pearleus

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"รอง ผบช.น. คอนเฟอเร้นท์ สั่งการทุกบก. สายงานจราจร ต้องขยันทำงาน 7 วัน พลิกโฉมภาพลักษณ์จราจร พร้อมทำแผนพัฒนาระบบและแก้ไขจราจร ให้ทำงานได้จริงชัดเจน"

3 ต.ค.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.(รับผิดชอบงานจราจร) พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผบช.น.(ผช.งานจราจร) และรองผบก.จร. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ กับรองผบก. รองผกก.จร. สว.จร. ของบก.น.1-9 และบก.จร. เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งกำกับดูแลงานจราจร โดยในที่ประชุมทางบก.น.1-9 ได้สรุปปัญหาจราจรชั่วโมงเร่งด่วนในถนนสายหลัก ภาพรวมถือว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดเทอม โดยพล.ต.ต.อดุลย์ ได้กล่าวว่าจากนโยบายของผบช.น.ในเรื่องงานจราจรให้ดำเนินการอย่างรีบเร่ง ในการแก้ปัญหารถติด ให้เกิดความพึงพอใจกับประชาชนมาที่สุด 
จากนั้นได้สรุปข้อสั่งการ ว่าจากการตรวจสอบสภาพการจราจรยังคงเป็นปกติเนื่องจากอยู่ในช่วงปิดเทอม โดยจะให้แต่ละสน.พื้นที่ เร่งหาแนวทางแก้ไขในช่วงเปิดภาคเทอม ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ทุก กองบังคับการเสนอข้อมูลสาเหตุปัญหาที่ทำรถติด ปัญหาอุบัติเหตุ แนวทางการแก้ไข มาที่ตน เพื่อจะนำมาเป็นข้อมูลวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คือ ต้องมีคำตอบและต้องตรวจสอบได้อย่างมีเหตุมีผล พร้อมจัดทำโปรแกรมวิเคราะห์เส้นทาง ปริมาณรถ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะต้องนำไปปฏิบิติ ได้จริงและชัดเจน 
ทั้งนี้ บก.1-9 บก.จร. และ 88 สน. จะต้องผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว ในการช่วยกันแก้ปัญหา เป็นไปตามกรอบนโยบายดังนี้ 
- ต้องพลิกโฉม สร้างภาพลักษณ์ให้ตำรวจจราจรจากเดิมเป็นจุดบอด มีภาพลักษณ์ที่เสีย ต่อไปต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 
- ในส่วนการทำงานเน้นถวายความปลอดภัย เน้นโครงการพระราชดำริเป็นอันดับหนึ่ง
- การปฏิบัติ การแต่งกาย ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี 
- ตำรวจจราจรต้องขยัน ทั้ง7 วัน จุดหน้าห้าง รร.กวดวิชา โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ 
- นโยบายสร้างขวัญกำลังใจ มีความก้าวหน้า มีชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น ตนจะลงไปทำงานร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกน้อง 
- หาแนวทาง ในปีต่อไป จะต้องไม่มีตำรวจเสียชีวิต อุปกรณ์เสื้อสะท้อนแสงต้องพร้อม รวมถึงควันพิษที่จะได้รับ 
- เกิดอุบัติเหตุต้องรีบเข้าเคลียร์พื้นที่โดยเร็ว เพื่อลดการสูญเสียซ้ำซ้อน 
- กรณีฝนตกน้ำท่วมขัง เครื่องสูบน้ำต้องมีประจำทุกสน. โดยจะแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชน 
- การตั้งด่าน หากรถติดให้ยกเลิกด่านทันที 
- พัฒนากองทุนจราจร ที่จะสนับสนุนในสน.พื้นที่ และ กองบังคับการจราจร 
นอกจากนี้จะดำเนินการปรับปรุงระบบ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) กองบังคับการตำรวจจราจร ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการใช้งานมานานเกือบ 30 ปีทำให้ประสิทธิภาพการทำงานขณะนี้เหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งต่อไปจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ให้ครบถ้วนในทุกจุด 
โดยพล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จากนี้ในสายงานจราจร ต้องช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ต้องทำงานร่วมกับสื่อมวลชน ประชาชน รวมทั้งจัดอาสาสมัครพิทักษ์จราจร ช่วยงานในแต่ละสน.พื้นที่ 
โดยต่อไประดับ รองผบก.จร. รองผกก. สว.จร.ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบ มีการปล่อยแถว เน้นดูแลจุดหน้าโรงเรียนที่มีปัญหา ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำแผนพัฒนาระบบและแกัไขปัญหาจราจร บช.น. ไว้แล้ว คาดว่าจะสรุปได้ในวันจันทร์ นี้ ด้านพล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผบช.น. (น.14) ผช.งานจราจร กล่าวเพิ่มเติมในที่ประชุม การทำงานต้องเข้มข้นขึ้น ประชาชนต้องไม่ว้าเหว่ ตำรวจจราจรย่อหย่อนต่อการทำงาน อาจต้องมีการพิจารณาโยกย้ายไปส่วนงานอื่

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น