pearleus

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เพียงแค่อยากกล่าว

 ยุคนี้ใครๆ ก็บอกว่า "ใครมีมือถือก็เป็นนักข่าวได้"

วันนี้ ผมมานพ เทียนมณี หรือทุกคนเรียกว่าหนวดชี้ชัดเจาะลึก ขอกล่าว ให้ผู้ติดตามเพจ และ เว็บ หนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก ได้ทราบทั่วกัน
"ความจริงไม่ต้องแต่งหน้า... และความมืดกลัวแสงสว่าง"
สวัสดีท่านผู้มีเกียรติและพี่น้องคนเสพข่าวออนไลน์ทุกท่าน
ยุคนี้ใครๆ ก็บอกว่า "ใครมีมือถือก็เป็นนักข่าวได้" ... แต่ผมอยากจะบอกเพิ่มตรงนี้เลยว่า "แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะพูดความจริงได้โดยไม่กลืนน้ำลายตัวเอง!"
ในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยข่าวลือ ข่าวลวง และเศษขยะข้อมูลที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม หน้าที่ของ "ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ไม่ใช่การทำตัวเป็นโทรโข่งคอยตะโกนตามกระแส หรือเป็นกระจกเงาที่สะท้อนเฉพาะภาพสวยหรูที่ผู้มีอำนาจอยากให้เห็น
งานของเราคือการเป็น "สปอตไลท์" ครับ! เป็นสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่ส่องไปในมุมมืดที่ใครบางคนพยายามเอาพรมซุกซ่อนความฟอนเฟะเอาไว้
"มีคนถามผมบ่อยๆ ว่า ทำข่าวแบบดุเด็ดเผ็ดมันขนาดนี้ ไม่กลัวโดนฟ้องหรือไง?"
ผมตอบตรงนี้เลยว่า "เราไม่เคยกลัวคำขู่ แต่สิ่งที่เราเคารพที่สุดคือ ความจริงและกฎหมาย"
การทำข่าวให้เจ็บแสบ ไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคาย ไม่ต้องด่าทอ และเอ่ยชื่อใครลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน การเขียนข่าวสไตล์มานพ เทียนมณี คือการเอา "ข้อเท็จจริงล้วนๆ" มาวางเรียงกันให้แน่นหนาจนผู้กระทำความผิดดิ้นไม่หลุด! เราขุดลึกตามพยานหลักฐาน เราสอบทานตามกรอบจริยธรรม และเรายึดมั่นในประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมข่าวของเราถึง "เจ็บแสบและกรีดลึก" เข้าไปถึงกระดูกดำของคนที่ทำผิด เพราะไม่มีอะไรจะทำร้ายคนโกงได้เจ็บปวดไปกว่า "ความจริงที่ถูกพิสูจน์แล้ว"
เราจะไม่ยอมลดตัวลงไปสาดโคลนสกปรกใส่ใครเพื่อแลกกับยอดไลก์ราคาถูก แต่เราจะใช้สติปัญญา พลังสื่อ และความกล้าหาญ ถลกหน้ากากของความอยุติธรรมออกมาให้สังคมได้เห็นอย่างโปร่งใส
"ความมืดกลัวแสงสว่างฉันใด คนทุจริตก็กลัวสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ฉันนั้น"
ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะบรรณาธิการชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์ ผมขอสัญญาว่า ข่าวของเราจะยังคง "ดุเดือด เผ็ดมัน และแหลมคม" อยู่เสมอ เราจะทำหน้าที่เป็นปากเสียงที่ไร้ความกลัว แต่เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบต่อทุกตัวอักษร
เพราะความจริง... ไม่ต้องแต่งหน้า และความจริง... จะปกป้องเราเอง!
ขอบคุณครับ

มูลนิธิการสวนสมุทรสาคร จัดพิธีเสริมบารมี-แก้ปีชง รับพลังมงคลวันเทวภพ

บรรยากาศศรัทธาคึกคักตั้งแต่เช้า!

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 โรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร จัดพิธีเฉลิมฉลองวันเทวภพองค์ฮุกโจ้วอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาเดินทางร่วมพิธีแน่นพื้นที่ เพื่อเสริมสิริมงคลและเข้ารับพิธีแก้ปีชงตามความเชื่อ





นายชวลิต วัฒนชัย ประธานมูลนิธิฯ พร้อม นายต่อพันธ์ เค็งสม ผู้จัดการมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และคณะกรรมการ ร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยได้รับเกียรติจาก นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร, นายคนึง ทองเที่ยง นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี, นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร, นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร และ ดร.กชนิภา อินทสุวรรณ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมงาน






เวลา 10.00 น. มีพิธีไหว้ฉลองวันเทวภพองค์ฮุกโจ้วอย่างสมเกียรติ ขณะที่บรรดาศิษยานุศิษย์ร่วมออกร้านอาหารแจกฟรีตลอดงาน สะท้อนพลังแห่งการแบ่งปันและความสามัคคีของชาวสมุทรสาคร






ส่วนภาคค่ำยังจัดเต็มด้วยการฉายภาพยนตร์สมโภชองค์ฮุกโจ้ว สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงาน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาที่อบอวลไปทั่วโรงเจฯ อย่างงดงาม





วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ปราบ-จับ-ปรับ-บริการ ยังไม่พอ! “บิ๊กยอด” ควงภริยา นำทัพสีกากีสมุทรสาคร ขนเสบียงบุญลุยผ้าป่าสามัคคี สร้าง “เกราะวิญญาณ” คุ้มครองลูกน้อง!


เจาะลึกออนไลน์—มหาชัยสะเทือน! ยุคนี้พึ่งแค่เสื้อเกราะกันกระสุนมันไม่พอ! เมื่อ
ผู้การเมืองมหาชัยขอเปิดโหมด "สายมูสู้เพื่อลูกน้อง" นำทัพสีกากีเดินหน้าสร้างบุญกุศลหนุนดวงเมือง งานนี้บอกเลยว่าเรื่องงานราษฎร์งานหลวงไม่เคยขาด แต่เรื่องผลบุญหนุนนำ...ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร หรือที่รู้กันในนาม “บิ๊กยอด” เจ้าของสโลแกนเรื่องจับ เรื่องปราบ เรื่องบริการประชาชนไม่เป็นสองรองใคร ได้ควงคู่ภริยา คุณศิริวัลย์ อธิภัคกุล พร้อมนำทีมระดับบิ๊ก ทั้งรองผู้บังคับการ และผู้กำกับทุก สภ. ในจังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมใจกันทำภารกิจใหญ่ที่ไม่ใช่การจับผู้ร้าย แต่เป็นการ "ทอดผ้าป่าสามัคคี"





เพื่อสมทบทุนสร้างหลังคาครอบสิม (โบสถ์) วัดป่าทรงธรรม จ.มหาสารคาม โดยจัดพิธีขึ้น ณ วัดสิริวัฒนาราม ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม


โดยมี ประธานฝ่ายฆราวาส:พล.ต.ต.ธีระเดช - คุณศิริวัลย์ อธิภัคกุล (ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และภริยา) นั่งแท่นเป็นแม่งานใหญ่ นำทัพสร้างมหากุศลในครั้งนี้
ส่วนประธานฝ่ายสงฆ์:พระสิริวชิรเวที
เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม (ธ)
เจ้าอาวาสวัดสิริวัฒนาราม
เวลากำหนดการ: วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
09.00 น. ตั้งองค์ผ้าป่าสามัคคี
10.49 น. ถวายผ้าป่า
11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์





มุมมองนักข่าวออนไลน์สไตล์ "ชี้ชัดเจาะลึก":
งานนี้กระบอกเสียงสายสีกากีวิจารณ์แซ่บ! การที่ "บิ๊กยอด" และมาดามศิริวัลย์ พาลูกน้องลุยสายบุญขนาดนี้ ไม่ใช่แค่การทำตามประเพณี แต่เป็นการสร้าง "เกราะป้องกันภัยทางใจ" ให้ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บัญชาทุกนายได้อยู่รอดปลอดภัย มีผลบุญหนุนนำในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน ถือเป็นกลยุทธ์การบริหารคนแบบได้ใจลูกน้อง และได้แต้มบุญหนุนนำครอบครัวไปพร้อมๆ กัน! ใครจะว่าอย่างไรไม่รู้...แต่ที่แน่ๆ นาทีนี้ "บิ๊กยอด" และภริยา ยืนหนึ่งเรื่องสายบุญแห่งเมืองมหาชัยไปเรียบร้อยแล้ว!





บางโทรัดเอาจริง! ล้างบ้านตัวเองก่อนดูแลประชาชน ตรวจเข้มวินัย–ตรวจฉี่ตำรวจทั้งโรงพัก ผลชัด “ไม่พบสารเสพติด”

ตำรวจจะสร้างความเชื่อมั่นประชาชน ต้องเริ่มจากความพร้อมของตัวเอง! สภ.บางโทรัด เปิดแถวเช็กระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนตรวจสารเสพติดทุกนาย ตอกย้ำวินัย–ศักดิ์ศรีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

เมื่อเวลา 09.00–12.00 น.ของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

พ.ต.อ.ถิรภัทร จิรศรีสกุล ผู้กำกับการ สภ.บางโทรัด (บางโทรัด 1) พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิวิทย์ แจ่มแจ้ง รองผู้กำกับการ สภ.บางโทรัด (บางโทรัด 2) และ พ.ต.ท.สุชาติ สมบูรณ์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.บางโทรัด (บางโทรัด 3) เรียกแถวข้าราชการตำรวจในสังกัด บริเวณลานรวมพลหน้าโรงพัก เพื่อตรวจความพร้อมด้านระเบียบวินัยอย่างเข้มข้น



โดยตรวจตั้งแต่ทรงผมตามระเบียบ หนวดเครา เครื่องแบบ และบุคลิกภาพ เพื่อให้ตำรวจเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างภาพลักษณ์แห่งความน่าเชื่อถือ ก่อนออกไปให้บริการประชาชน

ที่เข้มข้นกว่านั้น คือการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของข้าราชการตำรวจ สภ.บางโทรัดทุกนาย เพื่อยืนยันมาตรฐานองค์กร เพราะคนบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นผู้รักษากฎหมายก่อน ซึ่งผลการตรวจ ไม่พบสารเสพติดในข้าราชการตำรวจ สภ.บางโทรัด




จากนั้นได้ประชุมบริหารราชการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 โดยกำชับทุกสายงานเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ถ่ายทอดนโยบายสำคัญของรัฐบาล ติดตามปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ เน้นบริการประชาชนให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงพัฒนาช่องทางรับแจ้งเหตุและเรื่องร้องทุกข์ออนไลน์

พร้อมเน้นย้ำคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องระเบียบวินัย การแต่งกาย ทรงผม หนวดเครา และข้อปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด



นอกจากนี้ ยังสั่งตรวจสอบอาวุธปืนราชการที่เบิกใช้งาน โดยให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและนำมาตรวจความพร้อม ผลการตรวจพบว่าอาวุธอยู่ครบตามบัญชี อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

สภ.บางโทรัด ส่งสัญญาณชัด...ก่อนจะดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจก่อนว่า “ตำรวจพร้อมทั้งคน พร้อมทั้งวินัย”

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชึ้ชัดเจาะลึกออนไลน์: ปลูกป่าข้างออฟฟิศ? กปภ.สมุทรสาคร ขยับตัวสู้โลกร้อน หรือแค่คอนเทนต์รักษ์โลก!

สมุทรสาครร้อนระอุ! แต่ที่ กปภ.สมุทรสาคร เตรียมร่มรื่น...

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ยักษ์ใหญ่ด้านสาธารณูปโภคอย่าง การประปาส่วนภูมิภาค (ชั้นพิเศษ) สาขาสมุทรสาคร นำโดยบิ๊กบอส นายภูทอง ดวงเลิศ และมือขวา นายประเสริฐ เสลาหอม ขนทัพพนักงานลุยจัด “โครงการ กปภ.ปลูกป่าเพื่อแผ่นดิน เทิดพระเกียรติฯ” ประจำปี 2569





แต่ช้าก่อน! ถ้าคุณคิดว่าเขาจะยกทัพไปบุกป่าชายเลนหรือพื้นที่รกทรามที่ไหน... คิดผิด! เพราะงานนี้ "ปลูกกันหลังบ้าน" ด้านหลังสำนักงาน กปภ.สมุทรสาคร ขนกันมาทั้ง ต้นขนุน มะม่วง และมะนาว รวมเบ็ดเสร็จ 20 ต้น! แถมส่งต่อไม้ต่อให้สถานีผลิตน้ำโพธารามรับไปดูแลต่อ
ส่องสถิติสู้โลกร้อนสไตล์ กปภ.สมุทรสาคร (29 พ.ค. 2569)
พื้นที่ปฏิบัติการ: หลังสำนักงาน กปภ. และสถานีผลิตน้ำโพธาราม
พันธุ์ไม้สายกิน: ขนุน, มะม่วง, มะนาว
จำนวน: 20 ต้นเน้น ๆ
แสบ ๆ คัน ๆ: ปลูก 20 ต้น จะสะเทือนถึงชั้นโอโซนไหม?






มองในมุมบวก นี่คือการขยับตัวที่ถูกต้องตามนโยบายกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าฯ สมุทรสาคร แบบเป๊ะตามกรอบ! การเพิ่มพื้นที่สีเขียวแม้เพียงตารางนิ้วเดียวก็ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ (ถ้าต้นไม้รอดจนโต!)
แต่ในมุมของประชาชนที่จับตามอง... ต้นไม้ 20 ต้น กับคำว่า "ปลูกป่าเพื่อแผ่นดิน" มันช่างเป็นชื่อโครงการที่อลังการงานสร้างขัดกับจำนวนต้นไม้ไปนิดไหม? งานนี้ได้ทั้งใจพนักงาน ได้ทั้งภาพลักษณ์องค์กรรักษ์โลก ส่วนจะกลายเป็น "ป่า" หรือกลายเป็น "สวนครัวหลังออฟฟิศ" ให้พนักงานได้เก็บมะนาวมาตำส้มตำกินตอนเที่ยง... สังคมต้องรอติดตาม!






กปภ. ขยับแล้ว... แล้วหน่วยงานอื่นในสมุทรสาครล่ะ มัวทำอะไรกันอยู่? 🌱✨