมา หลัง “นายอำนาจ เจริญศรี” พ่อเมืองสมุทรสาคร นำทัพจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



งานนี้ไม่ใช่แค่พิธีการธรรมดา แต่มันคือ "วันพิพากษาความทุ่มเท" ของคนในเครื่องแบบ!
เปิดตัวเลข "100 ราย" เนื้อ ๆ เน้น ๆ ใครคือตัวจริง?
นี่คือรางวัลขั้นสุดยอดของข้าราชการไทย ที่ไม่ได้แจกกันง่าย ๆ ถ้าไม่ "อึด ถึก ทน" และอุทิศตนเพื่อประชาชนจริง ๆ ไม่มีสิทธิ์ได้เฉียด! โดยยอดรวมผู้ได้รับเกียรติยศสูงสุดในครั้งนี้มีทั้งหมด 100 ราย



แบ่งเป็น:
ปี 2567: ข้าราชการน้ำดีจากกระทรวงสาธารณสุข คว้าชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ไปครอง 16 ราย
ปี 2568: ข้าราชการมหาดไทยและสาธารณสุขแท็กทีมกวาดรางวัลใหญ่รวม 84 ราย
ระดับท็อปฟอร์ม: ชั้นมหาวชิรมงกุฎ 1 ราย
ชั้นสายสะพายแถวหน้า: ประถมาภรณ์ช้างเผือก 4 ราย
ชั้นเกียรติยศ: ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 79 ราย
เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย ไม่ใช่เครื่องประดับเสื้อผ้า แต่มันคือ "รอยตรา" ของหยาดเหงื่อและความวิริยะอุตสาหะที่แลกมาด้วยการทำงานหนักเพื่อประเทศชาติและชาวสมุทรสาคร



พิธีจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ท่ามกลางความจงรักภักดีที่เต็มเปี่ยม... นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกหน้าพวกชอบนินทาว่าข้าราชการเช้าชามเย็นชาม เพราะ 100 ชีวิตในวันนี้ คือ "ตัวจริง" ที่พิสูจน์แล้วว่า ความดีและความทุ่มเท... มีรางวัลที่ประเมินค่าไม่ได้รออยู่เสมอ!
ยินดีด้วยกับทุกครอบครัว และทุกหน่วยงานต้นสังกัด... พวกคุณคู่ควรกับเกียรติยศนี้!
เจาะลึก ตรงประเด็น ไม่มีอ้อมค้อม — สำนักข่าวชึ้ชัดเจาะลึกออนไลน์สมุทรสาครสุดเดือด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ศรชล. สมุทรสาคร นำทัพบิ๊กระดับจังหวัดพร้อมระดมพลกว่า 300 ชีวิตกู้ชีพสิ่งแวดล้อม คลีนนิ่งกู้ชายฝั่ง! เคลียร์ขยะทะเลมหาชัย ปลุกจิตสำนึกคนกรุง-คนท้องถิ่น หยุดมักง่ายก่อนสิ้นชาติทางทะเล


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดสมุทรสาคร นำทีมระดับบิ๊ก ทั้ง
พ.อ.พีรภาส บัวเจริญ รอง ผอ.รมน. จังหวัดสมุทรสาคร
อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร
พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และ
พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม พ.ต.ท.ทัตพงศ์ เทพไชย สารวัตรตำรวจน้ำสมุทรสาคร แท็กทีมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน และประชาชนกว่า 300 ชีวิต





ลุยสลัดสูทถกแขนเสื้อก้มเก็บขยะใน "กิจกรรมเก็บขยะชายหาด/ชายทะเล เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569"
งานนี้จัดขึ้น ณ พื้นที่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8
โดยมี นายมนตรี หามนตรี หัวหน้าสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สนับสนุนพื้นทึ่
มี นาวาเอก ณัฏฐกฤติ บุญปาลิต
รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสมุทรสาคร เป็นแม่งานใหญ่ ผู้ขับเคลื่อน
การระดมพลครั้งนี้ไม่ใช่งานอีเวนต์ผักชีโรยหน้า แต่คือการลุกขึ้นมาสู้กับ "มหันตภัยเงียบ" ที่กำลังกลืนกินเศรษฐกิจและระบบนิเวศของชาติ!





นาวาเอก ณัฏฐกฤติ บุญปาลิต ได้ชี้ชัดถึงวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อที่ฟังแล้วต้องสะดุ้ง:
ขยะทะเลไม่ได้งอกเอง แต่มาจาก "มือคน"
สนองพระดำริและสืบสานพระปณิธาน: เพื่อขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อย่างยั่งยืน
ผ่าทางตันวิกฤตเศรษฐกิจ: ขยะทะเลกำลังเป็นตัวจี้ดที่ทำลายภาคการท่องเที่ยว และบดขยี้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศจนยับเยิน




ตบหน้าความละเลย: ปลุกทุกภาคส่วนให้ตื่นจากความเฉยชา หันมาตระหนักว่าขยะทุกชิ้นที่ถูกทิ้งอย่างมักง่าย กำลังย้อนกลับมาทำลายคุณภาพชีวิต ปากท้อง และระบบเศรษฐกิจของประชาชนเอง!
การที่หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลอย่าง ศรชล. ต้องระดมกำลังพลและเยาวชนมาเดินก้มเก็บขยะ สะท้อนให้เห็นว่า "จิตสำนึก" ของคนในสังคมเข้าขั้นวิกฤต ขยะบนชายหาดไม่ได้ลอยมาจากไหน แต่มันมาจากความมักง่ายของมนุษย์ที่ทิ้งทวนไว้จนธรรมชาติรับไม่ไหว