pearleus

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันเกิด "เจ๊เล็ก กล่ำปลาเค็ม" สะเทือนวงการ! ประกาศแจกใหญ่ไม่สนโลก

พ่อแม่พี่น้องเตรียมหิ้วถังรอ!

ไม่ต้องรอให้ใครมาตัดริบบิ้น เพราะงานนี้ตัวแม่แห่งวงการปลาเค็มเขาขยับเอง! ใครที่กำลังบ่นว่ายุคนี้ข้าวยากหมากแพงต้องหันมาฟังทางนี้ด่วนๆ เพราะวันที่ 17 มิถุนายน 2569 วงการนี้จะต้องจารึกชื่อของ “เจ๊เล็ก กล่ำปลาเค็ม” เจ้าแม่โรงงานปลาเค็มชื่อดังแห่งคลองบางหญ้า ที่ขอสลัดลุคเจ้าของธุรกิจมาสวมหัวใจสายบุญแบบสุดจัดเต็มคาราเบล ในวันคล้ายวันเกิดปีนี้!
งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ หรือแค่เป่าเค้กถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียลแล้วจบไป แต่เจ๊เล็กสั่งลุย! จัดหนักจัดเต็มขนเสบียงมาแจกทานให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนและผู้มีรายได้น้อยกันแบบจุกๆ สะเทือนไปทั้งคลองบางหญ้า
ส่องพิกัดและเวลานัดหมาย (มาช้า...อด!)
ปักหมุดไว้ให้มั่นที่ โรงงานกล่ำปลาเค็ม (คลองบางหญ้า) เคลียร์ท้องรอไว้ตั้งแต่เช้า ย้ำว่าต้องมาให้ตรงเวลา เพราะของฟรีและดีไม่มีรอนาน!


เวลา 09:00 น. เป็นต้นไป: เปิดเตาแจก "ข้าวกล่อง" ร้อนๆ อิ่มอร่อยฟรีแบบไม่คิดเงิน
เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป: ตั้งโต๊ะใหญ่แจก "ข้าวสาร" สานต่อความอิ่มท้องให้กลับไปหุงกันต่อที่บ้าน
กระซิบวงในเพิ่มเติมนิดนึง: แว่วๆ มาว่า ตกเย็นวันเดียวกันเจ๊เล็กเขายังมีงานปาร์ตี้ส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมสะบัดกี่เพ้าสีแดง-ทอง-ครีม ณ ร้านเจ๊นุ้ยซีฟู้ด อีกต่างหาก เรียกว่ากลางวันสายบุญลุยแจกทาน กลางคืนสายแซ่บฉลองวันเกิดแบบสับๆ ได้ทั้งบุญได้ทั้งความสุขไปเต็มกราฟ!
รู้แล้วอย่าเหยียบไว้คนเดียว! พ่อแม่พี่น้องท่านใดที่อยู่ใกล้เคียง หรือใครที่มีญาติสนิทมิตรสหายที่กำลังต้องการความช่วยเหลือในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ "รู้แล้วบอกต่อ" แชร์ข่าวนี้ออกไปให้โลกรู้ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าเป็นต้นไป ไปร่วมอนุโมทนาบุญและรับน้ำใจจากเจ้าภาพกันให้เต็มอิ่ม... งานนี้เจ๊เล็กใจดี แจกจริง ไม่มีสร้างภาพ!

สมุทรสาครพร้อมใจเทิดพระเกียรติ! ผู้ว่าฯ “อำนาจ” นำทุกภาคส่วนร่วมพิธีสวดมนต์-ทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล


เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวาระครบ 100 ปี แห่งการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 อย่างสมพระเกียรติ





โดยมี นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายตุลาการ อัยการ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง





บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สง่างาม และเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ขบวนทำบุญตักบาตรยามเช้า สะท้อนพลังศรัทธาของชาวสมุทรสาคร ที่พร้อมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง ไม่มีวันเลือนหายจากหัวใจคนไทย




“ครั้งแรกในประวัติศาสตร์!” วัดโกรกกราก เปิดมหกรรมบุญสะเทือนศรัทธา เททองหล่อ “หลวงพ่อปู่จำลอง” หน้าตัก 30 นิ้ว เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ งานนี้สายบุญห้ามพลาด!

วงการสายมู–สายบุญเมืองมหาชัยคึกคัก!

พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ (สัมฤทธิ์ วิสุทฺธสีโล) เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก และรองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เปิดมหกรรมบุญใหญ่แห่งปี เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธี “เททองหล่อหลวงพ่อปู่จำลอง” หน้าตัก 30 นิ้ว เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวัดโกรกกราก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ในวันวิสาขบูชา วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.19 น. ประกอบพิธีเททองอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางมหรสพและศิลปินชื่อดังแน่นเวทีตลอดงาน
งานนี้ไม่ใช่แค่งานวัดธรรมดา แต่คือ “มหกรรมรวมพลังศรัทธา” ที่คนสมุทรสาครต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง! ใครอยากเสริมสิริมงคล รับพลังศรัทธา และร่วมจารึกหน้าประวัติศาสตร์วัดโกรกกราก บอกเลย…ห้ามพลาดเด็ดขาด!

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“นย.นา” วัฒนา แตงมณี ควักเงินส่วนตัว สร้างบ้านใหม่ให้ผู้พิการทางสายตา “น.ส.สมร พรายทอง” หลังเห็นสภาพบ้านเก่าทรุดโทรมแทบพังทั้งหลัง จนทนดูไม่ได้ สั่งทีมงานลุยสร้างทันที หวังให้ชีวิตเจ้าของบ้านมี “จุดเริ่มต้นใหม่” ที่ดีกว่าเดิม


เมื่อเวลา: 09.00 น.ของวันที่21 พฤษภาคม 2569 นายวัฒนา แตงมณี นายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ เปิดหน้าชนความจน: ไม่ต้องรอระบบราชการ ถ้าใจมันได้!




ตบหน้าความล่าช้าของระบบราชการด้วย "เงินส่วนตัว"! นี่คือมิติใหม่ของการเป็นผู้นำที่ชาวบ้านต้องกราบหัวใจ เมื่อ นายวัฒนา แตงมณี (นายกฯ นา) นายกเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์ ขนทัพคณะผู้บริหารและสมาชิกสภา กำนัน-ผู้ใหญ่-ลงพื้นที่ส่งมอบ "บ้านปั่นสุข หลังที่ 24" ให้กับ น.ส.สมร พรายทอง ผู้พิการทางสายตาที่เดิมต้องทนอยู่ในบ้านสภาพใกล้พัง



งานนี้บอกเลยว่า "เจ็บแสบ" ไปถึงพวกดีแต่พูด เพราะในขณะที่หลายพื้นที่อ้างแต่ 'งบไม่พอ' หรือ 'ต้องรออนุมัติ' แต่นายกฯ นา กลับเลือกที่จะ "ควักกระเป๋าตัวเอง" สร้างให้ทันทีโดยไม่พึ่งงบหลวงแม้แต่บาทเดียว!
เผยคำพูดสุดตะลึง: "งบหลวงมีไว้พัฒนาเมือง ส่วนเงินฉันมีไว้แบ่งปัน"



เมื่อถูกยิงคำถามแทงใจดำว่า "เทศบาลก็มีงบ ทำไมต้องควักเงินตัวเอง?" คำตอบที่ได้ทำเอาคนฟังถึงกับจุกและอึ้งในวิสัยทัศน์ โดยนายกฯ นา เผยแบบหล่อๆ แต่เฉียบขาดว่า:
"เมืองพันท้ายนรสิงห์กำลังโตแบบก้าวกระโดด งบหลวงยังมีเรื่องใหญ่ๆ ให้ต้องเคลียร์อีกเยอะ ส่วนการสร้างบ้านให้ประชาชนเดือดร้อน มันใช้เงินแค่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เรามี เมื่อเรามี...เราก็แค่แบ่งปัน ถ้าทำแล้วประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุข ผมก็พร้อมทำ"
กองบรรณาธิการชี้ชัดเจาะลึก:
นี่แหละคือ "จริยธรรมที่จับต้องได้"


หมัดเด็ดผู้นำ: การไม่นำงบประมาณแผ่นดินมาใช้ในเรื่องที่ตัวเองสามารถ "ซัพพอร์ต" ได้ ถือเป็นการบริหารจัดการที่โปร่งใส เคลียร์คัท และไม่มีช่องโหว่ให้ใครฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: บ้านหลังที่ 24 คือหลักฐานชิ้นโตว่า "คนพันท้ายต้องอยู่ดีกินดี" ไม่ใช่แค่คำขวัญขายฝัน แต่คือการลงมือทำจริงชนิดที่นักการเมืองหลายคนต้องเหลียวมอง
ส่องทัศนะออนไลน์: ข่าวนี้ทำเอาโซเชียลสั่นสะเทือน เพราะนี่ไม่ใช่แค่การแจกถุงยังชีพประทังชีวิต แต่เป็นการ "เปลี่ยนชีวิต" ให้ผู้ด้อยโอกาสได้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างยั่งยืน! พันท้ายนรสิงห์ยุคนี้...บอกเลยว่าผู้นำเขาใจถึงพึ่งได้ของจริง!

ล้างบางต่างด้าวเทา! ตม. เปิดแผนเด็ดหัว ‘ยานรก’ คาซอยสมุทรสาคร สะท้อนมาตรการเข้ม “X-ray กวาดล้าง-ขุดรากถอนโคน”


เมื่อเวลา 06:00 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เดินหน้ากางแผนผัง "มาตรการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวปฏิบัติผิดกฎหมาย" ลุยล้างบางอาชญากรรมแบบไม่ไว้หน้า ล่าสุดโชว์ผลงานสยบสายเทา ล็อคตัวเอเย่นต์ต่างชาติคากองยาเสพติด ตอกย้ำมาตรการระยะสั้นเด็ดขาด "X-ray ระดม กวาดล้าง" ภายใน 3 เดือนที่ทำจริง ไม่ใช่แค่เสือกระดาษ!



ช็อตเด็ดกลางซอย: นาทีรวบ
มาเฟียยานรก
บริเวณกลางซอยไทยูเนียน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มักถูกจับตา โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับเบาะแสลับสุดยอดว่า มีชายชาวเมียนมาตั้งตนเป็นเอเย่นต์ ลักลอบขนยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จึงนำกำลังไปดักซุ่มเงียบรอจังหวะเผด็จศึก กระทั่งถึงเวลานัดหมาย คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda PCX สีน้ำเงิน เข้ามาตรงตามโพย เจ้าหน้าที่ไม่รอช้า พุ่งแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที! วินาทีนั้นคนร้ายถึงกับหน้าถอดสี พยายามโยนห่อวัตถุบางอย่างทิ้งลงพื้นหวังรอดตัว แต่ไม่รอดสายตาอันเฉียบคมของเจ้าหน้าที่ เมื่อเปิดออกดูพบเป็น ยาบ้าซุกซ่อนอยู่ถึง 400 เม็ด จำนนต่อหลักฐานจนต้องยอมรับสารภาพสิ้นไส้ ว่าเตรียมนำมาส่งต่อให้ลูกค้าชาวเมียนมาด้วยกัน



เปิดโปงเอกสาร แฉพฤติการณ์แสบ
จากการตรวจสอบเชิงลึก เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหนังสือเดินทาง (Passport) ระบุเลขที่ MI626734 พบว่าผู้ต้องหารายนี้พำนักอยู่ในไทยจนพูดและฟังภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว แต่อาศัยความคุ้นชินพื้นที่นี้มาทำมาหากินบนความล่มสลายของสังคมด้วยการค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น!


เจาะลึกโมเดล ตม. : ขยับจาก "กวาดล้าง" สู่ "ขุดรากถอนโคน"
คดีนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปฏิบัติการระบายสีเข้มบนแผนที่ไทย เมื่อพิจารณาจากแนวทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ที่เน้นย้ำ 3 สเต็ปปราบเข้ม คือ:
ระยะสั้น (3 เดือน):"X-ray ระดม กวาดล้าง" เน้นความผิดซึ่งหน้า การกวดขัน Overstay และปราบปรามขบวนการค้ายา-ค้ามนุษย์ในพื้นที่ท่องเที่ยวและแหล่งอุตสาหกรรม
ระยะกลาง (6-9 เดือน):"ขุดรากถอนโคน" วิเคราะห์ข้อมูลสายการบินกลุ่มเสี่ยง ยกระดับกฎหมายปิดช่องว่างไม่ให้ทุนสีเทาเข้ามาฝังตัว
ระยะยาว (1-2 ปี): เชื่อมโยงฐานข้อมูล One Police ควบคุมอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ
กระบอกเสียงจากสังคม: การจับกุมครั้งนี้สะท้อนชัดว่า มาตรการคัดกรองและเอ็กซเรย์พื้นที่ของ ตม. กำลังทำงานอย่างเข้มข้น และคำสั่งเด็ดขาดจากเบื้องบนที่ว่า “กำชับทุกนาย มิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของคนต่างด้าว” ต้องถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มี "ตั๋ว" หรือ "ผลประโยชน์" ใดๆ มาเคลียร์ทางให้มาเฟียข้ามชาติเหล่านี้ได้อีกต่อไป!