pearleus

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ณัฐพล เกิดไพบูลย์ ลูกไม้หล่นใกล้ต้น กับพันธะกิจในเครือ ‘ร้านทองเชน’


 
ณัฐพล เกิดไพบูลย์
 ลูกไม้หล่นใกล้ต้น
กับพันธะกิจในเครือ ร้านทองเชน
            พูดถึงร้านทองเชน หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า ห้างทองเชนเหลี่ยมพระ หลายคนในจังหวัดสมุทรสาครย่อมรู้จักกันดี โดยเฉพาะคนมหาชัย  เพราะถือเป็นร้านขายทองชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งของเมืองที่หลายคนให้ความไว้วางใจในราคาและคุณภาพของทอง ซึ่งมีคุณ เชน เกิดไพบูลย์ เป็นเจ้าของ   
             คนกล้าคนเก่งฉบับนี้ไม่ได้เข้าพูดคุยกับคุณเชน เพราะเชื่อแน่ว่าคงมีคนรู้จัก เฮียเชนดีแล้ว แต่ที่ทีมงานของเราให้ความสนใจตอนนี้ก็คือ คนรุ่นลูกที่ต้องรับไม้ต่อดูแลธุรกิจในเครือเกิดไพบูลย์และหนึ่งในทายาทของ เฮียเชน ที่เราให้ความสนใจคือ คุณตาล หรือคุณณัฐพล เกิดไพบูลย์     
            ทีมงานคนกล้าคนเก่งนัดพบปะกับคุณตาล ที่บริเวณโถงชั้นล่าง ของ ทองเชน เรสซิเดนซ์ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งเป็นธุรกิจล่าสุดของตระกูลเกิดไพบูลย์ ที่เปิดเป็นห้องเช่าทั้งรายวันและรายเดือนสำหรับลูกค้าขาประจำและขาจร มี  6 ชั้น 79 ห้อง และอยู่ในความรับผิดชอบของคุณตาลอีกด้วย
            คุณตาลต้อนรับพวกเราด้วยกาแฟรสเข้มเต็มคำ จากร้านกาแฟบ้านตูนที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกันและเปิดมานานกว่า 9 ปี พร้อมการเริ่มต้นสนทนาตามประสา คนรักกาแฟเหมือนกัน
            เชื่อหรือไม่ ผมเริ่มเปิดร้านกาแฟบ้านตูน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนทานกาแฟ  ใช่แล้วครับ คุณตาลบอกกับเราอย่างนี้จริง ๆ ว่าร้านกาแฟบ้านตูนเปิดขึ้นมาเพียงเพราะเหตุผลว่าตึก 2- 3 ห้องนี้ ควรจะมีร้านกาแฟสักหนึ่งร้าน อยู่ข้าง ๆ กันดอยดำ ที่คุณแม่อยากทำ 
            กาแฟบ้านตูนจึงเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการศึกษาศาสตร์ด้านกาแฟของคุณตาลตั้งแต่การศึกษาเมล็ดพันธุ์ ไปจนถึงการชิมและดื่มกาแฟอย่างเข้มข้น เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง ความเป็นกาแฟ ทั้งหมด ซึ่งท้ายที่สุด จากความอุสาหะในการศึกษาและเรียนรู้สารพัดเทคนิคการชงกาแฟ ทำให้ทุกวันนี้คุณตาลได้รับการยอมรับว่าเป็น หนึ่งในตองอูด้านกาแฟของมหาชัยเลยก็ว่าได้
            เราพักเรื่องการสนทนาเรื่องกาแฟ ไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะสิ่งที่เราสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ มุมมอง ใน ฐานะคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามา รับไม้ผลัดเปลี่ยนจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก กับพันธะกิจดูแลธุรกิจของครอบครัว เกิดไพบูลย์ ที่มี เฮียเชน กุมบังเหียนอยู่ ซึ่งหลายคนก็รู้ว่า ไม่ธรรมดา 
คุณตาลเปิดการพูดคุยหลังจากได้รับคำถามแรกว่า ตนเองจบจากอนุบาลสมุทรสาคร  แล้วต่อด้วย ร.ร.สวนกุหลาบ จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชินวัตร ในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งให้เหตุผลที่เลือกเรียนสาขานี้ เพราะชอบเล่นเกมส์เล่นคอม ฯ  แต่เมื่อเรียนไปได้สักพักใหญ่ก็เริ่มรู้ตัวเองว่า  ไม่ได้หลงใหลในศาสตร์ของคอมพิวเตอร์สักเท่าไหร่ แต่กลับเป็น การค้าขาย ที่ดูเหมือนจะเข้าเคมีเดียวกับตนเองอย่างลงตัว
“ผมเพิ่งมารู้ตัวเองว่าชอบทำการค้าก็เมื่อตอนเรียนปี 3 คือ การรับน้ำผลไม้จากเพื่อนที่จ.เพชรบุรีมาขายที่หอพักซึ่งได้เงินมา ก็รู้สึกสนุกและชอบขึ้นเรื่อย ๆ  แต่ก็เรียนคอมพิวเตอร์ต่อจนจบนะ ไม่ได้ออกกลางคัน”
เมื่อรู้ว่าการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ตนเองชอบ ทำให้คุณตาลเริ่มเปลี่ยนความคิดที่จะเข้าไป เป็นลูกจ้างหรือพนักงานบริษัท ทั้ง ๆ ที่มีงานเสนอเข้ามา แต่ปฎิเสธไป เพราะอยากการทำอะไรที่เป็นของตัวเอง ประกอบกลับทางบ้านมีห้องแถวอยู่ส่วนหนึ่ง จึงได้เข้าไปลงทุนกับพี่ชายเปิดร้านเช่าหนังสือ ชื่อ บ้านตูน  ซึ่งในปีแรกก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจึงได้เปิดสาขา 2 ในละแวกที่ไม่ห่างกันนักทันที
เมื่อเข้ามาทำธุรกิจเองอย่างเต็มตัว และก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ คุณตาลและพี่น้องเริ่มขยับขยายธุรกิจในเครือเกิดไพบูลย์ จนกลายมาเป็นร้านกาแฟ บ้านตูนคอฟฟี่ตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลสมุทรสาคร โดยมีร้านขายของเพื่อสุขภาพที่มีคุณแม่เป็นเจ้าของตั้งอยู่ข้าง ๆ เสมือนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับธุรกิจที่ลูก ๆ อยากทำ โดยนำชื่อ พี่สาวที่ชื่อตูน มาเป็นชื่อร้าน
อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นของการเริ่มสนทนาว่า คุณตาลและพี่  ไม่ได้มีความรู้มากนักเกี่ยวกับศาสตร์ของกาแฟ ลำพังแค่ดื่มกินยังไม่ค่อยสันทัน นับประสาอะไรกับความชัดลึกที่จะเข้าใจในศาสตร์และธุรกิจของร้านกาแฟ
อย่างไรก็ตามความรักและอุตสาหะ ประกอบกับต้นธารความคิดที่ต้องการ เป็นนายตัวเองทำให้คุณตาลและพี่ตูน พัฒนาความรู้ทักษะการปรุงกาแฟ ทั้งการเข้าคอร์ส ตระเวนชิมตามร้าน รวมถึงฝึกฝนทดลองชงและชิมอย่างทะลุปรุโปร่ง  สุดท้ายกลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคนหนึ่งในแวดวงคนค้าขายกาแฟในมหาชัย จนถึงวันนี้เชื่อแน่ว่าคนมหาชัยส่วนใหญ่คงรู้จักกาแฟบ้านตูนเป็นอย่างดีแล้ว
แม้ร้านกาแฟบ้านตูนจะรุดหน้าไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั่ง คนแรงเหลืออย่างคุณตาลที่ยังอยากจะทำอะไรที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยยังคงหาเวลาว่างและใช้พื้นที่ว่างของครอบครัวที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงร้าน ทดลองปลูกผัดปลอดสารพิษ ที่ไม่ได้เพียงแค่ทำเล็ก ๆ แต่กลับเล่นใหญ่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ผลิตพืชผักป้อนให้กับบ้านตูนกาแฟปรุงเป็นเมนูสลัดแสนอร่อยนานาชนิด เพื่อบริการเหล่าคนรักสุขภาพที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ความรักในทำการค้ากับสารพัดกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ ได้ขยายขอบเขตให้คุณตาลได้มีโอกาสเข้ามาดูแลธุรกิจอีกประเภทหนึ่งของครอบครัวนั่นก็คือ  ธุรกิจอสังหา ฯ ประเภทห้องเช่ารายเดือนหรือเซอร์วิส อพาร์เม้นต์ (service apartment)
“พอดีทางบ้านมีพื้นที่ว่างใกล้กับร้านกาแฟบ้านตูนประมาณ  1 ไร่ ที่ใช้เป็นลานจอดรถและผมเองก็เคยใช้เป็นแปลงปลูกผัดไฮโดร ฯ พอตกลงก็ว่าอยากจะสร้างเป็นที่พักรายเดือน หรือเซอร์วิส อพาร์เม้นต์ ก็เลยต้องเริ่มเข้ามาเรียนรู้ใหม่หมด เรียกว่า มีความรู้เริ่มต้นจากติดลบเลยก็ว่าได้”
เมื่อตกลงว่าจะพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้เป็นอาคารพักอาศัย คุณตาลก็เริ่มทำการศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ จากสารพัดแหล่งข้อมูลจากเว็ปไซต์ต่าง ๆ รวมถึงสอบถามจากผู้รู้ทั้งในแง่มุมทางกฎหมายและการก่อสร้าง ซึ่งในที่สุดก็กลายมาเป็นธุรกิจห้องพักอาศัย ภายใต้ชื่อ ทองเชน เรสซิเดนซ์ (THONGCHEN RESIDENCE)
“ทองเชนเรสซิเดนซ์ มีแนวความคิดเริ่มมาจากต้องให้เป็นอพาร์เม้นต์รายเดือน  สองเป็นที่พักอาศัยที่เข้ามาอยู่แล้วรู้สึกดี สามต้องการให้เป็นอพาร์เม้นต์ที่รู้สึกเป็นแกนด์หรือดูดี มีความเป็นมาตรฐานสากล คนที่พักต้องรู้สึกว่า เป็นคนพิเศษ ได้รับการดูแลอย่างดี ”
 การวางแผนและพัฒนาอย่างรู้เท่าทันธุรกิจรวมถึงเล็งเห็นถึงความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ ทองเชนเรสซิเดนซ์จากฝีมือการบริหารของคุณตาล ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีทั้งประเภทรายเดือน และรายวัน  
การพูดคุยกับเราดำเนินมาผ่านกาแฟรสชาติอร่อยถูกปาก แก้วที่สองหมดลงพร้อม ๆ คำถามที่เตรียมไว้หมดลงอย่างน่าเสียดาย ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราอยากแลกเปลี่ยน เพราะถูกรสการสนทนา กับคนใหม่รุ่นใหม่อย่างคุณตาล ที่เปิดกว้างทางความคิดและท้าทายตัวเองอยู่เสมอ  ซึ่งไม่สำคัญว่า จะเลือกเป็นนายตัวเองหรือเป็นลูกน้องใคร หากความชัดเจนในแนวทางที่เลือก เชื่อมัน และมุ่งมั่น ทำในสิ่งที่รักนั่นต่างหากที่ทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่า ระหว่างคนดีแต่คิดหรือพูด กับคนที่คิดแล้วลงมือทำ ประเภทไหนจะน่าเยินย่อกว่ากัน

ทองเชน เรสซิเดนซ์ (THONGCHEN RESIDENCE)
1500/119 ข้างโรงพยาบาลสมุทรสาคร
ซอยเอกชัย 11 ถ.เอกชัย ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 7400
mobile 095 2476980
tel 034 425191
iD Line @thongchen














อะไร ? ทำให้ไทยขึ้นแท่น ตายบนถนนมากที่สุดในโลก


รู้กันหรือยังว่า ประเทศไทยเรามียอดคนตายด้วยอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดในโลก คือ 18,000 คนต่อปี หรือวันละ 50 คน ไม่นับที่บาดเจ็บและพิการ ยังมีประเด็นที่น่าสลดหนักกว่านั้นอีก คือ มีเด็กและเยาวชนตายเฉลี่ยปีละ 2,510 คน เป็นวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-25 ปีตายมากที่สุดด้วย
            งานนี้ร้อนถึง คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช เลขาฯ มูลนิธิเมาไม่ขับ และอาจารย์พูลพร แสงบางปลา ประธานสาขายานยนต์ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ออกมารณรงค์ให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นมาตระหนักถึงปัญหาที่หนักหน่วงนี้เสียที
            ที่ผ่านมานโยบาย 7 วันอันตรายนี้ถือว่า น้อยไปแล้ว เนื่องจากทุกวันนี้ 365 วันอันตรายหมด" ก็คิดดูแล้วกัน คนไทยตายบนท้องถนนเฉลี่ยวันละ 50 คน หรือปีละเกือบ 20,000 คน  สูงว่าเครื่องบินตก สูงกว่าสงครามกลางเมืองทั่วโลกร่วมกันอีกเสียด้วยซ้ำ  เป็นสงครามกลางถนนที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเทศนี้ยังมองไม่เห็น และไร้การเหลี่ยวแลอย่างสิ้นเชิง
กลับมาที่อาจารย์พูลพร ซึ่งท่านได้ทำจดหมายถึงอธิการบดีทุกมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมทั้งหลายทั้งปวง และผู้จัดการโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ขอให้ช่วยกันรณรงค์ดังนี้ โดยแยกไว้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
    ๑.ดูแลบุคลากรที่ขับขี่จักรยานยนต์ในหน่วยงานให้ถูกกฎหมายและกฎจราจร เมาไม่ขับ ต้องสวมใส่หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ขับขี่รถสวนทาง รวมถึงต้องมีใบอนุญาตขับขี่
    ๒.บำรุงรักษาให้ปลอดภัยในการใช้งาน ต้องมีไฟหน้า ไฟท้าย รวมทั้งของที่วางในตะกร้าหน้ารถต้องไม่บังไฟ
    ๓.ควบคุมความเร็วของรถให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
    ๔.ตรวจสอบสภาพถนนและขับขี่อย่างระมัดระวัง
    ๕.ตั้งชมรมขี่จักรยานยนต์ในองค์กรของท่าน เพื่อทำหน้าที่รณรงค์และดูแลให้ลดอุบัติเหตุในหน่วยงานของท่าน รวมทั้งเก็บข้อมูลอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์ด้วย    
    ๖.ทางสมาคมผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ยินดีส่งวิทยากรไปให้ความรู้ การขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย
    คุณหมอแท้จริงบอกว่าคนไทยขาดวินัย และเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย เราจึงตกอยู่ในสภาพที่คนตายเกลื่อนถนนอย่างที่เป็นอยู่ แม้จะมีการรณรงค์ "7 วันอันตราย" มาหลายปี แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้น เพราะทั้งรัฐบาลและเอกชนสนใจแต่เพียง "เทศกาล" ต่างๆ ที่มีคนตายมากกว่าปกติเท่านั้น
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มีเรื่องเล่ากันว่า ที่ประเทศญี่ปุ่น ประชาชนมีวินัยในการขับขี่มาก ถ้าดื่มเหล้าแล้วจะอยู่กับบ้านหรือกลับแท็กซี่อะไรประมาณนั้น ไม่เหมือนคนไทยที่ดื่มกันเต็มอัตรา เมาได้ที่ก็คว้ากุญแจขับรถกลับบ้านเฉยเป็นเรื่องปกติ เก่งหน่อยก็ประคองสติถึงบ้าน  ส่วนที่เมาปริบก็ไปเละกันกลางถนน
ต่อมาเมื่อคนญี่ปุ่นมาทำงานในเมืองไทย ถูกตำรวจจับ ก็สารภาพผิดว่า ปกติอยู่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้เหลวไหลอะไรอย่างนี้ แต่พอมาอยู่เมืองไทย เห็นเพื่อนร่วมงานคนไทย เมาแล้วขับรถกลับบ้านกันเป็นปกติ ตนเองก็เลยเคลิ้มตามไปด้วย  เรียกว่า ถูกกลืนกินไปกับกระแสไทยแลนด์ โอนลี่   เข้าทำนองเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม  ดื่มเสร็จ ขับรถกลับบ้านเหมือนคนไทยไปเสียฉิบ
            พาลทะเลฟันธงไว้ตรงนี้เลยดีกว่า ว่า สิ่งที่ทำให้คนไทยตายบนท้องถนนมาก นอกเหนือจาก เหล้า ความไร้วินัยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่
เรามีแต่ไม่แสดงออกมา คือ ความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง
            ใช่ครับ คนไทยไร้น้ำใจกันบนท้องถนน  แต่เรากลับไปแสดงน้ำใจกันบนโต๊ะ ใต้โต๊ะ และรอบ ๆ โต๊ะ .. เข้าใจนะครับหมายถึงอะไร






ชี้ชัดตามฟัดทุกเรื่อง โดย..นกวายุภักตร์


ชี้ชัดตามฟัดทุกเรื่อง โดย..นกวายุภักตร์

บําบัดทุกข์ บํารุงสุข..สามัคคีคือการเห็นแก่บ้านเมืองและช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างตรงไปตรงมานึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง.. พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทาน..

 อิ่มบุญอิ่มใจ.. เชิญร่วมพิธีสมโภช ผ้าพระกฐิน พระราชทาน..วันศุกร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ณ วัดป้อมวิเชียรโชติการาม ( พระอารามหลวง) ชมการแสดง สมโภช ดนตรีไทย เวลา 18.00 น. พระสงฆ์ 10 รูปเจริญ พระ พุทธมนต์ สาธุชนร่วมฟังพระธรรมเทศนา กัณฑ์เทศน์..เพื่อเป็นสิริมงคล.


 ครั้งหนึ่งในชีวิต.. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์บดินทร เทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ ธนาคารธนชาต จำกัด ( มหาชน) ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากลางถ้วนไตรมาส ณ วัดป้อมวิเชียรโชติการาม( พระอารามหลวง) วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ขอเชิญสาธุชนร่วมในพิธี.


 สมพระเกียรติ.. วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.09 น . ประธานคณะกรรมการ ธนาคาร ธนชาต จำกัด ( มหาชน) ตั้งริ้วขบวนราชรถอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน วงดุริยางค์นำเคลื่อนไปตามถนนมาถวาย ณ วัดป้อมวิเชียรโชติการาม( พระอารามหลวง) จึงขอเรียนเชิญสาธุชนร่วมในพิธี.


 เชือดนิ่ม นิ่ม.. อันตรายยืมมือเจ้าหน้าที่หน่วยราชการเป็นเครื่องมือจัดฉาก แจ้งจับยาเสพติดหวังผล 100/2 เพื่อช่วยเหลือเครือยข่ายผู้ค้ายาเสพติดที่อยู่ในคุกจะได้ลดโทษ..แม่งคิดได้งัย.


 นี่ก็อีกราย..ดังเข้าสองหู สาวแก่ เกษียณไปแล้วปกครอง "ลานเกษตร" ยังจ้างตามภาระกิจนั่งทำงานคุมทะเบียนอาวุธปืน ข้าราชการ ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านถือใบ ป.3 รอกว่าครึ่งปียังไม่เห็นใบ ป.4 จะออก สงสัยมันเอาเรื่องที่เสนอซุกไว้ในหว่างขารึงัย.


 ขออภัยทั้งปี..กว่า 4 เดือน รถติดบรรลัย แบริเอ่อ ตั้งเกลื่อนเหมือนค่ายกล ชาวบ้านงง! ฝนตกหักหลบตกหลุม โคตรเซ็ง! ทุบรื้อสะพานทางรถไฟ เพื่อสร้างใหม่ ขาเข้ากรุงเทพ ฯ ของ กรมทางหลวง กม.18+680-กม.19+180 ถ.พระราม 2 สิบล้อปาดซ้ายปาดขวา..ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนใช้รถใช้ถนนแย่ครับ.


โคตรโกง..เปิดหน้าแม่ค้าขายเสื้อร้านกาแฟกลางเมืองมหาชัย เท้าแชร์ลูกโซ่ลวงโลก อุปโหลกผู้เล่นที่แท้ตุ๊กตา ตั้งนับร้อยวงจับแพะชนแกะหมุนไม่ทันเก็บเสื้อเผ่นหนีกว่า 20 ล้าน ผู้เล่นมีตั้งแต่ นักธุรกิจ ร้าน MR.แม่ค้าขายของ รวมตัวแจ้งกองกองปราบ ตำรวจพื้นที่ ล่าสุดผัวมอบตัวขอเคลียร์แต่มีข้อแม้ให้แชร์เป็นเก็บเอากับแชร์ตาย..น่าบัดซบมั้ยครับ.


สังคมรับไม่ได้..หลังเหตุการณ์ "พีช แผงแตก" หวย 90 ล้าน แหกตาประชาชนนั่งรถขึ้นเครื่องแห่มาซื้อคนซื่อสัตย์ยอมรับทำเล่นสนุกๆเจอแน่เอาสำเนาสลากแก้ไข ผิดมาตรา 265 ปลอมเอกสารสิทธิจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปีปรับ 10,000-100,000 ติดคุกแน่และอีกหลายข้อหาตามมาไม่น้อยกว่า 15 ปีอยากรู้ตามไปดู อ.เดชาทนายคลายทุกข์แล้วจะรู้ความจริง.


 สังคมยังให้อภัยเหรอ..เม่น มหาชัย คนดีศรีสาคร ปี 58 ตัวจริงเสียงจริงร่างหนังสือเขียนลายมือร้อง ศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดสมุทรสาคร ให้ พีท หยุดการกระทำพฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างไม่ดีแก่เด็กและเยาวชน สร้างกระแสสังคมปักป้ายโฆษณาขอโทษ..


 ซื้อHonDa มาร้านM..เสี่ยบอล เอ็มมอเตอร์ (1994) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ สนับสนุนให้ผู้แทนมอบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX จำนวน 2 คัน จับรางวัลผู้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลคู่ปิดฤดูกาล ระหว่าง สมุทรสาคร เอฟซี พบ อ่างทอง เอฟซี ณ สนามกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร

  สังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องร่วมสร้าง








‘เนเชอรัล’ จิตอาสา พัฒนาบางโทรัด


วันที่ 13 ตุลาคม ได้กลายเป็นวันที่สำคัญมากวันหนึ่งของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเป็นคล้ายวันสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 หรือพ่อหลวงของพวกเราชาวไทยทุกคน ซึ่งเป็นวันที่ประเทศไทยได้สูญเสียแบบหาที่เปรียบไม่ได้  ด้วยเหตุนี้บริษัทสมุทรสาคร เนเชอรัล คลีนเอนเนอร์จี จำกัด จึงมีนโยบายที่จะทำความดีเพื่อพ่อหลวง ด้วยกิจกรรมที่ทางบริษัทมีความเชี่ยวชาญ คือการทำความสะอาด
โดยทางบริษัทสมุทรสาคร เนเชอรัล คลีนเอนเนอร์จี จำกัด ได้ทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ ตามแหล่งชุมชนภายในตำบลบางโทรัด เพื่อเป็นการทำดีถวายพ่อหลวงและเพื่อทำให้ชุมชนตำบลบางโทรัดเป็นชุมชนที่สะอาดน่าอยู่







แกะรอยผู้พิทักษ์ สะกิดเข่า ผบ.ตร. โดย..หมู่เข้ม



 



ผ่านพ้นไปด้วยดีไม่มียี้!กว่า 250 ตำแหน่ง แต่งตั้งนายพล แม้จะมีคลื่นใต้น้ำ แต่ก็เป็นไปตามคาดหมาย รุ่น 36 ยังยึดหัวเมืองใหญ่ ตบเท้าลงพื้นที่มอบนโยบายรองรับสถานะการณ์การเมือง..

 เชือดรับตำแหน่ง..ว่าที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช..สตม.นรต.รุ่น 47 คุมทัพรับต่างชาติ เปิดฉากโชว์ออฟออกคำสั่งย้าย ตั้งกรรมการสอบ 2 นายตำรวจ เอี่ยวแก้งนายหน้าปลอมแปลงเอกสาร..อะหย๊ะ.

 จัดหนัก..ว่าที่ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 รับหนังสือจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหยื่ออาชญากรรม ขอตั้งชุดสอบสวนข้อเท็จจริง คดีดังพรากผู้เยาว์สภ.กระทุ่มแบน ปี 43 เงียบ แก้เป็นคดี หวยจับยี่กี..อย่างนี้ก็มีด้วย.


ทำดี ทำได้ ทำทันใจ..พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.อคฝ.นรต.รุ่น 39 ขยับจากกองกำกับการอารักขา 2 ควบคุมฝูงชน ผชน.มารับตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กับเพื่อนร่วมรุ่น พ.ต.อ.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบก..เยี่ยม.

 ตามฟัดกัดไม่ปล่อย..พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ สว.กก.สส.(ปส.)ภ.จว.สมุทรสาคร คุมทีมวางสายขยายผลเครือข่ายยาเสพติด แบบขุดรากถอนโคน แล้วยังรับมอบหมายสอบสวนปิดคดี "ดาบตำรวจ" เกี่ยวข้องยาเสพติด พื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว ส่งภาค 7 เรียบร้อย.

 เปิดเส้นทาง..พ.ต.ต.วุฒิชัย ทวีกาญจนวัฒน์ สว.จร.สภ.เมืองสมุทรสาคร คุมกำลังลงพื้นที่ อุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพุ่งข้ามเกาะชนมหาวินาศ 5 คัน ตาย 3 เจ็บ 6 หน้าบริษัท คิบุน ต. บางกระเจ้าฯ ทำให้รถทุกช่องทางเคลื่อนตัว
อย่างมีประสิทธิภาพ.

ยึดมั่นอุดมการณ์ สร้างสรรค์สังคม








รู้จัก ‘องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร’



ประวัติความเป็นมา
องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอมได้ก่อตั้งขึ้น ด้วยความร่วมใจของนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี โดยองค์พระโพธิสัตว์ หล่อด้วยทองเหลือง แต่งเครื่องทรงอย่างงดงาม ความสูง 9.85 เมตร  ประทับยืนบนฐานดอกบัว และมีภูเขาจำลองอยู่ด้านหลัง ภายในฐานล่างของภูเขาเป็นถ้ำประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์จำลอง การก่อสร้างได้เริ่มดำเนินการเมื่อปลายปี 2537 สร้างแล้วเสร็จในปี 2539 ประดิษฐ์อยู่ที่วัดสุทธิวาตราราม หรือวัดช่องลม โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศหลายองค์ร่วมทำพิธีพุทธาภิเษก และทำพิธีเบิกเนตร โดยหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
            งานประจำปีครั้งแรกทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 โดย ฯพณฯ พล.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี
            ในปี พ.ศ.2540 พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน ปี พ.ศ. 2541 คุณหญิงสุพัตรา มาสดิษ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ปี พ.ศ. 2542 ท่านวิเชียร เปาอินทร์ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธาน และในปีต่อมา นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา เป็นประธาน และในปีต่อมาทุก ๆ ปี จนถึงปัจจุบัน ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิด
            ในการก่อตั้งองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม นำโดยคุณสุวรรณ แสงสุขเอี่ยม และคณะกรรมการ พ่อค้า ประชาชนชาวท่าฉลอม และในจ.สมุทรสาคร โดยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มีประธานบริหารมาถึงปัจจุบัน 4 ท่าน ดังนี้
ปี 2539 – 2545          คุณสุวรรณ แสงสุขเอี่ยม
ปี 2546                       คุณวีณา ศิลาสุวรรณ  
ปี 2546 – 2547          คุณบุญชัย  ศิริโสภณา
ปี 2548 – 2549          คุณกุลวัชร์ หงส์คู
            เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้ามานมัสการกราบไหว้ และเพื่อเป็นการสนับสนุบและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแผนพัฒนาจังหวัด ศาลองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมได้กำหนดให้มีงานประจำปีขึ้นในระหว่างวันที่ 19 – 23 พ.ย.ของทุกปี โดยในวันที่ 20 กำหนดให้มีพิธีเปิด และบริจาคเงินเพื่อสาธารณสุข เช่น บริจาคให้โรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรสาคร บริจาคลิ้นหัวใจ ต้อกระจก บริจาคเข้ากองทุนผู้ติดเชื้อเอดส์วัดพุทธบาทน้ำพุ บริจาคให้สถานพินิจเด็กและเยาวชน และมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนในจ.สมุทรสาครจำนวน 40 โรงเรียน และในวันที่ 23 พ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจะมีการแจกทานข้าวสารแก่ผู้ยากไร้จำนวน 10,000 ถุง และมีมหรสพสมโภชน์ตลอดงาน
เนื่องจากองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมมีความศักดิ์สิทธิ์ ท่านใดที่มากราบไหว้ของพรแล้วมักจะสมประสงค์ จึงมีประชาชนเข้ามานมัสการขอพรในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก หากท่านใดผ่านเข้ามา ให้แวะสักการะองค์ท่านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว  
…………………………………………………….

ล้อมกรอบ
เกร็ดความรู้ องค์โพธิสัตว์กวนอิม
เนื่องในวโรกาสปีกาญจนาภิเษก จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับภาคเอกชน พร้อมใจกันดำเนินการสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิม ปางเมตตา หล่อด้วยทองเหลืองหนัก 15ตัน ขนาดความสูง 9.98 เมตร ประทับบนฐานมังกรและดอกบัว ทำพิธีหล่อเศียรโดยลูกบาสร้อย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2539 ฐานล่างเป็นภูเขา ความสูงโดยรวมทั้งหมดประมาณ 16 เมตร ภายในภูเขาเป็นถ้ำสำหรับประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์จำลอง ความสูง 1.40 เมตรเพื่อไว้ให้ประชาชนได้สักการะและปิดทอง บริเวณโดยรอบจัด เป็นสวนหย่อมสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งหมดนี้ใช้เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน
ดำเนินงานก่อสร้างโดยทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2537  สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2539  ทำพิธีเปิดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539  โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา เป็นผู้แทนพระองค์มาเป็นประธานในพิธีเปิด และได้นิมนต์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พร้อมด้วยเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกมากมาย มาประกอบพิธีพุทธาภิเษก
วันที่ 21 พ.ย. 2539 ได้นิมนต์พระอาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเต็ก) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม มาประกอบพิธีเบิกพระเนตร ในปี 2540  เป็นการครบรอบ 1 ปี ทางจ.สมุทรสาคร และคณะกรรมการ ฯ จึงได้มีมติให้จัดงานประจำปีขึ้นเมื่อวันที่ 19 – 23 พ.ย. 2540 กำหนดทำพิธีเปิดวันที่ 20 เวลา 15.00 น. โดยได้ทูลเชิญพระเจ้าหลานเธอพระองค์พัชรกิตติยาภา มาทรงเป็นประธาน ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของชาวสมุทรสาครและจัดแสดงนิทรรศการการประมง แจกข้าวสารให้กับโรงเรียนและชาวบ้าน กลางคืนมีมหรสพชมฟรีตลอดงาน
สำหรับปีนี้เทศกาลงานประจำปี 61 พระโพธิสัตว์กวนอิม จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 19 – 23 พ.ย. 61.