ไม่ได้สะท้อนแค่ความประมาทของการขนส่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความพร้อมและความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง ที่เข้าคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
หลังได้รับแจ้งสายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวงมหาชัย ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร เข้าพื้นที่ทันที ควบคุมจุดเสี่ยง เคลียร์สิ่งกีดขวาง และจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ จนสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในถนนสายหลักที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดวัน
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปอย่างมืออาชีพ ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมชุดปฏิบัติการที่ทำงานเป็นทีม จับกุมผู้ขับขี่ได้ทันควัน ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน”
หลายเสียงสะท้อนจากผู้ใช้ถนนระบุว่า หากเหตุการณ์นี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ผลกระทบอาจรุนแรงกว่าที่เห็น และอาจจบลงด้วยความสูญเสีย
กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่คดีจราจรทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของ ตำรวจทางหลวงที่ทำงานเชิงรุก ป้องกันเหตุ ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม สมกับเป็นด่านหน้าความปลอดภัยบนถนนสายหลักของประเทศ
• ทำงานเร็ว เห็นผลจริง
• อยู่ประจำพื้นที่เสี่ยง ไม่ทอดทิ้งประชาชน
• บังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมา
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำว่า แม้พระราม 2 จะยังมีความเสี่ยงจากการก่อสร้างและการขนส่งขนาดใหญ่ แต่ การมีตำรวจทางหลวงที่ตื่นตัว ทำงานจริง และเข้าถึงพื้นที่ได้ทันเวลา คือเกราะป้องกันชีวิตของผู้ใช้ถนนทุกคน
pearleus


















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น