pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินงาน“โครงการบ้านท้องถิ่นประชารัฐร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน ราชินี”

เมื่อ 11 สิงหาคม 2559 นายจรินทร์  จักกะพาก  อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินงาน “โครงการบ้านท้องถิ่นประชารัฐร่วมใจ เทิดไท้องค์ราชัน ราชินี” เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแกนหลักสานพลังประชารัฐทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน องค์กรศาสนา สถาบันการศึกษา องค์กรชุมชนและภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมดำเนินการก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือผู้ยากจนให้มีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงและดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือดังนี้คือ เป็นบุคคลที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข สิ่งเสพติด หรือได้ลด ละ เลิกอบายมุขแล้ว เป็นบุคคลที่มีประพฤติกรรมในการช่วยเหลือสาธารณะ ไม่เอาเปรียบส่วนรวม เป็นบุคคลที่ดูแลบุพการีหรือบุตรหลาน และต้องเป็นบุคคลที่ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก  โดยมีเป้าหมายก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงที่อยู่อาศัย 984 หลัง ปรับปรุงสภาพการอยู่อาศัย เช่น สภาพเครื่องนอน เครื่องครัว ห้องน้ำ ทางเดิน 984 หลัง 

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก

เมื่อ 15 กรกฎาคม 2559 นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า  จากการที่กรมปศุสัตว์มีนโยบายให้มีการรณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบบบูรณาการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และเพื่อเป็นการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้กำหนดแผนการดำเนินงานตามโครงการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกเชิงรุกแบบบูรณาการของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2559 ขึ้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น    ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมสนับสนุน และกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ประสานกับหน่วยงานปศุสัตว์ในระดับพื้นที่ เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังโรค โดยสอบถามลักษณะอาการสัตว์ปีกจากเจ้าของทุกราย กรณีเมื่อทราบหรือพบสัตว์ปีกป่วยหรือตาย โดยมีลักษณะน่าสงสัย ให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ เพื่อตรวจสอบและเก็บตัวอย่างส่งตรวจ พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานปศุสัตว์ในระดับพื้นที่ ในการทำลายสัตว์ปีกที่เหลือฝูงและสัตว์ปีกบริเวณใกล้เคียงที่คาดว่ามีโอกาสได้รับเชื้อโรคแล้วทั้งหมดทันที โดยไม่ต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และดำเนินการ     ตามมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกดังกล่าว

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สถ. กำชับ อปท. ทุกแห่งทั่วประเทศ ในการดำเนินการสอบแข่งขันของ อปท.

นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. มีมติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ให้ยกเลิกมาตรการระงับการสอบแข่งขัน โดยให้คณะกรรมการ ข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ ได้ตรวจสอบความถูกต้อง    การดำเนินการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อย่างเข้มงวด นั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังได้กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานกรรมการข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้เข้มงวด กวดขัน สอดส่อง และกำกับดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ตามพระราชกฤษฎีกา     ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 โดยเคร่งครัด เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2559

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันควบคุม โรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง

นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกยังมีแนวโน้มการระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะ   ต้องป้องกัน และควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการป่วย การตาย จากโรคดังกล่าว โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ 3 โรค ที่กรมควบคุมโรคแนะนำ คือ 1. เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง เพื่อไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2. เก็บขยะเศษภาชนะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 3. เก็บน้ำให้มิดชิด ปิดฝาภาชนะ สำหรับภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ ให้ปล่อยน้ำทิ้ง หรือเปลี่ยนน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือปล่อยปลาหางนกยูงกินลูกน้ำ
          ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ    ให้ดำเนินการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การป้องกันควบคุม และประชาสัมพันธ์โรคไข้เลือดออก      ในกลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบ และพิจารณาจัดทีมพ่นเคมีควบคุมโรคตามความเหมาะสมของพื้นที่

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สานต่อโครงการ “มหาดไทยห่วงใย ใส่ใจผู้สูงอายุ”

รัฐบาลโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๘ ซึ่งมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการสังคม ในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยในปี ๒๕๕๙ นี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับพี่น้องประชาชน ภายใต้แนวคิด เสริมสร้างชีวิตใหม่ ให้คนไทยมีความสุข ซึ่งน้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สู่สังคมไทย สร้างชีวิตใหม่ประชาชน โดยกลไกประชารัฐ ผ่าน ๑๖ กิจกรรมสำคัญ หนึ่งในนั้น คือ โครงการ มหาดไทยห่วงใย ใส่ใจผู้สูงอายุ ที่มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรับผิดชอบ โดยสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งได้พัฒนาระบบบริการ และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ของผู้สูงอายุให้มีสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็น สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์        ในปี 2568 จึงได้สานต่อโครงการ มหาดไทยห่วงใย ใส่ใจผู้สูงอายุที่มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกแห่ง ได้พัฒนาระบบบริการ และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้มีสุขภาพอนามัย และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้แก่ ระบบการเฝ้าระวังสุขภาพ / สุขภาวะด้วยตนเองและครอบครัว การสร้างเครือข่าย การจัดบริการผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ ด้านสังคม และด้านการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีตลอดทั้งปี และเพื่อให้เกิดเครือข่ายการจัดบริการผู้สูงอายุในท้องถิ่น ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งแนวทางการดำเนินการให้แก่องค์กรปกครอง       ส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ โดยให้ดำเนินการสำรวจข้อมูล / สภาพผู้สูงอายุในชุมชน / หมู่บ้าน ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุ องค์กรภาคประชาชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบูรณาการภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ คัดกรองเพื่อจำแนกกลุ่มผู้สูงอายุตามภาวะ พร้อมทั้งประเมินความจำเป็นด้านการสนับสนุนบริการและจัดบริการด้านสุขภาพและสังคม ตลอดจนดำเนินการประชุมภาคีเครือข่ายผู้แทน / ตัวแทนภาครัฐ ชุมชน / หมู่บ้าน อาสาสมัคร องค์กรชุมชน องค์กรสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและรูปแบบแผนงานต่อไป

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมกับชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดกิจกรรม “ท้องถิ่นไทยสืบสานพระราชปณิธานต้านมะเร็งเต้านมถวายสมเด็จย่า”

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย และในปัจจุบันการศึกษาเพื่อค้นหาสาเหตุ       ที่แท้จริงของมะเร็งเต้านมยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นเรื่องที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าสาเหตุของมะเร็งเต้านมเริ่มต้นที่ความผิดปกติของสารพันธุกรรม โดยมีคำกล่าวว่า มะเร็งเต้านมเป็นโรคพันธุกรรม แต่จากการตรวจพบ  ส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติของสารพันธุกรรมที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ยังมีความซับซ้อนอยู่มากและไม่เพียงพอที่จะอธิบายกลไกการเกิดโรค และการพัฒนาของโรคได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องทางพันธุกรรมอย่างเดียว ทั้งสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรม      การดำเนินชีวิต ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เอื้อต่อการเกิดโรคซึ่งเราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นถ้าสามารถกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย       ได้มีความรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว พร้อมทั้งตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกก็จะทำให้อัตราการเกิดโรค, อัตราการป่วยและอัตราการตายจากโรคมะเร็งลดลง
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของมะเร็งเต้านม โรคร้ายที่คร่าชีวิตสตรีไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง จึงมีพระราชปณิธานช่วยเหลือให้สตรีไทยปลอดภัยจากมะเร็งเต้านม โดยส่งเสริมให้มีการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องมือแพทย์และเทคนิคที่ทันสมัย โดยแพทย์และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้เพื่อป้องกันโรคเต้านม     แก่สตรีทุกวัย ทั้งนี้ ได้มีพระราชดำรัสในวันพระราชทานพระราชทรัพย์ก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ เมื่อปี พ.ศ.2537 ว่า "...ให้นำเทคโนโลยี    ที่ทันสมัยที่สุดมาใช้อย่างเหมาะสม และให้รักษาคนจนคนรวยโดยเท่าเทียมกัน
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตลอดจนมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมขึ้น ภายใต้ชื่อโครงการ ท้องถิ่นไทยสืบสานพระราชปณิธานต้านมะเร็งเต้านมถวายสมเด็จย่า  ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมูลนิธิถันยรักษ์ ในการเป็นผู้นำด้านการวินิจฉัยโรคเต้านมครบวงจร ที่ทันสมัยและเชี่ยวชาญ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้เรื่องการตรวจวินิจฉัยและการป้องกันมะเร็งเต้านม เพื่อให้ผู้หญิงไทยพ้นภัยมะเร็งเต้านม ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี  ผู้ก่อตั้งมูลนิธิถันยรักษ์ฯ ทั้งยังมีแนวคิดร่วมกันที่จะสร้างเครือข่ายในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมไปสู่ประชาชนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่
โครงการ ท้องถิ่นไทยสืบสานพระราชปณิธานต้านมะเร็งเต้านมถวายสมเด็จย่าจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่    23 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น.-16.00น. ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่าของชาวไทย ในการที่จะให้ผู้หญิงไทยปลอดภัยจากมะเร็งเต้านม และน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตลอดจนเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์มูลนิธิถันยรักษ์ฯ โดยให้กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อและรักษา เพื่อค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก เพื่อยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม และลดอัตราการเกิดมะเร็งเต้านม  รวมถึงเป็นการ        ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมให้แก่ข้าราชการ พนักงาน และลุกจ้าง ตลอดจนบุคคลทั่วไป เพื่อเป็นสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และของชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กิจกรรมในวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2559 จะมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องสภาพการณ์มะเร็งเต้านมในประเทศไทย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การรณรงค์ด้านมะเร็งเต้านม และเชิญรับชมวีดีทัศน์แนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ เลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ รองศาสตราจารย์รัตนา จักกะพาก ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คุณเย็นจิต หรเวชกุล (คุณแม่ของคุณนิชคุณฯ) นางสิรินันท์ รัตนภักดี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลอากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร        นางพรทิพย์ ดีวันไชย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบะหว้า จังหวัดสกลนคร นางปาริชาติ สุขมานพ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพนายอเหนือ จังหวัดสกลนคร และ ดร.ภญ.ยุภาพรรณ มันกระโทก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมะเร็งเต้านม รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม           โดยรถถ่ายเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mobile Mammography Unit)


วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

โครงการประกวดเจ้าบ้านน้อยที่ดี ครั้งที่ 3 ประจำปี 2559 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายจรินทร์  จักกะพาก  อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ลงนามความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว” เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2551 ณ โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากธรณีพิบัติภัยสึนามิ จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนเทศบาล 2 จังหวัดกระบี่ โรงเรียนเทศบาลย่านยาว จังหวัดพังงา และโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต และในปี 2555 ททท.   ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพิ่มอีก 1 โรงเรียนคือโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ       สยามบรมราชกุมารี จังหวัดลำพูน และเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2555 ได้จัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว” อีกจำนวน 80 โรงเรียน  รวมทั้งสิ้น 84 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้มีองค์ความรู้ ทัศนคติด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตนเอง และเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการสร้างงานสร้างอาชีพด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อไป    

                        อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการต่อยอดการพัฒนาให้เยาวชนได้ฝึกทักษะการเป็น   เจ้าบ้านน้อยที่ดี การพูดในที่สาธารณชน การพัฒนาบุคลิกภาพ การใช้ภาษา รวมทั้งได้นำความรู้ที่ได้รับจากศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวมาใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะสามารถส่งเสริมให้เยาวชนได้มีทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยว สามารถนำไปประกอบวิชาชีพ และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยได้ในอนาคต จึงได้จัดโครงการประกวดเจ้าบ้านน้อยที่ดี ครั้งที่ 3  ประจำปี 2559  ให้แก่สถานศึกษาที่จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว  จำนวน 84 โรงเรียนทั่วประเทศ     ซึ่งเป็นสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จำนวน  83  โรงเรียน และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา               ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดลำพูน โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ  ได้แก่                 ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจะได้รับเงินสนับสนุน             การดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว โล่รางวัล พร้อมเกียรติบัตร โดยกำหนดจัดการประกวดรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค 5  ภูมิภาค และรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ดังนี้ ระดับภูมิภาค ภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 18 – 19 มิถุนายน 2559        ณ  จังหวัดระยอง ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 25 – 26 มิถุนายน 2559 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 16 – 17 กรกฎาคม 2559  ณ จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2559  ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 30 – 31 กรกฎาคม 2559 ณ จังหวัดสงขลา ระดับประเทศ วันที่ 27 สิงหาคม 2559 ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยให้สถานศึกษาส่งใบสมัครตรงไปที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทางไปรษณีย์ ส่งไปที่ งานพัฒนาหลักสูตร กองเผยแพร่ความรู้ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 หรือทางโทรสารหมายเลข 0 2250 5694 หรือทาง E-mail : ttndiv@tat.or.th

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2559 มีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน ประชาชนใช้รถใช้ถนนในการเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนสูงกว่าในช่วงเวลาปกติ
                นายจรินทร์  จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันและลดความสูญเสียจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดและศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ เพื่อบูรณาการแผนปฏิบัติการและสนับสนุนอัตรากำลัง ภารกิจ งบประมาณ และการรณรงค์ต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพพื้นที่ของแต่ละพื้นที่  ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจร่วม และการจัดชุดสายตรวจสุ่มตรวจตามเส้นทางสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดิน) สายรอง (ทางหลวงชนบทถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น)และสถานที่ชุมชนหรือหน้าสถานบันเทิง เพื่อเป็นการป้องปรามการฝ่าฝืนกระทำความผิดตามมาตรการ 1ร 2ส 3ข 4ม ได้แก่ ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ แซงในที่คับขัน เมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัยใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และให้ใช้มาตรการควบคุมทางสังคมและชุมชน โดยเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ตำรวจบ้านและประชาชนในพื้นที่ จัดตั้ง “ด่านชุมชน”เพื่อสกัดกลุ่มเสี่ยงและลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนการจัดเวทีประชาคมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเส้นทางบริเวณจุดเสี่ยง เช่น ทางโค้ง ทางแยก จุดตัดทางรถไฟ ถนนหรือผิวการจราจรที่ชำรุดเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดีและปลอดภัยการติดตั้งกระจกโค้ง แสงสว่าง สัญญาณไฟกระพริบ หรือเนินลูกระนาดในบริเวณจุดเสี่ยง พร้อมทั้งจัดทำป้ายหรือเครื่องหมายเตือนบริเวณดังกล่าว หากในพื้นที่ใดมีปัญหาอุบัติเหตุในจุดเสี่ยง จุดอันตรายต่างๆ ให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่เทศกิจ สมาชิก อปพร. อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนตามความเหมาะสม พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในความรับผิดชอบด้านบุคลากร พาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล(ตำบลละ5ล้าน)

 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2559 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตรวจติดตามโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล(ตำบลละ5ล้าน) โครงการขุดลอกลำเหมืองสาธารณะหนองแวง-คลองแห้งบ้านคู และโครงการจุดลอกคูส่งน้ำบ้านคู หมู่ที่ ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น


วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พิธีเปิดการอบรมและมอบนโยบายและบรรยายพิเศษ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมและมอบนโยบายและบรรยายพิเศษ ในประเด็นการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (LSEP) และผลการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (LPA) แก่บุคลากรของ สถจ.ตรังและพัทลุง และผู้บริหารและปลัด อปท.ในจังหวัดตรังและพัทลุง ณ โรงแรมเรือรัษฏา อ.เมือง จ.ตรัง

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับ3สมาคม

 เมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ 2559 นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายดุษฎี สุวัฒวิตยากร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับ3สมาคม (สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ,สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย)ในประเด็นการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น และการจัดทำผลการประเมินประสิทธิภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (LPA)   สมาคมสันนิบาตเทศบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย




วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สถ.เชิญชวนนักเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ร่วมประกวดสื่อป้องกันการทุจริต ประจำปี 2559 ตามแนวคิด “ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาศทั้งราษฎร์รัฐ”

นายจรินทร์  จักกะพาก  อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า       ด้วยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดโครงการประกวดสื่อป้องกันการทุจริต ประจำปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสให้เกิดการรวมพลังในการสร้างสรรค์ผลงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณา หรือภาพยนตร์สั้นส่งเสริมแนวคิด “ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาศทั้งราษฎร์รัฐ”เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกให้มีทัศนคติและค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต หรือกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกว่าการทุจริตเป็นการทำลายชาติ โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา และบุคคลทั่วไป ผู้เข้าประกวดสามารถส่งผลงานประเภทเดี่ยว หรือประเภททีม ทีมละไม่เกิน 3 คน ผลงานที่ส่งเข้าประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาพยนตร์โฆษณา ความยาวไม่เกิน 60 วินาที ภาพยนตร์สั้น ความยาวไม่เกิน 5 นาที โดยผลงานภาพยนตร์โฆษณา หรือภาพยนตร์สั้นทุกระดับจะต้องมีเนื้อหาส่งเสริมแนวคิด “ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาศทั้งราษฎร์รัฐ” สำหรับผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับรางวัลระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา และบุคคลทั่วไป จะได้รับโล่เกียรติยศ ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล ดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา รางวัลชนะเลิศของแต่ละประเภท ได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศของแต่ละประเภทได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 15,000 บาท รางวัลชมเชยของแต่ละประเภทจะได้รับประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 5,000 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป รางวัลชนะเลิศของแต่ละประเภทได้รับโล่เกียรติยศและเงินรางวัล 70,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศของแต่ละประเภทได้รับโล่เกียรติยศพร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท และรางวัลชมเชยของแต่ละประเภทจะได้รับประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 5,000 บาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงเชิญชวนนักเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงาน ป.ป.ช. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2528 4912 และ 0 2528 4815 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครผ่านทาง www.nacc.go.th

ร่วมเฝ้ารับเสด็จ

เมื่อ กุมภาพันธ์ 2559 นายจรินทร์ จักกะพากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ 87 พรรษานวมินทรบพิตร ณ เทศบาลตำบลร่วมจิต อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์




วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มอบของขวัญปีใหม่ 2559

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ดำเนินโครงการ “ท้องถิ่นไทยใส่ใจความสะอาด คนในชาติมีความสุข” โดยประยุกต์ผ่านโครงการมอบของขวัญปีใหม่ 2559 “เสริมสร้างชีวิตใหม่ ให้คนไทยมีความสุข” ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งน้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “รู้ รัก สามัคคี” ที่มุ่งเน้นในเรื่อง การทำงานให้ประสบผลสำเร็จ จะต้องมีความรอบรู้ทุกมิติ ปฏิบัติงานด้วยใจที่มุ่งมั่น ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน และต้องรวมพลังหรือบูรณาการ เพื่อให้งานบรรลุผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และเกิดความยั่งยืน

นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินโครงการ ท้องถิ่นไทยใส่ใจความสะอาด คนในชาติมีความสุข เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการทั้งในมาตรการระยะสั้น มาตรการต่อเนื่อง และมาตรการตรวจติดตามผล โดยมาตรการระยะสั้น ให้จัดกิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดใหญ่ (Big Cleaning Day) ในช่วงเดือนธันวาคม 2558 – มกราคม 2559 โดยดำเนินการทำความสะอาดและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ถนนสาธารณะในที่ชุมชน ให้ทำความสะอาดอย่าให้มีสิ่งกีดขวาง ปรับปรุง ซ่อมแซมป้ายเครื่องหมายจราจรให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ทำความสะอาดสถานที่ราชการ สำนักงาน ห้องส้วมสาธารณะ ตลอดจนรั้ว กำแพง ที่มีข้อความไม่เหมาะสม ทางด้านมาตรการต่อเนื่อง ให้องค์กรปกครอง   ส่วนท้องถิ่นจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคัดแยกขยะมูลฝอยในครัวเรือน และการใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอย การรักษาความสะอาดในสถานที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระเบียบสายไฟฟ้า หรือสายสื่อสารโทรคมนาคมที่มีการติดตั้งไม่เป็นระเบียบ ทำความสะอาดภาชนะใส่ขยะมูลฝอยตามสถานที่สาธารณะให้สะอาดถูกสุขลักษณะอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้จังหวัดพิจารณาประกาศเกียรติคุณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลที่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ทำคุณงามความดี สำหรับมาตรการติดตามผล ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าว และรายงานผลให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทราบ       ในทุกๆ 3 เดือน

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558

วันที่ 1 ธันวาคม 2558 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ขอขมา และขริบผมให้แก่ผู้เข้ารับการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส  มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 และในวันที่ 2 ธันวาคม 2558 นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว             ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 18 ธันวาคม 2558 ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมกันถวายพระพรชัยมงคลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี  พระพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพยาธิ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า โครงการอุปสมบทดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2558 เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า และเพื่อขัดเกลาจิตใจของผู้เข้าร่วมโครงการให้สะอาด บริสุทธิ์ สามารถน้อมนำหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีสติ เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังจิตสำนึก แก่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น        ให้ปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอน ในพระพุทธศาสนาตามแนวทางที่ถูกต้อง และให้แสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ตลอดจนสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนชาวไทย เพื่อทดแทนคุณบิดา มารดา และท่านผู้มีอุปการคุณ ภายหลังการดำเนินโครงการ ได้มีข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น   ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 99 รูป  

ในการนี้ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ให้ความเมตตา รับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระอรรถกิจโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายจรินทร์ จักกะพาก    อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรองศาสตราจารย์รัตนา จักกะพาก ประธานชมรมแม่บ้าน               กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเป็นที่ปรึกษาโครงการ

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558

นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องใน   โอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ 88 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2558 นับเป็นโอกาสที่สำคัญ อันนำมาซึ่งความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าและชาวพุทธทั้งหลายในฐานะที่ทรงเป็น        เอกอัครศาสนูปถัมภกพระพุทธศาสนา และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อพสกนิกรชาวไทย            โดยมิได้คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบาก ทรงมีโครงการในพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์ที่ได้รับความเดือดร้อนในด้านต่างๆ รวมถึงภัยพิบัตินานัปการ จึงเป็นโอกาสอันดีที่พสกนิกรจักได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ปราศจากโรคาพยาธิ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงจัดให้มีโครงการอุปสมบทเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 89 รูป ขึ้น จากข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 – 18 ธันวาคม 2558           ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่าหัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ โดยเน้นประโยชน์ 3 ประสาน คือ บ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ให้เป็นสถานที่ดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ บ้าน วัด และโรงเรียน เช่น โครงการข้าวก้นบาตร โครงการบรรพชาสามเณร    ภาคฤดูร้อน โครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในพระราชพิธีต่างๆ และกิจกรรมในวันสำคัญ     ทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าว จึงเป็นโครงการที่จัดทำขึ้น     เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล            เฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า          เพื่อขัดเกลาจิตใจของผู้เข้าร่วมโครงการให้สะอาด บริสุทธิ์ สามารถน้อมนำหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมา  สัมพุทธเจ้าไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิต และแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีสติ เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝังจิตสำนึก   แก่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอน             ในพระพุทธศาสนาตามแนวทางที่ถูกต้อง เปิดโอกาสให้แสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ตลอดจนสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนชาวไทย และทดแทนคุณบิดา มารดา และท่านผู้มีอุปการคุณ
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญในการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558       ได้ที่สำนักงานเลขานุการกรม ที่อยู่สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถนนนครราชสีมา    เขตดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐ หรือ โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาถนนวิสุทธิกษัตริย์ 006-0-18491-4     ชื่อบัญชี อุปสมหมู่เฉลิมพระเกียรติฯ 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558