pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสุพรรณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสุพรรณ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

สุพรรณบุรี วอนช่วยเด็กพิการ 8 ขวบกลืนเข็มเย็บผ้าทะลุลำไส้

ที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีเด็กร่างกายผิดปกติ กลืนเข็มเย็บผ้าเข้าท้อง อยู่ที่หมู่บ้านหนองระกำ อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 3 ต. สนามคลี อ.เมืองสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบพบนางนงลักษณ์ วงษ์ทองดี อายุ 41 ปีกำลังอาบน้ำให้ ด.ช. อาทิตย์ แจ้งสว่าง หรือน้องเมฆ อายุ 8 ขวบ หนูน้อยที่พิการทางสมอง จากการสอบถามนายขวัญเมือง แจ้งสว่าง  อายุ41 ปีและนางนงลักษณ์ วงษ์ทองดี อายุ 41 ปี บิดามารดาของน้องเมฆ เล่าว่าตนและสามี ประกอบอาชีพทำนาและขายของเล็กๆ น้อยๆ มีลูกทั้งหมด 3 คน โดยลูกชายคนโตและลูกสาวคนรองร่างกายปกติทุกอย่างส่วนคนเล็กคือน้องเมฆ ร่างกายไม่สมประกอบเนื่องจากลำไส้ไม่มีเซลล์ ขับถ่ายทางทวารไม่ได้ คณะแพทย์ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.เด็กแห่งชาติ ในกรุงเทพ และผ่าตัดเอาลำไส้ออกมาไว้ด้านนอก ใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่งแต่อาการยังเหมือนเดิมคณะแพทย์ รพ.เด็กผ่าตัดนำลำไส้กลับเข้าไปด้านในเหมือนเดิม และนำตัวน้องเมฆกลับมาอยู่บ้านตามปกติ
 และเมื่อประมาณ1 ปีที่ผ่านมาขณะที่ตนกำลังทำงานบ้านน้องเมฆ เล่นอยู่คนเดียวได้หยิบกล่องเก็บเข็มเย็บผ้ามาเล่น และตกกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น ตนตกใจพยายามล้วงดูในปากน้องเมฆแต่ไม่พบอะไร  จึงไม่คิดว่าเด็กจะกลืนเข็มเข้าไป ต่อมาน้องเมฆ ป่วยเป็นโรคปอดบวม ตนได้พาไปพบแพทย์ที่ รพ. เจ้าพระยายมราช แพทย์ได้เอกซเรย์ พบเข็มเย็บผ้าขนาด 4 ซม. อยู่ในช่องท้องของน้องเมฆ  ทางแพทย์ รพ.เจ้าพระยายมราชแจ้งรพ.ไม่พร้อม รักษาเนื่องจากไม่แพทย์ เฉพาะทางจึงส่งตัวน้องเมฆ ไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์ จ.ราชบุรี เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า  ทางด้านแพทย์ รพ. ราชบุรี ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดพบว่าเข็มได้ทะลุออกมาอยู่นอกลำไส้แล้ว  ไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากเกรงว่าหากผ่าตัดจะเป็นอันตราย  เพียงแต่แนะนำให้รอดูอาการและให้ครอบครัวดูแลน้องเมฆอย่างใกล้ชิด
นางนงลักษณ์ กล่าวว่าอยากวิงวอนขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือน้องเมฆ หาทางผ่าตัดนำเข็มเย็บผ้าออกจากท้องของลูก ขณะนี้ฐานะครอบครัวของตนเริ่มแย่ไม่มีเงินรักษาบางครั้งอาศัยช่วงสามีว่างจากทำนาไปช่วยกันขายของหารายได้มาจุนเจือครอบครัว  และเกรงว่าหากปล่อยไว้นานกลัวลูกจะเกิดอันตราย ขณะนี้ลูกชายอายุ 8 ขวบแล้วยังพูดและเดินไม่ได้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้


วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

สุพรรณบุรี ตื่นงูเฝ้าศาลแทนพ่อปู่ในวัดดังเมืองขุนแผน

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่เฝ้าศาลพ่อปู ในวัดปู่เจ้า หมู่ 4 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จึงไปตรวจสอบที่ศาลาด้านหลังวัดติดแม่น้ำท่าจีนมีศาลเจ้าพ่อปู่ สร้างด้วยไม้สัก หลังใหญ่ตั้งอยู่มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งบ้างก็กำลังจุดธูปกราบไหว้บางคนก็มุงดูงูเหลือมขนาดที่ใหญ่นอนขดตัวอยู่บนศาล ด้วยความสนใจ นอกจากนี้ยังมีกะโหลกจระเข้ วางอยู่
จากการสอบถามพระอธิการวุวัฒน์สุวัฑฒโน  เจ้าอาวาสวัดปู่เจ้าเล่าว่าศาลพ่อปู่แห่งนี้ได้ ประมาณ 8 ปีเนื่องจากเมื่อประมาณเกือบ 200 กว่าปีสมัยตอนต้นกรุงรัตนโกสินธ์ มีชาวบ้านพบเห็นมีคนโบราณแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวนั่งอยู่บนหลังงูขนาดใหญ่ขวางลำน้ำท่าจีนบริเวณคุ้งน้ำแห่งนี้ และยังมีจระเข้ ชุกชุมจนชาวบ้านไม่กล้าสัญจรทางน้ำ ด้วยความเชื่อว่าเจ้าตาปู่เจ้าที่ส่วนจระเข้ ก็เป็นพาหนะของพ่อปู่ จึงร่วมกันตั้งศาลขึ้นพร้อมจัดแต่งเครื่องหมากพลูทำพิธีอัญเชิญให้ขึ้นมาอยู่บนศาลและตั้งชื่อว่าศาลตาปู่ หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็ปกติ ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือพ่อตาปู่ มากเมื่อเวลางานปีก็จะร่วมกันจัด แต่ปัจจุบันการเดินทางทางน้ำไม่สะดวกเนื่องจากไม่มีเรือข้ามแม่น้ำจึงปรึกษากันสร้างศาลตาปู่ขึ้นที่บริเวณด้านหลังวัด พร้อมกับอัญเชิญตาปู่ มาอยู่ประจำที่ศาลแห่งนี้ด้วย เพื่อความสะดวก ในการเดินทางมากราบไหว้ตาปู่ ส่วนศาล หลังเก่าก็ยังอยู่แต่ชำรุดมาก
แต่ละปีในพื้นที่ อ.ศรีประจันต์ และพื้นที่ใกล้เคียงจะจัดงานประเพณี  ต้องมาอัญเชิญตาปู่ ไปร่วมพิธีทุกครั้งตามความเชื่อ กระทั่งครั้งนี้ที่ จังหวัดได้จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ก็ได้อัญเชิญตาปู่ไปร่วม หลังจากทำพิธีอัญเชิญตาปู่ ไปร่วมงานวันรุ่งขึ้นก็มีงูเหลือมขนาดใหญ่มานอนอยู่บนศาลดังกล่าว
หลังจากชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันแห่มาดูและวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆตามความเชื่อว่าเป็นงูลูกศิษย์ตาปู่ มานอนเฝ้าศาลแทนตาปู่  หรือชาวคนโบราณเรียกตะบองศาลทำให้มีชาวบ้านแห่มาดูพร้อมขอเลขเด็ดไม่ขาดสาย
�� � � �a� P� รกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งถ้ามีพื้นที่ป่าชายเลนอื่นๆที่ต้องการให้กรมราชทัณฑ์ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ลงไปในป่าชายเลน ทางกรมราชทัณฑ์ก็พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมดีๆแบบนี้ทั่วประเทศ



วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ชาวบ้านกว่า 4.000 คนแห่รับของแจก งานทิ้งกระจาดประจำปีศูนย์ปฏิบัติธรรมเซียงซือกง‏

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เขต จังหวัดสุพรรณบุรี นายอัครภณ ศิรนรากุล ประธานสโมสรไลออนส์ เป็นประธานในงานทิ้งกระจาดแจกทานประกอบไปด้วย ข้าวสาร 5 โล 1 ถุง นำมันพีช 1 ขวด  น้ำตาลทราย  1 โล น้ำปลา 1 ขวด บะหมีกึ่งสำเร็จรูป ณ.ศูนย์ปฏิบัติธรรมเซียงซือกง บ้านไผ่ขาด อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีประชาชน เข้าร่วมรับของแจกประมาณ 4.000 คน
                                                                         


                                                                                                                                                            นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ชาวสองพี่น้อง ออกมาเรียกร้องรัฐบาลในการยื่นขยายเวลาการรับจำนำข้าว

เนื่องด้วยทางเกษตรกรประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน ทำให้ไม่สามารถทำการเพาะปลูก และได้รับผลผลิตตามวันเวลาดังกล่าว ที่ทางรัฐบาลได้กำหนดโครงการขึ้น
     นายปรีชา โชติทวีวัฒน์ นายอำเภอสองพี่น้อง ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการรัฐสภาของเราทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุพรรณบุรี กรณีเกษตรกรชาวสองพี่น้องออกมาเรียกร้องรัฐบาลให้ขยายเวลาการรับจำนำข้าว ซึ่งนายอำเภอกล่าวว่า ฤดูกาลรับจำนำข้าวอาจมีการล่าช้าออกไปด้วย เหตุที่ว่าพื้นที่อำเภอสองพี่น้อง บางปลาม้า อำเภอเมืองและอำเภออู่ทองบางส่วน เป็นพื้นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะ เมื่อถึงฤดูฝนทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้เกษตรกรชาวนาไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เกษตรกรจึงต้องรอน้ำลดลงถึงจะทำการเพาะปลูกได้    ซึ่งอาจล่าช้าไปถึงเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ทางส่วนกลางจึงเล็งเห็นถึงปัญหาของเกษตรกรในเรื่องดังกล่าว   จึงได้ทำการยื่นเรื่องเสนอต่อรัฐบาล เรื่องขอยืดระยะเวลาการรับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวจากปีละเพียงหนึ่งครั้งเป็นปีละสองครั้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามช่วงเวลา และไม่สามารถที่จะเข้าโครงการรับจำนำข้าวตามกำหนดเวลาเดิมของทางรัฐบาลได้

    นายอำเภอสองพี่น้อง กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นนายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี        ได้มอบหมายให้นายสมชาย เลิศพงษ์ภากรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรผู้ทำนาเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางส่วนกลางจะเร่งเสนอต่อทางรัฐบาล ในเรื่องการยืดเวลาโครงการรับจำนำข้าว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและผลเสียต่อเกษตรกรชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุพรรณบุรี แถลงข่าวเตรียมจัดงานแห่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดอื่น

วันที่ 11 ก.ค. ที่วัดสว่างอารมณ์ อ.เมืองสุพรรณบุรี นายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต ผวจ.สุพรรณบุรี นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รอง ผวจ.สุพรรณบุรี นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี และ วัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกำหนดจัดงาน  “ประเพณีแห่เทียนพรรษาสุพรรณบุรี ประจำปี 2556 ในระหว่างวันที่ 22 - 24 กรกฎาคม 2556 ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเป็นการฟื้นฟูประเพณี วัฒนธรรมทางศาสนา และร่วมบุญงานไหว้พระ 9 วัด ในวันอาสาฬาหบูชา ณ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ซึ่งพิธีเปิดจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2556 ณ บริเวณหน้าแขวงการทางสุพรรณบุรีที่ 1 โดยจะเคลื่อนขบวนแห่ไปตามถนนเณรแก้ว แล้ววนกลับบริเวณแยกถนนนางพิม ผ่านห้างสรรพสินค้านาซ่ามอลล์ สิ้นสุดบริเวณหน้าโรงแรมวาสิฏฐี อำเภอเมืองสุพรรณบุรีนำเสนอโดยผ่านการแกะสลักเทียนประจำพรรษา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความสวยงามของต้นเทียน พร้อมทั้งขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ตระการตา โดยการนำเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใน 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งภายในขบวนมีการแสดงในรูปแบบศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การฟ้อนรำที่อ่อนช้อยงดงาม การประกวดเทียนพรรษาและขบวนแห่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 035-535380 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุพรรณบุรี โทร. 035-536030, 035-535789, 035-536189

มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 

เพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลพลาสติก เสียหายกว่า100 ล้านบาท

                   ทะเลเพลิงโหมกระหน่ำโรงงานรีไซเคิลพลาสติกวอด คนงานกว่า 70 หนีตายกลางดึก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดกั้นนาน 5 ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 บาท
                  เมื่อ ก.ค.56 ที่ผ่านมา  พ.ต.ท.ณรงค์ เพชรทอง พนักงานสอบสวนสภ.สระยายโสม  ต.สระยายโสม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากนายองอาจ ศรีแสงจันทร์  อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.สระยายโสม ว่าเกิดเพลิงไหม้โรงงานสุนทรี พลาสติกติด ถนนมาลัยแมน – สุพรรณบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาติชาย นาคะสุวรรณ ผกก.,พ.ต.ท.พิชกิจ นิจแสวง รอง ผกก.ป,พ.ต.ท.มีชัย ศรุตานันท์  รอง ผกก.ส.ส, ร.ต.อ.บุญธรรม มีใจซื่อ รองสวป.  และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยเสมอกัน, มูลนิธิกู้ภัยจักรนารายณ์ก่อนประสานไปยังงานบรรเทาสาธารณะภัยใกล้เคียง นำรถดับเพลิงกว่า 20 คันมาร่วมทำการฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นโรงงานฉีดเม็ดพลาสติกและผลิตสีสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชื่อ สุนทรีพลาสติก ปลูกสร้างเป็นอาคารสองชั้น มีกำแพงรั้วรอบขอบชิด บนเนื้อที่ประมาณ 3-4ไร่ เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง
ท่ามกลางความโกลาหลของพนักงานลูกจ้างทั้งไทยและพม่า ที่ช่วยกันขนทรัพย์สินในโรงงานและบ้านพักที่พอขนออกมาได้หนีไฟกันจ้าละหวั่น เนื่องจากเป็นภายในโรงงานมีพลาสติกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำเข้าสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังโรงงานข้างเคียง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่า 5ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ นายแง อายุ  25 ปี สัญชาติพม่า คนงานคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่กับเพื่อน ๆ ประมาณ 5 – 6 คน  ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ และเมื่อเปิดประตูออกไปดูก็ต้องตกใจเมื่อเห็นควันไฟพวยพุ่งออกจากโรงงานพลาสติกอย่างรวดเร็ว จึงได้ตะโกนให้เพื่อนคนงานที่พักอยู่ในบ้านพักคนงานด้วยกันช่วยกันดับไฟ จากนั้นก็ได้แจ้งไปยังนางสุนทรี แซ่เฮง อายุ 65 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานทราบ แต่ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วตนและเพื่อนคนงานด้วยกันไม่สามารถดับเพลิงได้ทัน นายเฉลา เล้าสมรุ่ง อายุ 62 ปี เจ้าของโรงงานทรัพย์ทวีพลาสติด ซึ่งมีกำแพงรั้วติดกัน บอกว่า ขณะนอนหลับพักผ่อนอยู่ก็ต้องตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนงานตะโกนว่าไฟไหม้ๆ รู้สึกตกใจมากจึงได้เรียกลูก ๆ ให้ตื่น และ ช่วยกันเก็บของเท่าที่จำเป็นทยอยนำไปเก็บไว้ที่ที่ปลอดภัย เพื่อว่าไฟอาจลุกลามมาถึงที่โรงงานของตนที่ตั้งอยู่ติดกัน เพราะไฟได้ลุกไหม้อย่างรันแรงจนน่ากลัว ด้านนายประเสริฐศักดิ์ เนตรประพิศ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสระยายโสม กล่าวว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานรีไซเคิลพลาสติก โดยการรับซื้อถุงพลาสติกจากชาวบ้านและสถานประกอบการทั่วไป แล้วนำมาล้าง ก่อนหลอมแล้วนำมาฉีดเป็นเม็ดพลาสติกส่งลูกค้าที่ประกอบการด้านผลิตสินค้าพลาสติก มีคนงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวรวมกว่า 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักคนงานที่ปลูกสร้างอยู่ในบริเวณพื้นที่ของโรงงาน และขณะเกิดเหตุต่างก็ตื่นตกใจช่วยกันนำน้ำไปดับไฟ แต่ด้วยบริเวณที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นบริเวณที่เก็บถุงพลาสติก และเม็ดพลาสติก ทำให้มีการลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถดับได้ทัน บางส่วนก็ช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินของตัวเองภายในห้องพักออกกันอย่างจ้าละหวั่นทันท่วงที ก่อนที่เพลิงจะลุกไหม้จนวอดไปทั้งโรงงานและบ้านพัก แต่ก็โชคดีที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ไม่ลุกลามไปยังโรงงานใกล้เคียงที่อยู่ติดกัน ไม่เช่นนี้คงเกิดความเสียหายอย่างมาก  นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสระยายโสม กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นทางเทศบาลได้ทำการช่วยเหลือคนงานผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการนำน้ำและอาหารไปแจกจ่าย ก่อนที่จะทำการปรึกษาหารือกับเจ้าของโรงงาน ถึงการช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยชั่วคราว ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร ด้านความช่วยเหลือส่วนตัวได้ประสานพูดคุยกับเพื่อน ๆ ว่าจะมีการระดมเงินช่วยเหลือครอบครัวของคนงานที่ได้รับความเดือดร้อนที่ไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกมาได้ทันบ้างเป็นบางส่วน ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป  พ.ต.ท.ณรงค์ เพชรทอง พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไฟได้ลุกไหม้โรงงานทั้งหลังพร้อมทั้งบ้านพักคนงานและบ้านพักอาศัยของเจ้าของโรงงานไปหมด รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ภายในโรงงานประกอบด้วย เครื่องฉีดเม็ดพลาสติก จำนวน 6 เครื่อง ,รถจยย. จำนวน 15 คัน ,เม็ดพลาสติกที่เตรียมส่งลูกค้าจำนวน กว่า 50 ตัน และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้นั้น สันนิฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และจากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงมาจากกองพลาสติกด้านหลังโรงงาน ซึ่งมีสายไฟเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ มาทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุในการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป
มงคล สว่างศรี ,นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 


วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุพรรณบุรี ชาวนาแห่กราบไหว้ขอพรพระแม่โพสพใหญ่สุดในประเทศ

               เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 56 หลังจากพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ชาวนาหลายอำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี พากันดีใจได้เฮต่างเร่งกันทำนา แต่มาถูกรัฐบาลประกาศลดราคารับจำนำข้าวเหลือ ตันละ 12,000 บาท ชาวนาจึงได้รับผลกระทบ เนื่องขณะนี้ต้นทุนในการทำนาสูงมากขึ้น และไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลจะปรับลดราคารับจำนำข้าวครั้งนี้  ขณะที่ วัดเถรพลาย ตำบลวังน้ำซับ  อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี  ชาวนาต่างแห่กันมากราบไหว้ขอพรพระแม่โพสพ ใหญ่ที่สุดในประเทศ สูง 6.80 เมตร พระแม่โพสพ ซึ่งเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร หรือชาวนาไทย ชาวนาจึงแห่กันมากราบไหว้ขอพร พร้อมกับนำพันธุ์ข้าวปลูกมาแก่บน และขอพรกับพระแม่โพสพ ขอให้ทำนาได้ผลผลิตดี ไม่มีแมลงศรัตรูพืชมารบกวน และขอวิงวอนให้รัฐบาลรับจำนำข้าว ตันละ 15,000 บาท เหมือนเดิม ชาวนาไทยจะได้ลืมตาอ้าปากได้กับเขาบ้าง    ด้านพระอธิการสันทัด รัตนญาโน เจ้าอาวาสวัดเถรพลาย กล่าวว่า ทางวัดได้สร้างพระแม่โพสพครั้งนี้ เป็นการบูชาพระคุณของพระแม่โพสพ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาไทย ที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศชาติ และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  ซึ่งประเทศไทยนั้นเป็นเมืองเกษตรกรรม โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งข้าวเป็นสิ่งที่มีคุณและสำคัญต่อประเทศไทย เพราะข้าวเป็นปัจจัยสี่ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ให้ร่างกายมีความเจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง และปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ข้าวถือเป็นสินค้าหลักที่ส่งออกสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอันมาก พระแม่โพสพนั้นนับเป็นผู้ ที่มีบุญคุณกับเกษตรกร เนื่องจากให้ผลผลิตของข้าวแก่เกษตรกรชาวนาไทยมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบันและเพื่อความเป็นสิริมงคลทางวัดได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปมากราบไหว้สักการบูชาพระแม่โพสพที่วัดได้ทุกวัน ซึ่งเกษตรกรและนักท่องเที่ยวจะได้รับแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวปลุกเสก เพื่อนำไปบูชาที่หรือจะนำไปหว่านในนาข้าวเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป

มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 


ประชุมผู้ประกอบการธนาคารร้านทอง สถานบริการร้านสะดวกซื้อ ไปรษณีย์ในเขตพื้นที่เพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุ

 เมื่อวันที่ 24  มิถุนายน 56  พ.ต.อ.พศวีร์     เรืองภู่  ผกก.สภ.ทุ่งคอก ,พ.ต.ท.ชาญชัย  ณัฐโสนามัย ,               พ.ต.ต.อุรุพงษ์     ดีพิจารณ์   ได้ประชุมผู้ประกอบการธนาคารร้านทอง สถานบริการร้านสะดวกซื้อ ไปรษณีย์ในเขตพื้นที่เพื่อวางมาตรการในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำชับการติดตั้งอุปกรณ์ในการป้องกันเหตุก่อนเกิดเหตุ และถ้าเกิดเหตุต้องดำเนินการอย่างไร อย่างเช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งแนะนำให้ตั้งกลุ่มเพื่อรายงานสถานการณ์ต่างในเครือข่ายผู้ประกอบการด้วยกันเอง เพื่อท้นเหตุการณ์และสามารถ จับกุมหรือช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ

วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

แอ๊ดคาราบาวเยี่ยม สภ.สระยายโสม


 พ.ต.อ.ชาติชาย  นาคะสุวรรณ ผกก.สภ.สระยายโสม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจ ให้การต้อนรับ นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ในโอกาสที่ให้เกียรติ มาเยี่ยมชม สภ.สระยายโสม เนื่องจากทราบว่า กำลังมีการปรับปรุงที่ทำการชั่วคราวขนานใหญ่  หลังจากที่รื้อที่ทำการไปแล้วและยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกแล้ว จากนั้นได้พากันไปทานอาหารร้านข้าวแกงร้านชื่อดัง ของสระยายโสม จึงออกเดินทางไปทำการแสดงคอนเสริตร์ ยัง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ด.ต.เชาวลิต ทองน้อย รายงาน

สุพรรณบุรี ไฟฟ้าจัดโครงการปรับภูมิทัศน์ระบบไฟฟ้าและสายสื่อสารป้องกันไฟตกไฟดับการสื่อสารขัดข้อง


นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี นายวัชรินทร์ กบิลพัฒน์ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันเปิดโครงการ ปรับภูมิทัศน์ระบบไฟฟ้าและสายสื่อสารของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2556 ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งการจัดทำโครงการ  “ปรับภูมิทัศน์ระบบไฟฟ้าและสายสื่อสารในครั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลดอนกำยาน อ.มืองสุพรรณบุรี แขวงการทาง จ.สุพรรณบุรี บริษัททีโอทีคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) และทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งประชาชนบ้านดอนกำยาน เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ตามบริเวณเส้นทางสายต่าง ๆ ของจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร เป็นการป้องกันทั้งไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ และระบบการสื่อสารขัดข้อง นอกกจากนี้จะเป็นการดูแลสภาพแวดล้อม ให้มีความมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม มีความปลอดภัยทำให้ชุมชนน่าอยู่ น่าชื่นชมแก่ผู้พบเห็น และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่สังคมและจังหวัดสุพรรณบุรี

มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี    

สุพรรณบุรี แถลงข่าว รวมพลังเลือดสุพรรณ สร้างสรรค์พัฒนาชุมชน


ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายเสน่ห์ บุญสุข พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี นายพงษ์เทพ รุ่งเรือง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การพัมนาชุมชน ร่วมกันแถลงข่าว ในการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์กรมพัฒนาชุมชน พ.ศ.2556 ตามโครงการ รวมพลังเลือดสุพรรณ สร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง วัตถุประสงค์เพื่อให้มีการพัฒนาศักยภาพ (พลัง) ของเครือข่ายองค์กรในการพัฒนาชุมชน ให้เกิดกิจกรรมที่เป็นการแสดงออกของพลังเครือข่ายองค์กรในงานพัฒนาชุมชน และส่งเสริมให้เครือข่ายองค์กรพัฒนาชุมชน ได้ใช้ศักยภาพของตนเองในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมพัฒนาชุมชน กิจกรรมความร่วมมือ สร้างสรรค์ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข เสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารงานชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างธรรมาภิบาลและความมั่นคงของกองทุนชุมชนโดยมีพลังเครือข่ายพัฒนาชุมชน 7 องค์กร ประกอบด้วย 1.เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองฯ 2.เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน 3.เครือข่ายอาสาพัฒนาชุมชน 4.เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 5.เครือข่ายการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) 6.เครือข่ายสตรี และ 7.เครือข่าย โอทอป  พร้อมกันนี้ได้แถลงข่าวเตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติ สัปดาห์รำลึกวันคล้ายวันสวรรคต ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย.2556 ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี  เนื่องในโอกาสวันที่ระลึกวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต 25 เมษายน เพื่อนอมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงกอบกู้เอกราชของชาติให้ดำรงเป็นปึกแผ่นถึงปัจจุบัน  สำหรับพระบรมราชานุสรณ์ เป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับบนคอช้างที่สร้างเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับข้าศึกเมื่อปี  2135  ในงานมีมหรสพสมโภชน์ ชมคอนเสิร์ตดาราสัญจร มีศิลปินนักร้องชื่อดังมากมาย ภาพยนตร์ รำวงย้อนยุค ประกวดธิดาทราวดี ประกวดธิดาชรารักษ์ การประกวดสาวประเภทสอง  ประกวด COPY ดาวรุ่งลูกทุ่งเมืองสุพรรณ การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป ระดับภาค  การสาธิตและฝึกอบรมอาชีพ โอทอป  

มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี งานบวชดีเจชื่อดังรายได้ถวายวัดใช้รถเครื่องเสียงแห่เสียงดังกระหึ่มตลอดทาง

ฮือฮาบวช ดีเจชื่อดัง จองโต๊ะร่วมอนุโมทนาบุญทางวิทยุชุมชน โซเชียล เน็ตเวิร์ค จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ รายได้กว่า 1 แสนบาท ถวายวัด  ใช้ขบวนรถยนต์แต่งเครื่องเสียง แห่นาคเสียงดังกระหึ่มกว่า 100 คัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ 4 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายบุญลือ เอี่ยมแสง อายุ 40 ปี เจ้าของเต๊นรถยนต์และเครื่องเสียงชั้นนำบุญลือออโต้คาร์ เจ้าของบ้าน เป็นเจ้าภาพจัดงานอุปสมบทให้ นาคอลงกรณ์ โพธิ์ชัยเลิศ อายุ 26 ปี หรือที่รู้จักกันในวงการเครื่องเสียงประดังยนต์ว่า ดีเจ อ๊อฟ แอบจิตร ดีเจชื่อดังระดับประเทศ ณ วัดโพธิ์นฤมิตร ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายบุญลือ กล่าวว่าสาเหตุที่ตนเป็นเจ้าภาพบวชนาคอลงกรณ์ โพธิ์ชัยเลิศ หรือ ดีเจออฟ เนื่องจาก ดีเจออฟ เป็นลูกน้องฝีมือดีคนหนึ่ง ซึ่งทำงานร่วมกันมานาน จนเรียกได้ว่าเป็นดีเจ คู่บุญ ที่ทำงานร่วมกันมาจนทำให้ตนมีฐานะดีขึ้น และ ดีเจ ออฟ ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการเป็น ดีเจงานตามโชว์เครื่องเสียงประดับยนต์ต่าง ๆ ระดับประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของคนในวงการเครื่องเสียงติดรถยนต์ งานโชว์เครื่องเสียงต่าง ๆ ทั่วประเทศในการจัดงานครั้งนี้ช่วงกลางคืนมีจัดงานเลี้ยงฉลองโต๊ะจีนกว่า 100 โต๊ะ ซึ่งตนไม่ได้แจกการ์ดบัตรเชิญ แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนออกอากาศทางสถานีวิทยุชุมชน ให้กระจายเสียงตามคลื่นวิทยุต่าง ๆ ใน จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งประชาสัมพันธ์ทางโซเชียล เน็ตเวิร์ค ซึ่งมีทั้งลูกค้าและ เพื่อน ๆ ของตนและเพื่อนของนาค มาที่ร่วมงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบเสียงเพลง โดยนำรถยนต์ส่วนตัวที่ติดตั้งเครื่องเสียงคันละ 2-4 แสนบาท ขับมาร่วมงาน จากทั่วประเทศกว่า 300 คน และนำเงินรายได้จากค่าโต๊ะจีน มาร่วมอนุโมทนาบุญ โดยเงินที่ได้จากงานเลี้ยงนั้น หักค่าใช้จ่ายแล้ว ตนจะได้นำไปถวายให้กับทางวัดโพธิ์นฤมิตร เพื่อร่วมบูระณะปฎิสังขรณ์วัดด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศ ช่วงที่แห่นาคจากบ้านเจ้าภาพ ไปอุปสมบทที่วัดโพธินฤมิตร นั้นมีกลุ่มเพื่อนในวงการเครื่องเสียงประดับยนต์ ได้นำรถยนต์ติดเครื่องเสียงกว่า 100 คัน เปิดเพลงเสียงดังกระหึ่มตลอดทาง มาร่วมขบวนแห่นาค โดยมีดีเจ นำอุปกรณ์ถ่ายทอดผ่านสัญญาณเสียงออกอากาศ เปิดเพลงจังหวะมันส์ ๆ ผ่านความถี่วิทยุกระจายเสียงเป็นเพลงเดียวกันเพื่อเป็นการสร้างสีสัน โดยมีคณะนางรำและแดนซ์เซอร์เต้นกันอย่างสนุกสนาน สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงานและชาวบ้านตลอดเส้นทางเป็นอย่างมาก

สุพรรณบุรี ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วยครอบครัวเด็ก ปากแห่วง เพดานโหว่ฐานะยากจน

นายทนงค์  ฉิมพันธุ์ ประธานมูลนิธิบ้านพักเด็กและครอบครัวสุพรรณบุรี  ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี นายพรสันต์ อยู่เย็น นายก อบต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ นำคณะเดินทางไปมอบสิ่งของทั้งข้าวสาร ถุงยังชีพ ช่วยเหลือครอบครัว นายมังกรศักดิ์ ไชยสงค์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่เลข 316 หมู่ที่ 2 ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ต้องอุปการะเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีประกอบด้วยภรรยา ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ลูกสาวฝาแฝด ลูกสาว พิการปากแหว่ง เพดานโหว่ และพ่อตา แม่ยายที่ป่วยเป็นอัมพาต  ขณะนี้กำลังปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ เนื่องจากบ้านหลังเก่าสภาพผุพังไม่พออยู่ โดยก่อนหน้านี้มีหน่วยงานที่ร่วมให้การช่วยเหลือในการปลูกสร้างบ้านประกอบด้วย  น.ส.พัชรี โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่  65 จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองสาหร่ายและชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองสาหร่าย ในการช่วยเหลือนมผง สำหรับเด็กเดือนละ 3,000 และ มูลนิธิบ้านพักเด็กและครอบครัวสุพรรณบุรี ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างบ้านพร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อีกจำนวน 3 กระสอบ นายมังกร เปิดเผยว่าตนเป็นหัวหน้าครอบครัว ประกอบอาชีพรับจ้างก่อสร้างและนางลูกจันทร์ สังข์ดี อายุ 39 ปี ภรรยานายมังกร รับจ้างเย็บผ้าโหลช่วยกันหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีลูกด้วยกัน 4 คน และ ด.ญ.จุฬาภรณ์  หรือน้องต้า ไชยสงค์ บุตรสาว อายุ 12 ปี ก็พิการเนื่องจากปากแหว่งและเพดานโหว่ นอกจากนี้ยังมีลูกสาวฝาแฝดอายุ 1 ขวบเศษ แล้วยังมีภาระต้องเลี้ยงดู พ่อตา แม่ยาย ที่ป่วยเป็นอัมพาตอีก 2 คน ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนลำบาก ต่อมานางลูกจันทร์  ประสบอุบัติเหตุหกล้มจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ ยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้นเพราะ ต้องหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพัง ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานของราชการ เข้ามาให้ความช่วยเหลือแต่ความเป็นอยู่ก็ยังลำบากและตนอยากอยากวิงวอนขอความเมตตา จากผู้ใจบุญช่วยเหลือครอบครัวรักษาอาการปากแหว่ง เพดานโหว่ของลูกสาวให้หายด้วย สามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือได้ที่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี 035-525224-5 นายพรสันต์ อยู่เย็น นายก อบต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี 081-8583441

สุพรรณบุรี รวบแก๊งยาบ้าเครือข่าย"เชษฐ์ เรือนจำเขาบิน"


วันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ รอง ผกก.ป.สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พ.ต.ท.สุกฤษ วิศิษฐ์ชนะชัย สวป. ร.ต.ท.สุพัฒน์ชัย ขานไข รอง สวป. สายตรวจรถจักรยานยนต์ สายตรวจรถยนต์ ร่วมกันตั้งจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นกวาดล้างอาชญากรรม และยาเสพติด อยู่ที่บริเวณสี่แยกบางสาม ถนนสายสองพี่น้อง-ลาดบัวหลวง หมู่ 5 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อดัสสัน สีฟ้า ทะเบียน บ-8892 สุพรรณบุรี ขับผ่านมา จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี ตำรวจจึงไล่ติดตาม จนรถยนต์คันดังกล่าว เสียหลักชนต้นไม้ข้างทางพังเสียหาย จึงได้จับกุมตัว นายชาญยุทธ สังข์เสียงสูง อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ อยู่บ้านเลขที่ 133/3 หมู่ 4 ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ตรวจค้นภายในรถยนต์พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า รวม 10 ถุง จำนวน 1,370 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ที่ด้านหน้าข้างคนขับ
สอบสวนนายชาญยุทธ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ร่วมกันกับ นางประภาพร สังข์เสียงสูง อายุ 48 ปี ภรรยา ลักลอบขายยาบ้ามานานแล้ว แต่ นางประภาพร เสียท่าถูกตำรวจจับได้ ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี 6 เดือน ส่วนยาบ้าดังกล่าวตนสั่งมาจาก นายเชษฐ์ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นผู้ต้องขังอยู่เรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่จึงใช้มาตรการยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.ท.สมบัติ สำเรียนรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.สองพี่น้อง ดำเนินคดี

มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 

สุพรรณบุรี ฮือฮาชาวบ้านแห่ขุดพระเกจิชื่อดังกรุแตก


พระเครื่องกรุหลวงพ่อเนียม อายุ กว่า 200 ปี แตก ชาวบ้านฮือฮาแห่ขุดหา เซียนพระมารอรับเช่าถึงที่ให้ราคาสูง หลักหมื่นถึงหลักแสน ตามสภาพของพระ ชาวบ้านรวยกันถ้วนหน้า  วันที่ 21 เม.ย. 56 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีว่ามีชาวบ้านจำนวนมากแห่ไปขุดหาพระหลวงพ่อเนียม เกจิชื่อดังเมืองสุพรรณ บริเวณที่ถมดินหน้าวัดบ้านสูตร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านกว่า 100 คน กำลังขมักเขม่นใช้จอบเสียมขุดหาพระหลวงพ่อเนียมที่อยู่ใต้ดินที่ถมแล้ว ได้พระไปคนละหลายองค์ ซึ่งมีเซียนพระต่างมารอเช่าซื้อให้ราคาสูงทำให้ชาวบ้านแถวนั้นมีรายได้นับแสนบาท  นายเศรษฐนันท์ ศรีบุศยดี ชาว ตำบลมะขามล้ม อ.บางปลาม้า กล่าวว่าหลังทราบข่าวว่าพบพระเครื่อง จึงได้มาขุดหา ได้พระหลวงพ่อเนียม พิมพ์พระประธานองค์เล็ก 3 องค์ มีเซียนพระมาขอเช่าในราคาแล้วแต่สภาพของพระ เริ่มต้นที่องค์ละ 3-9 หมื่น  แต่ตนไม่ขายเนื่องจากจะเก็บไว้บูชา เพราะเป็นพระที่หายาก ทราบว่ามีอายุราว 200 ปี  นายไพบูลย์ แก้ววิชิต  สมาชอกสภาเทศบาลตำบลบางปลาม้า และเป็นไวยาวัจกร วัดบ้านสูตร กล่าวว่า สาเหตุที่ค้นพบพระหลวงพ่อเนียม เนื่องจากทางวัดได้มีการรื้อเจดีย์เก่าที่อยู่ติดกับโบสถ์ไม่สักหลังวัด สร้างเมื่อ พ.ศ.2355 หรือราว 200 ปี เมื่อใช้รถแบคโฮขุดไปใต้ฐานเจดีย์และได้นำดินขึ้นมา ได้พบไหขนาดย่อมขึ้นติดมา จึงเปิดดูพบพระเครื่องหลวงพ่อเนียมพิมพ์พระประธานเนื้อตะกั่ว นับได้จำนวน 141 องค์ จึงนำไปให้เจ้าอาวาสเก็บรักษา จากนั้นได้นำดินที่ขุดไปถมที่บริเวณหน้าวัด ที่เป็นบ่อลึกเพื่อจะถมดินให้เสมอกัน ปรากฏว่ามีชาวบ้านไปพบพระหลวงพ่อเนียมพิมพ์พระประธานเล็ก ใหญ่ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปทำให้ชาวบ้านแห่กันมาขุดหากันทั้งวันทั้งคืน ทราบว่าชาวบ้านหลายรายได้พระไปคนละหลายองค์ โดยได้มีเซียนพระทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีและต่างจังหวัด มารับเช่าอยู่ที่หน้าวัดให้ราคาสูงถึงหลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท แล้วแต่สภาพความสวยของพระ ซึ่งทางวัดไม่ได้ปิดกั้นชาวบ้านในการขุดค้นหา เพราะเจ้าอาวาสท่านบอกว่าเป็นเพราะบารมีหลวง
พ่อเนียม จึงทำให้ขุดค้นพบพระเครื่อง ต้องการให้ชาวบ้านได้เก็บไว้บูชา ซึ่งชาวบ้านบางส่วนก็จะจำหน่ายให้กับเซียน บางส่วนก็เก็บไว้บูชา คาดว่าพระเครื่องที่ชาวบ้านขุดพบแล้วนั้น มีไม่ต่ำกว่า 3-4 ร้อยองค์ นายสมภพ แสนสว่าง หรือวงการพระเครื่องรู้จักในนาม ผู้ใหญ่จ๊อดเซียนพระชื่อดังของชมพระเครื่องเมืองสุพรรณ กล่าวว่าที่ผ่านมามีข่าวกรุพระแตกหลายที่ ส่วนใหญ่เป็นของปลอม แต่ที่วัดบ้านสูตรนี้ เมื่อตนเดินทางมาดูพบว่าเป็นพระเครื่องเก่าแก่ของจริง ตนไม่ค่อยได้พบกรุพระเก่าแก่มานานแล้ว ถึงกับขนลุกเพราะตนได้สะสมพระเครื่องสายของหลวงพ่อเนียมมานานแล้วด้วย นับว่าเป็นบุญบารมีของชาวบ้านที่ได้ขุดค้นและได้เก็บไปบูชา ในส่วนของตนมารอเช่าบูชากับชาวบ้านหมดเงินไปกว่า 3 ล้านบาทแล้ว และยังได้เช่าพระกับทางวัดไปอีก 3 แสนบาท ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญร่วมบูรณะโบสถ์ไม่สักวัดบ้านสูตรไปด้วย ด้านพระครูวิบูลย์สุวรรณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านสูตร เจ้าคณะอำเภอบางปลาม้า กล่าวว่าทางวัดกำลังดำเนินการสร้างโบสถ์ไม้สัก แต่เจดีย์ที่เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวดังกล่าว ซึ่งอยู่ติดกับโบสถ์ตามประวัติเจดีย์ ดังกล่าวมีการก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2355 บูรณะครั้งแรก พ.ศ. 2474 ครั้งที่สอง พ.ศ. 2518 ทางวัดจึงได้มีการขุดเพื่อย้ายออกมาบูรณะใหม่ จึงได้พบกับพระหลวงพ่อเนียมพิมพ์พระประธานดังกล่าว ซึ่งจริง ๆ แล้วหลวงพ่อเนียมพระเกจิชื่อดังท่านอยู่ที่วัดน้อย ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดบ้านสูตรนี้ โดยมีแม่น้ำท่าจีนขวางกั้น จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นพระที่หลวงพ่อเนียมสร้างแล้วมาฝากที่กรุใต้ฐานเจดีย์ของวัดบ้านสูตร นอกจากนี้ทางวัดจะได้มีการทำพิธีขอขมาหลวงพ่อเนียมที่ขุดค้นพบที่ใต้ฐานเจดีย์ด้วย  และการขุดค้นพบครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อเนียม ที่ต้องการให้ชาวบ้านได้นำไปบูชา เพราะอยู่ใต้ดินมานานกว่า 200 ปี สำหรับ หลวงพ่อเนียม ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดของมหาเกจิ-เถราจารย์ของเมืองสุพรรณบุรีและสุดยอดของภาคตะวันตก เชี่ยวชาญทางวิปัสสนาธุระและทรงวิทยาคม สำเร็จวาโยกสิณ มีอภิญญาแก่กล้า หยั่งรู้เหตุการณ์ในอดีตและอนาคต ที่หลวงพ่อโหน่งวัดคลองมะดัน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พระอาจารย์ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ และหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พระอาจารย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ดั้นด้นมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านได้สร้างพระเครื่องและเครื่องรางของขลังไว้ให้แก่ศิษย์หลายอย่างเป็นพระพิมพ์เนื้อตะกั่วผสมปรอท พิมพ์ทรงต่างๆ เช่นพิมพ์เศียรโล้น พิมพ์เศียรแหลม พิมพ์งบน้ำอ้อย พิมพ์ปรุหนัง พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ พิมพ์กริ่งคลองตะเคียน พิมพ์นาคปรก พิมพ์พระประธานใหญ่-เล็ก พิมพ์ถ้ำเสือ ฯลฯ และยังมีตะกรุดและลูกอมเป็นต้น พระเครื่องของท่านนั้นล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ต่างๆ มาก มาย เด่นทางด้านแคล้วคลาดและอยู่ยงคงกระพัน
                                                                                      มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์  สุพรรณบุรี
 

สุพรรณบุรี แก้บนวิทยุทรานซิสเตอร์หลวงพ่อดำจนวิทยุล้นวัดทางวัดจะแจกวิทยุให้ผู้สูงอายุและแจกผ้ายันต์วิทยุช่วงเทศกาลสงกรานต์


ชาวบ้านแห่แก้บนวิทยุทรานซิสเตอร์หลวงพ่อดำจนวิทยุล้นวัด ทางวัดจะแจกวิทยุให้ผู้สูงอายุและแจกผ้ายันต์วิทยุช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเป็นการให้ทานและจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการฟังธรรมะหรือข่าวสารบ้านเมือง ส่วนผ้ายันต์วิทยุก็จะได้เก็บไว้เป็นสิริมงคลและระลึกถึงหลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์  
วันที่ 9 เม.ย. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองเพียร ต.บางงาม อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาบนบาน กราบไหว้หลวงดำศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นข่าวฮือฮาด้วยการแก้บนด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ กันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลวงพ่อดำชอบเสียงดัง ผู้ที่บนบานศาลกล่าวแล้วประสบผลสำเร็จ จึงนำวิทยุทรานซิสเตอร์ มาแก้บนกันจำนวนมาก จนกระทั่งขณะนี้วิทยุทรานซิสเตอร์เต็มวิหารหลวงพ่อดำแล้ว ทางวัดจึงเอาวิทยุมาแจกให้กับผู้สูงอายุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนถึงวันที่ 15 เม.ย. 56 นอกจากนี้ทางวัดยังได้จัดทำผ้ายันต์รุ่นเสียงธรรมะ ขนาด 25x30 เซนติเมตร เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวไว้ให้เป็นสิริมงคล และเป็นที่ระลึกนึกถึงหลวงพ่อดำศักดิ์สิทธิ์
 เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่ระลึกนึกถึงหลวงพ่อดำ แม้จะไม่ได้มากราบไหว้ขอพรด้วยตัวเอง ก็สามารถอธิฐานขอพรหลวงพ่อดำ จนประสบความสำเร็จตามความต้องการมาแล้วจำนวนมาก  จากนั้นก็จะเดินทางมาแก้บนด้วยวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งล่าสุดมีชาวบ้านต่างพาบุตรหลานมาบนบานขอพรไม่ให้ถูกเกณฑ์ทหารประสบผลสำเร็จกันเป็นจำนวนมาก สำหรับผ้ายันต์รุ่นเสียงธรรมะ ประกอบด้วยรูปหลวงพ่อดำ ยันต์ปลาตะเพียน ยันต์โภคทรัพย์ ยันต์หนุมารเชิญธง และที่ฮือฮาก็คือรูปวิทยุทรานซิสเตอร์ทั้งสองข้าง เพราะหลวงพ่อดำชอบเสียงดัง พร้อมกับมีคำสอนเป็นคติธรรมไว้เตือนสติด้วย
ด้านพระครูพิพัฒน์สุวรรณนากรณ์ เจ้าอาวาสวัดหนองเพียร รองเจ้าคณะอำเภอศรีประจันต์ กล่าวว่าหลังจากที่ประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาบนบานขอพรกับ หลวงพ่อดำ และนำเอาวิทยุทรานซิสเตอร์มาแก้บนกันจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ทางวัดมีวิทยุทรานซิสเตอร์ จำนวนมากกว่า 1 พันเครื่อง ซึ่งทางวัดจะเก็บไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร จึงคิดว่าตั้งแต่บัดนี้จนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 15 เม.ย. ทางวัดจะแจกวิทยุทรานซิสเตอร์ ทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อให้ชาวบ้าน นำวิทยุหลวงพ่อดำไปใช้ประโยชน์ฟังธรรมะหรือฟังข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ หากถ้าวิทยุหมด ก็จะแจกผ้ายันต์วิทยุให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรกับหลวงพ่อดำ สำหรับการแจกวิทยุ จะแจกจ่ายให้กับผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากแม้ว่าจะมีกว่าพันเครื่องถ้าแจกฟรีให้กับทุกคนคงไม่พออย่างแน่นอน ขณะนี้ทางวัดกำลังพัฒนาวัด ซึ่งกำลังปลูกต้นไม้ ทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ ในบริเวณวัดให้ร่มรื่นเป็นสวนป่า เพื่อลดภาวะโลกร้อนและไว้ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อดำได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจได้กด้วย
 มงคล สว่างศรี นิคม หลิวเลิศพิพัฒน์ สุพรรณบุรี 

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

จับยาบ้า 200 เม็ด

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.56 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พศวีร์    เรืองภู่  ผกก.สภ.ทุ่งคอก พ.ต.ท.ชาญชัย    ณัฐโสนามัย พ.ต.ท.สมนึก  พันธ์แจ่ม พร้อมชุดสืบสวน สภ.ทุ่งคอกได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ศุภวรรณ     หรือแป้ง   ดีคำ อายุ  24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 9 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 200 เม็ด เงินสด 5,800 บาท และได้ทำการยึดทรัพย์เป็นรถจักรยานยนต์ 4 คัน รถยนต์เก๋ง 1 คันจึงแจ้งขอกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองโดยเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเกิดจากการสืบทราบของชุดสืบสวน ของ สภ.ทุ่งคอกว่าผู้ต้องหาดังกล่าวมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้เสพในเขต ต.ทุ่งคอก จึงได้จัดหาสายลับล่อซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดมา  



วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ลักจักรยานยนต์ 6 วันจนมุมตำรวจทุ่งคอก


   พ.ต.อ.พศวีร์  เรืองภู่ ผกก.สภ.ทุ่งคอก ได้สั่งการ พ.ต.ท.ชายชัย   ณัฐโสนามัย รอง ผกก.ป.ฯ ให้ดำเนินการเร่งติดตามคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สี ดำ -ส้ม  หมายเลขเครื่องยนต์ 4DO -3582385 หมายเลขตัวรถ 4DO-352385  ซึ่งมีนายฉาย   เกิดสมบูรณ์ บ้านอยู่หมู่ที่ 10 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นเจ้าของโดยเหตุเกิดในตลาดนัดเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค.55 เวลา 17.00 น.ซึ่งชุดสืบสวนของ สภ.ทุ่งคอกประกอบด้วย พ.ต.ท.สมนึก    พันธ์แจ่ม สว.สส.ฯ,ร.ต.อ.เอกภาพ   สินพูล ,ด.ต.วิทวัส  ล้ำเลิศ ,ด.ต.ณรงค์  งาชัยภูมิ ได้ประสานกับพื้นที่ใกล้เคียงจนสามารถจับกุมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.สองพี่น้องโดยขณะนั้นมีนายศิวานัท   รำมะโน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 310 หมู่ 1 ต.เนินพระปรางค์   อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ครอบครองรถจักยานยนต์คันที่ถูกก่อเหตุอยู่โดยพบขณะนายศิวานัท ฯขับขี่อยู่ในชุมชนเริ่มพัฒนา   ถ.โพธิ์อ้น-หวายสอ ต.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากรถไม่ติดป้ายทะเบียนประกอบกับเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ไม่ติดป้ายทะเบียนเมื่อตรวจสอบจึงพบว่าเป็นรถจักรยยานยนต์คันเดี๋ยวกับที่ถูกก่อเหตุจาก สภ.ทุ่งคอก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอกและนำตัว นายศิวานัทฯ ส่ง ร.ต.ต.สมเกียรติ   ศรีสังวาลย์ พงส.ฯเวรเจ้าของคดีผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดี