pearleus

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

นายนริศ นิรามัยวงศ์ผู้ว่าราชการสมุทรสาครเป็น ประธานเปิดงาน ประจำปีวัดโคกขาม 2568

        

 นายนริศ นิรามัญวงศ์ผู้ว่าราชการสมุทรสาครเป็น ประธานเปิดงานประจำปีวัดโคกขาม 2568 เมื่อเวลา 09.09 น.ของวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 พระเทพสาครมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง เป็นประธานสงฆ์ นายนริศ นิรามัยวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เปิดงานประจำปีทำบุญปิดทองพระพุทธรูปหลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ 4 ของประเทศไทย อายุ 335 ปี ณ วัดโคกขามต.โคกขาม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาครโดยมี พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร, พระสงฆ์ทรงสมศักดิ์จากวัดต่าง, ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี สำหรับงานประจำปีวัดโคกขามนั้น ก็จะมีกัน 5 วัน 5 คืน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2568 ภายในงานมีการทำบุญต่างๆ เช่น ไหว้พระปิดทองพระพุทธรูปหลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธสิหิงค์องค์ ที่ 4 ถวายสังฆทาน ทำบุญโลงศพ ทำบุญกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่า นมัสการกราบขอพรหลวงพ่อปู่ พระประธานในโบสถ์เก่า สมัยกรุงศรีอยุธยา อายุกว่า 300 ปี พร้อมชมมหรสพดนตรี และร้านค้ามากมาย ตามประวัติคำบอกเล่านั้น วัดโคกขาม ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัย กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา ผู้สร้าง คือ พระยารามเดโช ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช       ซึ่งในปี พ.ศ. 2239 ได้ร่วมกับนายสังข์ยมราช เจ้าเมืองนครราชสีมาแข็งเมือง สมเด็จพระเพทราชา จึงโปรดให้พระยาสุรสงครามและพระยาราชวังสัน ยกกองทัพไปปราบ พระยารามเดโชสู้ไม่ได้จึงหลบหนีขึ้นมาทางเรือ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์หนึ่งขึ้นมาด้วย เมื่อถึงเมืองสาครบุรี ได้ขึ้นบกที่บ้านโคกขามและอุปสมบทเป็นพระพร้อมกับสร้างวัดโคกขามขึ้นมา..และนี้คือประวัติที่เรื่องเล่าสืบทอดต่อกันมา


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี “สร้างชีวิต” แก่ชาวหนองบัวลำภู อย่างยั่งยืน

             วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู (จังหวัดที่ 18 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 21 ครัวเรือน




            เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวมจำนวน 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวหนองบัวลำภูในครั้งนี้ทั้งสิ้น 523,160 บาท (ห้าแสนสองหมื่นสามพันหนึ่งร้อยหกสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วย นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี และคณะมูลนิธิรวมใจหนองบัวลำภู เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมทั้ง อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายภัทรพล แก้วสกุณี (เค-ภัทรพล) นางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว-พัชรมัย) ร่วมในพิธี โดยมี ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู







            โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม ซึ่งปัจจุบันทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ฯ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้วทั้งสิ้น 18 จังหวัด 431 ครัวเรือน รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 9,598,554 บาท (เก้าล้านห้าแสนเก้าหมื่นแปดพันห้าร้อยห้าสิบสี่บาทถ้วน)



            ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
            


            ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน




สืบเนื่องที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านบริเวณตลาดวาสนา หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และยาดองเหล้าในตลาดวาสนา จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบ

 


            ภายใต้การอำนวยการของ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ  ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร ร้อยตรี ประพันธ์ ถึกสกุลนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันทึ่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 สืบเนื่องที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านบริเวณตลาดวาสนา หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และยาดองเหล้าในตลาดวาสนา จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ประสานการปฏิบัติกับชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเมืองสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบจับกุม ผู้ต้องหาจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 ราย ของกลางบุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง จำนวน 81 อัน โดยแจ้งข้อกล่าวหาบุหรี่ไฟฟ้า

    1.ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด  ตามมาตรา ๒๔๒ ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนําเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๗
    2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า                                  
            ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาจำหน่ายยาดองเหล้า จำนวน 1 ราย ของกลางยาดองเหล้า จำนวน 107 ขวด โดยแจ้งข้อกล่าวหาข้อหา
    1.ขายสุราโดยไม่ได้ขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ตามมาตรา ๑๕๕ พระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.๒๕๖๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
    2.เปลี่ยนแปลงสุรา โดยนำสุราอื่นใด หรือน้ำหรือของเหลวหรือวัตถุอื่นใดเจือปนลงในสุราเพื่อการค้า เว้นแต่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตสุรา หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ ๒ เฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อร้องขอให้เปลี่ยนแปลงสุราเพื่อดื่มในขณะนั้น ต้องระวางโทษต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท






       ชุดจับกุมได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรย่อยบางน้ำจืด ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     


ผู้ว่าฯ สมุทรสาครประชุมคณะกรมการจังหวัดสมุทรสาคร ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2568

                เวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร 

                    นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และนายกเทศมนตรีฯ ครั้งที่ 2/2568 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยมีร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์  รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ผู้แทนหอการค้าจังหวัด  สมาคมส่งเสริมท่องเที่ยว  สมาคมการประมงสมุทรสาคร  สมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัด  เข้าร่วมประชุม





       โดยก่อนการประชุมนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานในการประชุมฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณโครงการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็ง ตามแนวทางแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง  (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี 2567 ได้แก่ บ้านหนองนกไข่ หมู่ที่ 7 ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัด และ บ้านหลังวัด หมู่ที่ 2 ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 และได้มอบรางวัลอำเภอที่มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสาคร ที่มีผู้มาเลือกตั้งสูงสุดและมีบัตรเสียน้อยสุด 

อันดับที่ 1 อำเภอบ้านแพ้ว 

อันดับที่ 2 อำเภอกระทุ่มแบน 

อันดับที่ 3 อำเภอเมืองสมุทรสาคร และมอบโล่ให้ กรมการทหารสื่อสารที่ 1 

ผู้สนับสนุนรณรงค์อย่างดีเยี่ยม การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร






              สำหรับ การประชุมคณะกรมการจังหวัดฯ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ได้แจ้งประชาสัมพันธ์การจัดงานของดีและงานกาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปี 2568 ที่จัดในวันที่ 21-30 มีนาคม 2568 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร จะมีการจัดไข่นาวาการกุศล  การจำหน่ายสลากการกุศลเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ภายในงานมีการแสดงของศิลปินนักร้องทุกวัน และการจำหน่ายสินค้าของดีของเด่นของจังหวัดสมุทรสาคร, ซึ่งในการประชุมได้มีการรับฟังและติดตามความก้าวหน้าผลการปฏิบัติราชการ นโยบายสำคัญของรัฐบาล ของกระทรวงต่างๆ อาทิ การติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยคลังจังหวัด , การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในห้วงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 โดย ผอ.แขวงทางหลวงสมุทรสาคร, การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานแรงงานจังหวัด, การรักษาความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด,การประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดสมุทรสาครสู่การเป็นจังหวัดคุณธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ, สถานการณ์การณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, ข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานในจังหวัดสมุทรสาคร  เป็นต้น....

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ฟุตบอลหญิงไทย U20 ชนะ หมู่เกาะโซโลมอน 8-0 ประเดิมศึก Four Nations 2025


    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามไวกิ้ง พาร์ค การแข่งขันฟุตบอลหญิง รายการ Four Nations Tournament 2025 นัดแรก ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 ลงสนามพบกับ หมู่เกาะโซโลมอนชุดใหญ่ เกมนี้ โค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน วาง กุลิสรา ลิ้มปวะนิช เป็นหน้าเป้า พร้อมมี รสิตา เถาว์เบา และ พัชรากร คูเชื้อ คอยสนับสนุน


    เริ่มเกมมาแค่ 7 นาที จากลูกฟรีคิก ที่ จุไลพร ใจมูลวงศ์ เปิดให้ ภิญญาพัชญ์ กลิ่นคล้าย สอดเข้ามาโขกเข้าไปให้ ชบาแก้ว U20 นำ โซโลมอน ก่อน 1-0 นาที 20 จากจังหวะที่ โซโลมอน สกัดบอลกันไม่ขาด มาเข้าทาง กุลิสรา ลิ่มปวะนิช ดักตัดและ ยิงสวนด้วยซ้ายเข้าไปให้ ชบาแก้ว U20 นำห่างเป็น 2-0 นาที 34 ไทยหนีห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ กุลิสรา ลิ้มปวะนิช พาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้ ริญญาภัทร์ มูลดง ยิงเข้าไป นาที 38 รสิตา เถาว์เบา ลุยมาทางซ้ายก่อนจ่ายให้ กุลิสรา ลิ้มปวะนิช แตะหลบ และยิงเข้าไปให้ ไทย นำห่างเป็น 4-0 นาที 40 จากลูกเตะมุมที่เล่นสั้น ที่ จุไลพร ใจมูลวงศ์ เปิดให้ ธัญชนก ชื่นอารมณ์ สอดเข้ามายิงเข้าไปให้ สกอร์ห่างเป็น 5-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้




    ครึ่งหลังนาที 56 ไทยนำห่างเป็น 6-0 จากจังหวะที่ ภิญญาพัชญ์ กลิ่นคล้าย วางบอลยาวให้ รสิตา เถาว์เบา สอดมารับบอลแล้วยิงเข้าไป นาที 62 แมดดิสัน เจตน์ แคสทีน ได้หลุดมาทางขวาก่อนเปิดให้ ริญญาภัทร์ มูลดง โหม่งเข้าไปให้ ไทยนำห่างเป็น 7-0 นาที 78 ไทยนำห่าง เป็น 8-0 จากจังหวะที่ กุลิสรา ลิ้มปวะนิช พักบอลก่อนไหลคืนให้ มาติกา ท่าพริก ยิงเข้าไป ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกม ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 เอาชนะ หมู่เกาะโซโลมอน ไป 8-0 ส่วนผลอีกคู่ ออสเตรเลีย U20 เอาชนะ วานูอาตู ชุดใหญ่ไป 9-0

    โปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย U20 จะทำการแข่งขันฟุตบอลหญิง Four Nations Tournament 2025 นัดที่สอง พบกับ วานูอาตู ชุดใหญ่ ที่สนาม ไวกิ้ง พาร์ค ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง  Facebook : FA THAILAND, ช้างศึก / YouTube : ช้างศึก

รายชื่อ 11 ตัวจริง

อาทิมา บุญประกันภัย (GK), นภัสวรรณ์ สืบสวน, ธัญชนก ชื่นอารมณ์, ภิญญาพัชญ์ กลิ่นคล้าย, ริญญาภัทร์ มูลดง (C), รสิตา เถาว์เบา, กุลิสรา ลิ้มปวะนิช, พัชราภร คูเชื้อ, จุไลพร ใจมูลวงศ์, ปรีชากรณ์ เครือชื่นชม, อัญชิษฐา หอมตะโก

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #Chabakaew #Changsuek #Womensfootball #ฟุตบอลหญิง #ชบาแก้ว #ช้างศึก #ทีมชาติไทย #ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย #บอลหญิง #ฟุตบอลไทย #บอลไทย

นายนริส สิงหวังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย และกรรมการบริหารสมาคมฯ เดินทางร่วมประชุมและเลือกตั้งประธานสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยน ( SESTWF )


  นายนริส สิงหวังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย และกรรมการบริหารสมาคมฯ เดินทางร่วมประชุมและเลือกตั้งประธานสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยน ( SESTWF ) ที่ สปป.ลาว โดยนายนริส สิงหวังชา ประธานคนปัจจุบัน ส่งมอบไม้ต่อประธานสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยนให้กับนายกสมาคมดึงเชือกแห่งชาติลาว และประธานคนใหม่แต่งตั้ง นายสุชาติ แจสุรภาพ จากประเทศไทยนั่งแท่นที่ปรึกษา
     ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชักกะเย่อชิงแชมป์อาเซี่ยนโดยมีชาติสมาชิกส่งทีมชักกะเย่อเข้าร่วมการแข่งขันในระหว่างวันที่ 19 - 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันแล้ว ยังมีวาระการประชุมสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยน หรือ SEATWF ซึ่งนายนริส สิงหวังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย นั่งตำแหน่งประธานซึ่งในช่วงวาระการทำงานตำแหน่งประธานสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยน นายนริส สิงหวังชา สร้างผลงานสำคัญด้วยการร่วมกับชาติสมาชิกเดินหน้าผลักดันกีฬาชักกะเย่อให้เป็นชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม 2568 จนสำเร็จ และในการประชุมสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยน ( SEATWF ) นายนริศ สิงหวังชา เห็นควรให้มีการผลัดเปลี่ยนในกลุ่มชาติสมาชิกเข้ามานั่งทำงานในตำแหน่งประธานสหพันธ์ฯ จึงปฏิเสธการร้องขอจากชาติสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัย จึงส่งไม้ต่อให้นายอรุณแก้ว นายกสมาคมดึงเชือกแห่งชาติลาว อดีต รมต.อาเซี่ยนที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีนั่งเก้าอี้ประธานสหพันธ์ชักกะเย่อแห่งอาเซี่ยนคนใหม่ โดยมีกรรมการจากมาเลเซีย , เวียดนาม และกัมพูชา 3 ท่านเป็นรองประธานสหพันธ์ฯ และประธานสหพันธ์คนใหม่จาก สปป.ลาว ได้ร้องขอมายังนายนริส สิงหวังชา นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย เสนอชื่อนายสุชาติ แจสุรภาพ กรรมการสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย นั่งแท่นที่ปรึกษาของสหพันธ์ฯ ซึ่งนายนริส สิงหวังชา ยินดีตามคำร้องขอของประธานสหพันธ์คนใหม่จาก สปป.ลาว