pearleus

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"จราจรนครบาล มุ่งมั่นพัฒนาและ แก้ไขปัญหาจราจร ในกรุงเทพมหานคร อย่างมืออาชีพ"

เมื่อ 7 ต.ค.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.(รับผิดชอบงานจราจร) แถลงแผนยุทธศาสตร์พัฒนาแก้ไขปัญหาด้านการจราจร ในพื้นที่กรุงเทพฯ และโครงการนำร่องเร่งด่วน(Hilight Project)...16 โครงการ ปีงบประมาณ 2557 โดยพล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวกับ สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม 99.5 ว่า นับจากที่ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนดูแลด้านงานจราจร ซึ่งตนเองก็ได้ประชุมร่วมกับฝ่ายอำนวยการ เพื่อกำหนดข้อมูลการปฏิบัติและกำหนดแผนในการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ตามที่ได้รับรายละเอียดต่างๆ มาครบถ้วนแล้ว ก็ได้กำหนดแผนงานการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจราจร ในกรุงเทพฯ ขึ้นมา ซึ่งในส่วนของวิสัยทัศน์ด้านการจราจร ได้กำหนดขึ้นมาว่า ตำรวจนครบาล มุ่งมั่นพัฒนา และแก้ไขปัญหาการจราจร ในกรุงเทพมหานครอย่างมืออาชีพ ในส่วนนี้ได้กำหนดแผนดำเนินการเป็น 11 ยุทธศาสตร์ ..
1.การถวายความปลอดภัย และเรื่องการดูแลเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากและพลาดไม่ได้ ต้องกำหนดโครงการต่างๆ ที่มารองรับอย่างชัดเจน
2.การปฏิบัติเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ ซึ่งโครงการในปีนี้เราจะพัฒนาพลิกโฉมตำรวจจราจรทุกคนให้เข้ามาดำเนินการตามแนวโครงการพระราชดำริ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
3.การแก้ปัญหาจราจรติดขัด จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ใช้วิทยาศาสตร์และหลักคณิตศาสตร์ เข้ามาคิด ต่อไปจะมีการติดตั้งเครื่องนับรถทุกทางแยก และเตรียมนำเสนอรัฐบาลเรื่องโครงการเหลื่อมเวลา ในการเหลื่อมเวลาการทำงานของภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อมาสนับสนุนในส่วนของยุทธศาสตร์นี้
4.การพัฒนาด้านบุคลากร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน
5. เรื่องการบังคับใช้กฎหมายและปรับปรุงกฎหมายจราจร ซี่งที่ผ่านมาถือได้ว่าคนคนเดียว ทำผิดกฎจราจรเป็นว่าเล่น เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ขับรถเปลี่ยนเลนโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น ต่อไปก็จะมีแผนเกี่ยวกับโครงการในเรื่องของผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย
6.โครงการป้องกัน รถติด และอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสำคัญ
7.การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน
8.เรื่องการบริหารจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงศูนย์สั่งการและควบคุมการจราจร เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น
9.การแสวงหาและพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในงานจราจร อาทิ เครื่องนับรถ เครื่องตรวจจับการจราจรบนท้องถนน รวมทั้งเครื่องตรวจจับในการเปลี่ยนเลน หรือเรดไลท์คาเมร่า ที่จับรถที่ฝ่าไฟแดงต่างๆ ต้องนำมาใช้ทุกทางแยก
10.การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันพัฒนาปัญหาจราจรให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
11.การประเมินผลและการปรับปรุงแผน ซึ่งแผนที่ออกมาตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์ 100 % โดยจะประเมินผลทุกๆ 1 เดือน ส่วนในระยะยาว จะประเมินทุก 6 เดือน และ 12 เดือน ซึ่งทั้งสองแบบก็จะมีการนำรายละเอียดต่างๆ มาสรุปให้ชัดเจน ซึ่งหลังจากประเมินแล้ว ก็จะมีการปรับแผนไปสู่การปฏิบัติที่มีความชัดเจน
ทั้งนี้ การทำงานของตำรวจจราจร ต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยเราจะมีการจัดการประชุมประจำเดือน เรียกว่าการประชุมสุภาพบุรุษจราจร ต่อไปตำรวจจราจร ซึ่งมี 3-4 พันคน ตัองแย่งกันทำความดี เพื่อเปิดมิติใหม่ และต่อไปในหนึ่งปีจะมี 1 วัน ที่สำคัญ คือ จะจัดวันสุภาพบุรุษจราจร ซึ่งเป็นนโยบายของ ผบ.ตร. ต่อไปจราจร บชน. จะต้องพลิกโฉมในการพัฒนา ไปสู่การบริการที่ดีเยี่ยม และนำเทคโนโลยี มาใช้กับจราจร นอกจากนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ยังระบุถึง กรณีการเตรียมนำรถยกมาใช้นั้นจะเป็นการใช้ข้อกฎหมายเดิมคือความผิดพ.ร.บ.จราจรมาตรา 57และ 59 ห้ามจอดในที่ห้ามฝ่าฝืนมี โทษปรับไม่เกิน 500 บาท รวมทั้งเสียค่าเคลื่อนย้าย 500 บาท และค่าดูแลอีกวันละ 200 บาท โดยเปลี่ยนวิธีการบังคับใช้จากการบังคับล้อเป็นการใช้รถยก และจะบังคับใช้เฉพาะชั่วโมง เร่งด่วนเท่านั้น ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหา การจราจรได้ดีกว่าการบังคับล้อ โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการบังคับใช้กฎหมาย และจะมีการประชาสัมพันธ์ กับประชาชนได้ทราบ ซึ่งคาดว่าจะ เตรียมบังคับใช้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายน อีกทั้งได้เตรียมการเสนอโครงการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ต่อรัฐบาล อาทิ รถอายุเกิน 7-10 ปี ห้ามนำเข้ามาวิ่งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งหากนำเข้ามาวิ่งจะต้อง เสียภาษีเทียบเท่ารถใหม่ โดยโครงการนี้ ได้นำแนวคิดมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจร ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจราจร อาทิ การเสียค่าปรับกรณีทำการจราจรติดขัดนาทีละ 100 บาท พลตำรวจตรีอดุลย์ เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดดังกล่าวสามารถนำมาพัฒนาได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งคาดว่าในอนาคตอาจจะมีการนำมาหารือและบังคับใช้ได้ในอนาคต

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แฟนเพลงเป็นจำนวนมากร่วมรดน้ำศพไว้อาลัยนักร้องลูกทุ่งและครูเพลงชื่อดัง ก้าน แก้วสุพรรณ

วันที่  7  ตุลาคม  2556  ที่วัดไร่ขิงพระอารามหลวง  อำเภอสามพราน  จังหวัดนครปฐม  มีประชาชนและแฟนเพลงเป็นจำนวนมาก  มาร่วมรดน้ำศพและแสดงความไว้อาลัยให้กับนักร้องลูกทุ่งและครูเพลงชื่อดัง  ก้าน  แก้วสุพรรณ  เจ้าของผลงานเพลง  น้ำตาลก้นแก้ว  รอยไถแปร  ลาแล้วแก้วตา  และบทเพลงอื่นๆอีกมากมาย  หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้นานกว่า  2  ปี  และเสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าของวันที่  6  ตุลาคมที่ผ่านมา  ณ  โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์  (ไร่ขิง)  ด้วยวัย  74  ปี  โดยในวันนี้  (7 ต.ค. 56)  ได้เคลื่อนย้ายศพของ  ก้าน  แก้วสุพรรณ  มาที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์วัดไร่ขิง  โดยมีนางปิยวรรณ  หอมระรื่น  ภรรยา  พร้อมลูกๆ  รวมทั้งญาติพี่น้อง  บรรดาเพื่อนนักร้อง  และศิลปินร่วมวงการเพลง  ได้ร่วมรดน้ำศพและแสดงความไว้อาลัย  ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง  สำหรับการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ  ก้าน  แก้วสุพรรณ  จะตั้งบำเพ็ญไว้ที่ศาลาเอนกประสงค์  วัดไร่ขิง  เป็นเวลา  15  วัน  ก้าน  แก้วสุพรรณ  มีชื่อจริงว่า  นายมงคล  หอมระรื่น  มีชื่อเล่นว่า  แดง  เกิดเมื่อวันที่  5  สิงหาคม  2482  ที่ ตำบลสามชุก  อำเภอสามชุก  จังหวัดสุพรรณบุรี  ครอบครัวมีฐานะยากจนจึงถูกนำมาฝากเลี้ยงและต่อมาก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของพระครูสุนทรานุกิจ  (หลวงพ่อวัดสามชุก)  เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน  หลังจบการศึกษาชั้น  ป.4  ก้าน  แก้วสุพรรณ  ได้เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ  โดยบวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดปรินายก  ย่านสะพานผ่านฟ้า  จากนั้น  ก้าน  แก้วสุพรรณ  ได้สึกออกมาและทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์  เป็นนักมวยตระเวนชกตามงานต่างๆ  และประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง  สามารถคว้ารางวัลมาครองได้หลายเวที  จากนั้นได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนสอนดนตรีและขับร้องเพลงของครู ป. ชื่นประโยชน์  และได้แต่งเพลงให้กับก้าน  แก้ว  สุพรรณ ชื่อเพลงว่า คนชาวนา   พร้อมกับพาไปบันทึกเสียง  แต่มาเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงจากเพลง  “ หลงกรุง  ซึ่งแต่งโดย  ต่อชัย  ภู่ชมภู  จึงได้เข้ามาเป็นนักร้องแนวหน้าของวงร่วมกับ  สุรพล  สมบัติเจริญ  และผ่องศรี  วรนุช  จนมีชื่อเสียงโด่งดังจากบทเพลงไพเราะมากมาย  หลังเลิกราจากวงการลูกทุ่ง  ก้าน  แก้วสุพรรณ  หันมาจับกิจการด้านร้านอาหาร  จัดสรรที่ดิน  และปลูกบ้านจัดสรร  แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จจึงเลิกราไป  นอกจากนั้นเขาก็ยังปลุกปั้นนักร้องลูกทุ่งประดับวงการด้วยหลายคน  ก่อนล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้นานกว่า  2  ปี  และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่  6  ตุลาคม  2556  เวลา  06.50  น.  ณ  โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์  (ไร่ขิง)  ด้วยวัย  74  ปี  

อสมท ยืนยันไม่ได้ "แบน" คนค้นฅน ตอนศศิน เฉลิมลาภ เขื่อนแม่วงก์

อสมท ยืนยันไม่ได้แบน "คนค้นฅน ตอนศศิน เฉลิมลาภ เขื่อนแม่วงก์" แต่ให้ปรับเนื้อหารายการให้มีความเห็นทั้ง 2 ฝ่าย ย้ำเป็นความเข้าใจผิดจากการสื่อสารกันในระดับเจ้าหน้าที่ เตรียมนำรายการออกอากาศวันที่ 12 ต.ค.นี้ ด้านผู้บริหารทีวีบูรพา ย้ำไม่ได้มองเรื่องการเมืองหรือไม่เอาเขื่อน แต่เป็นการเสนอความเชื่อของบุคคล ยินดีเพิ่มความเห็นของผู้เห็นต่าง เพราะไม่ผิดคอนเซ็ปต์รายการ
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ร่วมกับนายประสาน อิงคนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด แถลงข่าวกรณีการชะลอออกอากาศรายการคนค้นฅน ตอนศศิน เฉลิมลาภ “388 กิโลเมตร จากป่าสู่เมืองเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา นายเอนกกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นว่าเนื้อหารายการมีประเด็นเป็นความขัดแย้งในสังคมและมีความอ่อนไหว จึงขอให้ทางผู้ผลิตไปเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีความครบถ้วน มีความเห็นของทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผู้ผลิตไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เนื่องจากส่งเทปรายการมาตรวจก่อนออกอากาศเพียง 1 วัน ทั้งที่ตามหลักการต้องส่งเทปรายการให้ตรวจก่อนออกอากาศอย่างน้อย 3 วัน อสมท จึงจำเป็นต้องนำเทปรายการสำรองออกอากาศไปก่อน โดยเป็นการสื่อสารกันในระดับเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการแบนการออกอากาศ ทั้งที่เป็นการสั่งให้ชะลอเพื่อไปปรับปรุงเนื้อหารายการให้ครบถ้วน โดยจะมีการนำรายการฉบับที่ปรับปรุงแล้วด้วยการเพิ่มเนื้อหาตอนท้ายถึงผู้ที่มีความเห็นต่าง ออกอากาศอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 12 ต.ค.นี้ ด้านนายประสานกล่าวว่า ยินดีที่ อสมท จะนำรายการไปออกอากาศอีกครั้ง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นการรับฟังเสียงของผู้ชม ยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง เพราะคอนเซ็ปต์รายการเป็นการนำเสนอเรื่องความเชื่อของตัวบุคคลที่ทำด้วยความทุ่มเท ไม่ได้มองเรื่องเอาเขื่อนหรือไม่เอาเขื่อน แต่เป็นการส่งเสริมให้คนมองปัญหาด้วยปัญญา และเห็นว่าการเพิ่มเนื้อหารายการด้วยการนำเสนอความเห็นต่างถือว่าไม่ได้อึดอัดใจ เพราะไม่ได้ทำให้ผิดคอนเซ็ปต์รายการ ส่วนการแสดงออกของนายสุทธิพงศ์ ธรรมวุฒิ หรือเช็ค พิธีกรรายการคนค้นฅน ถือเป็นการแสดงออกในขณะนั้นของคนที่ทำสื่อเมื่อถูกระงับการออกอากาศเท่านั้น

พิธีเททองหล่อส่วนหัวใจหลวงปู่รุ่งเป็นปฐมฤกษ์

เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2556 ที่วัดท่ากระบือ ต.บางยาง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร  จัดงานพิธีเททองหล่อส่วนหัวใจหลวงปู่รุ่งเป็นปฐมฤกษ์ โดยมีพระเดชพระคุณ พระวิสุทธิวงศาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค7 รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ เป็นประธานในพิธีเททอง พระไพโรจน์วุฒาจารย์ หรือที่ประชาชนทั่วไปรู้จักกันในนาม "หลวงปู่รุ่งหรือหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ" เป็นพระเกจิเถราจารย์ ผู้ทรงวิทยาคุณ เป็นที่ศรัทธาเคารพนับถือของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะชาว
จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง แม้ว่าท่านจะละสังขารไปนานถึง 56 ปีแล้วก็ตาม แต่ความเลื่อมใสศรัทธา ในปฏิปทาสัมมาปฏิบัติและวิทยาคุณที่เข้มขลังของท่าน ก็ยังไม่เสื่อมคลาย ลดน้อยลงไปเลย   ดังนั้นคณะสงฆ์วัดท่ากระบือ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย โดยมีหลวงพ่อพระครูสิริสาครธรรม เจ้าอาวาสวัดท่ากระบือเป็นประธาน จึงได้จัดสร้างรูปหล่อหลวงพ่อรุ่งองค์ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้น โดยใช้วัสดุที่หล่อเป็นโลหะสัมฤทธิ์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 9 เซนติเมตร สูง 12 เมตร 9 เซนติเมตร พร้อมสร้างฐานรองรับ กว้าง 50 เมตร ยาว 50 เมตร สูง 4 เมตร  วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประกาศยกย่องเชิดชู พระคุณของปูชนียาจารย์ องค์สำคัญของวัดท่ากระบือและจังหวัดสมุทรสาคร โดยเพื่อให้พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ ได้กราบไหว้บูชาเพื่อเป็นกุศลแก่ตนเองและครอบครัวตลอดไป


ร้องเงินกู้นอกระบบบ

เมื่อ 6 ตุลาคม 2556 นาย มานัส เชี่ยเจ้าหนี้ยงหลิว ร้องพนักงานสอบสวน ส.น. เพชรเกษม โดนเจ้าหนีเงินกู้นอกระบบ แก็งนายบี ทำร้ายร่างกาย เหตุเพราะ ส่งดอกเบี้ยช้า ขอความเป็นธรรม โดยมี ร.ต.อ. ณรงค์ฤทธิ์ แก้วนวล รอง สว.สส. รับเรื่องเพื่อดำเนินการต่อไป

รับนโยบาย หลังได้รับตำแหน่ง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

นายยงยุทธ เพชรดี  ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนครปฐม  พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าพบ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับนโยบาย หลังได้รับตำแหน่ง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย   ที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กทม.