pearleus

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

กระทุ่มแบนเอาจริง! ผกก.ต้น เรียกถกร้านของเก่า สกัดทรัพย์โจรหลุดเข้าตลาด! ย้ำตรวจคนขาย–จดหลักฐาน–พบพิรุธแจ้งตำรวจทันที!

 

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจประชุมร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ วางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะการลักทรัพย์และการรับซื้อของโจร



ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ผนึกฝ่ายปกครอง เปิดเกมป้องกันอาชญากรรมจากต้นทาง! ติวเข้มผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า ไม่ให้กลายเป็นช่องทางระบายทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด ชูมาตรการตรวจสอบผู้ขาย บันทึกข้อมูล และสร้างเครือข่ายแจ้งเบาะแสตลอด 24 ชั่วโมง
การประชุมครั้งนี้มี พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ เหล็กกล้า รอง ผกก.(สอบสวน), พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ ภาวภุคะนนท์ สวป., พ.ต.ท.อนุชา ผลอินทร์ สวป.(ชส.) และ พ.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ทองเกิดหลวง สว.สส. สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วย นายจตุนันท์ จอมทับ ปลัดอำเภอกระทุ่มแบน และผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางป้องกันอาชญากรรม

3 มาตรการสำคัญที่ตำรวจเน้นย้ำ
ตรวจคนขายให้ชัด! ตรวจสอบข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่นำทรัพย์สินมาเสนอขาย พร้อมบันทึกข้อมูลและหลักฐานการซื้อขายตามข้อกำหนดของกฎหมาย
ของมีพิรุธต้องระวัง! หากพบทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัย เช่น มีร่องรอยการงัดแงะ หรือมีลักษณะคล้ายทรัพย์สินของทางราชการและสาธารณูปโภค ให้แจ้งตำรวจตรวจสอบ


สร้างเครือข่ายแจ้งข่าวทันที! ประสานข้อมูลผ่านกลุ่มสื่อสารระหว่างตำรวจและผู้ประกอบการ เพื่อแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวังเหตุอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การลดโอกาสนำทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมเข้าสู่ระบบซื้อขาย เพราะหากร้านรับซื้อของเก่าช่วยกันตรวจสอบอย่างรอบคอบ ก็อาจช่วยลดช่องทางจำหน่ายทรัพย์สินผิดกฎหมาย และเพิ่มโอกาสให้เจ้าหน้าที่ติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายได้
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือเชิงป้องกัน มิใช่การกล่าวหาว่าผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
สภ.กระทุ่มแบนย้ำ! หากประชาชนหรือผู้ประกอบการพบทรัพย์สินต้องสงสัย หรือบุคคลมีพฤติการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
ณ ห้องประชุมชั้น 4 สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
ชี้ชัดเจาะลึกมองว่า การตัดวงจรทรัพย์สินโจรกรรม ต้องอาศัยทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้ประกอบการร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ย่อมดีกว่าปล่อยให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อแล้วค่อยติดตามทรัพย์สินกลับคืน!
เจาะลึกข้อกฎหมายเพิ่มเติม


จากการตรวจสอบข้อมูลกฎหมาย พบว่า พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 มาตรา 8 กำหนดให้ผู้ค้าของเก่าจัดทำสมุดบัญชีการค้า แสดงใบอนุญาต และแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินที่นำมาเสนอขายได้มาโดยทุจริต
ประเด็นที่น่าติดตาม: หลังการประชุมครั้งนี้ จะมีการตรวจติดตามร้านรับซื้อของเก่าอย่างไร และเครือข่ายแจ้งเบาะแสจะช่วยลดปัญหาทรัพย์สินถูกโจรกรรมในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด

แบล็กลิสต์ยังกล้ากลับ! ตม.สงขลาสกัดหนุ่มซีเรียวัย 31 ลอบเข้าไทย หวังย้อนรอยภูเก็ต!

สงขลา – 7 พฤศจิกายน 2569 ตามรายงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดสงขลา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ตรวจพบชายสัญชาติซีเรีย อายุ 31 ปี บริเวณริมถนนราษฎร์อุทิศ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยลักลอบเข้าเมือง

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่าน พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้เข้มงวดการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย


จุดสำคัญอยู่ที่ประวัติการเข้าเมือง! พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบและสอบถาม ชายรายดังกล่าวให้ข้อมูลว่า เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์และทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมชาติในจังหวัดภูเก็ต เมื่อปี 2566 ก่อนถูกส่งกลับประเทศซีเรียและขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร หรือ Blacklist


แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น! ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับ ชายรายนี้เดินทางผ่านประเทศมาเลเซีย ก่อนลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ต ทว่าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อน
เบื้องหลังการสกัดจับครั้งนี้ มี พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในผู้สั่งการให้ชุดสืบสวนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่ชายแดน ประสานกำลังกับตำรวจท่องเที่ยวและ ตชด.43 จนนำไปสู่การตรวจพบผู้ต้องสงสัย


เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
ชี้ชัดเจาะลึก ชี้ประเด็น! คดีนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของระบบคัดกรองบุคคลต้องห้ามตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่องทางที่ต้องอาศัยทั้งข้อมูลการข่าว การลาดตระเวน และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับคนต่างด้าว สามารถแจ้ง สายด่วน สตม. 117

ไม่ใช่แค่ศึกชิงความเร็ว แต่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีและการสืบสานตำนานลุ่มน้ำท่าจีน! เทศบาลตำบลชัยมงคลเปิดมหกรรมแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัด ครั้งที่ 20 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 7–8 พฤศจิกายน 2569 ระดมเรือดังจากทั่วประเทศประชันฝีพาย พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรมพื้นบ้านและถนนคนเดิน หวังดึงนักท่องเที่ยวกระจายรายได้สู่ชุมชน

เปิดฉากตั้งแต่วันแถลงข่าว! เมื่อเวลา 17.00 น.ของ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน โดยมีนายทนงศักดิ์ งามกาละ นายกเทศมนตรีตำบลชัยมงคล พร้อมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงาน

ต่อมา วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ณ เทศบาลตำบลชัยมงคล อำเภอเมืองสมุทรสาคร นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวต้อนรับ และผู้แทนคณะกรรมการจัดงานกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดการแข่งขัน
51 ทีม 5 ประเภท! เดิมพันด้วยฝีมือและความสามัคคี ตามข้อมูลในคำกล่าวรายงานการแข่งขันปีนี้ มีทีมเรือเข้าร่วมรวม 51 ทีม แบ่งเป็นเรือยาว 55 ฝีพาย 6 ทีม เรือ 30 ฝีพาย 13 ทีม เรือยาวเล็ก 7 ฝีพาย 16 ทีม เรือมาดพื้นบ้าน 7 ฝีพาย แข่งขันกลางคืน 10 ทีม และไฮไลต์สำคัญ เรือขึ้นโขนชิงธง 6 ทีม




โดยเฉพาะ “เรือขึ้นโขนชิงธง” การแข่งขันที่ไม่ได้วัดเพียงความเร็ว แต่ต้องอาศัยทักษะ ความกล้าหาญ การทรงตัว และความแม่นยำของผู้ขึ้นโขนเรือ นับเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญที่สะท้อนภูมิปัญญาและเอกลักษณ์การแข่งขันเรือพื้นบ้านภาคใต้
งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เรือแข่ง! ภายในงานยังมีกิจกรรมกีฬาพื้นบ้าน การแข่งขันเรือหัวใบท้ายบอด กิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น และมหกรรมสินค้า OTOP อาหารขึ้นชื่อของจังหวัด พร้อมถนนคนเดิน เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชาวบ้านมีโอกาสสร้างรายได้




นายทนงศักดิ์ งามกาละ นายกเทศมนตรีตำบลชัยมงคล พร้อมคณะผู้จัดงาน ตั้งเป้าให้งานครั้งนี้เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา แต่เป็นเวทีเชื่อมความสามัคคี อนุรักษ์ประเพณีลุ่มน้ำท่าจีน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมมากกว่า 10,000 คนตลอดการจัดงาน
ชี้ชัดเจาะลึกมองว่า เสน่ห์ของงานเรือยาวชัยมงคล ไม่ได้อยู่เพียงเสียงเชียร์หรือชัยชนะหน้าเส้นชัย แต่อยู่ที่การรวมพลังของคนท้องถิ่นในการรักษามรดกวัฒนธรรม และเปลี่ยนความคึกคักของงานประเพณีให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างแท้จริง
เพราะศึกนี้อาจมีผู้ชนะเพียงไม่กี่ลำ แต่หากการท่องเที่ยวและรายได้กระจายถึงชาวบ้าน ผู้ชนะตัวจริงก็คือคนสมุทรสาคร!

บุกโลจิสติกส์พันท้ายนรสิงห์! !

“บิ๊กนพศิลป์” สั่งเข้ม! “ผู้การทรงโปรด” เปิดปฏิบัติการ “ผู้กำกับสุเมธ” ขับเคลื่อนทีม ตม.สมุทรสาคร ลุยตรวจบริษัทโลจิสติกส์ พบแรงงานเมียนมา 10 ราย ถูกจับพร้อมหญิงไทยผู้ดูแลอีก 1 ราย เปิดข้อมูลค่าจ้างวันละ 360–400 บาท ก่อนส่งดำเนินคดี สภ.โคกขาม


สมุทรสาคร – 7 พฤศจิกายน 2569 สะเทือนวงการจ้างแรงงาน! เมื่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเดินหน้ากวาดล้างการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ล่าสุดชุดสืบสวน ตม.จังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จับกุมผู้ต้องหารวม 11 ราย หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต


พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ และ พล.ต.ต.คธา เกษรมาลา รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3



โดย พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร มอบหมายให้ พ.ต.ท.เศรษฐพงศ์ ชูเมือง รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร และ พ.ต.ท.จิรายุ เชิดฉาย สว.ตม.จว.สมุทรสาคร นำชุดสืบสวนปราบปรามเข้าตรวจสอบสถานประกอบการเป้าหมาย
ผลตรวจพบแรงงานสัญชาติเมียนมา 10 ราย แบ่งเป็น 6 รายที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน และอีก 4 รายที่ไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวได้ โดยกลุ่มหลังให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่าเดินทางเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน
ประเด็นสำคัญไม่ได้หยุดอยู่ที่แรงงาน! เจ้าหน้าที่ยังดำเนินคดีกับหญิงไทยวัย 24 ปี ผู้ดูแลสถานประกอบการ ซึ่งตามรายงานของตำรวจให้การว่าเป็นผู้จ่ายค่าจ้างแรงงานวันละ 360–400 บาท และจัดให้พักอาศัยภายในโรงงาน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ก่อนนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม ดำเนินการตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ทรงโปรด ระบุว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้กำชับให้ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระทำผิด
ชี้ชัดเจาะลึกมองว่า ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากปฏิบัติการครั้งนี้ คือการตรวจสอบผู้มีอำนาจจ้างงานตัวจริง ระบบตรวจสอบเอกสารแรงงาน และผู้เกี่ยวข้องกับการจัดหาที่พัก ว่ามีบุคคลอื่นต้องรับผิดตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าบุคคลอื่นกระทำผิดเพิ่มเติม

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองย้ำแนวทาง “คนดีผ่านได้ คนร้ายผ่านยาก” พร้อมเปิดรับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว ผ่านสายด่วน 1178 ตลอด 24 ชั่วโมง 

3 อำเภอหนึ่งหัวใจ! สมุทรสาครรวมพลังถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ว่าฯ อำนาจนำบวงสรวงสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ครบทั้งจังหวัด!

 เมือง–บ้านแพ้ว–กระทุ่มแบน เดินหน้าพร้อมกัน! 3 วัดสำคัญ 3 พื้นที่แห่งความจงรักภักดี ผนึกพลังสงฆ์–ข้าราชการ–ท้องถิ่น เตรียมสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์อย่างสมพระเกียรติ

สมุทรสาคร — ไม่ใช่เพียงพิธีบวงสรวง แต่คือภาพแห่งความร่วมใจของคนทั้งจังหวัด! เมื่อทั้ง 3 อำเภอของสมุทรสาคร ได้แก่ เมืองสมุทรสาคร บ้านแพ้ว และกระทุ่มแบน จัดพิธีบวงสรวงเพื่อเตรียมก่อสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีที่


27 ตุลาคม 2569 — อำเภอเมืองสมุทรสาคร ณ วัดเจษฎาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองสมุทรสาคร มีการจัดพิธีบวงสรวงเพื่อเตรียมก่อสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์โดยมี พระเทพสาครมุนี (เจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง)ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อม นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นับเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของจังหวัดในการเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนร่วมถวายความอาลัย


3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.45 น. — อำเภอบ้านแพ้ว ณ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ตำบลยกกระบัตร พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานสงฆ์ โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว และ ดร.พงศธร ลิมปนเวทย์สกุล นายกเทศมนตรีตำบลหลักห้า เป็นรองประธานฝ่ายฆราวาส


ภายในพิธีมีการบวงสรวงบูชาฤกษ์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ และถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินงานก่อสร้าง
6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.09 น. — อำเภอกระทุ่มแบน ณ วัดนางสาว ตำบลท่าไม้ พระครูสีลาธิการี เจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน พร้อมด้วยพระครูธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดนางสาว จัดพิธีบวงสรวง โดยมีนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ร่วมด้วยนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน และนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร เป็นรองประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนทุกภาคส่วน
พิธีประกอบด้วยการบวงสรวงตามแบบแผน การโปรยข้าวตอกดอกไม้ และการถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเตรียมความพร้อมก่อสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์อย่างสมพระเกียรติ

สาระสำคัญของพิธีทั้ง 3 อำเภอ ไม่ได้อยู่เพียงการจัดสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ แต่อยู่ที่การประสานพลังของคณะสงฆ์ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อเตรียมสถานที่ให้ประชาชนทุกพื้นที่มีโอกาสร่วมแสดงความอาลัยอย่างทั่วถึงและสมพระเกียรติ
กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–19 ธันวาคม 2569 โดยวันที่ 16 ธันวาคม 2569 เวลา 16.30 น. เป็นกำหนดถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

BMW ซ่อนคนไม่มิด! ตม.สงขลารวบ 2 มาเลเซียคาด่านสะเดา หนึ่งรายถูกระบุว่าติดแบล็กลิสต์!

 “บิ๊กนพศิลป์” สั่งคุมเข้มชายแดน! พ.ต.อ.สรธรรศจ์ นำทีม ตม.สงขลา สกัดแผนซุกเบาะหลังรถหรู หวังพาข้ามแดน เจ้าหน้าที่ตาไวตรวจพบก่อนพ้นด่าน!


สงขลา – 5 พฤศจิกายน 2569 รถหรู BMW ก็ไม่รอดสายตาตรวจคนเข้าเมือง! เจ้าหน้าที่ด่าน ตม.สะเดา จังหวัดสงขลา ตรวจพบชายชาวมาเลเซีย อายุ 52 ปี ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะหลังรถยนต์ BMW ขณะผ่านช่องตรวจรถยนต์ขาออก เตรียมเดินทางกลับประเทศมาเลเซีย ก่อนควบคุมตัวพร้อมคนขับชาวมาเลเซีย อายุ 66 ปี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องหลังปฏิบัติการสกัดกลางด่าน!
พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. และข้อสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามชาติ
ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรมาศ และ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 และ พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6
โดยมี พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา เป็นหนึ่งในผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะตามแนวชายแดน
เจาะพฤติการณ์! เข้าไทยทางธรรมชาติ ก่อนซ่อนตัวกลับมาเลเซีย
จากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เปิดเผย ชายอายุ 52 ปี ซึ่งใช้นามสมมติว่า “นายเอ” ให้การว่าเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านขั้นตอนตรวจอนุญาตขาออกของทางการมาเลเซีย และเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ด่านนอก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
เจ้าตัวยังอ้างว่ามีคดีเกี่ยวกับภาษีในประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวยังต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วน “นายบี” อายุ 66 ปี ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ขับรถและถูกระบุว่าเป็นลูกน้องของนายเอ ถูกกล่าวหาว่าช่วยซ่อนตัวนายเอไว้บริเวณเบาะหลังรถ BMW เพื่อพาเดินทางกลับประเทศ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ
แจ้งข้อหา 2 ราย ส่งตำรวจสะเดาดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหานายเอ ฐานเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นายบีถูกแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการนำพาหรือช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าว ตามกฎหมายคนเข้าเมือง
ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ก่อนถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยทั้งสองยังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ตม.สงขลา ย้ำชัด! “คนดีสะดวก คนร้ายผ่านยาก”
โฆษก บก.ตม.6 ยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะบริเวณชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178
ชี้ชัดเจาะลึก ทิ้งท้าย: คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การตรวจชายแดนไม่ได้จบเพียงการตรวจเอกสาร แต่ต้องตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะอย่างรอบคอบ เพราะแม้จะเป็นรถหรู ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านการตรวจสอบโดยง่าย!