pearleus

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร สนับสนุนงบประมาณผ่าน กองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 182,742 บาท ให้แก่ ศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์และกายอุปกรณ์ ชมรมคนพิการเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์


ขยับตัวแต่ละทีไม่มีคำว่าธรรมดา ล่าสุด "นายกแต" อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เดินหน้าสะบัดปากกาเซ็นอนุมัติงบประมาณจาก "กองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดสมุทรสาคร" ร่วมกับ สปสช. ควักเงินก้อนโตจำนวน 182,742 บาท อัดฉีดตรงถึงมือ "ศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์และกายอุปกรณ์ ชมรมคนพิการเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์"
งานนี้ไม่ใช่แค่แจกเงินไปวันๆ แต่เป็นการ "เจาะลึก-ตรงจุด" เพื่อขับเคลื่อนโครงการซ่อมบำรุง ดัดแปลง และจัดทำเฉพาะอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ย้ำชัดๆ ว่านี่คือเงินภาษีประชาชนที่ถูกหมุนเวียนกลับมาคืนรอยยิ้ม และสร้าง "ขา" สร้าง "ชีวิตใหม่" ให้ผู้พิการในพื้นที่ได้เคลื่อนไหวอย่างไร้อุปสรรค!
ชี้ชัดจุดเด่น...ทำไมต้องตะลึง?


งบประมาณ: 182,742 บาท (เน้นๆ ไม่มีตกหล่น)
เป้าหมาย: ศูนย์บริการซ่อมวีลแชร์ฯ ชมรมคนพิการเทศบาลเมืองพันท้ายนรสิงห์
ผลลัพธ์: ชุบชีวิตอุปกรณ์เก่า ดัดแปลงให้เข้ากับร่างกายผู้พิการเฉพาะบุคคล ไม่ใช่แค่ซื้อมาแจกแล้วทิ้ง!
จับตาดูให้ดี! เงินแสนก้อนนี้จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนพิการในพันท้ายนรสิงห์ไปมากแค่ไหน? อบจ.สมุทรสาคร ยุคนี้...เล่นจริง ทำจริง ไม่พูดเยอะ!

"ขยะไม่เคยเกิดเอง แต่เกิดจากคนไม่รับผิดชอบ"

นี่คือภารกิจที่เครือข่าย อถล.พันท้ายนรสิงห์ เดินหน้าจริงจัง เพื่อไม่ปล่อยให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นแหล่งสะสมขยะและปัญหาสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายวิลาภ คงเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ในฐานะประธาน อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) นำกำลังเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางกรวรรณ กวินรวีกุล สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะทำงาน และจิตอาสา ลงพื้นที่บริเวณ ศาลพ่อปู่ทะเล หมู่ 4 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ร่วมเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาด และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบทิ้งขยะ





การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสร้างความสะอาดและปลุกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนร่วมดูแลพื้นที่สาธารณะ พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาขยะต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนทุกคน โดยหน่วยงานและจิตอาสาจะเดินหน้าเฝ้าระวังและดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสะอาดและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของตำบลพันท้ายนรสิงห์ให้ยั่งยืน





นย.อบต. บางโทรัด ระดมทุกภาคส่วน! อบต.บางโทรัดผนึกกำลัง เตรียมดอกไม้จันทน์ถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ

 

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด จัดประชุมหารือเตรียมความพร้อมการจัดทำดอกไม้จันทน์ของประชาชน เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี ร้อยตำรวจโทไชยโสภณ ดิษแพ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด, นายทนงศักดิ์ ธีรรังสี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด, พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อบต.บางโทรัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกสภา อบต.บางโทรัด เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ



ที่ประชุมได้ร่วมกันวางแผนการจัดทำดอกไม้จันทน์ การประสานความร่วมมือจากทุกหมู่บ้าน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมพระเกียรติ และเป็นไปตามแนวทางที่กำหนด
การผนึกกำลังของฝ่ายบริหาร สภาท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในครั้งนี้ สะท้อนพลังความสามัคคีของชาวตำบลบางโทรัด ที่พร้อมร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของชาติอย่างสมพระเกียรติ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างพร้อมเพรียง.

ล็อกเป้าสร้างชาติ! สมุทรสาครจุดพลุ ปลุกพลังเยาวชน-ผู้นำชุมชน ยึดมั่นสถาบันฯ สมานฉันท์กู้ชาติ

 

เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 8 ก.ค. 2569 — ณ
ห้องประชุมโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นั่งแท่นประธานเปิดฉากอย่างเป็นทางการใน “โครงการปลูกฝังจิตสำนึกรักสามัคคีและส่งเสริมความปรองดองของคนในชาติ ประจำปี 2569” โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาครเข้าร่วมในพิธี


ด้านนายวุฒีไกร สีสันต์ ป้องกันจังหวัดสมุทรสาคร ได้กล่าวรายงานถึงหมุดหมายสำคัญในครั้งนี้
งานนี้ไม่ใช่แค่จัดไปที! แต่เป็นการดึงพลังบริสุทธิ์จากนักเรียนจากโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย รวม 115 คน เข้าร่วมขับเคลื่อนอย่างคับคั่ง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมสร้างความรักสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
นัยสำคัญที่คนไทยต้องรู้


ดับชนวนขัดแย้งทางความคิด: มุ่งเน้นการสร้างหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ บนพื้นฐานความแตกต่างทางความคิด ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่ปฏิบัติ: นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางพระราชดำริมาถ่ายทอด เพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ติดอาวุธทางปัญญา: ฝึกอบรมผ่านกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เพื่อให้เยาวชนและผู้นำชุมชนนำความรู้ไปขยายผล สร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน
กระบอกเสียงจากพื้นที่: โครงการนี้คือเสียงสะท้อนว่า สมุทรสาครกำลังตื่นตัวและไม่ยอมปล่อยให้ความแตกแยกมาทำลายอนาคตของชาติ โดยเริ่มปักหมุดสร้าง "จิตสำนึกความเป็นชาติ" ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากฐานรากอย่างแท้จริง!

จับตาบิ๊กโปรเจกต์! รมช.มหาดไทย ลุยตรวจเขื่อนกันน้ำท่วมสมุทรสาคร สั่งบี้ปัญหา-ห้ามอืด!

 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2569
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นำคณะลงพื้นที่แบบเกาะติด ตรวจสอบ "โครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม" ในพื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก เชื่อมต่อตำบลโคกขาม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร งานนี้ทำเอาหน่วยงานในพื้นที่ตื่นตัวกันถ้วนหน้า!




โดยมี "พ่อเมือง" นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการ-อปท. ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตั้งโต๊ะรายงานสถานการณ์ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก
เจาะลึกปมร้อน: งบภาษีต้องคุ้มค่า ประชาชนต้องปลอดภัย



การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินสายตรวจเยี่ยมธรรมดา! แต่เป็นการ "จี้จุด-จับตา" โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวมหาชัยโดยตรง
รับฟังปัญหาจริง: รมช.มหาดไทย เปิดฟลอร์รับฟังทุกประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่แบบตรงไปตรงมา
สั่งการเฉียบขาด: เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดและตรวจสอบการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน ไร้ข้อกังขา และต้องเสร็จทันท่วงทีเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ
สื่อและประชาชนจับตาดูอยู่! บิ๊กโปรเจกต์ป้องกันน้ำท่วมสมุทรสาครสายนี้ จะราบรื่นหรือมีสะดุด? หลังจากนี้ถ้ามีความคืบหน้าหรือพบจุดพิรุธใดๆ "หนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์" ไม่ปล่อยผ่านแน่นอน!

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เงียบ...แต่สะเทือน! เมื่อเสียงนินทา กลายเป็นกระจกสะท้อนคุณค่าของคนถูกพูดถึง

 

"เงียบแต่...ชนะ" จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยสื่อสารแนวคิดว่า การถูกอิจฉา ถูกนินทา หรือถูกจับตามอง อาจสะท้อนว่าเจ้าตัวเป็นที่สนใจในสายตาผู้อื่น พร้อมชวนให้ใช้สติ ไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่พิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำและผลงาน
แม้ข้อความดังกล่าวจะเป็นเพียงมุมมองเชิงสร้างกำลังใจ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ แต่ก็สะท้อนหลักคิดที่หลายคนเห็นตรงกันว่า การไม่ปล่อยให้คำพูดของผู้อื่นมาบั่นทอนคุณค่าในตัวเอง คือชัยชนะที่ทรงพลังที่สุด
ชี้ชัดเจาะลึกออนไลน์:
เสียงนินทาอาจดังได้ไม่นาน แต่คุณค่าของคนจริง...พิสูจน์ได้ด้วยผลงาน ไม่ใช่คำพูดของใคร