pearleus

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์วิทยุ อปพร บางบอน ประชุมใหญ่สามัญ ปี57

137790 ศูนย์วิทยุ อปพรบางบอน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี2557สมาชิก อปพรบางบอนจำนวนมาเข้าร่วมประชุมโดยมี  ร.อ สมชัย ม่วงศิริ ประธานที่ปรึษาศูนย์วิทยุ อปพรบางบอน เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2557 เพื่อชี้แจ้งรายละเอียดเวลาออกปฏิบัติหน้าตอนมีเหตุการต่างๆในท้องที่หรือบริเวณท้องที่ใกล้เคียง และกฏหมายต่างๆเพิ่มเติมแก่สมาชิก อปพรบางบอนทุกๆนายเพื่อเป็นกำลังสนันสหนุนเจ้าหน้าที่ในท้องที่อีกแรงเพื่อความปอดภัยแก่ประชาชนเวลาร้องขอความช่วยเหลือเหตุการณ์ต่างที่จะเกิดขึ้น ให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจในเวลาประสานเหตุเบี้องต้น ดั่งนั้นศูนย์วิทยุ อปพรบางบอน จึงจัดประชุมใหญ่ประจำปีขึ้น ปีล่ะหนึ่งครั้ง..

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สมุทรสาครโมเดล แก้ไขปัญหา การค้ามนุษย์

          556000016581101 การที่  EU กล่าวหาไทย  “ใช้แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์” ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้สึกไม่สบายใจและที่สำคัญจังหวัดสมุทรสาครถูกจับตามองเป็นอันดับต้นๆ  ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ประกาศ  ฉบับที่ 118/2557 ให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชาได้มาจดทะเบียนให้ถูกต้อง   และง่ายต่อการควบคุม  จังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นจังหวัดแรกและเป็นจังหวัดนำร่อง  ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ใช้แรงงานเด็ก และแรงงานผิดกฎหมาย ด้วยการให้สถานประกอบการส่งออกกุ้งหรืออื่นๆ  ร่วมรับผิดชอบหากพบการกระทำผิดในสถานประกอบการ   เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น     เมื่อวันที่30 กรกฎาคม 2557 “ทีมข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสังเกตการณ์  ซึ่งเป็นวันสุดท้าย  ก็ต้องขอชื่นชมทุกหน่วยงาน ที่มีความตั้งใจทำงานกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะท่าน ร้อยตำรวจโท  อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครของเราเหนื่อยเป็นพิเศษ  ซึ่งท่านรับผิดชอบเป็นแม่งานใหญ่  ที่จะต้องขับเคลื่อนตามนโยบายของ คสช.อย่างเร่งด่วนเพราะมีเวลาจำกัด จึงมีบรรดาแรงงานต่างด้าว มาจดแจ้งกันเป็นจำนวนมากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ  โดยทางจังหวัดได้ตั้งเป้าตามนโยบาย คสช.เอาไว้  หนึ่งแสนคน  ปรากฏว่าวันที่ผู้เขียนได้ลงไปตรวจสอบพบว่า ได้มีผู้มาจดแจ้งลงทะเบียนเพียง  60.000  ราย    แต่ยังคงขาดอีก40.000ราย    ล่าสุด วันนี้ (31 กรกฎาคม2557) เวลา 13.30 น. ร้อยตำรวจโทอาทิตย์  บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครพร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.อ.นพดลจิเจริญ  ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน นาย นิวัฒน์ รุ่งสาคร ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.ท.โกวิท ม่วงมวล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร นายสุวรรณ ดวงตา จังหางานจังหวัดสมุทรสาคร และนายแพทย์โมลี วนิชสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ร่วมการแถลงข่าวขยายเวลาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวของศูนย์บริการออกไปอีก กำหนดให้ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service เปิดดำเนินการถึง วันที่ 31 มีนาคม 2558  เว้นแต่คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น    ให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชาที่เริ่มจดทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึง 30 กรกฎาคม 2557ขยายจน   ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558   ทีมข่าวเห็นด้วยครับที่มีการขยายออกไปอีกระยะหนึ่ง  เพราะบางคนก็ยังกลัวๆกล้าๆหรือยังอยู่ในระหว่างการทบทวนว่าจะเอาไว้ไต้ดินต่อไป  หรือจะเอามาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องซะ    อ่ะ!ทาง คสช.ก็ได้เปิดโอกาสให้บรรดาล้งและผู้ใช้แรงงานหรือผู้ประกอบการต่างๆเหล่านี้อีกครั้ง !  ถ้าเลยกำหนดเวลาแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที  ไม่ว่ใครจะมาอ้างเหตุผลอื่นๆไม่ได้แล้ว  เพราะงั้น  ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน ต้องปฏิบัติตามกฎกติกา ยังขืนโอ้เอ้อยู่ ถ้าถูกจับดำเนินคดีในภายหลัง    แล้วจะมาโวย!ไม่ได้นะจ๊ะ!  ขอบอก!  เอ้า!ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงานที่เป็นคนต่างด้าวทั้งหลาย “โปรดรับทราบ! และ โปรดทราบ!” นี่คือโอกาสสุดท้าย!

                                             เอกสิทธิ์ พลายภิรมย์

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ิบช.น.แถลงข่าว จับกุมตัว อ้น คนขี่ จยย.ยิงเอกซ์

132490
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวนปราบปรามคดีอาญาทุกประเภท ซึ้งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.น.,พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ๋ศักดิ์ ผบช.ภ.9 พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ,พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ รรท.ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.เลอชัยมีลีเลิศ ผบ.มทบ.42.พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จว.สงขลา,พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ .กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.สะบ้าย้อย,พ.ต.ท.ดุสิต พรหมสิน รอง ผกก.สภ.สะท้อนช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.สงขลา ร.ต.อ.ขวัญชาติ จันทะ รอง สว.ฯ,ด.ต.อรุณ กิ้ึมเส้ง ผบ.หมู่ กก.กก.สส.ภ.จว.สงขลา ได้ทำการจับกุมตัว นายธวัธชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 ม.5 ต.สาคู อ.พระแสง จ.สุราษฏร๋ธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 994/2556 ลงวันที่ 8 พ.ย.2556
โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนติตตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธติตตัวหรือโดยเหตุจำเป็น"จับกุมตัวได้ที่ชายหาดพื้นที่ ม.7ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา พฤติการดังกล่าวคือ เมืีอวันที่19 ตุลาคม 2556 เวลา 18.35 น.ได้มีคนร้าย 2 คนสวมหมวกกันน็อค ขี่ จจย.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ประกบยิง จ่าสิบเอก จักรกฤษณ์ หรือ เอกช์ พณิชย์ผาติกรรม อดิตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย และนักแสดง ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ถ.รามคำแหง แขวงมีนบุรี กทม.จนถึงแก่ความตาย ซึ่งนายธวัชชัยเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกันฆ่านาย เอกช์จักรกฤษณ์ ที่หลบหนี เจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งฟ้องต่อไป...132489

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กรมศุลกากรและกองทัพภาคที่ ๔ ร่วมกันจับกุมสินค้าหนีภาษี

8 สิงหาคม 2557
กรมศุลกากรและกองทัพภาคที่ ๔ ร่วมกันจับกุมสุรา ไวน์ ต่างประเทศ ลักลอบหนีศุลกากร มูลค่ากว่า ๑๐ ล้านบาทและผลงานการจับกุมอื่นๆอีกกว่า ๓๐ ล้านบาท
วันศุกร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.๐๐น.น.บริเวณหน้าสโมสร กรมศุลกากร นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร แถลงข่าวจับกุมสินค้าเลี่ยงภาษีหลายรายการ มูลค่า ๔๐ ล้านบาท
ตามที่กรมศุลกากรและกองทัพภาคที่๔ ได้มุ่งเน้นดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเป็นการขจัดอิทธิพล และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ของกลุ่มขบวนการค้าของเถื่อนรวมทั้งคุ้มครองผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฏหมายในพื้นที่ภาคใต้โดยเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงอากรข้อห้าม ข้อจำกัด เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเจ็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม ดร.สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงได้สั่งการให้ นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร วางแผนร่วมกับนายวิจักษณ์อภิรักษ๋นันท๋ชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยพันเอกไพศาล หนูสังข์ และพันเอกยุทธนาม เพชรม่วง กองพันทหารราบที่๒ กรมทหารราบที่๕ กองทัพภาคที่๔ กองทัพบกในการตรวจสอบจับกุมสินค้านำเข้าประเภทสุรา ไวน์ ต่างประเทศ บริเวณชายแดนภาคใต้
และวันที่ ๗ สิงหาคม๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐น.ศูนย๋ป้องกันและปราบปรามภาคใต้ส่วนสืบสวนปราบปราม ๒ สำนักสืบสวนและปราบปรามสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ปฏิบัติการตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ หมู่ที่๔ บ้านวังประจันใต้ ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ตามที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ชุกช่อนเก็บสินค้าลักลอบหนีภาษีศุลกากร ประเภทสุรา ไวน์ ต่างประเทศจำนวนมาก
ผลการตรวจค้นพบสินค้าประเภท สุรา ไวน์ต่างประเทศ จำนวน ๖๔๒ลัง(๖๕๐๖ ขวด)รวมมูลค่ากว่า ๑๐ ล้านบาท กรณีการกระทำดัวกล่าวเป็นความผิดกฏหมายศุลกากรฐานลักลอบหรือรับชื้อรับไว้ด้วยประการใด ชึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอานาจักรโดยไม่เสียภาษี ของต้องห้ามต้องกำจัด หรือของที่ไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง อันมีเจตนาฉ้อภาษีของรัฐ อันเป็นความผิดตามนัย มาตรา ๒๗,๒๗ทวิแห่งพระราชบัญญัต้ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ ประกอบกับมาตรา ๑๖,๑๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ ๙)พ.ศ.๒๔๘๒ จึงได้ทำการยึดอายัดของกลางไวัเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
นอกจากนี้ กรมศุลกากร ยังได้จับกุมสินค้าอื่นๆ ตามนโยบาย การปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมมูลค่าของกลางประมาณ ๓๐ ล้านบาท
(๑) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา(IPR) ประเภทผ้าม้วน ผ้าห่ม เสื้อกีฬา ชุดกีฬา รองเท้า กระเป๋าถือสตรี ชึงปรอมแปรงเครื่องหมายการค้าต่างๆเช่น Adidas.Nike.Burberry.Armani.Prada.Gucci.LAcosTE.poLo.chanEL.ฯลฯ รวมจำนวน ๑๕.๐๐๐ชิ้นมูลค่าความเสียหายประมาณ ๒๑.๕๕ล้านบาท
(๒) สินค้าเกษตร ประกอบด้วย กระเทียมสดจำนวน ๖๓๐ กระสอบนำ้หนัก ๑๒.๖๐๐ กิโลกรัม และอินทผารัมจำนวน ๑๘หีบห่อนำ้หนัก ๙,๙๐๐ กก.รวมมูลค่า ๒.๔๖ ล้านบาท
(๓) ยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท(Diazepam)จำนวน๒๒.๐๐๐เม็ด กัญชา ๔ กก.โคเคน ๑๐ กรัม บุหรี่ ๓๐๐ ชอง รวมมูลค่า ๒.๙ล้านบาท
(๔) สินค้าประเภทเครื่องสำอางผลิดภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารชนิดต่างๆ รวมมูลค่า ๒.๑๓ ล้านบาท
(๕) สินค้าประเภทซิป(ZIppEจR) จำนวน ๑,๐๓๕,๐๐๐ ชิ้นมูลค่า ๑ ล้านบาท
วันที่๔ สิงหาคท ๒๕๕๗ กรมศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประจำจังหวัดสระแก้ว บุกเข้าตวจค้นโกดังเก็บสินค้าใกล้ตลาดโรงเกลือ พบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมากจึงได้ตรวจยึดและอายัดของกลางดังกล่าวซึ่งคิดเป็นความเสียหายทางเศษฐกิจประมาณ ๑๐ ล้านบาท




วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จับกุมผู้ตอ้งหาพรอ้มพวกในขอ้หารว่มกันลักทรัพย์

128226 เมื่อวันที่4ก.ค. 2557ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สืบศักดิ์  พันธ์สุระ ผบก.น 5 พ.ต.อ.กิติพงษ์ สุวรรณ ผกก. สข.ทุ่งมหาเมฆ พ.ต.ท.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รอง ผกก.ส.ส.พ.ต.ท.ชนันท์เปรมปลื้มจิตต์ สส. พ.ต.ต. วุธทยา สิงห์กิ้ง สว.สส.ได้สั่งการให้และเจ้าหน้นที่สืบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ จับกุมผู้ตอ้งหาพรอ้มพวกในขอ้หารว่มกันลักทรัพย์วันที่เกิดเหตุ 25ก.ค.57เวลาประมาณ 01.30_08.00น.ที่เกิดเหตุชอยสวนพูล แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพผู้เสียหาย นายธาม ศกุลตาภัยทรัพย์สินที่ถูกประทุษรา้ย 1.เงินสด3.000บาท2.บัตรเคดิตจำนวน3ใบและโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน5จำนวน1เครื่องของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นสินค้าที่กลุ่มคนรา้ยนำไปรูดที่แมกแวลูลย์โทรศัพท์นำไปขายที่รา้นน้ำเพชรโมบายหว้ยขวางวันที่25ก.ค.57ในราคา7.500บาทใช้ชื่อนายพรชัย คันธจันทร์ นายพรชัยกับนายภูวดลวาสรัตน์เป็นผู้นำไปขาย ชื่อผู้ตอ้งหาทั้งหมด จำนวน3คนนังนี้ 1นายพรชัย คันธ  จันทร์( จับกุม) 2นายภูวดล  วาสรัตน์(จับกุม)3นายสุฤทธิ์  วิจิตร(หลบหนี) ผู้เสียหายได้นั่งรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทย-9244 กทม. ที่มีนายภูวดล  วาสรัตน์ เป็นผู้ขับขี่มาส่งผู้เสียหาย ที่บริเวณเลยปากซอยสวนพูล 8ประมาณ 30เมตร ซ สวนพูลแขวงทุ่งมหาเมฆเขตสาทร กรุงเทพ แล้วนำเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไประหวา่งที่ผู้เสียหายหลับต่อมาคนรา้ยทั้ง3ได้นำบัตรเคดิตไปซื้อสินค้าที่แมแวกลูลย์โดยได้ใช้รถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทล 7929 กทม.ของนายพรชัย คันธจันทร์ ต่อมานำมาเต็มแก็สทัี่ปั้มแอลพีจี ถนนนราธิวาสต่อจากนั้นนำบัตรเคดิตไปซื้อน้ำมันเครื่องที่ปั้มบางจากพระราม3จำนวน3แกลลอนแบ่งคนละแกลลอน ชว่งบา่ยนายภูวดลกับนายพรชัยนำโทรศัพท์ไปขายที่รา้นน้ำเพชรบา่ยโมงที่หว้ยขวางได้เงิน7.500บาทให้นายพรชัย1.500บาทที่เหลือเป็นของนายภูวดล

128225

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ณ จังหวัดนครปฐม

125495 วันนี้ (31 กค.57) เวลา 15.29 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เลขาธิการสภากาชาดไทย และคณะกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ โอกาสนี้พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสนับสนุนการก่อสร้างหมู่บ้านเด็กระยะที่ 2 จำนวน 120 ราย และผู้สนับสนุนการดำเนินงานของหมู่บ้านเด็ก จำนวน 30 ราย จากนั้นเสด็จฯไปยังแท่นทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายหมู่บ้านเด็ก ทอดพระเนตรนิทรรศการดำเนินงานของหมู่บ้านเด็ก การแสดงของเด็ก และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารสภากาชาดไทย คณะกรรมการอำนวยการ ผู้บริจาคที่ดิน ผู้บริหารหมู่บ้านเด็ก แม่ และเด็กกำพร้า จำนวน 2 ชุด จากนั้น ทรงปลูกต้นจันทน์ จำนวน 1 ต้น และเสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการอุทยานการอาชีพมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

สำหรับโครงการหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย สืบเนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยเด็กกำพร้าที่ถอดทิ้ง ไม่มีญาติดูแลและมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างครอบครัวทดแทนให้เด็กกำพร้าเหล่านี้ให้ได้รับความรักความเอาใจใส่เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีสมบูรณ์พร้อมทั้งกายใจ จึงมีพระราชเสาวนีย์ผ่าน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดพระหม่อมพระราชทานที่ดินจำนวน 16 ไร่ ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ซึ่งนางสาวคมคาย นิลประภัสสร ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานให้มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทยดำเนินการจัดสร้างหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหมู่บ้านเด็กฯ เพื่อให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ เช่น สึนามิ และเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งไว้กับสภากาชาดไทย เพื่อให้มีบ้านพักอาศัยในรูปแบบของครอบครัว ให้เด็กได้เรียนรู้การใช้ชีวิตภายในครอบครัว เกิดความรัก ความผู้พัน ถักทอสายใยแห่งความเอื้ออาทรและปลูกฝังสร้างสัมพันธ์ ความเป็นครอบครัว และการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยมีคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กได้มีความเจริญเติบโต และมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ในระยะแรกมูลนิธิฯ ให้การสงเคราะห์เด็กกำพร้าทั้งชายและหญิงมีบ้านพักทั้งหมด 6 หลัง หลังละ 5-6 คน เริ่มรับเด็กตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 จนถึงปัจจุบัน มีเด็กจำนวน 31 คน เป็นเด็กชาย 20 คน เด็กหญิง 11 คน อายุระหว่าง 4-7 ปี มีผู้ดูแลเป็นแม่ทดแทนหลังละ 1 คน และน้า 6 คน สลับหมุนเวียนช่วยดูแลเด็ก กิจกรรมภายในบ้านจะจัดตามความเหมาะสมกับวัยของเด็กและฝึกให้เด็กมีระเบียบวินัยที่ดีขึ้น