คดีหลอกลวงที่เริ่มจาก “แชตเดียว” ในโลกออนไลน์ กลับลุกลามเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว เปิดปฏิบัติการไล่ล่าแก๊งหลอกจำนำรถจักรยานยนต์ หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า ถูกคนร้ายติดต่อผ่าน Facebook ชักชวนทำทีเป็นการจำนำรถ ก่อนนัดหมายส่งมอบในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว
พฤติการณ์คดี
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ผู้เสียหายหลงเชื่อคำชักชวน นัดส่งมอบรถตามจุดนัดหมาย จากนั้นมีหญิงปริศนาเข้ามารับรถ อ้างนำไป “ติด GPS” เพื่อความปลอดภัย แต่แล้วทุกช่องทางติดต่อกลับเงียบหาย—รถหาย คนหาย ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและบทเรียนราคาแพง
แกะรอยจากกล้อง สู่การออกหมายจับ
ชุดสืบสวนบ้านแพ้วเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อน–หลังเกิดเหตุ ไล่เรียงเส้นทางการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด กระทั่งพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นหญิง 2 ราย รวบรวมพยานหลักฐานแน่นหนา ขอศาลออกหมายจับ และตามกดดันจนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย
ขยายผล—ไม่ใช่คดีเดียว
จากการสอบสวนเชิงลึก ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเคยก่อเหตุในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรอัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม และ สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี จังหวัด เพชรบุรี สะท้อนรูปแบบการก่อเหตุซ้ำซาก วนใช้กลยุทธ์เดิม “หลอก-รับรถ-เชิดหนี”
เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม น.ส.ดลนภา หรือ ‘ฟ้า’ ธะทานันท์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 15/3 หมู่ 9 ต.หัวสะพาน อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยแปลงตัวหรือปลอมเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้จำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.20/2569 ลงวันที่ 14 มกราคม 2569
จับกุมได้บริเวณริมถนนในซอย
วัดเสาวคนธ์ หมู่ 9 ต.หัวสะพาน อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 15.25 น.
บทเรียนร้อนจากคดีนี้
ตำรวจเตือนประชาชนให้ระวังการทำธุรกรรมออนไลน์ที่นัดส่งมอบทรัพย์สินนอกสถานที่ราชการหรือจุดที่ตรวจสอบยาก โดยเฉพาะข้ออ้าง “นำไปติด GPS” หรือ “ตรวจสภาพก่อนโอน” หากไม่มีเอกสาร-หลักฐานชัดเจน เสี่ยงตกเป็นเหยื่อซ้ำรอยเดิม
คดีนี้ไม่ใช่แค่การจับกุมหนึ่งราย แต่คือสัญญาณเตือนภัยของกลโกงยุคดิจิทัล—แชตเดียว อาจพารถทั้งคันหายวับใน
วันเดียว
pearleus














0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น