สมุทรสาครแตก! ไม่ใช่เรื่องการเมืองน้ำเน่า หรือคดีฆาตกรรมชวนหัว แต่เป็นคลื่นมหาชนคนทำมาหากินตัวจริงเสียงจริง ที่ตบเท้าเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องใน
“วันอาภากร” คลบรอบ 103 ปี วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ อนุสาวรีย์ฯ เทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก
เมื่อ08.55น.ของที่ 19 พฤษภาคม 2569
ที่ผ่านมางานนี้บอกได้คำเดียวว่า "ทรงพลังและเจ็บแสบ" ต่อสายตาพวกที่ชอบดูถูกว่าคนรากหญ้าไม่มีระเบียบ เพราะนี่คือภาพสะท้อนของการรวมพลังที่ไร้รอยต่อ ตั้งแต่ระดับบิ๊กข้าราชการ ไปจนถึงชาวบ้านที่มือเปื้อนโคลนจับปลา!
บารมี “หมอพร” ของคนยาก: เมื่อผู้นำและรากหญ้ายืนเคียงข้างกัน
ตบหน้าพวกทำงานเอาหน้าในห้องแอร์ไปเต็มๆ! เพราะงานนี้ นายอำนาจ เจริญศรี
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ได้มาแค่ตัดริบบิ้นแล้วกลับ แต่เป็นประธานลุยแดดอ่านคำประกาศเกียรติคุณอย่างดุดัน รำลึกถึง "องค์บิดาของทหารเรือไทย" หรือ "หมอพร" ของยากไร้ ผู้ทรงวางรากฐานยุทธศาสตร์อ่าวไทยและตำรับยาไทยรักษาคนไม่เลือกชั้นวรรณะ
แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงที่ทำให้งานนี้
"มีมนต์ขลัง" คือบัญชีรายชื่อผู้ร่วมวางพวงมาลาที่ยาวเป็นหางว่าว ซึ่งไม่ใช่มีแค่ข้าราชการยศใหญ่ แต่เป็น "เนื้อแท้" ของคนสมุทรสาคร:
ทัพหน้าเศรษฐกิจปากท้อง: กลุ่มประมงพื้นบ้านแปรรูป, กลุ่มเรือเล็กประมงชายฝั่ง และสมาคมการประมงสมุทรสาคร (พวกเขานี่แหละที่หาเงินเข้าจังหวัด แต่กลับถูกกฎหมายทุนใหญ่บีบอยู่ทุกวัน!)
กลุ่มรักษ์โลกตัวจริง: กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์จากขยะรีไซเคิลตำบลบางหญ้าแพรก
(ทำจริงเจ็บจริง ไม่ดีแต่พูดเรื่องโลกร้อน)
พลังชุมชนและสาธารณสุข: กลุ่ม อสม., ชมรมแอโรบิค และคุณไพวัลย์ ชำนินาวากุล จากบริษัท หอยวิเศษ รวมถึงสถาบันการศึกษาในพื้นที่
แสบๆ คันๆ: ระเบียบเป๊ะ สยบพวกชอบแซงคิว!
ระบบการจัดการของเทศบาลตำบลบางหญ้าแพรกในวันนั้น ถือว่าทำการบ้านมาดีจนน่าขนลุก ลำดับขั้นตอนการขึ้นบันไดวางพวงมาลาของแต่ละหน่วยงานถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
"เดินขึ้น-ถวายความเคารพ-วาง-เดินออกทางขวา" เรียงลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน ตั้งแต่กลุ่มชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบจ. ไปจนถึงฝ่ายความมั่นคงอย่าง กอ.ร.มน. และ ศรชล. โดยมีผู้ว่าฯ ปิดท้าย
มุมมองจากกองบรรณาธิการ:
ภาพที่ข้าราชการระดับสูงยืนต่อแถวร่วมกับกลุ่มชาวบ้านและคนทำประมง มันคือภาพที่สะท้อนว่า "ต่อหน้าดวงพระวิญญาณของเสด็จเตี่ย ทุกคนคือลูกหลานอ่าวไทยเท่ากันหมด" ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าใคร ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมืองบางกลุ่มควรดูไว้เป็นตัวอย่าง
สานต่อปณิธาน: อย่าดีแต่กราบไหว้ ต้องแก้ปัญหาให้คนทะเล!
พิธีสงฆ์และการกรวดน้ำในช่วงสายจบลงด้วยความอิ่มบุญ แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่หลังสิ้นเสียงเพลงปลุกใจของทหารเรือคือ "คำสาบาน" ที่ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานต่อดวงพระวิญญาณว่าจะ “ร่วมสานต่อปณิธานในการรักษาและพัฒนาประเทศชาติ”
การรักษาประเทศชาติของคนสมุทรสาครในวันนี้ ไม่ใช่การไปรบกับใคร แต่คือการต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาประมง และการทำมาหากินที่ฝืดเคือง หวังว่าบารมีของ "เสด็จเตี่ย" และการรวมตัวอย่างเข้มแข็งของภาครัฐและเอกชนในวันอาภากรปี 2569 นี้ จะไม่ใช่แค่ภาพอีเวนต์ประจำปี แต่เป็นแรงผลักดันให้ผู้ว่าฯ และหน่วยงานความมั่นคง (ศรชล./กอ.ร.มน.) หันมาปกป้องผลประโยชน์ของ "คนจับปลา" และ "คนรากหญ้า" ในจังหวัดอย่างจริงจัง... ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวกลางทะเล!
pearleus














0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น