pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

จับหนุ่มงัดเซฟ 10 ล้านค้นบ้านพบชั้นในสาวกว่า 5 พัน

IMG_8408         พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.2 พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.สส.บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2015/2555 ลงวันที่ 15 พ.ย. 2555 ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน คือ นายดนัย รายเวทย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/56 สุขาภิบาล 5 ซอย 76 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ชธ 9304 กรุงเทพมหานคร ชะแลงหัวงอ คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ ใบเลื่อย ไขควง หมวกไหมพรม ถุงมือ แหวนสีเงิน 1 วง ต่างหู 1 คู่ และชุดชั้นในสตรีจำนวนกว่า 5 พันตัว โดยติดตามจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 18/3 ซอยเลียบคลองสอง 25 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. 
         พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุภายในบริษัท บาเซล จำกัด เลขที่ 161/207-9 ม.บัณฑิตโฮม ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นบริษัทจิวเวอรีของนายณรงค์ หรรษานนท์ อายุ 49 ปี ถูกคนร้ายลักทรัพย์งัดเซฟกวาดทรัพย์สินไปกว่า 10 ล้านบาท หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะเกิดเหตุคนร้ายสวมเสื้อสีแดง สวมหมวกไหมพรม และใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ในการก่อเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง และ กก.สส.บก.น.2 สืบสวนจนทราบว่าคือนายดนัย ซึ่งมีพฤติกรรมก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ประกันตัวแล้วหลบหนีไปก่อเหตุซ้ำอีก


         ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า ชุดสืบสวนได้หาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดและนำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายในภาพไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องหาคดีงัดเซฟในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่งมีลักษณะตรงกัน นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบรถคันก่อเหตุดังกล่าวพบว่ามีการผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 671 คัน และมี น.ส.ปุณยวีร์ สีแป้น น้องสาวภรรยาของนายดนัยเป็นผู้ครอบครอง จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ และนำหมายค้นเดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 18/3 สถานที่จับกุม พบนายดนัยพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมนายดนัยได้ใช้เชือกโรยตัวลงมาจากบ้านชั้น 2 เพื่อจะหลบหนี แต่เกิดพลาดตกลงมาทำให้บาดเจ็บขาหัก จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นจำนวนมาก โดยมีทรัพย์สินที่นายดนัยลักทรัพย์มาจากพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 ด้วย ซึ่งตรวจยึดไปไม่หมด เพราะผู้ต้องหาเอาไปฝากไว้กับภรรยาน้อย นอกจากนี้ยังพบชุดชั้นในสตรีกว่า 5 พันตัวอยู่ในถุงพลาสติกใบใหญ่ ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า” จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยก่อคดีมาตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่ จ.นครสวรรค์ จากนั้นปี พ.ศ. 2553 ได้ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และปลายปี 2554 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย แต่ได้ให้ประกันตัวและไม่มารายงานตัวต่อศาล ล่าสุดกลับมาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่ สน.ดอนเมือง 2 คดี หลังจากผู้ต้องหานำทรัพย์สินไปขายก็นำเงินไปเล่นการพนันที่ประเทศเพื่อนบ้าน
         พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาเรียนรู้วิธีการงัดเซฟระหว่างที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำลาดยาว โดยจะต้องล้มเซฟที่มีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัมให้ได้เสียก่อน จากนั้นก็จะใช้ใบเลื่อยและชะแลงงัดเซฟเอาทรัพย์สินไป อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ก่อเหตุผู้ต้องหาจะต้องใส่เสื้อสีแดงทุกครั้งเพราะชอบสีแดง และยังตระเวนขโมยชุดชั้นในของสตรีที่ตากเอาไว้ตามอพาร์ตเมนต์มาสะสมไว้ โดยอ้างว่าเป็นความชอบส่วนตัว ซึ่งจะเลือกช่วงเวลากลางดึกที่ประชาชนเข้านอนแล้ว จากการสอบสวนนายดนัยให้การรับสารภาพว่าเข้าไปลักทรัพย์ในบริษัทจิวเวลรีจริง และก่อเหตุเพียงคนเดียว เมื่อได้ทรัพย์สินมาก็จะนำไปขายให้กับนายแหล่ ที่ย่านสำเหร่ ได้เงินสดประมาณ 450,000 บาท เมื่อได้เงินก็รีบขับรถเก๋งไปที่ จ.สระแก้ว เพื่อข้ามฝั่งไปเล่นการพนันที่ประเทศเขมร ส่วนชุดชั้นในสตรีได้ขโมยมาจากหลายที่และเก็บสะสมเอาไว้นานแล้วเพราะ ความชื่นชอบ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น