pearleus

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พก.จับมือสมาคมสภาคนพิการฯจัดใหญ่ "วันคนพิการสากล ปี 61" เน้นความเท่าเทียม 3-4ธ.ค.นี้

องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการและเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงร่วมกับสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2561 เวลา 9.00 – 18. 00 น. ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา  เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากล นอกจากนั้น ยังเป็นการดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมกันสร้างสังคมที่เป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม เป็นสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

โดยแนวคิดในการจัดงานวันพิการสากลได้สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อการจัดงานตามประเด็นหลัก (Theme) คือ “การเสริมพลังคนพิการ และการประกันการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม” (Empowering persons with disabilities and ensuring inclusiveness and equality)ในปี 2562 ประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายหน้าที่ประธานอาเซียนของไทยต่อจากสิงคโปร์

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวคิดหลัก (theme) สำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทย คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 ประการ 1) การก้าวไกล (Advancing) โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต 2) การร่วมมือ ร่วมใจ (Partnership) ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก 3) ความยั่งยืน (Sustainability) กล่าวคือ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ

นอกจากนี้ในระดับอาเซียน ประเทศไทยได้ผลักดันแผนแม่บทอาเซียน พ.ศ. 2568 (ASEAN Enabling Masterplan) เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และบูรณาการงานด้านคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community หรือ APSC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) เพื่อให้คนพิการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติอย่างแท้จริงสำหรับภายในประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เน้นให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอื่นอันเป็นสาธารณะอย่างเท่าเทียม ปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการให้มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “คนพิการเข้าถึงสิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระ ในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งความเท่าเทียม (EQUAL) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะเน้นถึงการฉายภาพความสำเร็จของการอยู่ในสังคมของคนพิการได้อย่างยั่งยืน ผ่านการมีงานทำของคนพิการ ตามมาตรา 33 34  และ 35

ดังนั้นการที่จะให้เห็นถึงศักยภาพคนพิการอย่างแท้จริง คือการที่คนพิการมีงานทำ ซึ่งมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 33 34 35  ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ ดำรงชีวิตด้วยตนได้เองอย่างยั่งยืน จึงเกิดแนวคิดว่าการจัดงานคนพิการ ประจำปี 2561 จะเน้นในเรื่องของงานและการจ้างงาน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับคนพิการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน เพราะการมีงานทำมีรายได้ เป็นการบ่งบอกถึงการทำหน้าที่ของบุคคลเต็มตามศักยภาพและส่งผลให้บุคคลนั้นมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ องค์กรคนพิการ 7  ประเภท คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ไอชาร์) กระทรวงแรงงาน  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์กรภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายคนพิการ

สำหรับกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ 

1.โซนพิธีการ เป็นรูปแบบเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรูปประสบการณ์ในการมีงานทำของคนพิการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงานคนพิการอย่างมีศักดิ์ศรี และยั่งยืน เพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านคนพิการและปัจจัยความสำเร็จ (Key success) ร่วมกันระหว่างคนพิการ องค์กรคนพิการ ภาคเอกชน และภาครัฐ
โดยเวทีเสวนา ขอนแก่นโมเดล ... เดินหน้าการจ้างงานคนพิการผ่านชุมชน เป็นการยกตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เน้นการใช้องค์ความรู้ในการขยายเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลให้รวมตัวร่วมคิดร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำงานจนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้ และเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีกระบวนการทำงานที่โดดเด่น สามารถสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม และส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และ 35 ในหน่วยงานต่าง ๆ และ การทำ Work shop ช่องทางทำกิน "ขนมไทย ทำกินได้ ทำขายรวย" เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประกอบอาชีพของคนพิการ โดยได้นำครูจากศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการบ้านทองพูนเผ่าพนัส จ.อุบลราชธานี มาเป็นผู้ฝึกสอนในงานและให้คนพิการได้ทดลองปฏิบัติจริง

2.โซนนิทรรศการ ประกอบด้วย องค์กรคนพิการ 7 ประเภท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  กระทรวงแรงงาน  ภาคเอกชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการดีเด่น และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

3. โซนบูธขายผลิตภัณฑ์คนพิการ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพคนพิการ อาทิ เช่น งานศิลปะ งานฝีมือและงานประดิษฐ์เครื่องใช้ งานจักรสาน งานตัดเย็บ งานทอผ้า อาหาร อาหารแปรรูป จำนวนกว่า 150 บูธ

****************

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชมรมช่างภาพฯ จัดกิจกรรม “ปันฝัน วันหนาว สร้างสุขสดใส ใส่ใจสุขภาพน้อง”

"อลงกรณ์"ร่วมชมรมช่างภาพการเมือง จัดกิจกรรม “ปันฝัน วันหนาว สร้างสุขสดใส ใส่ใจสุขภาพน้อง” มอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน เด็กนักเรียนบ้านหนองหงษ์ แก่งกระจาน เพชรบุรี





ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนบ้านหนองหงษ์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ทำความดี ตามรอยพ่อ กิจกรรม “ปันฝัน วันหนาว สร้างสุขสดใส ใส่ใจสุขภาพน้อง” จัดโดย ชมรมช่างภาพการเมือง นำโดย นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมฯ ร่วมกับโครงการสื่อสารนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี ภายใต้ สสส. พร้อมนายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย นายกำพล พิริยะเลิศ ประธานมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน และนายเหอ โหย่วฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานประธาน บจก.ฟู่ทง กรุ๊ป ร่วมกิจกรรม

โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้มีการดำเนินการสร้างที่ล้างหน้าแปรงฟัน พร้อมเครื่องทำน้ำดื่ม และนำชุดนักเรียน ชุดกีฬา เครื่องคอมพิวเตอร์ ตู้ใส่เอกสาร เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ รวมทั้งทุนการศึกษา มอบแก่เด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน พร้อมของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองหงษ์และโรงเรียนบ้านวังนางนวล จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนางมนตรา ผลศรัทธา รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหงษ์ และนางสาวปัณฑารีย์ ศรีสวัสดิ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังนางนวล เป็นผู้รับมอบ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการดํารงชีวิตของเด็ก ๆ ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เด็กนักเรียน ให้มีความขยันหมั่นเพียรและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนต่อไป




พม. เชิญชวนประชาชนร่วมตักไข่ไดโนเสาร์ ชิงรางวัลใหญ่ในการกาชาดประจำปี 2561




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  27 พฤศจิกายน 2561 เวลา 17.00 น. ณ สวนลุมพินี ร้านกาชาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการออกร้านงานกาชาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปี 2561 ซึ่งกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) รับผิดชอบการออกร้านงานกาชาดของกระทรวง พม. ประจำวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 จึงได้เชิญชวนเหล่าศิลปินดารา/นักแสดงมาร่วมงานการกุศล ประกอบด้วย นายชานนท์ ทิพกนก (นนท์) นักแสดงจากละคร สาปกระสือ นายปรมัฎศ์ ชัยสุวรรณ (มัฎศ์) นักแสดงจากละคร ธิดาผ้าซิ่น และนางสาวธีรตี บุตรดีหงษ์ (จูน) นักแสดงจากละคร นาคี โดยมี นายธนพล แย้มพรายภิรมย์ พิธีกรรายการทั่วถิ่นแดนไทย สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ร่วมเป็นพิธีกรรับเชิญ เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานของกระทรวง พม. ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักแพร่หลาย และจัดหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย






โดยในปี 2561 สภากาชาดไทย ได้จัดงานภายใต้แนวคิด “125 ปี สภากาชาดไทย ร้อยดวงใจ ส่งต่อการให้ที่งดงาม” โดยกระทรวง พม. ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมออกร้านงานกาชาดเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยด้วยการขายบัตรตักไข่ไดโนเสาร์ ชิงรางวัลใหญ่มากมาย และมีสินค้าคุณภาพราคาถูกจากโครงการ ได้ของ - ได้บุญ มาร่วมออกร้านอีกด้วย

ทั้งนี้ร้านงานกาชาดของ พม. เริ่มเปิดขายบัตรเล่นเกมส์ตักไข่ไดโนเสาร์ ในราคาใบละ 20.- บาท ระหว่างเวลา 11.00 – 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. – 1 ธ.ค. 61  จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกท่านมาร่วมกันสัมผัสงานกาชาด พร้อมร่วมเล่นเกมส์ ชิม ช้อป แชะ พร้อมร่วมทำบุญให้กับสภากาชาดไทยด้วยกัน ทุกท่านจะได้ของรางวัลติดมือกลับบ้านทุกครั้งที่ร่วมเล่นเกมส์อย่างแน่นอน


****************


“บิ๊กอู๋”ลุยภูเก็ต ยกระดับทักษะแรงงาน หนุนธุรกิจท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน

รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจเยี่ยมการฝึกยกระดับทักษะฝีมือแรงงานคุณภาพ (Super Worker) ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน มอบนโยบายหัวหน้าส่วนในสังกัดขับเคลื่อนนโยบายเน้นหนักให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) เพื่อส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวอันดามัน สาขา นวด สปา อาหารไทย และบาร์เทนเดอร์ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต โดยในปี 2561 สามารถดำเนินการฝึกอบรมฝีมือแรงงานได้จำนวน 6,408 คน ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานได้จำนวน 1,065 คน ประเมินความรู้ความสามารถฯ ได้จำนวน 565 คน และส่งเสริมสถานประกอบกิจการ จำนวน 204 แห่ง ลูกจ้าง 33,425 คน



นอกจากนี้ ได้มีการฝึกหลักสูตรที่สอดคล้องกับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ พนักงานผสมเครื่องดื่ม พนักงานประกอบอาหารไทยและนานาชาติ พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ เทคนิคการให้บริการไวน์ นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมสปาตะวันตก นวดไทยเพื่อสุขภาพ การพัฒนา E-Commerce ร้านค้าออนไลน์ ช่างสีเรือยอร์ช ภาษาต่างประเทศ เป็นต้น



จากนั้น รมว.แรงงาน ได้เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานแก่หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และระนอง โดยได้กำชับให้ดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายเน้นหนักของกระทรวงแรงงาน (3A) ในปี 2562 ซึ่งประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วน (Agenda Based) 13 นโยบาย นโยบายระดับพื้นที่ (Area Based) 4 นโยบาย และนโยบายบริหารการพัฒนา (Administration Based) 7 นโยบาย โดยให้แรงงานจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ให้เป็นรูปธรรมและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันและเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน ทั้งหน่วยงานภายใน และหน่วยงานภายนอก รวมทั้งเครือข่ายแรงงานในพื้นที่ในรูปแบบประชารัฐ และมีแผนปฏิบัติการร่วมกันในลักษณะ One Plan เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายเน้นหนักของกระทรวงสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดภูเก็ต มีผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 321,440 คน เป็นผู้มีงานทำ 317,022 คน ผู้ว่างงาน 4,418 คน อัตราการว่างงานร้อยละ 1.37 มีแรงงานนอกระบบ 88,469 คน เป็นแรงงานนอกภาคเกษตร 82,358 คน เป็นแรงงานในภาคเกษตร 6,111 คน มีแรงงานต่างด้าว 84,478 คน มีสถานประกอบการ 10,925 แห่ง มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จำนวน 171,636 คน มาตรา 39 จำนวน 27,541 คน และมาตรา 40 จำนวน 25,269 คน




หนูเกิดมา 16 ปี ยังไม่เคยเห็นน้ำในคลองสมุทรสาคร ดีขึ้นมาเลย



 
เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561  สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำเสีย  ณ ภัตตาคารนิวรสทิพย์ โดยมีนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธาน และมีดร.รวมทรัพย์ คะเนะตะ ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ให้การต้อนรับ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคประชาชน ผู้บริหารสถานศึกษา และนักเรียน จำนวน 200 คน

ทั้งนี้ ดร.รวมทรัพย์ คะเนะตะ ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสาคร ได้กล่าวถึง ปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นแม่น้ำหลักในสมุทรสาคร รวมถึงคลองสาขา ว่ามีสภาพเสื่อมโทรมมาอย่างต่อเนื่อง และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนมา ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีความพยายามแก้ไขปัญหาโดยบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อร่วมฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น  แต่ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การส่งเสริมความรู้ ด้านการจัดการน้ำเสีย การสร้างเครือข่ายและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การตรวจสอบแหล่งมลพิษและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ในที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่ายภาคประชาสังคม สถานศึกษา เยาชนและประชาชน  ซึ่งในส่วนของสมุทรสาคร มีลำคลองมากมายหลายร้อยคลอง และลำคลองส่วนใหญ่ก็มีความเน่าเสียที่มาจากครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งน้ำเน่าเสียเหล่านี้ก็จะไหลลงแม่น้ำท่าจีน ส่งผลให้แม่น้ำท่าจีนเน่าเสียอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในพื้นที่ร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการคุณภาพน้ำประจำสายคลอง 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการ คุณภาพน้ำ คณะกรรมการจัดการคุณภาพน้ำประจำสายคลองอีก 4 คณะ คือ คลองภาษีเจริญ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ คลองครุ คลองมหาชัย สุนัขหอน และคลองดำเนินสะดวก

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้กล่าว ส่วนใหญ่เห็นว่าลำคลองต่าง ๆ เน่าเสีย และจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข  ซึ่งน้องนักเรียนรายหนึ่งถึงกับกล่าวว่า หนูเกิดมา 16 ปี ยังไม่เคยเห็นน้ำในคลองสมุทรสาคร ดีขึ้นมาเลย











คณะกรรมการบริหารพระโพธิสัตว์กวนอิมท่าฉลอม มอบทุนพร้อมแจกข้าวสารอาหารแห้งกว่า 1000 ชุด



 
               เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2561 คณะกรรมการบริหารพระโพธิสัตว์กวนอิม (ท่าฉลอม) ได้จัดกิจกรรม มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ ร.ร. เฉลิมพระเกียรติ ร.ร. สวนส้ม ร.ร.อนุบาลบ้านแพ้ว ร.ร. วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง ร.ร.วัดใต้บ้านบ่อ ร.ร.วัดโคกขาม เป็นต้น มีการแจกทานข้าวสารอาหารแห้งรวม ๑๐,๐๐๐ ชุด
            ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานนมัสการองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม (ท่าฉลอม) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2557