ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 62 เวลา 14.30 น. กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จัดสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2562 เรื่อง “นวัตกรรมและการออกแบบเพื่อสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค” (Innovation and Universal Design for Inclusive Society) ภายในงาน Thailand Social Expo 2019 โดย นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลแก่ผลงานวิชาการดีเด่น และนวัตกรรมชนะเลิศด้านคนพิการ รวมจำนวน 9 รางวัล และเป็นสักขีพยานในพิธีการรับมอบธงเจ้าภาพงานสัมมนาระดับชาติด้านคนพิการแก่สถาบันการศึกษา ปี 2563 โดยมีคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้แทนคณาจารย์ สถาบันการศึกษา องค์กรด้านคนพิการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง The Portal Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นางธนาภรณ์ พรหมสุวรณ อธิบดีพก.
นายปรเมธี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศนำไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน” โดยมอบหมายกระทรวง พม. เป็นหน่วยงานหลักในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนพิการ ที่รัฐบาลมีนโยบายการจัดสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเท่าเทียมในสังคม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยอาศัยฐานความรู้จากภาคส่วนต่างๆ เพื่อพัฒนาคนพิการในทุกมิติ และทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ รวมถึงการปฏิรูปการวิจัย การพัฒนา และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจและสังคมฐานราก สร้างชุมชน สังคมเข้มแข็ง ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ บุคลากรทั้งในประเทศ และระดับต่างประเทศ


“ผมขอชื่นชมผู้ที่ได้รับรางวัลที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ที่มีความโดดเด่น และนวัตกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมจัดการสัมมนาวิชาการด้านคนพิการ ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ พัฒนาองค์ความรู้ งานวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกิดการขยายผลเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในอนาคตต่อไป” นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น