pearleus
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงพม. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงพม. แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

พม.เปิดบ้านรับผู้แทนอาเซียนประชุม ACWC – ACW ถกปัญหาสิทธิสตรี/สิทธิเด็กและความเสมอภาคระหว่างเพศ


กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนประเทศไทย เจ้าภาพ จัดประชุมACWC ครั้งที่ 15 และ ACW ครั้งที่ 16 มีประเทศสมาชิกอาเซียน+ 3 ร่วมหารือกำหนดทิศทางทางการดำเนินงานด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็กและความเสมอภาคระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.  นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานแถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก(ASEAN Commission on the Promotion and Protection of the Rights of Women and Children: ACWC)ครั้งที่ 15 และการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านสตรี(ASEAN Committee on Women : ACW) ครั้งที่ 16 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 80 คน ประกอบด้วย ผู้แทนด้านสิทธิเด็ก ผู้แทนด้านสิทธิสตรี องค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ จากประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมการประชุม รวม 13 ประเภท เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯและผู้แทนหน่วยงานในระดับพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง

                                                                        
โดยการประชุม ACWC และ ACW มีผู้แทนจาก 10 ประเทศ เข้าร่วมประชุม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย สำหรับการประชุมACW+3 จะมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมประชุมอีก 3 ประเทศ ได้แก่สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีสำนักเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมประชุม และทำหน้าที่เลขานุการการประชุม ณ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์สปา เมอร์ลินบีช ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

นายไมตรี กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การประชุม ACWC ครั้งที่ 15 กำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2560 2.การประชุมร่วมระหว่างACWC ACW ครั้งที่ 4 กำหนดจัดประชุมในวันที่ 6 กันยายน 2560 3.การประชุม ACW ครั้งที่ 16 กำหนดจัดประชุมในวันที่ 7 กันยายน 2560 และ 4.การประชุม ACW+3 ครั้งที่ 9 กำหนดจัดการประชุมในวันที่ 8 กันยายน 2560 โดยการประชุมระหว่างประเทศ ในครั้งนี้ จะเป็นการหารือเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็กและความเสมอภาคระหว่างประเพศ การติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนงานของ ACWC และ ACW (ค.ศ.2016-2020) และเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศบวกสาม (สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐ
เกาหลี) และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ในนโยบายด้านการส่งเสริมสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก และความเสมอภาคระหว่างเพศ ในภูมิภาค นอกจากนี้ยังเป็นการหารือในการดำเนินการโครงการหรือความร่วมมือร่วมกันด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็กและความเสมอภาคระหว่างเพศในระดับภูมิภาค




นายไมตรี กล่าวต่อไปว่า การประชุมคณะกรรมาธิการอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและสิทธิเด็กและการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านสตรีในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงศักยภาพการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและสิทธิสตรี การติดตามผลการดำเนินงานของประเทศไทย อีกทั้งยังได้แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยที่จะเผยแพร่ไปยังภาคพื้นเอเชีย และประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย

                                                             
                                                                              “กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการจัดประชุมในครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยให้การต้อนรับและร่วมภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม และขอบคุณทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเพื่อการประชุมระหว่างประเทศในครั้งนี้” นายไมตรี กล่าวในตอนท้าย


*****************

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"อดุลย์"ประธานงานแสดงนิทรรศการผลงาน “เด็กคิด เด็กทำ นำสู่ชุมชน” " Shift & Share " ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต Miracle of Life ปี 60

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 2 ส.ค.60 นายณรงค์ คงคำ โฆษกกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานให้โอวาทแก่เด็กและเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift & Share ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต Miracle of Life ประจำปี 2560 กรอบแนวคิด Power+plus…อาสาพลังบวกเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานความสำเร็จของเด็กและเยาวชนให้ทุกภาคส่วนได้เห็นศักยภาพและผลงานความสำเร็จที่เกิดจากเด็กคิด เด็กทำ นำสู่ชุมชน ณ เวสต์เกต ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้น้อมนำพระดำริของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มาดำเนินโครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต (Miracle of Life) ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนสู่การเป็นยุวอาสา เพื่อชี้เป้า เฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม สำหรับปี 2560  กระทรวง พม. ได้น้อมนำ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนายั่งยืน” มาเป็นแนวทาง “สร้างยุวอาสา สานศาสตร์พระราชา พัฒนาแผ่นดินบ้านเกิด” ขยายผลดำเนินการในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่จังหวัดกาญจนบุรี ชัยภูมิ ชลบุรี ปทุมธานี พิจิตร พังงา ระนอง สุโขทัย สมุทรปราการ และหนองคาย ทั้งนี้ มีโครงการชนะเลิศเข้ารอบสุดท้าย ระดับประเทศ ปี 2560 จำนวน 12 โครงการ

 ได้แก่  1) โครงการปันยิ้มด้วยหมวกมหัศจรรย์ โรงเรียนวัดแสงสรรค์จังหวัดปทุมธานี รุ่นที่ 2  2) โครงการอภินิหารหญ้าเนเปียร์โรงเรียนคีรีมาศพิทยาคม จ.สุโขทัย รุ่นที่ 1  3) โครงการ OSCC สร้างสุข สนุกกับหุ่นกระบอกไทยโรงเรียนหนองโสนพิทยาจังหวัดพิจิตร รุ่นที่ 1  4) โครงการถนนปลอดภัย ขวดใสเรืองแสงโรงเรียนร่มธรรมานุสรณ์ จังหวัดหนองคาย รุ่นที่ 2  5) โครงการยุวอาสาขจัดคราบน้ำมันด้วยสารไคติน โรงเรียนบ้านกลาง จังหวัดพังงา รุ่นที่ 1  6) โครงการจิ๋วแจ๋วพิทักษ์โรคโรงเรียนบ้านหินช้าง จังหวัดระนอง รุ่น 1  7) โครงการเขื่อน ป.ด.อ.ชะลอน้ำ ประสานดิน โรงเรียนหลวงพ่อปานคลองด่านอนุสรณ์จังหวัดสมุทรปราการ รุ่นที่ 1  8) โครงการกระดาษ 3 หาวโรงเรียน        นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ รุ่นที่ 2  9) โครงการสื่อหรรษาท่องโลกนานาชาติ โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา จังหวัดกาญจนบุรี รุ่นที่ 1  10) โครงการซากอ้อย คอยน้องนอน โรงเรียนบ่อพลอยรัชดาภิเษก จังหวัดกาญจนบุรี รุ่นที่ 2  11) โครงการคอนโดแปลงผัก โรงเรียนเพียงหลวง 3 (บ้านเหมืองแร่อีต่อง)ฯ จังหวัดกาญจนบุรี และ 12) โครงการยุวอาสา Shift and Share ร้อยความดี ล้านความอาลัย จากใจเพียงหลวง 15 โรงเรียนเพียงหลวง  นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เคยได้รับรางวัลเมื่อปี 2556 – 2559 ซึ่งได้ขยายผลต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการ Hello Massage โรงเรียนถนนหักพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์  2) โครงการ "7 ปาฏิหาริย์แห่งธรรม" โรงเรียน    ราชประชานุเคราะห์ 55 จังหวัดตาก  3) โครงการ "ยุวอาสา ตาวิเศษ" โรงเรียนตานีวิทยา จังหวัดสุรินทร์ และ 4) โครงการ      ที่นอนหลอด SUPPORTโรงเรียนบ้านนานายกพิทยากร จังหวัดนครนายก


พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจของงานครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ผ่านผลงานโครงการที่ชนะเลิศปี 2560 และโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 ทั้งสิ้น        47 โครงการ  2) กิจกรรมธรรมะกลางใจ “เด็กไทย...ใจอาสา” โดย พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  3) การถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ (TED TALK) อาสา...พัฒนาแผ่นดิน โดยผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4 ภาค    4) การบรรยายพิเศษ “การป้องกันปัญหาเรื่องยาเสพติด” โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการประสานงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเยาวชน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.)  5) การฝึกเป็นผู้ให้และรู้จักแบ่งปันต่อสังคม เกลานิสัยเปลี่ยนชีวิต โดยองค์กรจิตอาสาสร้างสันติภาพด้วยความดี Peacegen (พีชเจน) และ 6) กิจกรรมเสริมสร้างแรงบันดาลใจ Mini Concert "จากถนน...สู่ดวงดาว" โดยศิลปินวง S2S
ทั้งนี้กระทรวง พม. พร้อมขับเคลื่อนงานตามโครงการพัฒนาเพื่อการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ Shift & Share ภายใต้โครงการปาฏิหาริย์แห่งชีวิต Miracle of Life เพื่อเสริมสร้างพลังจิตอาสาให้กับเด็กและเยาวชน บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ให้เติบโตขึ้น     เป็นต้นไม้แห่งการให้แผ่กิ่งก้านสาขาแห่งการมีจิตอาสา ครอบคลุมทุกพื้นที่ซึ่งพลังของเด็กและเยาวชนจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคม ชี้เป้า เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป


*************************

วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พม. จัดงานเลี้ยงจิบน้ำชาแนะนำผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม.



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 60  เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในงานเลี้ยงจิบน้ำชา (Tea party) โดยมีผู้ร่วมงานจำนวน 140 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนจากสถานทูต องค์กรระหว่างประเทศ และภาคธุรกิจที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของกระทรวง พม. ณ บริเวณชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ
 

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการเสริมพลังและพัฒนาคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความเปราะบาง ได้แก่ คนพิการ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงได้ดำเนิน “โครงการทอฝัน By พม.” ซึ่งพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพให้แก่ผู้รับบริการให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การตลาดและการบริหารจัดการ การสร้าง Brand และการสร้างช่องทางการจำหน่าย  การดำเนินงานในโครงการดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในนโยบายประชารัฐที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนพื้นที่ในการจำหน่าย จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด
 รมว.พม. กล่าวต่อว่า จากการดำเนินงานโครงการมาเป็นระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ทอฝันได้รับการตอบรับที่ดี โดยมีการเปิดร้านเพิ่มขึ้นจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพิ่มอีก 1 แห่ง คือ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ รวมทั้งร้านสาขาในหน่วยงานของกระทรวง มีจำนวนเพิ่มขึ้น และสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในมูลค่ารวม 906,602 บาท สามารถช่วยให้กลุ่มเป้าหมายผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สตรี และคนพิการมีรายได้ประมาณ 3,000–3,500บาท/คน/เดือน ซึ่งการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ และสร้างการรับรู้ในศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง ทั้งกลุ่มเด็ก คนพิการ สตรีที่ขาดโอกาสและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ด้วยกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กในความอุปการะ
ของกระทรวง พม. การแสดงของคนพิการผ่านวงดนตรี S2S และนำเสนอผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. ด้วยการเดินแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนโอกาสในการพัฒนาศักยภาพไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในสังคมและขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยดีเสมอมา 
 “กระทรวง พม. จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมให้โอกาสสร้างกำลังใจ สานความฝันให้เป็นจริงด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. ที่มีเรื่องราวความตั้งใจของผู้ผลิต ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ อาทิ เช่น กระเป๋าผ้าขาวม้า กระเป๋าผ้าด้นมือ ผ้าคลุมไหล่  ผ้าพันคอ ในแบบต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ สามารถอุดหนุนผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. ได้ที่ร้านทอฝัน By พม. ณ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลอีสต์วิลล์ และ ร้าน ณ วังสะพานขาว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รวมทั้งร้านสาขา 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการจังหวัดนนทบุรี สถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ ) จังหวัดนนทบุรี  ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดเชียงรายและศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น และ Facebook “ทอฝัน By พม.” เพื่อเป็นการร่วมกันสร้างสังคมไทย มุ่งสู่สังคมคุณภาพ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” 
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวในตอนท้าย



                               
                         

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พม. ให้การต้อนรับคณะลูกหลานไทยจากนอร์เวย์กลับมาเยือนแผ่นดินแม่



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ค.60 เวลา 10.00 น. ห้องพาเลซ 2 ชั้น 14 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ คณะครูและเยาวชนจากโครงการพลังเยาวชนไทยในนอร์เวย์เยือนแผ่นดินแม่ จำนวน 30 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ซึ่งกรมกิจการเด็กและเยาวชน นำโดย นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ในการนี้ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้ร่วมให้การต้อนรับ เพื่อรับนโยบายสานต่อกับโครงการหญิงไทยในต่างประเทศ ที่ได้มีการอบรมเตรียมความพร้อมหญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งได้จัดทำเว็บไซต์หญิงไทย (www.yingthai.net) และแอพพลิเคชั่น “Yingthai” เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่มีประโยชน์ รวมทั้งการติดต่อสอบถามและแจ้งขอรับความช่วยเหลือในการให้คำปรึกษาต่าง ๆ ตลอดจนเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลที่จำเป็น

นอกจากนี้ พม. ยังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลหญิงไทยและครอบครัวที่เดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังจะเห็นได้จากโครงการนี้ ซึ่ง รมว.พม. เล็งเห็นความสำคัญของอนาคตของชาติ ทั้งที่เป็นลูกติดหญิงไทย และลูกครึ่งกับคู่สมรสใหม่ชาวต่างชาติ เพราะต่างก็มีเชื้อชาติไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ให้มีโอกาสกลับมาเมืองไทย เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ปลูกฝังจิตสำนึกรัก และภาคภูมิใจความเป็นไทย



พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า โครงการพลังเยาวชนไทยในนอร์เวย์เยือนแผ่นดินแม่ เป็นการดำเนินงานโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กับสมาคมภาษาและวัฒนธรรมไทย – นอร์เวย์ และศูนย์การเรียน กศน. เขตเอิสท์โฟลด์ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในประเทศนอร์เวย์ ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไทยที่เดินทางติดตามครอบครัวไปพำนักในประเทศนอร์เวย์ เพื่อให้สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมใหม่ได้อย่างมีความสุข โดยการดำเนินงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม การสอนภาษาไทยและนอร์เวย์ รวมทั้งการจัดทำโครงการค่ายพลังเยาวชนไทยในนอร์เวย์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย พัฒนาศักยภาพให้มีภาวะผู้นำ และรู้จักการทำงานเป็นทีม โดยสร้างความตระหนักและเกิดจิตสำนึกรักความเป็นไทย


รวมทั้งนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้และเผยแพร่ต่อไป ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชน 21 คน อายุระหว่าง 15 – 22 ปีครูอาสาและคณะทำงานของศูนย์การเรียน กศน. เขตเอิสท์โฟลด์ และสมาคมภาษาและวัฒนธรรมไทย 9 คน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ อาทิ การทัศนศึกษา การเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ การทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับเยาวชนท้องถิ่น  และการบรรยายและอภิปรายทางวิชาการ เป็นต้น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 14 ก.ค.60 ณ กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี และนครปฐม



 “การเข้าร่วมของเด็กเยาวชนในโครงการครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้เดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิด และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งด้านสังคม ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีซึ่งเป็นการส่งเสริมและเพิ่มพูนทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนทีเข้าร่วมโครงการฯ มีความรักและความผูกพันกับประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินแม่และถ้าทุกครั้งที่มีโอกาส ขอให้ทุกคนเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อสำนึกรักบ้านเกิด” รมว.พม.กล่าวในตอนท้าย                                            



**********************