pearleus

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

พม จับมือภาคีเครือข่ายติดตามแผนขับเคลื่อนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62  เวลา 13.30 น. พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ครั้งที่ 1/2562 เพื่อรับทราบความก้าวหน้าของแผนขับเคลื่อนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2561 - 2565 สำหรับโครงการในปีงบประมาณ 2561 - 2562 และผลการดำเนินงานโครงการสำคัญ  ผลการดำเนินการบูรณาการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการพิจารณาทบทวนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อการขับเคลื่อนงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

พลเอกอนันตพร กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งคนไร้ที่พึ่งที่เป็นผู้ประสบปัญหาทางสังคม ทั้งนี้การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557  ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้คนไร้ที่พึ่งสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขและพึ่งพาตนเองได้  ภายใต้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต  ด้วยสภาพร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ครั้งที่ 1/2562  ในวันนี้  เป็นการติดตามความก้าวหน้าของโครงการสำคัญในปีงบประมาณ  2561 - 2562 ตามแผนการขับเคลื่อนการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2561 - 2565 และการบูรณาการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งในเขตกรุงเทพมหานครตามนโยบายรัฐบาล โดยร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 10 เมษายน 2562 ซึ่งพบว่า มีคนไร้ที่พึ่ง จำนวน 407 ราย ซึ่งผ่านการคัดกรองโดยทีมสหวิชาชีพ กระทรวงกลาโหม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ และทีมนักสังคมสงเคราะห์ (พส.) เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเอกภาพ  และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไร้ที่พึ่งกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาความร่วมมือกับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)กระทรวงศึกษา เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งสามารถอ่านออกเขียนได้ รวมทั้งความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อฝึกทักษะอาชีพให้กับคนไร้ที่พึ่ง และการรับเข้าทำงานในสถานประกอบการต่อไป  นอกจากนี้  มีการวางแนวทางการส่งคนไร้ที่พึ่งไปสู่ครอบครัวอุปถัมภ์อย่างยั่งยืน ซึ่งครอบครัวอุปถัมภ์จะต้องได้รับอนุญาต และมีความประสงค์จะอุปการะ และคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

โดยแบ่งออกเป็น2 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะสั้น เป็นครอบครัวอุปถัมภ์ไม่เกิน 1 ปี  และ 2) ระยะยาว เป็นครอบครัวอุปถัมภ์เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีซึ่งอาจให้ขยายเวลาได้สำหรับกรณีจำเป็น  โดยคำแนะนำของคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมซึ่งจะมีเงินช่วยค่าเลี้ยงดู รายละ  2,000  บาทต่อเดือน

พลเอก อนันตพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบวาระที่สำคัญต่างๆ  ได้แก่ การพิจารณาทบทวนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อาทิ การยกเลิกและทบทวนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่เกี่ยวกับคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะ ซึ่งเป็นกลไกที่คณะกรรมการฯ ได้แต่งตั้งให้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

“กระทรวง พม. พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งตามแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2561 - 2565 ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งประชาชน  เพื่อร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของระบบคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และการป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นคนไร้ที่พึ่งให้ได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า
และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อไป” พลเอก อนันตพร กล่าวในตอนท้าย

กยค.ประชุมรายงานความคืบหน้าFamily Big Data& Flagship Projects

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 62 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.1) ชั้น 8 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองนายกรัฐมนตรีพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ครั้งที่ 1/2562โดยมีพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์






เป็นรองประธานคนที่ 1  ศาสตราจารย์ นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา รองประธานคนที่ 2 และนายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ






โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานความก้าวหน้าการจัดโครงการคลังข้อมูลสารสนเทศด้านครอบครัวแห่งชาติ (Family Big Data) และความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการสำคัญ (Flagship Projects) ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2560 – 2564 การพิจารณาขอความเห็นชอบและแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อให้หน่วยงานนำข้อเสนอมติสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “พื้นที่เรียนรู้เพื่อครอบครัวทุกช่วงวัย : สื่อสารสร้างสรรค์ สร้างสัมพันธ์ครอบครัวไทย” ไปสู่การปฏิบัติ
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ หลักสูตร นวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการสื่อสารในครอบครัว การส่งเสริมการสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อครอบครัว และการส่งเสริมการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อครอบครัว และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2560 – 2564 รวมถึงการรายงานผลการจัดงานวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังครอบครัวไทย ไร้ความรุนแรง” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย กรรมการผู้แทนหน่วยงาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 66 คน

เหล่าตลกชื่นมื่น!! รวมตัวทำบุญรับปีใหม่ไทย รดน้ำขอพรผู้ใหญ่



 
โอบะ เสียงเหน่อรักษาการณ์นายกสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) นำทีมศิลปินตลกทั่วฟ้าเมืองไทยทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่ศิลปินตลกอาวุโสผู้ล่วงลับและทำบุญรับปีใหม่ไทย

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.62 เวลา 10.00 น. ที่สมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) โดยโอบะ เสียงเหน่อ รักษาการนายกสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) พร้อมคณะผู้บริหาร กรรมการ ที่ปรึกษาสมาคมฯ และสมาชิกนักแสดงตลก ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แด่ศิลปินตลกอาวุโสผู้ล่วงลับและทำบุญรับปีใหม่ไทย โดยมีพระประสิทธิ์ ชาคโล หรือ พระหม่อมเหยินพระธรรมเทศนา แก่นักแสดงศิลปินตลก เพื่อความเป็นสิริมงคล นำทีมรุ่นใหญ่ นักแสดงตลก ถั่วแระ เชิญยิ้ม อดีตนายกสมาคมฯ, โน๊ต เชิญยิ้ม, หม่ำ จ๊กมก ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, ดู๋ ดอกกระโดน, เด๋อ ดอกสะเดา เทพ โพธิ์งามพร้อมด้วย พี่น้องนักแสดงตลกทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่อีกมากมายอาทิเช่น  จเร เชิญยิ้ม, ชูศรี เชิญยิ้ม, โอเลี้ยง เชิญยิ้ม กระรอก เชิญยิ้ม และอีกคับคั่งมากมาย ร่วมทำบุญทางพระพุทธศาสนาอุทิศส่วนกุศลให้แด่นักแสดงตลกอาวุโสผู้ล่วงลับ พร้อมร่วมสืบสานวัฒนธรรมรดน้ำดำหัวและขอพรศิลปินตลกอาวุโส เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงปีใหม่ไทย โดยภายในงานนักแสดงศิลปินตลกทุกท่านต่างใส่ชุดไทย รวมถึงเสื้อลายดอกมาร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย สงกรานต์อันดีงาม อีกทั้งจัดกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรศิลปินตลกอีกด้วย

นอกจากนี้ทางสมาคมฯโดย โอบะ เสียงเหน่อ รักษาการณ์นายกสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย) ได้มอบเงินช่วยเหลือสมาชิกสมาคมตลกฯ ที่ล่วงลับไปแล้วให้กับทางครอบครัว เป็นเงินจำนวน 300,000 บาทถ้วน และมอบเงินช่วยเหลือกรณีพิเศษนักแสดงตลกที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ที่ประสพอุบัติเหตุเป็นเงินจำนวนนึง เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางสมาคมฯ
@.เล็ก.รอง.บก.ชี้ชัดเจาะลึก/รายงาน
















สค. จัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้พระราชทาน


วันที่ 29 เมษายน 2562 เวลา 10.00 น. นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้พระราชทาน ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายพิริยะ ฉันทดิลก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
ด้วยเมื่อวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานต้นไม้มงคล เพื่อเชิญไปปลูกเป็นปฐมฤกษ์บนถนนเฉลิมพระเกียรติทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในโครงการ “1 จังหวัด 1 ถนน เฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 
ในการนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคล ประจำรัชกาลที่ 10 อีกทั้งวันที่ 29 เมษายน ยังเป็นวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และต้นไม้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และแผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็น เฉกเช่นเดียวกับพระบารมีแผ่ไพศาลแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงปกปักษ์รักษาอาณาประชาราษฎร์ ให้ได้รับความผาสุกร่มเย็นทั่วกัน และเพื่อความเป็นสิริมงคลร่มเย็นสืบไป .....
ข้อมูลและภาพ จากสำนักงานประชาสัมพันธ์จ.สมุทรสาคร






วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

พส. เดินหน้าเปิดศูนย์ประสานงาน อพม. เขตบึงกุ่ม พร้อมบูรณาการงานระดับพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย.62 เวลา 13.30 น. นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ อาคารศูนย์สุขภาพชุมชนคลองกุ่มนิเวศน์ ซ.เจริญกาญน์1 ถ.เสรีไทย 41  แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

นางนภา กล่าวว่ากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครและเครือข่ายสานพลังประชารัฐ ดำเนินการจัดตั้งศูนย์กลางการประสานงานส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนางานด้านอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งประสานความร่วมมือของเครือข่ายและภาคประชาสังคม ให้ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร ซึ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ และบูรณาการงานตามแนวทางประชารัฐเพื่อสังคม ซึ่งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) คือ หนึ่งในเครือข่ายสำคัญในการขับเคลื่อนงานของกระทรวง พม. ในด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคม การมีส่วนร่วมทางสังคม ให้คำแนะนำปรึกษา ประสานการช่วยเหลือ/ส่งต่อ  ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหากลุ่มเป้าหมายในทุกระดับ เพราะพลังอาสาสมัคร คือ พลังของแผ่นดิน ปัจจุบัน เขตบึงกุ่ม มี อพม. จำนวนทั้งสิ้น 13  คน การทำงานที่ผ่านมามีรูปแบบการทำงานเป็นทีม มีการสร้างและขยายเครือข่ายการทำงานระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



โดย อพม. ได้เข้ามาดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคม  ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดชุด อพม. ปฏิบัติงานตามกลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 5 กลุ่ม ตามภารกิจของ พม. ได้แก่ ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรี เด็กและเยาวชน คณะอนุกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขตบึงกุ่ม ได้จัดประชุมหารือ เรื่องแนวทางการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน  อพม. ระดับเขต ซึ่งผลการประชุมฯ ดังกล่าว มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ขึ้น เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนงานด้าน อพม. ตามบทบาทและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนใช้เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานด้านอาสาสมัครเชิงบูรณาการ ระหว่างพื้นที่กับหน่วยงานในระดับเขตและเครือข่ายต่างๆ



จากนั้นนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมด้วย นางณัฐชา ทาวรมย์ ผู้อำนวยกองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก จำนวน 2  ราย โดยรายแรก เป็นหญิง อายุ 79  ปี ประสบปัญหาด้านร่างกายพิการทางการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่กำเนิด อาศัยอยู่กับพี่สาวซึ่งอยู่ในวัยชราและเคลื่อนไหวได้ช้าเนื่องจากกระดูกข้อขาเสื่อม ที่พักอาศัยเป็นบ้านของตัวเองแต่น้องชายได้เอาบ้านไปเข้าจำนองธนาคารและไม่ได้ส่งต่อทางธนาคารจึงจะทำการยึดบ้าน รายได้มาจากหลานที่ทำงานต่างจังหวัดเพียงเดือนละ1,000 บาท และมีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700  บาท และ เบี้ยผู้พิการเดือนละ800  บาท 



ส่วนรายที่2  เป็นหญิง อายุ 91  ปี มีความพิการทางการเคลื่อนไหว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ลูกชายต้องดูแลตลอดเวลา ทำให้ไม่มีงานทำและรายได้ อาศัยอยู่กับญาติ มีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 1,000 บาท และเบี้ยยังชีพผู้พิการ เดือนละ 800  บาท ทั้งนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการยกระดับคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการการทำงานภายในกระทรวงและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ต่อไป

นางนภา กล่าวด้วยว่า  การดำเนินงานของศูนย์ประสานงาน อพม.เขตบึงกุ่ม จะสามารถขับเคลื่อนและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้อง อพม. ทุกท่าน ที่ต้องมีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านจิตอาสาอย่างเต็มศักยภาพ มีความเสียสละและสามัคคี ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ