pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ยุคที่สื่อโซเชียลมีเดียและสิ่งยั่วยวนรายล้อมเด็กเยาวชนจนเสี่ยงหลงผิด ล่าสุด วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง ผนึกกำลัง เทศบาลนครอ้อมน้อย จัดหนักเปิดค่ายอบรมคุณธรรม จริยธรรม หวังดัดหลังค่านิยมผิดๆ และสร้างเกราะคุ้มกันทางจิตใจให้ลูกหลานในพื้นที่อย่างจริงจัง


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พระครูสุนทรสาครกิจ เจ้าคณะตำบลท่าไม้ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง ร่วมกับ นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย นำทัพคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนครอ้อมน้อย ลุยเปิด "โครงการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ค่ายอบรมคุณธรรม จริยธรรม" ณ วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง




ความร่วมมือระหว่าง วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง และ เทศบาลนครอ้อมน้อย สะท้อนการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงคุณธรรม โดยใช้พลังของ "บ้าน–วัด–โรงเรียน–ท้องถิ่น" ร่วมกันวางรากฐานให้เด็กและเยาวชนมีทั้งความรู้และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง






งานนี้ไม่ใช่แค่จัดเอาหน้า แต่เป็นการแท็กทีมระหว่าง "บ้าน-วัด-โรงเรียน" ที่ต้องการปลุกกระแสการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีภูมิคุ้มกันทางจริยธรรม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอบายมุขและพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในสังคม!

ปลดล็อกฝันคนมหาชัย! รถไฟสายสีแดงเข้ม ขยับอีกก้าว เปิดเวทีฟังเสียงประชาชน ก่อนเดินหน้าโครงการยักษ์

 

เมื่อเวลา16.00 น.ของวันที่ 6 สิงหาคม 2569 งานนี้ นายบรรพต จันทวงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมบิ๊กข้าราชการ ทั้ง นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร สภาเทศบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา พร้อมด้วยมวลชนภาคเอกชนและชาวบ้านในพื้นที่ รวมตัวแน่นห้องประชุม เพื่อลุยเคลียร์ทุกประเด็นสงสัย!



ห้องประชุมโชติกา ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรัลเพลส ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิทางความคิด ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงวงเวียนใหญ่-มหาชัย



เปิด 3 ปมใหญ่ ชี้ชะตาโครงการ:
• ทบทวนความคุ้มค่า: ปรับใหญ่ผลการศึกษาความเหมาะสม วิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจ-การเงินแบบเจาะลึก
• สิ่งแวดล้อมต้องชัด: สแกนผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ห้ามหมกเม็ด ต้องไม่กระทบวิถีชีวิตคนพื้นที่
• ลุยร่าง TOR: เคลียร์แบบก่อสร้างเบื้องต้นและร่างเอกสารประกวดราคา ชี้ทิศทางอนาคตรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง - มหาชัย


นี่คือโค้งสุดท้ายของการรับฟังเสียงจริงจากคนพื้นที่ ก่อนผลักดันโครงการยักษ์ใหญ่ที่ชาวมหาชัยเฝ้ารอมานาน! ทุกสายตากำลังจับตาว่า รถไฟฟ้าสายนี้จะเคาะราคาและลุยสร้างได้จริงตามแผน หรือจะต้องเจอโรคเลื่อนอีกหรือไม่!

สมุทรปราการ เดือด-ศึกที่ดินวัดดังบางปูเดือด! ชาวบ้าน 35 หลังคาเรือนบุกทำเนียบฯ จี้ ป.ป.ช.-สำนักพุทธฯ ล้างสะพานบาป สางปัญหาสิทธิ์ที่อยู่อาศัย

 

ทำเนียบรัฐบาล – เมื่อเวลา 11.00 น.ของ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ความขัดแย้งระหว่าง "บ้าน" กับ "วัด" ส่อเค้าบานปลายกลายเป็นไฟลุกโชน เมื่อกลุ่มราษฎรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการหมู่บ้านออมทอง (หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ) จำนวน 35 หลังคาเรือน นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี นางสาวสุวีรยา ทองพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน เป็นผู้รับมอบหนังสือ



การบุกทำเนียบฯ ครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าและส่งมอบพยานหลักฐานใหม่ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมในข้อพิพาทสิทธิ์ที่อยู่อาศัยบนที่ดินศาสนสมบัติ ซึ่งชาวบ้านต้องแบกรับความเดือดร้อนแสนสาหัสมายาวนาน โดยเสนอข้อเรียกร้องเด็ดขาด 4 ข้อ:
1. จี้ส่ง ป.ป.ช.-โอนคดี CIB: ขอให้ประสาน สภ.บางปู, ตร. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ออกหนังสือเร่งรัดพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. โดยเร็ว พร้อมขอโอนคดีมายัง CIB เพื่อความโปร่งใส และให้ สปน. ทำหนังสือแจ้งประสาน ป.ป.ช. ส่วนกลางอีกทาง
2. ดึง สำนักพุทธฯ ร่วมหาทางออก: เร่งติดตามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ พศจ.สมุทรปราการ เข้าร่วมประชุมกำหนดเงื่อนไขสัญญาเช่าที่ดินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยมี สปน. เป็นคนกลาง
3. เปิดโต๊ะเจรจาด่วน: นัดหมายทุกฝ่ายเจรจาหาข้อยุติอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดทำบันทึกรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐานทางราชการ
4. สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เสียหายจริง: ยืนยันกระบวนการบรรเทาความเดือดร้อนครอบคลุมเฉพาะผู้เสียหายที่มีรายชื่อ 35 รายเท่านั้น กันบุคคลภายนอกหรือกลุ่มอื่นเข้ามาสวมรอยเด็ดขาด



สำหรับปมมหากาพย์หมู่บ้านออมทอง เป็นข้อพิพาทคาราคาซังมาตั้งแต่ปี 2537 หลังชาวบ้านอ้างว่าถูกนำที่ดินวัดมาปล่อยขายในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรพร้อมสิทธิ์เช่าถาวร แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือน จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทว่าคดีกลับติดขัดในชั้นสอบสวน local
กระนั้น จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออัยการจังหวัดสมุทรปราการพิจารณาหนังสือ ที่ อส 0058(สป)/3680 แล้วชี้ว่าคดีมีมูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ ทำให้ชาวบ้านเดินหน้าชนเพื่อทวงสิทธิ์ที่อยู่อาศัยตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ศึกครั้งนี้จะจบลงด้วยการประนีประนอม หรือจะกลายเป็นไฟลุกโชนเผาผลาญฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...
ชี้ชัดเจาะลึก จะเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด!