pearleus

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

แม่กลองปิดพระราม 2 ร้อง ‘หอยเน่า’ ‘รังสิมา’ ได้ทีบีบรัฐบาลเร่งสางปัญหา

 ชาวแม่กลองก่อม๊อบปิดพระราม 2 ร้องน้ำเสียทำหอยเน่าเสียหายที่สุดในรอบ 40 ปี  รังสิมาได้ทีนำม๊อบบุกทำเนียบกดดันรัฐบาลยกสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
สืบเนื่องจากชาวบ้านในจังหวัดสมุทรสงครามออกมาประท้วงเรื่องปัญหาน้ำเสีย ทำให้ได้รับความเดือดร้อนหอยแมลงภู่ หอยแครงได้ตายเป็นจำนวนมา จนต้องพากันไปที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อที่จะได้เจรจาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ โดยมีนายก   จิระ แก้วมณี        นายก อ.บ.ต.คลองโคน เป็นแกนนำ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่ยอมลงมาพบกับชาวบ้าน และปล่อยให้รอตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 11.00 น. ก็ยังไม่มีวีแววที่จะออกมาพบ ชาวบ้านจึงมารวมกันที่หอประชุมวัฒนธรรม  และเริ่มตั้งกลุ่มประท้วงแล้วเดินจนไปถึง ถนนที่จะไปพระราม 2 โดยชาวบ้านมีการทำแผ่นป้ายประท้วง ที่มีคำพูดว่า หอยตายจะ 3 เดือนแล้ว ดำเนินการกันอย่างไร หรือหล่นที่ไหน ช่วยบอกทีจะตามไปเก็บส่งเอง “ ความเสียหายในครั้งนี้มีการประมาณว่าพันกว่าล้าน
                ในขณะที่ทางตำรวจก็ได้เตรียมเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย ทั้งจากกรมการปกครอง ตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง มาควบคุมสถานที่ชุมนุม  จนในที่สุด นายธนน  เวชกรกานนท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อม พ.อ.อ. ปัญญา  สระทองอุ่น  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ก็ออกมารับเรื่อง และได้ข้อสรุปว่าจะมีการยืนหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนที่มาประท้วงบอกว่าถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปก็จะทำการปิดถนนพระราม 2 สะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือสะพานแม่กลองจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
ต่อมานางรังสิมา รอดรัศมี ส.ส. สมุทรสงคราม พร้อมด้วย  พ.อ.อ. ปัญญา สระทองอุ่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม , นาย สำราญ ตันเจียมศรี ปลัดสมุทรสงคราม , นาย จิระ แก้วมณี นายก อบต คลองโคน และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อปัญหาดังกล่าว โดยในหนังสือระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้
                ด้วยเมื่อราวเดือนตุลาคม 2555 ได้เกิดปรากฎการณ์แพลงบลูม ในทะเลอ่าวไทย ส่งผลต่อผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ในทะเล หอยตายเป็นจำนวนมาก จากนั้นราวเดือนพฤศจิกายน น้ำเสียกลับทวีคูณความรุนแรงขึ้น พร้อมกันนั้นเมื่อน้ำทะเลหนุนเข้าฝั่ง ก็ได้นำเอาน้ำเสียไหลเข้าในพื้นที่ชายฝั่ง ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง สัตว์น้ำ ตายเป็นจำนวนมาก กุ้ง หอย ปู ปลา ตายเกือบ 100% น้ำเสียตั้งแต่ปากอ่าวทะเลเข้ามาในแม่น้ำแม่กลองกว่า 10 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน ประมงชายฝั่งและผู้เพาะเลี้ยง ซึ่งอยู่ตลอดริมฝั่งและคลองซอยต่างๆซึ่งประกอบด้วย  ผู้เลี้ยงกุ้ง  ผู้เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ หอยกระปุก ผู้เลี้ยงปลากะพง และปลาทับทิมในกระชัง ผู้เก็บหอยแครง หอยกระปุก หอยกะพง และหยอดหอยหลอด รวมทั้งชาวประมงขนาดเล็ก ที่ออกทำประมงหาเช้ากินค่ำ ตามชายฝั่งทะเลรวม 2 อำเภอ 9 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมือง ตำบลแม่กลอง ลาดใหญ่ บ้านปรก บางแก้ว บางจะเกร็ง แหลมใหญ่   คลองโคน และท้ายหาด อำเภออัมพวา ตำบลยี่สาร
            ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสัตว์น้ำที่เลี้ยง และกำลังจะจับขายในช่วงปีใหม่ตายทั้งหมด ส่วนสัตว์น้ำในแหล่งธรรมชาติ ตั้งแต่ผิวดิน จนถึงกลางน้ำ ตายลงเกือบหมด คงเหลือเพียงตัวอ่อนสัตว์น้ำที่ลอยผู้ผิวน้ำเท่านั้นชาวบ้านไม่มีหนทางที่จะแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง อีกทั้งในอนาคตข้างหน้า จะหากินกันอย่างไร จะหารายได้มาเจือจุนครอบครัวจากไหน ได้รับความเดือดร้อนเป็นที่สุด จึงได้มารวมกัน เพื่อกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ ดังนี้
1)              ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 40 ปี จึงเห็นควร ฯพณฯ ได้ประกาศในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง โดยเร่งด่วน พร้อมทั้งขอท่านได้โปรดเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยา แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทุกกลุ่มอาชีพโดยเร็วต่อไป
2)              ขอท่านพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้าน ที่อยู่ในชุมชนประมงที่หาเลี้ยงชีพด้วยการประมงขนาดเล็กที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกันทางราชการ ที่จะไม่สามารถหาสัตว์น้ำได้ในช่วงนี้จนกว่าท้องทะเลจะฟื้นตัว
ต่อมานาย ไชรัตน์ ไทยเจียมอารีย์ เป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหนังสือ พร้อมหารือกันเบื้องต้นโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และได้ข้อสรุปว่าจะให้กรมประมงไปตรวจสอบข้อมูลของชาวประมงผู้เสียหายที่ลงทะเบียน และ ไม่ได้ลงทะเบียน ภายใน 2 อาทิตย์ เพื่อจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือต่อไป 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น