pearleus

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

ส.ส มอบน้ำใจ ให้ วิน จยย.รับจ้าง

 








เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 22 กันยายน 2564  ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส เขต 3 จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ กมลาสน์ อรุณภาคมงคล ผกก.สภ.บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสา และกลุ่มเพื่อน" ส.ส จอมขวัญ" มอบข้าวหอมมะลิ พร้อมเงินสด ให้กลับผู้ประกอบอาชีพ ขับรถ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จำนวน 165 ราย ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว ทั้ง 12 ตำบล ณ.บริเวณหน้า สภ.บ้านแพ้ว

ส.ส.จอมขวัญ กล่าวว่า ผู้ประกอบอาชีพ ขับรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นคนหาเช้ากินค่ำและได้รับผลกระทบ จากโควิด 19 เนื่องจากประชาชน ไม่ค่อยออกจากบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยง การออกมาสัมผัสเชื้อ ทำให้รายได้ลดน้อยลง บางวัน มีรายได้ไม่ถึง 200 บาท ทั้งๆที่มีรายจ่ายในครอบครัวทุกวัน แต่ทุกคน ก็ต้องสู้ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ดังนั้น ส.ส. จอมขวัญ ได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อน"ส.ส จอมขวัญ" เห็นความสำคัญ และพร้อมช่วยเหลือทุกอาชีพที่เดือดร้อน ในพื้นที่สมุทรสาคร เราจะสู้ไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งกัน ส.ส.จอมขวัญ กล่าว

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564

ประชุมนัดแรก ผู้ว่าฯณรงค์" เน้นย้ำทุกฝ่ายร่วมมือแก้โควิท

 













เมื่อวันที่ 21 ก.ย.64 ณ ห้องประชุม 401 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  เป็นตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวต้อนรับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร คนใหม่ 


นายณรงค์ รักร้อย ได้กล่าวว่า ตนเองพร้อมทำงานร่วมกับทุกคน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 พร้อมฝากหัวหน้าส่วนราชการทุกคน หากมีอะไรให้ช่วยเหลือก็พร้อมเสมอ

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

“แก๊งถุงดำโผล่อีกที่พัทยา”

 ศูนย์ข่าวพัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *0861499878










“แก๊งถุงดำโผล่อีกที่พัทยา”

ตร.ชลบุรี จับอดีตทหารเรือ “แก๊งถุงดำอุ้มรีดทรัพย์” เหยื่อสาวคดียาไอซ์  อ้างเป็น ตร.ชุดพิเศษปราบยา  พบหัวโจกอดีตทหารเรือมีคดีเก่าพึ่งประกันตัว โดนจับยกแก๊ง4คนยังหนีอีก1


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกของวันที่ 1 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังภูธรหวัดชลบุรีและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังบุกเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาชายจำนวน4ราย ซึ่งข้อมูลแจ้งว่าพฤติกรรมเป็น “แก๊งถุงดำ” จับเหยื่อค้ายาเสพติดไปรีดเอาทรัพย์  โดยผู้ต้องหาแก๊งถุงดำรีดทรัพย์ ทั้ง4ราย มี1.นายหนึ่ง(นามสมมุติ เป็นอดีตทหารเรือ) 2.นายสอง (นามสมมุติ) 3.นายบอย (ฉายาบอยวัดธรรม) 4.นายกอล์ฟ (ฉายากอล์ฟเกาะล้าน)  ทางตำรวจแจ้งว่ายังมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก1คนคือ นายชล  (ฉายา ชลกอไผ่)  ซึ่งไหวตัวหลบหนีไปได้อยู่ระหว่างตามจับกุม


ตำรวจชุดจับกุมเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทั้งนี้ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่งซึ่งเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล  (ย่านหาดจอมเทียน) ว่าไก้ถูกแก๊งผู้ต้องหาแก๊งนี้ซึ่งมีจำนวน5คน ที่อ้างตัวว่าเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดชุดพิเศษ จับกุมตัวและนำไปกักขังโดยพฤติกรรมมีการใช้ถุงดำคลุมศีรษะข่มขู่ต่างๆเพื่อรีดเอาทรัพย์ ทางตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้เร่งสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อจับกุมตัวแก๊งถุงดำรีดทรัพย์แก๊งนี้  ตำรวจชุดจับกุมจึงประสานข้อมูลจากตำรวจ สาขาโค้งดงตาล และสอบข้อมูลจากเหยื่อที่ถูกก่อเหตุ จนทราบว่า แก๊งคนร้ายที่ก่อเหตุอุ้มเหยื่อจะเลือกจับเหยื่อที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปรีดทรัพย์นั้น เป็นแก๊งที่เคยมีประวัติถูกจับในคดีก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกัยยาเสพติดในท้องที่พัทยา ยังอยู่ระหว่างประกันตัวออกมาสู่คดี  โดยหัวโจกในแก๊งนี้คือ นายหนึ่ง อดีตเคยเป็นทหารเรือ มักจะมีเพื่อนร่วมแก๊งที่ก่อเหตุรวม5คน จะอ้างตัวเป็นตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดชุดพิเศษ


 ซึ่งล่าสุดแก๊งถุงดำอุ้มรีดทรัพย์ นั้นได้ก่ออ้างตัวเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดชุดพิเศษ บุกจับหญิงสาว2คน พร้อมยาไอซ์ ภายในซอยจอมเทียน3 แล้วนำตัว2สาวขึ้นรถยนต์4ประตู โดยใช้ถุงดำคลุมหัวเหยื่อที่ถูกจับในคดียาไอซ์ทั้ง2สาวแล้วพาไปยังเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งสาวทั้ง2ถูกขู่ให้หาเงินมาเคลียร์แลกกับการปล่อยตัว ระหว่างที่เหยื่อสาว2คนกำลังหาเงินเคลียร์ได้ถูกแก๊งถุงดำรีดทรัพย์ที่อ้างเป็นตำรวจ ขังไว้ในกรงทำด้วยสังกะสี   ซึ่งแก๊งรีดทรัพย์เรียกเงินค่าเคลียร์ปล่อยตัวคดียาไอซ์เป็นจำนวน 50,000 บาท แต่เหยื่อสาวมีเงินไม่พอจึงต่อรองกันจนตกลงกันได้ที่จำนวนเงิน 8,000บาทแลกกับอิสระภาพ หลังจากได้เงินแก๊งนี้ก็ปล่อยตัวเหยื่อสาวยาไอซ์ไปเป็นอิสระช่วงเย็นของวันที่31ส.ค.64ที่ผ่านมา 


จากนั้นเหยื่อก็เปิดเผยข้อมูลกับตำรวจให้ช่วยจับกุมแก๊งถุงดำรีดทรัพย์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดชุดพิเศษ ซึ่งตำรวจชุดจับกุมไม่ได้นิ่งนอนใจเนื่องจากคดีอ้างตัวเป็นตำรวจรีดทรัพย์ใช้ถุงดำคลุมศีรษะเหนื่อยกำลังโด่งในอย่างคดี ผกก.โจ้ ถุงดำอยู่ในขณะนี้ 

ทางตำรวจได้เร่งสืบสวนจนทราบตัวแก๊งคนร้ายแก๊งนี้เพราะมีประวัติเก่าอยู่จากนั้นจึงทราบที่กบดานในพื้นที่พัทยาจึงบุกจับกุมตัวได้ยกแก๊งแต่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก1คน 


ภายหลังจับกุมแก๊งถุงดำอุ้มรีดทรัพย์จนมุมด้วยหลักฐานพร้อมกับประวัติคดีเก่าของหัวโจกคือนายหนึ่ง อดีตทหารเรือที่ก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวแก๊งถุงดำอุ้มรีดทรัพย์ทั้ง4ไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่าก่อคดีอื่นๆมาแล้วกี่คดีและเร่งติดตามจับกุมตัวเพื่อนร่วมแก๊งอีก1คนที่อยู่ระหว่างหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายคาดว่าจะจับกุมตัวได้เร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเขิงลึกด้วยว่ามีผู้ร่วมแก๊งที่เป็นคนมีสีร่วมก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์ด้วยหรือไม่.

เหตุเกิดที่ อบต.บ้านแพ้ว ระเบียบสำคัญกว่าชีวิต..ปฎิบัติการแนวคิดสวนทางผู้ว่า ฯ

หนวดชี้ชัดเจาะลึกบอกบุญ







มาร่วมกันช่วยศูยน์พักคอยชุมชน เชฟโฮม ต.บ้านแพ้ว ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รร.วัดธรรมเจดีย์ศรีพิพัฒน์.

... ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องที่มาที่ไปของศูนย์แห่งนี้ก่อนนครับ

  .เนื่องจากศูนย์แห่งนี้สร้างขึ้นมาด้วยแรงกายแรงใจของกำนันตำบลบ้านแพ้วและผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วยและประชาชนคนละแวกใกล้เคียงสาเหตุเพราะต้องการเอาคนที่เป็นโควิด-19 ออกมาจากบ้านและเตรียมนำส่งโรงพยาบาลต่อไป..อนึ่งก็ทำตามนโยบายของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ว่า 1 ตำบล 100 เตียงแต่เมื่อสร้างขึ้นและได้พูดคุยเพื่อขอ งบกับทาง อบต.บ้านแพ้วสรุปทางพันจ่าเอกสุริยา วรวงษ์ ปลัดอบต.บ้านแพ้ว ปฎิบัติหน้าที่นายก อบต.บ้านแพ้วปฏิเสธไม่ยอมอนุมัติงบให้ทั้งยังว่าบอกว่าได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนามที่ อบจ.ได้จัดสร้างไปแล้วจึงปฏิเสธไม่ยอมตั้งงบให้ที่ศูนย์พักคอยชุมชนเชฟโฮม ต.บ้านแพ้วแถมยังบอกอีกว่าผิดระเบียบ... สรุปนาย วิเชษฐ ท่าทรายกำนันตำบลจึงได้เรียกผู้ใหญ่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่พร้อมด้วยชาวบ้านอีกกลุ่มมาประชุมหารือในเรื่องศูนย์พักคอยคนสาครสรุปที่ประชุมอนุมัติดำเนินการจัดสร้างกันเองโดยมีนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอบ้านแพ้วร่วมด้วยช่วยหาเตียงและอุปกรที่จำเป็นให้กับศูนย์พักคอยชุมชน เชฟโฮม ต.บ้านแพ้วที่เปลี่ยนชื่อสาเหตุเพราะว่าไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรเลยจาก อบต.บ้านแพ้ว ผู้ว่าสมุทรสาครเคยกล่าวในที่ประชุมว่าให้ผ่านกฎระเบียบไปหากประชาชนเดือดร้อน..สรุปทางกำนัน-ผู้ใหญ่ตำบลบ้านแพ้วพร้อมด้วยประชาชนอีกกลุ่มจึงจัดตัังและสำเร็จรองรับผู้ป่วยติดโควิด-19 ได้ตามนโยบาลของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและที่ศูนย์พักคอยชุมชน เชฟโฮม ต.บ้านแพ้วก็มิได้มีสาธารณสุขเข้ามาดูแลแต่อย่างใดมีแต่ อสม.ในพื้นที่เท่านั้นที่สลับปรับเปลี่ยนกันเข้ามาดูแลโดยที่ทาง อบต.บ้านแพ้วที่มีนายบุญส่ง แจ่มจำรัสศรีเป็นผอ.สาธารณสุของต.บ้านแพ้ว ก็ไม่ได้เข้ามาให้ความรู้หรือคำแนะนำปรึกษนบางสิ่งบางอย่างอะไรเลย...ดังนั้นจึงเป็นที่มาของหัวข้อที่หนวดชี้ชัดเจาะลึกขึ้นไว้ว่าขอบอกบุญ...ด้วยศูยน์พักคอยชุมชน เชฟโฮม ต.บ้านแพ้วแห่งนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการทำอาหารให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มาพักเพื่อรอโรงพยาบาลสนามจึงขอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งอาหารสดทั้งน้ำดื่มเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆที่พอจะร่วมด้วยช่วยกันให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันสามารถก็โทรมา

บริจาคได้ที่ 

081 858 6779 กำนันอ๊อด

0895104550 บอย

0937895893 เบริ์ด

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564

สุดงง !! กรมทรัพย์สิน ฯ อนุมัติโลโก้การค้า 2 มาตรฐาน ....หรือเปล่า ?

 








สืบเนื่องจากกลุ่มธุรกิจ SME จิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง การละเมิดและเลียนแบบเครื่องหมายการค้า  “Safe”  ซึ่งประกอบธุรกิจทำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มาจากไฟเบอร์กลาสและพลาสติกชนิดต่าง ๆ อาทิ ถังน้ำไฟเบอร์กลาส แผ่นไฟเบอร์กลาส  โมลล์ไฟเบอร์ ฯลฯ พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำการละเมิดทั้งหมดเครื่องหมายการค้า ที่สร้างความเสียหายให้กว่า 1,000 ล้าน 

ทั้งนี้หนึ่งในบริษัทที่ถูกกลุ่มธุรกิจ SME จิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย ดำเนินคดี ก็คือ บริษัท ปรีชา การช่าง เวนติเลเตอร์ จำกัด  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 

ซึ่งถูกระบุว่ามีเครื่องหมาย คล้ายหรือเลียนแบบ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายปรีชา ทองยิ่ง ผู้บริหารบริษัท ปรีชา การช่าง เวนติเลเตอร์ จำกัด จึงได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้า “Safe” ที่กำลังเป็นคดีความอยู่ขณะนี้  โดยนายปรีชา ได้กล่าวถึงความเป็นมาแต่ต้นว่า ก่อนหน้านี้ ตนเองกับจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย เคยทำธุรกิจร่วมกัน โดยใช้โลโก้ Safe ที่มีลูกโลกอยู่ด้านหลังตัวอักษร Safe เป็นเครื่องหมายการค้า ซึ่งได้ขออนุญาติอย่างถูกต้องจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จดทะเบียนไว้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2557 หากแต่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดว่า    “ข้าพเจ้าไม่ขอถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้อักษรโรมันทั้งหมด”  นั้นก็หมายความว่า  คำว่า  ไม่สามารถนำคำว่า Safe มาจดเป็นลิขสิทธิ์ส่วนตัวได้ เนื่องจากเป็นคำสามัญทั่วไปที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว  แต่ที่กรมทรัพย์สิน ฯ อนุญาตนั้นก็เป็นเพียงแค่รูปแบบเท่านั้น 

ต่อมาตนเองได้แยกตัวออกจากการร่วมงานกับบริษัทจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย  แต่ยังคงใช้เครื่องหมายการค้า Safe ที่มีลูกโลก พร้อม ๆ กับทำเรื่องขออนุญาติโลโก้ใหม่ที่มีชื่อ Safe เช่นกัน แต่มีสัญลักษณ์เป็นลูกหมุนระบายอากาศอยู่ด้านหน้าตัวอักษร Safe เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นภายหน้า  ในขณะที่บริษัท จิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย เองก็ยังคงใช้เครื่องหมายการค้า Safe ที่มีลูกโลกเช่นกัน 

“ผมทำเรื่องขออนุญาติใช้ โลโก้ใหม่เมื่อปี 2561  ตามระเบียบของกรมทรัพย์ทางปัญญาทุกประการอย่างเคร่งครัด ซึ่งก็มีการแก้แบบตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ แต่ก็ยังไม่ผ่านการอนุญาติให้ใช้งานได้ แต่ผมก็ไม่ละความพยายามน่ะ และที่ยังคงใช้ตัวอักษรคำว่า Safe เพราะเห็นว่าเป็นโลโก้ที่ติดตลาด เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคที่มั่นใจในคุณภาพสินค้าของบริษัท” นายปรีชากล่าว 

นายปรีชาได้แสดงเอกสารถึงเหตุผลที่นายทะเบียนประจำสำนักงานเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญหา ไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตัวใหม่ของตนว่า 

เพราะอักษรโรมันคำว่า Safe แปลว่า ปลอดภัย มั่นคง เมื่อนำมาใช้กับสินค้าที่ยื่นของจดทะเบียน อาจสื่อความหมายได้ว่าเป็นสินค้าถังเก็บน้ำซึ่งไม่ได้ทำด้วยโลหะที่ใช้แล้วปลอดภัย นับว่าเล็งถึงลักษณะและคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง   ส่วนรูปประดิษฐ์มีขนาดและสัดส่วนที่ไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมาย 

อย่างไรก็ตามระหว่างที่นายปรีชากำลังดำเนินเรื่องขออนุญาติใช้โลโก้ใหม่อยู่นั้น ก็ปรากฏว่า ทางบริษัทจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย ก็ได้ทำเรื่องขออนุญาตใช้โลโก้ใหม่เช่นกัน โดยมีคำว่า Safe อยู่ในวงรี ซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับอนุญาตจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา สร้างสงสัยเคลือบแคลงให้กับนายปรีชา ถึงมาตรฐานของกรมทรัพย์สิน ฯ ว่า ทำไมถึงมี 2 มาตรฐานเกิดขึ้น  

“เรื่องนี้ผมงงมาก เพราะก่อนหน้าที่กรมทรัพย์สินเคยบอกว่า คำว่า Safe จดไม่ได้ เพราะเป็นคำกลางสามัญ  ใครจะนำมาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้  แต่ทำไม ทางบริษัท จิตต์ไฟเบอร์ ฯ ถึงจดได้เฉยเลย ทั้ง ๆ ที่มีคำว่า Safe เปล่า ๆ  แต่ Safe ลูกหมุนของผมกลับไม่ได้อนุมัติ ทั้ง ๆ ที่ยื่นขอจดก่อน ตรงนี้แหละครับที่ผมสงสัย และอยากได้เหตุผลจากทางสำนักทรัพย์สิน ฯ” นายปรีชากล่าว

ทั้งนี้ภายหลังจากที่  บริษัทจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย ได้รับอนุมัติให้ใช้โลโก้ Safe แล้ว นายปรีชา ก็ได้ทำเรื่องขอทราบเหตุผลในการอนุมัติ  ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ทำอักษรลักษณะเดียวกัน แต่กลับไม่ได้รับการอนุมัติ  อีกทั้งทางบริษัทจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย ก็ได้ดำเนินการฟ้องร้องบริษัทต่าง ๆ ที่มีคำว่า Safe เรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งในส่วนของบริษัทของนายปรีชา ก็ถูกฟ้องทั้งทางอาญาและแพ่งเป็นหลายร้อยล้านบาทด้วยเช่นกัน

คุณปรีชาได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้รับอนุมัติโลโก้ Safe ของบริษัทจิตต์ไฟเบอร์กลาสซัพพลาย  รวมถึงการฟ้องร้องบริษัทที่ใช้โลโก้ Safe ลูกโลก ที่ได้รับการอนุมัติจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้องไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ทำได้หรือไม่  

ทั้งนี้ตนเองไม่มีเจตนาจะมีปัญหากับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา หากแต่ต้องการรู้เหตุผลจากการอนุมัติโลโก้ในครั้งนี้ ต้องการทำถูกให้เป็นถูก ไม่ต้องการใส่ร้ายใคร  เพื่อความชัดเจนและใช้เป็นแนวทางปฎิบัติต่อไปเท่านั้นเอง