pearleus

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ตบกะโหลก ประเทศไทย ….เมือง ‘กอดขยะ’


ตบกะโหลก
ประเทศไทย ….เมือง กอดขยะ
            ไม่ผิดล่ะ เมืองไทย เมืองกอดขยะจริง ๆ ไม่ใช่ปลอดขยะ  อย่ามาดัดจริตบิดพลิ้ว ทำเป็นเดียงสาเรื่องสิ่งแวดล้อมกันเลย
            ครับเปิดหน้าชกกันไปเลยว่า ทุกวันนี้ปัญหาขยะถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกไปเสียแล้ว  ใครจะไปคิดล่ะว่า ถุงหรือขวดพลาสติกที่ทิ้ง ๆ กันบนฟุตบาท จะอันตธานหายไปสิงอยู่ในท้องปลาวาฬ  แล้วใครล่ะจะคิดว่าหลอดดูดนมอันเล็ก ๆ จะไปอยู่ในท้องนกหนูงูตะขาบเต่า
            เรื่องระดับโลก ขอยกขึ้นหิ้งไว้ เพราะใหญ่เกินกว่าจะอธิบาย เอาแค่ในประเทศก็เขียนกันไม่มือหงิกแล้ว  และที่ต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องใหม่  หากแต่เป็นเรื่องใหญ่ต่างหากล่ะ ที่ต้องหยิบมา  ซึ่งของมาขึ้นอีกครั้งก็ตอนได้เห็นข่าว ตำรวจ จับมือเจ้าหน้าที่กรมโรงงานฯ และกรมศุลกากร บุกตรวจค้นโรงงานอุตสาหกรรม  หลังค้นตู้คอนเทนเนอร์พบสำแดงเท็จ ไม่ได้นำเข้าพลาสติกจริง แต่ลักลอบสอดไส้ขยะอิเล็กทรอนิกส์มาด้วย
            ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีอย่างน้อย 4 บริษัท จากทั้งหมด 7 บริษัท ที่มีใบอนุญาตนำเข้า แต่ทำผิดเงื่อนไข และส่งต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้โรงงานอื่น นอกจากนี้มีอีกอย่างน้อย 6 บริษัท ที่ไม่มีใบอนุญาต แต่อ้างว่า นำเข้าขยะพลาสติก ก็ถือว่าสำแดงเท็จ
            ค้นพบที่จังหวัดไหนบ้าง ชื่อบริษัทอะไร คงสืบหาข้อมูลจากข่าวในอินเตอร์เน็ตได้ไม่ยาก  แต่ที่อยากจะนำมาขยายความตรงนี้ก็คือ เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงหละหลวง ปล่อยให้ของเน่าเสียอันตรายเหล่านี้ นำเข้ามาในประเทศอย่างเป็นลำเป็นสัน  อะไรคือสำแดงเท็จ  แล้วทำไมถึงไม่ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้อย่างจริงจัง
            ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลนำเข้าพลาสติกมือสอง เพื่อมารีไซเคิล หรือโลหะหนักเบาอะไรก็ตาม ก็ต้องตรวจสอบการสำแดงที่เป็นจริง จะอนุญาตมากน้อยแค่ไหนไม่ใช่ประเด็น แต่ที่น่าโมโหคือ ปล่อยให้มีการสำแดงเท็จอย่างหน้าตาเฉย  เจ้าหน้าที่ไปอยู่ที่ไหนกันหมด โดยเฉพาะจากกรมโรงงานและศุลกากร 

ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งานนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพราะ เบื้องต้น พบว่า ขั้นตอนการขอใบอนุญาตนำเข้ามีปัญหา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  ไม่ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานให้ชัดเจน รวมถึงไม่ยอมตรวจสินค้าที่บริษัท หรือโรงงานเหล่านี้สำแดง ส่งผลให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทะลักเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก 
งานนี้เค้าว่าไม่ธรรมดาจริง  เพราะมีพวกบริษัทชาวจีนที่ลักลอบทำธุรกิจนี้ ซึ่งรู้กันวงในว่ามีหลายบริษัท  ทั้งบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์  ขยะพลาสติก  และกลุ่มที่เปิดบริษัท หรือโรงงานเพื่อกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ได้รับใบอนุญาต และตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อคอยรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำจัดในไทยไม่หมด มาทำลายแทน ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ
            เท็จจริงอย่างไร  เข้าใจว่าหลายคนคงพอรู้กันอยู่แก่ใจว่า การนำเข้าออกกสินค้าตามท่าเทียบเรือต่าง ๆ กัน เค้ามี ธรรมเนียมปฎิบัติกันอย่างไร  ความละเอียดรอบคอบ นั้นขึ้นอยู่กับ ว่า สินค้าเป็นของใคร และต้อง ทำอย่างไรจึงจะกำหนดทิศทางของการสำแดงสินค้าว่า จะเลือกเอาแบบไหน ระหว่างเท็จกับจริง
            เรื่องสำแดงสินค้า(ขยะ) เท็จจริง เป็นเรื่องเข้าใจได้ไม่ยากในสังคมไทย ที่อะไร ๆ ก็สีเทา ๆ กันไปหมด ไม่ว่าจะวงการไหนตั้งแต่ระดับรากหญ้ายันรัฐบาลแห่งชาติ (ไหน)
            ปัญหาตรงนี้ถ้ายังไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างจริงจัง  ซึ่งคงคาดหวังจากข้าราชการไทย คงต้องฝากฝีฝากไข้ไว้กับพวกนักกิจกรรมทางสังคมทั้งหลาย แล้วก็สื่อน้ำดีที่เหลือไม่กี่สำนักแล้วในประเทศนี้ 







0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น