ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว (OTOP Village ) 8 เส้นทาง ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง โดยใช้วัฒนธรรมประเพณีตลอดจนทรัพยากรของท้องถิ่น คงความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ภายใต้การบูรณาการ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง สามารถส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวและเกิดการรวมพลังในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้เกิดมูลค่า และสร้างรายได้แก่ชุมชนรวม 31 จังหวัด 125 หมู่บ้าน นั้น


"สำหรับในเส้นทางอารยธรรมอีสานใต้ เราจะได้เห็นถึงวัฒนธรรมอันรุ่มรวยยิ่ง ที่สัมพันธ์สืบเนื่องกันมา

ตื่นตา!บ้านด่านชัย ตะลึง!บ้านธารปราสาท
สำหรับ Press Tour เริ่มต้นที่จ.นครราชสีมา เยี่ยมชมหมู่บ้านด่านชัย ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย ทำกิจกรรมปั้นเครื่องปั้นดินเผา พร้อมชมเตาเผาเอกลักษณ์ท้องถิ่น ,สักการะวัดด่านเกวียน(รูปหล่อดินเผา)ชมโอ่ง 4 เมตรและชมวิวสะพานข้ามแม่น้ำมูล ไปต่อยังหมู่บ้านธารปราสาทและหมู่บ้านปราสาทใต้ ต.ธารประสาท ชมสาธิตการทำผลิตภัณฑ์ การทักทอจากต้นกก ชมพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท และหลุมที่ขุดค้นพบซากกระดูกคนโบราณ อ.โนนสูง
หมู่บ้านด่านชัย เป็นหมู่บ้านในตำบลด่านเกวียน มีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผา ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกี่ยวข้องกับงานประเภทเครื่องปั้นดินเผาทั้งสิ้น เช่น ขายดินสำหรับผลิตเครื่องปั้นดินเผา รับเผาเครื่องปั้น รับนวดดิน ไปจนถึงรับผลิตเครื่องปั้นดินเผา ที่มีทั้งงานประเภทขึ้นรูปด้วยมือ และงานออกแบบตามที่ลูกค้าต้องการ ถือเป็นแหล่งชุมชนที่ขับเคลื่อนเรื่องของเครื่องปั้นดินเผาในตำบลด่านเกวียน ให้มีความต่อเนื่องและมีคุณภาพ รวมถึงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านด่านเกวียนไว้อย่างดี มีชื่อเสียงไปไกลถึงต่างแดน มีลักษณะเด่นคือ ดินสีแดง ทนทาน ไม่แตกหักง่าย ทำให้เครื่องปั้นดินเผา ได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP ต้นแบบ ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาเยี่ยมชม และซื้อหาเป็นของที่ระลึก อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านที่พัก ร้านอาหารตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย



บ้านปราสาทนับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียง ที่ได้จัดทำในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จากหลักฐานที่ค้นพบสันนิษฐานว่า มีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรมแบบทวารวดีและแบบเขมรโบราณ ช่วงระหว่าง 1,500-3,000 ปีมาแล้ว หลุมขุดค้นที่ตกแต่งและเปิดให้ชมทั้งหมด 3 แห่ง
คือ หลุมขุดค้นที่ 1 มีโครงกระดูกฝังอยู่ในชั้นดินแต่ละสมัย แต่ละยุคมีลักษณะการฝังที่ต่างกันไป ยุค 3,000 ปี อยู่ในชั้นดินระดับล่างสุดลึก 5.5 เมตร โครงกระดูกจะหันหัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยุค
2,500 ปี หันหัวไปทางทิศตะวันออก ยุค 2,000 ปีหันหัวไปทางทิศใต้ แต่คติในการฝังจะคล้ายกันคือจะนำเครื่องประดับ เช่น กำไลเปลือกหอย ลูกปัด แหวนสำริด กำไลสำริด เครื่องประดับศีรษะทำด้วยสำริดและภาชนะของผู้ตายฝังร่วมไปด้วยกับผู้ตาย ในช่วงสามระยะแรกนี้เป็นภาชนะดินเผา เคลือบน้ำดินสีแดง แบบลายเชือกทาบ ลักษณะหลักของภาชนะเป็นแบบคอแคบปากบาน แต่บางใบมีทรงสูงเหมือนคนโท บางชิ้นมีลักษณะเป็นทรงกลมสั้น ต่อมาในยุค 1,500 ปี นั้นลักษณะภาชนะจะเปลี่ยนเป็นแบบพิมายดำ คือ มีสีดำ ผิวขัดมัน เนื้อหยาบบาง
หลุมขุดค้นที่ 2 ในดินชั้นบนพบร่องรอยของศาสนสถานในพุทธศตวรรษที่ 13-16 เรียกกันว่า "กู่ธารปราสาท" และพบเศียรพระพุทธรูปในสมัยเดียวกัน ศิลปะทวารวดีแบบท้องถิ่น นอกจากนี้ยังพบรูปปั้นดินเผาผู้หญิงครึ่งตัวเอามือกุมท้องลักษณะคล้ายตั้งครรภ์ และชิ้นส่วนลายปูนปั้นประดับปราสาท
หลุมขุดค้นที่ 3 พบโครงกระดูกในชั้นดินที่ 5.5 เมตร เป็นผู้หญิงทั้งหมด เป็นที่น่าสังเกตว่ากระดูกทุกโครงในหลุมนี้ไม่มีศีรษะ และภาชนะนั้นถูกทุบให้แตกก่อนที่จะนำลงไปฝังด้วยกัน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกของผู้หญิงที่ถูกประหารชีวิตและนำศีรษะไปแห่ประจาน และได้พบส่วนกะโหลกอยู่รวมกันในอีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากจุดเดิมเพียง 500 เมตร ชาวบ้านปราสาทจะร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี

ทั้งนี้การที่คนในชุมชนบ้านธารปราสาทประสบความสำเร็จในการจัดการท่องเที่ยว พบว่าเกิดมาจากองค์กรหรือแต่ละภาคส่วนทำงานกันอย่างลงตัว แม้ความรับผิดชอบจะแตกต่างกันไป แต่ก็เอื้อให้กันอย่างพอดี กรมการพัฒนาชุมชนสนุบสนุนงบประมาณให้เป็นหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว กรมศิลปากรมีการขุดค้นทางโบราณคดี สร้างตัวอาคารคลุมหลุมขุดค้นที่ 1-3 มีการจัดสร้างและดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทเล่าประวัติของหมู่บ้าน ทางอบต.บ้านธารประสาทได้ให้งบประมาณในการซ่อมแซมถนนเข้าหมู่บ้าน โรงเรียนบ้านธารปราสาทได้จัดยุวอาสามัคคุเทศก์ที่ได้รับการอบรมจากกรมศิลปากร มาประจำอยู่ที่หลุมขุดค้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คณะกรรมการหมู่บ้านและกลุ่มแม่บ้านดูแลจัดการในเรื่องโฮมสเตย์และการต้อนรับนักท่องเที่ยวและยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจ
เลิศล้ำสัมมาชีพภูเขาไฟ
ล้ำค่าผ้าทอมือหมักโคลน100ปี
วันที่ 13 -14 พฤศจิกายน 2561ที่จ.บุรีรัมย์ เยี่ยมชมหมู่บ้านหมู่บ้านโคกเมือง บ.โคกเมือง ต.จรเข้มาก อ. ประโคนชัย ชมปราสาทหินเมืองต่ำ ร่วมกิจกรรมที่ฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย การทอเสื้อกก การทอผ้าไหม การทำผ้าย้อมโคลน 100 ปีและชมสัมมาชีพภูเขาไฟ ไปต่อยัง หมู่บ้านเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้เป็นรับเลือกให้เป็น “หมู่บ้าน OVC” (OTOP Village Champion) จาก กรมการพัฒนาชุมชน ,ท่องเที่ยวเขาพระอังคาร ,โบสถ์วัฒนธรรมเดิมชมการทอผ้าภูอัคนี และช้อปที่ตลาดสินค้าจากการสนับสนุนของกรมพัฒนาชุมชน และไปที่หมู่บ้านไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ศรีสะเกษ ชมการสาธิตการทอผ้าไหม และช้อปสินค้าหมู่บ้าน ,นั่งรถซาฟารีไปวัดไพรพัฒนาสักการะมณฑปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ,ไปจุดชมวิวพญากรูปรี เยี่ยมชมหมู่บ้านสมพรรัตน์ อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานี

หมู่บ้านเจริญสุข ได้รับเลือกให้เป็น “หมู่บ้าน OVC” (OTOP Village Champion) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เช่นกัน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านสามารถสรรค์สร้างสิ่งที่สวยงามได้อย่างมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “ผ้าภูอัคนี” หรือผ้าย้อมดินภูเขาไฟ วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่หาได้ในท้องถิ่น มาประยุกต์ เป็นกรรมวิธีในการย้อมสีผ้าให้ออกมามีสีสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ เพราะหมู่บ้านเจริญสุขตั้งอยู่ใกล้กับ “เขาพระอังคาร” ซึ่งเป็นภูเขาไฟเก่าแก่ที่ดับ แล้ว 1 ใน 6 ลูกของจังหวัดบุรีรัมย์ ดินบริเวณนี้จึงอุดม ด้วยแร่ธาตุจากลาวาภูเขาไฟที่ปะทุออกมาในอดีต ซึ่งนอกจากเป็นประโยชน์ ในการเพาะปลูกแล้ว ชาวบ้านเจริญสุขยังคิดค้นวิธีการนำดินเหล่านี้มาใช้ย้อมผ้าฝ้ายสีขาวเปลี่ยนเป็นสีดินน้ำตาลอ่อนกับน้ำตาลแดง แบบดินภูเขาไฟ กำเนิดเป็น "ผ้าภูอัคนี" ยังใช้ภูมิปัญญาที่จะรักษาสีผ้าให้คงทนด้วยการนำผ้าที่ได้จากการย้อมดินภูเขาไฟไปต้มกับ “น้ำเปลือกต้นประดู่” ซึ่งมียางและสีที่คล้ายกับสีดินภูเขาไฟ จึงเป็นการเคลือบสีไปในในตัว ผ้าที่ได้จึงเงางามยิ่งขึ้นและไม่ตกสีอีกด้วย
สำหรับจุดเด่นของผ้าบุรีรัมย์คือผ้าซิ่นตีนแดงและผ้าหางกระรอก ซึ่งคนบุรีรัมย์มี 4 เผ่า คือไทยเขมร ไทยลาว ไทยโคราช และไทยส่วย ซึ่งแต่ละเผ่ามีผ้าแตกต่างกัน แต่พอมาอยู่บุรีรัมย์ด้วยกันก็เลยเกิดการผสมผสานเป็นผ้าซิ่นตีนแดงหางกระรอก นอกจากนี้ ยังมีผ้าไหมเปลือกนอก ผ้าขาวม้า และผ้าฝ้าย


ปรางค์อิฐ 5 องค์ สร้างอยู่บนฐานเดียวกันก่อด้วยศิลาแลงล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้น กำแพงชั้นในก่อด้วยหินทรายเป็นห้องแคบๆ ยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมเรียกว่า ระเบียงคด กำแพงชั้นนอกเป็นกำแพงศิลาแลง กำแพงทั้งสองนั้นมีซุ้มประตูก่อด้วยหินทรายอยู่ในแนวตั้งตรงกันทั้ง 4 ด้าน หรือมีอายุการก่อสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ปี ศาสนสถานแห่งนี้ถูกทิ้งร้างไปในช่วงหนึ่งเป็นระยะเวลายาวนานโดยเฉพาะหลังจากที่อาณาจักรกัมพูชาเสื่อมถอยลงในปลายพุทธศตวรรษที่ 18
สักการะสรีระสังขาร"หลวงปู่สรวง"วัดไพรพัฒนา
ชมความงามผาพญากูปรีหนึ่งเดียวในโลก
ช้อปกระจายผ้าไหม"นกยูงทอง"บ้านสมพรรัตน์
ที่จ.ศรีสะเกษ จังหวัดติดชายแดนในภาคอีสานตอนล่าง เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะขอมโบราณ ที่ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบไทยอีสานได้อย่างลงตัวและกลมกลืน มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่าสนใจ มีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ พืชพรรณ และสัตว์ป่านานาชนิด สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม
เยี่ยมชมหมู่บ้านไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ชมงานจักสานจากไม้ไผ่ (ตะกร้า) จักสานจากดอกหญ้าแขม (ไม้
กวาด)การทอผ้า ชิมอาหารพื้นถิ่นเขมรโบราณ เยี่ยมชมหมู่บ้านละทาย อ.กันทรารมย์ ชมการสาธิตการอบสมุนไพรพลังงานแสงอาทิตย์ ขมและชมขนมที่เรือนไทย ชมสาธิตการทอผ้า และชมสวนทอฝัน (โรงเพาะเห็ด)





โดยเฉพาะรางวัลตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย และยังมีการพัฒนาสร้างสรรค์ลายต่างๆเพิ่มเติม เช่น ผ้าโสร่งหางกระรอก ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมพื้นเรียบ ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าไหมขาวม้า ผ้าลายบัวขาว และผ้าไหมกาบบัว ส่วนของฝากของที่ระลึก มีทั้งของที่ทำจากไหม เช่น กระเป๋าผ้าไหม ดอกไม้รังไหม สบู่รังไหม และสินค้าอื่นๆ เช่นชาใบหม่อน พวงกุญแจและต่างหูอุปกรณ์ทอผ้าขนาดเล็ก เป็นต้น
ทั้งนี้ด้วยคุณภาพของเส้นไหม นับตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจนเป็นเส้นไหมพร้อมทอ ผสานกับ


ดังนั้นเส้นทางอารยธรรมอีสานใต้ นครราชสีมา - บุรีรัมย์ – ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี จึงเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์หลากหลายด้านวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนอัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่น เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัส..เชคอิน แชะ ชม ชิม ช้อป แชร์..และเชียร์ที่ท่านผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนนายไพบูลย์ เพิ่มเติมมาเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปทำความรู้จักกับเส้นทางท่องเที่ยวสายรอง..OTOP Village..หมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวไปแล้วจะรัก..
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น