pearleus

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ธนชาตชวนใช้ “Piggy Bank” กระปุกออมสินดิจิทัล-เพิ่มวินัยการออม


           ดร.สุทัต จิตมั่นคงสุข รองกรรมการผู้จัดการ สายงานดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เชิญชวนลูกค้าใช้ “Piggy Bank” หรือ กระปุกออมสินอัตโนมัติ ฟีเจอร์การออมเงินแบบดิจิทัลบน Thanachart Connect โมบายแอพ ที่ช่วยเพิ่มวินัยการออม ทำให้ทุกฝันเป็นจริงได้อย่างง่ายดายด้วย การออมอัตโนมัติ เมื่อถึงวันที่กำหนดเงินจะเข้าบัญชี Piggy Bank เลือกออมได้ทั้งแบบปัดเศษ หรือเท่ากันทุกเดือน อีกทั้งรับดอกเบี้ยสูง 1.8% ต่อปี เมื่อออมกับบัญชีธนชาต e-SAVINGS และผูกพร้อมเพย์
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Thanachart Connect โมบายแอพได้ที่ App Store หรือ Google Play สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารธนชาตทั่วประเทศ โทร.1770 หรือ www.thanachartbank.co.th และ www.facebook.com/Thanachartbank

**************************

รองอธิบดีสค.เปิดค่ายครอบครัวครั้งที่ 2 มุ่งส่งเสริม การวางแผนการดำเนินชีวิตให้ครอบครัวมั่นคงแข็งแรง



                                         *รองฯวิศิษฐ์ เดชเสน*
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.60 เวลา 09.30 น. นายวิศิษฐ์ เดชเสน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัว ( ค่ายครอบครัว ) ครั้งที่ 2 และบรรยายพิเศษ เกี่ยวกับการสร้างเสริมความสัมพันธ์ของบุคคลครอบครัวในยุคปัจจุบัน กล่าวรายงานโดย นางลักษณา  อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเครือข่ายครอบครัวจาก 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดลำพูน , เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมอบรม จำนวน 85 ครอบครัว 200 คน 

                                           
                                             *ลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา*

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว โดยตระหนักดีว่า การที่ครอบครัวจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมได้นั้น จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถวางแผนการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การจัดสรรเวลา การประกอบอาชีพ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำหลักคิดที่ดี มาเป็นต้นแบบในการดำรงชีวิต อาทิ การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสถานภาพของครอบครัว เพื่อให้ทุก ครอบครัวได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง ทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม และสมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดย การสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง มีมิติที่สำคัญอยู่ 3 ด้าน คือ มิติที่ 1 ด้านเวลา ครอบครัวต้องมีเวลาให้กันและกัน มิติที่ 2 ด้านกิจกรรม ต้องมีกิจกรรมในครอบครัวร่วมกัน และมิติที่ 3 ด้านการเรียนรู้ ครอบครัวต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน


รองอธิบดีสค. กล่าวด้วยว่า  ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้จัดโครงการนี้ขึ้น ตามนโยบายการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวทุกวัยได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนจะมีการขยายผลไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ โดยโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสถาบันครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี การมีกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว ส่งเสริมความรักความเข้าใจระหว่างสมาชิกครอบครัว เพื่อให้เยาวชนมีความเข้าใจในการสร้างครอบครัวในอนาคต และเพื่อสร้างเครือข่ายเผยแพร่ส่งเสริมสัมพันธภาพในครอบครัว โดยได้มีการจัดโครงการนี้ขึ้นในช่วงวันหยุดเนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน และมีความยินดีเข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2560 


ทั้งนี้กิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัว ( ค่ายครอบครัว ) ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ และการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และแนวคิดที่มีประโยชน์ โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากโครงการขับเคลื่อนองค์กรเด็กและเยาวชนสุขภาวะ (มัดปุ๊ก เจียงฮาย) และสมาคมสร้างสรรค์อนาคตเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย เป็นผู้ให้ความรู้ในการอบรมตลอดระยะเวลา 2 วัน โดยมีครอบครัวเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย พ่อ/แม่/ผู้ปกครอง ที่มีบุตร/หลาน อายุระหว่าง 7-18 ปี จากศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) และโรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน จำนวน 82 ครอบครัว รวมทั้งสิ้น 200 คน   



********************

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

นายกฯประธานพิธีเปิด"วันต่อต้านการค้ามนุษย์"5มิ.ย.ที่ทำเนียบ พม.หน่วยงานหลักเตรียมเผยผลดำเนินการป้อง-ปราม มอบรางวัล-ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 60 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  นายไมตรี  อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประชุมเตรียมการจัดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 "ประชารัฐ ร่วมใจ ต้านภัยการค้ามนุษย์" และพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงาน และสื่อมวลชนดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รางวัลประกวดภาพวาดเด็กและเยาวชน ในหัวข้อ "ประเทศไทย ปลอดภัยจากการค้ามนุษย์" โดยมี นางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวง พม. และนางเสาวนีย์ โขมพัตร อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชกระทรวง พม. ตลอดจน นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโนบายและยุทธศาสตร์ และคณะทำงานจากกองต่อต้านการค้ามนุษย์ พม. เข้าร่วมประชุม



ปลัดกระทรวงพม. กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง  รัฐบาลยังคงดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง และได้ประกาศให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2557 ณ ทำเนียบรัฐบาล และได้มอบนโยบาย Zero Tolerance มุ่งมั่นปราบปรามและลงโทษผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด

โดยเน้นที่ผลลัพธ์ของการดำเนินงาน และการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เร่งสร้างมุมมองสังคมไทยให้ตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัวและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ต้องเคารพในสิทธิมนุษยชนของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  เร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

นายไมตรี กล่าวด้วยว่า  พม.ในฐานะหน่วยประสานงานหลักในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  ได้เตรียมจัดงาน “วันต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2560 " ขึ้นในวันที่ 5 มิ.ย.60 เวลา 13.30 – 15.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เพื่อเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการค้ามนุษย์  พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย


รวมถึงการผนึกกำลังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยให้เป็นที่ประจักษ์  ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานในปีนี้  มีการมอบรางวัลผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงานและสื่อมวลชนดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย แยกเป็นทีมคดีสำคัญ ทีมสหวิชาชีพ ภาครัฐ NGOs  ผู้ทำงานภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน


พร้อมกันนี้จะมอบประกาศเกียรติคุณและรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภาพวาดเด็กและเยาวชนในหัวข้อ “ประเทศไทยปลอดภัยจากการค้ามนุษย์” โดยแยกเป็น 3 ระดับ ๆ ละ 6 รางวัล ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานในวันนั้น ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ คณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้งผู้แทนองค์กรเอกชน นักวิชาการ องค์การระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ประจำประเทศไทย ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ รวมจำนวน 500 คน



*************************

กระทรวงมหาดไทยสั่งการด่วน 6 มาตรการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล



     เมื่อ 28 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดพายุฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และจังหวัดใกล้เคียงติดต่อกัน และมีพื้นที่บางแห่งถูกน้ำท่วม ทำให้เกิดปัญหาการระบายน้ำและการจราจร ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องเผชิญความลำบากเดือดร้อนนั้น
     กระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑลหรือเป็นพื้นที่รองรับการระบายน้ำจากกทม. ดำเนินการ ดังนี้
     1. มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด กับ กทม. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลเพื่อแก้ไขปัญหาในครั้งนี้
     2. ให้จังหวัดจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (กอ.ปภ.จังหวัด) ขึ้น เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมพร้อมทั้งทำหน้าที่ประสานงานกับกทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภาวะฝนตก เช่น การระบายน้ำและการจราจรตลอดจนปัญหาอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
     3. ให้จังหวัดเร่งประสานงานในการกำหนดช่องทางระบายน้ำหรือพื้นที่รองรับการระบายน้ำและการจราจร รวมทั้งการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการบริหารระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร
     4. ให้จังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนการบริหารสถานการณ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ได้แก่ 1. พิจารณากำหนดพื้นที่ปัญหาหรือพื้นที่สำคัญ 2. กำหนดผู้รับผิดชอบบริหารสถานการณ์หรือแก้ไขปัญหาประจำพื้นที่ 3. พิจารณากำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนตลอดจนพิจารณาการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ในห้วงเวลาต่างๆ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งผู้ติดตามผลการปฏิบัติงานตามขั้นตอนข้างต้นเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานหรือปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อจังหวัดสามารถอำนวยการแก้ไขปัญหาในพื้นที่หรือพิจารณาขอรับการสนับสนุนมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือส่วนราชการอื่นๆ ในส่วนกลาง
     นอกจากนี้ ให้ทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์หรือชี้แจงทำความเข้าใจ และสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีสถานการณ์ให้ได้รับทราบถึงการทำงานช่วยเหลือประชาชนของเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยต่าง ๆ อย่างกว้างขวางทุกช่องทางตามแนวทางที่ได้แจ้งไปแล้วด้วย
     5. ให้จังหวัดกำชับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและสภาวะพายุฤดูฝนที่อาจมีฝนตกติดต่อไปอีก เพื่อเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด
     6. สำหรับจังหวัดที่อยู่ในเขตชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขอให้ประสานงานกับหน่วยชลประทานพื้นที่โดยใกล้ชิดเพื่อร่วมกันบริหารจัดการระบบระบายน้ำออกไปเก็บไว้ในพื้นที่รับน้ำที่กำหนดไว้แล้วด้วย ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ระบบการระบายน้ำมีผลต่อพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ส่วนจังหวัดที่อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ก็ให้ประสานงานกับหน่วยงานชลประทานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริหารจัดการระบายน้ำไปกักเก็บไว้ในพื้นที่ที่กำหนดสำหรับใช้ในฤดูขาดแคลน
     สุดท้าย ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าในช่วงเวลานี้ยังคงมีพายุฝนตกหนักกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้วางแผนการเดินทางไปทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันเป็นการล่วงหน้า รวมทั้งติดตามรับฟังข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และอย่าหลงเชื่อข่าวลือของบุคคลบางจำพวกที่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

เทศบาลนครสมุทรสาคร อาลัยทำดอกไม้จันทร์ถวายพระเพลิง"พ่อหลวง"

เมื่อเวลา 09.00 น.วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560 ที่ลานเอนกประสงค์ชั้น 2 อาคารเทศบาลนครสมุทรสาคร นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสสุทรสาคร เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้ในการทำดอกไม้จันทร์ เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนายสุภาพ แซ่เฮ้ง นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร นำคณะรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา ประธานสภา รองประธานสภา สมาชิกสภา ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการและคณะครูในสังกัดเทศบาลนครสมุทรสาคร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ในการจัดทำดอกไม้จันทร์ โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากคณะครูสถานศึกษาโรงเรียรในสังกัดเทศบาลนครสมุทรสาคร เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ในการจัดทำดอกไม้จันทร์(ดารารัตน์) มีส่วนร่วมและความภาคภูมิใจเพื่อแสดงความจงรักภักดี
และความอาลัยแด่ "พ่อหลวง" น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณประกอบด้วยประชาชน นักเรียน นักศึกษา ต.มหาชัย โกรกกรากและท่าฉลอม ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ (ดอกดารารัตน์) เพื่อเตรียมการในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างสมพระเกียรติ
   การฝึกอบรมในวันนี้ทางเทศบาลนครสมุทรสาคร ยังได้รับการสนับสนุนจาก พ่อค้า แม่ค้าและประชาชนในเขตเทศบาลฯนำอาหารเครื่องดื่ม ลอดช่องวัดเจษ ขนมจีนน้ำพริก แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา ขนมจีบ ไข่พะโล้ กระเพาะปลา ขนมปังปิ้ง มันฝรั่งทอด น้ำขจัดสารพิษ มาให้ผู้รับการฝึกอบรมได้รับประทานกันตลอดงานอีกด้วย.

เงาพญาราหู รายงาน













วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

จังหวัดนครปฐมเปิดโครงการจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ พระราชทาน เพื่อให้ประชาชน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร



เมื่อ 26 พฤษภาคม 2560 ที่อาคารปฐมสัมมาคาร อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ พระราชทาน โดยเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา สมาคมสตรีนครปฐม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม เพื่อร่วมกันฝึกสอนและประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ พระราชทาน ให้กับประชาชน จิตอาสา นักเรียน และนักศึกษา ให้เพียงพอสำหรับประชาชนทุกคนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร ซึ่งกำหนดจัดทำดอกไม้จันทน์ พระราชทาน จำนวน 8 แบบ ได้แก่ ดอกดารารัตน์ ดอกแก้ว ดอกชบาทิพย์ ดอกชบาหนู ดอกพุฒตาล ดอกลิลลี่ ดอกกล้วยไม้ และดอกกุหลาบ ในทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 12.00 น. เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม ถึงวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2560 โดยมีวิทยากรซึ่งเป็นครูต้นแบบ ซึ่งผ่านการฝึกอบรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ พระราชทาน ณ สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง สำหรับในวันนี้มีกลุ่มองค์กรจากอำเภอต่างๆ เข้ารับการฝึกอบรมการจัดทำดอกไม้จันทน์ พระราชทาน เป็นจำนวนมาก
          ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำหรับวัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ สามารถใช้วัสดุธรรมชาติในพื้นที่ อาทิ เปลือกข้าวโพด ผักตบชวา ใบตองแห้ง ใบยางพารา กระดาษสา ซึ่งถือเป็นการดำเนินตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร