pearleus

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สืบสวนจับตามหมาย 2 วัยรุ่นยิงคู่อริเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วย พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.พ.ต.อ.สมเกีรยติ วัฒนพรมงคล รอง ผบก.(ปป) พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ประสพชัย มัตสยะวนิชกุล ผกก.สส.บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.วิเชียร ปทุมรัตน์ ผกก.พ.ต.ท.ภาคิน แสนพุฒิ รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2บก.สส.ภ.7 กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาครและ สภ.กระทุ่มแบน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวุฒิพันธ์ หรือปั่น เผือกเอี่ยม อายุ 21 ปีอยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 6 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ หรือหลิว จันทร์งาม อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124/3 หมู่ที่ 3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขีนธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.533/2558 ลงวัที่ 16 ธันวาคม 2558และ ที่ จ.536/2558 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันสมควร ร่วมกันยิงปืนซื่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน ของกลางอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .32 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 4 นัด ซองหนังแบบพกด้านใน จำนวน 1 ซอง ปลอกกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 2 ปลอก และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 4กจ-3176 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 25/25 หมู่ที่ 4 ต.บางตะไนย์ อปากเกร็ด จ.นนทบุรี
    พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.58 เวลาประมาณ 21.20 น. ผู้ต้องหาทั้งสองได้ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายอุเทน หรือเทน ไหมทอง อายุ 25 ปี พนักงานบริษัท ดีรับเบอร์ จำกัด แผนกคลังสินค้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.มหาชัย 2และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถในงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ สถานที่ ม.กรุงเทพธนบุรี ของ บริษัทดิสโตนและบริษัท ดีรับเบอร์ หลังงานเลี้ยงสังสรรค์เลิกผู้เสียชีวิตได้เดินมาที่ลานจอดรถเพื่อกลับบ้านพักระหว่างนั้นได้มีคนร้าย 2 คนทราบชื่อภายหลังการจับกุมคือน ายวุฒิพันธ์ หรือปั่น เผือกเอี่ยม ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์และนายณัฐพงษ์ หรือหลิว จันทร์งาม คนซ้อนทำหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ร่วมประชุมและแบ่งหน้าที่กันตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีพบภาพรถจักรยานยนต์ที่ติดป้ายทะเบียนท้ายใช้ในการก่อเหตุจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าทั้งสองได้หลบหนีไปกลบดานที่ บ้านเลขที่ 25/25 หมู่ที่ 4 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงนำกำลังไปจับกุมตัวดังกล่าว ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวเป็นคู่อริกันมาก่อน.
  เงาพญาราหู รายงาน


จ.สมุทรสาครเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559

เมื่อ 28  ธ.ค. 58  นายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิด ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559  โดยมี นายนายศุภชัย แสนยุติธรรม  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ  ตำรวจ ผู้บริหารท้องถิ่น ตัวแทนจากภาคเอกชนมูลนิธิ อาสาสมัคร เข้าร่วมพิธีเปิด ที่บริเวณ ลานเอนกประสงค์  หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร
                นายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  กล่าวว่า การป้องกันและลดอุบัติภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ถือเป็นภารกิจหลักประการหนึ่งของรัฐบาล  ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ขึ้น พร้อมทั้งระดมสรรพกำลังและวางแผนการทำงานร่วมกันซึ่งมีเป้าหมายคือลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตลงให้ได้ โดยเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักป้องกันตนเอง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง นอกจากนี้ยังดูปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เรื่องความพร้อมของถนน ไฟจราจร ไฟส่องทาง เรื่องของรถบรรทุกขนาดใหญ่ อย่างรถโดยสาร หรือรถบรรทุก เราก็ขอความร่วมมือให้กวดขันเป็นพิเศษ พร้อมกำชับให้หน่วยงานของสาธารณสุขจังหวัด เตรียมพร้อมในภาวะฉุกเฉินอีกด้วย
                        ด้านนายนายศุภชัย แสนยุติธรรม  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางน้ำ ช่วงเทศกาลปีใหม่2559และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภอ ทั้ง 3 อำเภอ และมีการตั้งจุดตรวจและให้บริการประชาชน เป็นจุดตรวจหลัก6 จุด เพื่อทำหน้าที่ในการป้องปรามไม่ให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่ยานพาหนะ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
********************************
ส.ปชส.สมุทรสาคร











                                                                                                                                                                         


เพลิงไหม้ รง.ผลิตฟรอยแผ่นแม็กกาชีส วอดเสียหายหลายล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 ธ.ค. 58 พ.ต.ท.เอื้อ จันทร์กล้า สารวัตเวร สภ.ย่อยบางน้ำจืด รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท TNM ทีเอ็นเอ็ม อินเตอร์เนชั่น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 30/59 ซ.ศาลเจ้า ถ.เรียบคลองสี่วาพาสวัสดิ์ หมู่ที่ 5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นประกอบด้วย พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.พ.ต.อ.สมเกีรยติ วัฒนพรมงคล รอง ผบก. พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.พ.ต.อ.นฤพล ธนกิจตานนท์ ผกก.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ แก้วพลน้อย รอง ผกก.ป.พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ อ่อนละออ สวป.สภ.เมืองสมุทรสาครและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจบางน้ำจืด เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้มีควันไฟพวยพุ่งจำนวนมากส่งกลิ่นของสารเคมีอย่างรวดเร็วอยู่ภายในตัวอาคารชั้นเดียวเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ ขณะเกิดเหตุมีรถดับเพลิงพื้นที่และขอสนับสนุนจากท้องที่ใก้ลเคียงประมาณ 20 คัน มาระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงแต่เนื่องจากภายในอาคารที่เกิดเพลิงมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขึ้นออกแบบจำนวนมากและวัตถุดิบ ส่วนผสมของทินเน่อร์ใช้ในการผลิตฟรอยอลูมิเนียมใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยา แผ่นแม็กกาชีสโครงหลัง จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี บริษัทฯดังกล่าวมี นายชยพล รังคะไตรสิทธิ์ เป็นผู้จัดการ นายนพวิทย์ จงเพิ่มวัฒนผล เป็น ผู้ดูแลได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เจ้าของบริษัทฯไม่อยู่เดินทางไปต่างประเทศ เบื้องต้นทราบว่าต้นเพลิงเกิดที่ห้องพิมพ์ที่มีสารทินเน่อร์เป็นตัวนำทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะเกิดเหตุโชคดีที่คนงานหนีกันออกมามีเพียงผู้หญิง อายุประมาณ 35 ปี  สำลักควันเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิการกุศลสมุทรสาครได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.เอกชัย จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ใช้เวลาในการดับเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชม.จึงสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด  จากการสอบถามพนักงานทราบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นที่มอเตอร์เครื่องจักรที่ใช้พิมพ์แผ่นฟรอยผลิตแผงยาและยังพบว่าตัวอาคารเครื่องจักรได้รับความเสียหายเกือบหมดคิดเป็นมูลค่าหลาย 10 ล้านบาท ส่วนสาเหตุต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและสอบสวนผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุเพื่อสรุปอีกครั้ง

 เงาพญาราหู รายงาน










วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม ลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก

            วันที่ 28 ธันวาคม 2558 นางรชยา เย็นบ้านควน นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าที่ควบคุมฉลาก ประเภทกระเช้าของขวัญ ภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ อีกทั้งให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนเพื่อให้การดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคของจังหวัดนครปฐมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีการตรวจสินค้าภายในกระเช้าของขวัญปีใหม่ เพื่อตรวจสอบวัน เดือน ปี ที่ผลิต วันหมดอายุ พร้อมตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ และราคาสินค้าว่าตรงตามที่แสดงไว้ในรายการหรือไม่ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนผู้บริโภค
   จากการตรวจสอบสินค้าประเภทกระเช้าของขวัญปีใหม่ภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการแสดงป้ายราคาสินค้าแต่ละชนิดที่อยู่ภาย ในกระเช้า และแสดงราคารวมทั้งหมด อีกทั้งมีการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ก่อนนำไปจัดในกระเช้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้กำชับให้พนักงานตรวจสอบสินค้าให้มีคุณภาพก่อน จำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่เป็นการฉวยโอกาส และเพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ อีกด้วย















วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มหาชัย “แถล่งข่าวร่วมซิวแก๊งขโมยรถหลายจังหวัด มีประวัติต้องโทษหลายคดี”


วันที่ 26ธันวาคม 58 (ที่กองบังคับการตำรวจภูธรสมุทรสาคร) พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.บก.น.9,พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาครพ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน และ พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน สน.แสมดำ กทมได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 2 คนร้าย ในคดีโจรกรรมรถบรรทุกและทรัพย์สินรายใหญ่ คือ นายคุณวุฒิ หรือศักดิ์ คอนทองคำ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ม.5 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี (ผู้ต้องหารายที่ 1) และนายวิโรจน์ หรือโรจน์ เรืองรุก อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 382 ถ.มาเจริญ แขวงและเขตหนองแขม กทม.(ผู้ต้องหาที่2) ได้พร้อมของกลาง 
ทั้งนี้ล่าสุดได้ขโมยรถของ นายจินดา ชาวงษ์ เป็นรถยนต์บรรทุกลักษณะตู้สิบล้อสีขาว ยี่ห้ออีซูซุ เลขทะเบียน 70-4916นนทบุรี บริเวณริมถนนพุทธสาคร ขณะจอดทิ้งใกล้กับร้านเชฟเทวดา ม.11 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร (เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ธ..ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.ชมชวิณ ผกก.สส.ภ.สมุทรสาคร รายงานว่า หลังรับแจ้งจึงทำการขยายผล ต่อมาโดยมีชุดทีมงานเจ้าหน้าที่ออกติดตามกระทั่งสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ที่จังหวัดชลบุรี หลังได้ประสานงานจากหลายท้องที่จึงรายงานไปยัง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 รับทราบ ก่อนมีคำสั่งให้บูรณาการกันออกติดตามคนร้ายดังกล่าวกระทั่งสามารถจับกุมได้ ที่บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ม.7 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพัก ปรากฏว่าพบของกลางอื่นๆหลายรายการ
          ประกอบด้วย 1.รถบรรทุก 10 ล้อยี่ห้อฮีโนสีขาว หมายเลขทะเบียน 70-1375 ยะลา ขณะมีร่องรอยถูกงัดกุญแจที่ประตูด้านซ้าย (หายที่ปากซอยสะแกงาม46 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.)2.รถยนต์เก๋งยี่ห้อวีออส สีเทา ป้ายทะเบียน ขธ-7601 ชลบุรี (ปลอม) จำนวน 1 คันของผู้ต้องหาใช้งานก่อเหตุ3.ไขควงด้ามสีเขียวปากแบน ผู้ต้องหาใช้ในการงัดรูกุญแจประตูรถ4.โทรศัพท์มือถือรวม 6 เครื่อง5.ยึดเงินสดจำนวน12,000 บาท ที่ได้มาจากลักทรัพย์รถบรรทุก 10 ล้อในครั้งก่อนหน้านี้ และ 6.กุญแจรถยนต์บรรทุกคันทะเบียน70-1375 ยะลา ทั้งนี้ก่อนจะแจ้งข้อหาแก่บุคคลทั้งสอง ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่สองคนขึ้นไป มียานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร 
"สอบสวนผู้ต้องหารายนี้ให้การรับว่า ที่ออกขโมยรถมีทั้งใบสั่งซึ่งเคยทำมาก่อนหน้าแค่ 5 ครั้งเท่านั้น จากการดูกล้องวงจรพบว่านายคุณวุฒิฯ คือผู้ขับรถยนต์เก๋งก่อนจะเดินลงไปที่รถบรรทุกสิบล้อทะเบียน 70-1375 ยะลา แล้วลงมืองัดแงะที่ประตูรถ จากนั้นได้มุ่งหน้าขับหนีไปทางด่วนเส้นทางกาญจนาภิเษก มีนายวิโรจน์ เรืองรุก (ทราบชื่อภายหลัง) คนขับรถยนต์วีออส ติดตามรถยนต์บรรทุกคันที่โจรกรรมไป ต่อมาจึงวางกำลังไว้บริเวณถนนเลียบทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ส่งมอบรถบรรทุกให้แก่กลุ่มผู้รับซื้อจึงได้แสดงตัวจับกุมทั้งสองคนได้ในที่สุด"
       พ.ต.อ.ชมชวิณ เผยด้วยว่า ตรวจสอบประวัติที่ผ่านมาโดย1.เมื่อเดือนมีนาคม 2558 นายคุณวุฒิฯกับนายวิโรจน์ฯ ร่วมกันขโมยรถ 10ล้อพ่วงที่จอดอยู่หน้าปั๊มแก๊ส แถวบางบอน กรุงเทพฯ แต่ถูกตำรวจจับกุมได้และอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล2.ต้นเดือนเมษายน 2558 ทั้งคู่ร่วมกันไปขโมยรถหัวลาก ที่จอดอยู่หน้าหมู่บ้านเบญจวรรณ ริมถนนเอกชัย อ.เมืองสมุทรสาคร3.เมื่อเดือนกันยายน2558 ได้ร่วมกันไปขโมยรถบรรทุก ที่บริเวณริมถนนเศรษฐกิจ 1 ปากซอยแปซิฟิค ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน4.เดือนพฤศจิกายน 2558 ยังได้ร่วมกันไปขโมยรถหัวลาก ที่จอดอยู่บริเวณตรงข้างร้านข้าวต้ม ริมถนนเอกชัย ต.มหาชัย อ.เมืองฯ และ 5.ช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ทั้งคู่ ไปขโมยรถบรรทุกขณะจอดอยู่ริมถนนพุทธสาคร อ.กระทุ่มแบน ใกล้ร้านอาหารเชฟเทวดา
"สำหรับนายคุณวุฒิ คอนทองคำ พบยังต้องโทษอยู่ในหมายจับคดีอาญาดังนี้ 1.คดีอาญาที่ 29/2549 ลงวันที่ 10 ม.ค.2549 สภ.บ่อวิน ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง2.คดีอาญาที่ 2965/2550 ลงวันที่28พ.ค.2550 ที่ สภ.เมืองชลบุรี ข้อหาร่วมกันลักรถยนต์บรรทุก 3.คดีอาญาที่ 3039/2550 ลงวันที่ 1มิ.ย.2550 สภ.เมืองชลบุรี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์รถบรรทุก4.คดีอาญาที่ 257/2557ลงวันที่ 20ก.พ.2557 สภ.บางปะกง และมีหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 72/2557 ลงวันที่ 20กุมภาพันธ์ 2557 ในความผิดฉ้อโกง ซึ่งยังไม่เคยถูกจับกุม และ 5.เดือนมีนาคม 58 มีคดีร่วมกันลักรถ 10ล้อพ่วงของอ สน.บางบอน อยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล
ขณะที่นายวิโรจน์ เรืองรุก ประวัติมีต้องโทษคดีอาญาคือ1.เลขที่ 5155/2550 ลงวันที่ 21 ส.ค.2550สภ.เมืองสมุทรสาคร ข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งหลังจับกุมนายคุณวุฒิได้นำตัวไปค้นบ้านจนตรวจยึดทรัพย์สินของกลางหลายรายการมาตรวจสอบ และป้ายทะเบียนรถปลอมระบุ ขธ 6710 ชลบุรี อีก 2 แผ่น"
/มานพ จ.สมุทรสาคร

 








จังหวัดนครปฐมเปิดงานมหาธีรราชเจ้ารำลึกและมหกรรมวัฒนธรรม ครั้งที่ 14 ประจำปี 2559 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวนครปฐมอย่างล้นพ้น

         วันที่ 26 ธันวาคม 2558 ที่บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานมหาธีรราชเจ้ารำลึกและมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 14 ประจำปี 2559 โดยจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม เทศบาลนครนครปฐม ตลอดจนองค์กรภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2559 เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวนครปฐมอย่างล้นพ้น ทรงพัฒนาและสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์นานัปการ อีกทั้งเพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทย ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครปฐมอีกด้วย

          สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวงถวายราชสักการะ พิธีสงฆ์ถวายราชกุศล ขบวนลูกเสือขนนก ขบวนเสือป่า และขบวนทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และงานพระราชนิพนธ์ การแสดงวัฒนธรรมของนักเรียน การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงดนตรีร่วมสมัย การเสวนาทางวิชาการ ตลอดจนการประกวด การสาธิต และการแข่งขันประเภทต่างๆ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวชมงานมหาธีรราชเจ้ารำลึกและมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 14 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2559 ณ บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม