pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563

หนวดชี้ชัดบุกห้องพ่อเมืองมหาชัย หลังถูกพาดพิง กรณีนักบอลรร.พันท้ายเดินเท้ามาเรียนกว่า 10 กม.

 
สืบเนื่องจากมีเฟซบุ็ก PHANTHAT Pnfc ได้ระบุข้อความพอสังเขปว่า    นักเรียนโครงการฟุตบอลสู่ความเป็นเลิศโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา จังหวัดสมุทรสาคร จำนวนกว่า 200 คน ไม่มีรถไปโรงเรียน เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนมีคำสั่งยึดรถโดยสาร ที่รับนักเรียนไปโรงเรียนคืน ทำให้นักเรียน ต้องออกเดินเท้าจากวัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ในเวลา 06.30 น. ของวันที่ 3 กันยายน 2563 เพื่อไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร 
นอกจากนี้ใจความยังได้ระบุว่า เดิมทีนักกีฬาในโครงการ เคยพักอาศัยฝึกซ้อมและศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา จังหวัดสมุทรสาคร ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาประมาณ 8 ปี ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา และ MJ Academy ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างเกียรติประวัติทางด้านกีฬาฟุตบอลให้แก่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยาและจังหวัดสมุทรสาคร ตลอดจนสร้างชื่อเสียงในระดับประเทศมาจนถึงทุกวันนี้
แต่เนื่องจากทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้อ้างสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พิจารณาให้นักกีฬาเข้าพักอาศัยในโรงเรียนได้เพียงจำนวน 40 คน โดยไม่ยอมทบทวนให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 และสถานการณ์โดยรวมของประเทศที่ได้คลี่คลายไปแล้ว เป็นเหตุให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีภูมิลำเนาที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่มาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ จึงไม่มีที่พักอาศัย บ้างต้องใช้พื้นที่วัด เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว ทำให้นักเรียนจำนวนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
         ต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา ได้ออกคำสั่งบังคับยึดรถยนต์โดยสารที่ใช้บรรทุกนักเรียนจากวัดไปโรงเรียนคืน ส่งผลให้นักเรียนร่วม 200 คน จึงพร้อมใจกันเตรียมออกเดินเท้าจากวัดโสภณาราม (วัดบ้านขอม) ในเวลา 06.30 น. ของวันที่ 3 กันยายน 2563 เพื่อไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ นายมานพ เทียนมณี บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยพ่อเมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า เรื่องนี้จะคุยเรื่องรถอยากเดียวไม่ได้  เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมียาวมาก พูดตรง ๆ ไม่อยากจะคุยมากเลย ทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายอะคาเดมี่และฝ่ายโรงเรียนรู้ดีกว่าผมทำอะไรให้อยู่  หลังสุดได้เชิญกระทรวงศึกษาและกรมพละมาคุยกันถึงการแก้ปัญหาในระยะยาว  มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะตั้งเป็นโรงเรียนกีฬา ไม่อยากให้เรื่องคาราคาซังอยู่อย่างนี้  เราเป็นคนมองในแง่บวกอยู่แล้ว อะคาเดมี่ก็ดี  ทางผอ.ก็หวังดี แต่วิธีการอาจจะมองต่างกัน   แต่เรื่องหนึ่งที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงเลยก็คือ หาว่าผม  ได้อ้างสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พิจารณาให้นักกีฬาเข้าพักอาศัยในโรงเรียนได้เพียงจำนวน 40 คน โดยไม่ยอมทบทวนให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี  ซึ่งไม่ใช่ความจริงเลย   














0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น