pearleus

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สมุทรสาครคึกคักอีกครั้ง เมื่อ ตลาดมหาชัย ไนท์ ต้นสน ปรับปรุงครั้งใหญ่ พลิกภาพตลาดกลางคืนให้ “น่าเดิน–น่าซื้อ–น่ากิน” กว่าเดิมแบบเห็นชัด ตั้งแต่ผังร้านที่เป็นระเบียบ ความสะอาดมาตรฐานใหม่ ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่สวยโชว์

 

ไฮไลต์เด่นคือ โซนอาหารจัดเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่แออัด จุดล้าง–ทิ้งขยะชัดเจน ลดกลิ่น ลดเลอะเทอะ ทางเดินกว้าง โปร่ง แสงสว่างทั่วถึง เพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้ค้าและนักท่องตลาด ขณะที่ระบบไฟและสายไฟถูกจัดเก็บเรียบร้อยตามข้อกำหนด หมดกังวลเรื่องความเสี่ยง




อีกจุดที่หลายคนยกนิ้วให้คือ ห้องน้ำโฉมใหม่ กว้าง โป่ง โล่ง สะอาดเป็นสัดส่วน ดูแลตลอดการใช้งาน และที่สำคัญ เข้าใช้ “ฟรี” ไม่เก็บเงิน สะท้อนแนวคิดตลาดยุคใหม่ ใส่ใจผู้มาเยือนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่แค่ขายของ แต่ดูแลคุณภาพชีวิตคนเดินตลาดด้วย



ฝั่งพ่อค้าแม่ค้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศใหม่ช่วยให้ ขายคล่อง ลูกค้าอยู่นานขึ้น ส่วนสายกินก็เดินเพลิน เลือกได้ครบทั้งคาวหวาน ของกินเล่น และสินค้าชุมชนคุณภาพจากสมุทรสาคร
นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวตธรรมดา แต่คือการ ยกระดับตลาดท้องถิ่นให้พร้อมแข่งขัน สะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับทุกคน ใครยังไม่มา ต้องลองมาเห็นด้วยตา แล้วจะรู้ว่า
ตลาดมหาชัย ไนท์ ต้นสน โฉมใหม่… ใช้ได้กว่าเดิมจริง!

พลังศรัทธาล้นวัดหลักสี่! 100 วันแห่งความอาลัย 'พระพันปีหลวง' สมุทรสาครรวมใจจัดสตมวาร น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

 

เมื่อเวลา 10.00น.ของวันที่ 31 มกราคม 2569 ! เมื่อพสกนิกรหลั่งไหลมารวมตัวกันในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน)
ณ ศาลาสบายใจ 5 วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ "สมเด็จย่าของปวงชน" ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความคิดถึงสุดหัวใจ
ทัพหน้าเมืองมหาชัย นำทีมรำลึกพระเมตตาพิธีเริ่มต้นอย่างสมพระเกียรติ โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี เคียงข้างด้วยทีมบริหารระดับสูงอย่าง
นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และที่ขาดไม่ได้คือหัวเรือใหญ่ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ที่นำคณะผู้บริหารและสมาชิกสภา อบจ. มาร่วมแสดงพลังความกตัญญูกตเวทีอย่างพร้อมเพรียง





วินาทีที่ทุกคนยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อรำลึกถึงพระชนมพรรษา คือช่วงเวลาที่สะกดทุกความเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเพื่อรำลึกถึง "แม่ของแผ่นดิน"
บารมีธรรมแผ่ไพศาล... พิธีสงฆ์สุดเข้มขลัง
ภายในงานได้รับเมตตาธรรมจาก
พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ผ้าไตรบังสุกุล ท่ามกลางกลิ่นธูปเทียนและเสียงสวดที่ก้องกังวานไปทั่วปริมณฑล
นอกจากนี้ การมาร่วมพิธีของ
พลเอก ณพล บุญทับ อดีตรองสมุหราชองครักษ์ ผู้ที่ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดมาครึ่งค่อนชีวิต ได้สร้างความตื้นตันใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ในฐานะพยานบุคคลผู้ถ่ายทอดสายใยความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับปวงชนชาวไทยได้อย่างลึกซึ้ง




หลอมรวมดวงใจ... ไม่มีแบ่งแยก
งานสตมวารครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า "คนสมุทรสาครรักสถาบัน" เพียงใด! เพราะเป็นการรวมตัวกันของทุกภาคส่วน ทั้งแม่บ้านมหาดไทย ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนคนธรรมดาที่ตั้งใจมาส่งเสด็จด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย แม้กาลเวลาจะผ่านไป 100 วัน แต่ความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์ท่านยังคงสว่างไสวอยู่ในหัวใจของชาวมหาชัยตลอดกาล!

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์! วัดหลักสี่ฯ จัดพิธีสตมวาร ๑๐๐ วัน น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ "แม่หลวงของแผ่นดิน"


เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ใน พิธีสตมวาร (ครบ ๑๐๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง





หลอมรวมดวงใจ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดและผู้นำทางสงฆ์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง:
* ประธานฝ่ายสงฆ์:
พระราชวัชรสาครคณี (ดิเรก ปิติทานนฺโท) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
* ประธานฝ่ายฆราวาส:
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
* ขบวนแถวข้าราชการ: นำโดย
นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และภาคเอกชน





กตัญญุตาต่อ "แม่แห่งแผ่นดิน"
พสกนิกรชาวบ้านแพ้วและนักเรียนจำนวนมาก ต่างพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมพิธีตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้



"น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์"

๑๐๐ วันที่คิดถึง... น้ำตาอาบศาลาอินทร์บำรุง! "อ้อมน้อย" รวมหัวใจเป็นหนึ่ง บำเพ็ญกุศลถวาย "แม่หลวงของแผ่นดิน"

 

– ภาพที่ใครเห็นเป็นต้องปาดน้ำตา! เมื่อพลังแห่งความจงรักภักดีเหนือคำบรรยายพัดพาชาวอ้อมน้อยมารวมตัวกันจนมืดฟ้ามัวดิน เพื่อส่งต่อความรักถึง "แม่" บนสรวงสวรรค์ ในวาระครบ ๑๐๐ วันแห่งการวิปโยค



วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๙ ณ ศาลาอินทร์บำรุง & ก๋งเกิด วัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ผสมผสานไปด้วยความซาบซึ้งใจ ในพิธีบำเพ็ญกุศล ๑๐๐ วัน (สตมวาร) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พลังรักจาก "นายกบุญชู" ถึง "ลูกหลานอนุบาล"



งานนี้ นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย นำทัพหัวใจเพชร ทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และพนักงานเทศบาลฯ จับมือกับสถานศึกษาในพื้นที่อย่าง โรงเรียนอนุบาลเทศบาลอ้อมน้อย และ โรงเรียนวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง มาร่วมแสดงพลังความกตัญญู
> "ถึงกายจะห่าง แต่พระองค์ยังสถิตอยู่ในหัวใจชาวอ้อมน้อยชั่วนิรันดร์" นี่คือเสียงสะท้อนจากแววตาของผู้ร่วมงานทุกคน



ภาพประทับใจ... ทะเลสีดำ-ขาวที่เต็มไปด้วยความภักดี
* พิธีสงฆ์ที่ศรัทธาล้นปรี่: เสียงสวดพระพุทธมนต์ดังก้องศาลา ราวกับจะส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สรวงสวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติที่สุด
* แววตาเด็กน้อย: ภาพนักเรียนตัวเล็กๆ จากโรงเรียนอนุบาลที่ร่วมนั่งสงบนิ่ง เป็นภาพที่บีบคั้นหัวใจและสร้างความหวังว่า "รักแท้ต่อสถาบัน" จะถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้จบ
* พสกนิกรหลั่งไหล: ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครอ้อมน้อยต่างทิ้งภารกิจส่วนตัว มารวมตัวกันด้วยมิได้นัดหมาย เพียงเพื่อได้ทำหน้าที่ "ลูก" เป็นครั้งสุดท้ายในวาระ ๑๐๐ วันนี้


แม้กาลเวลาจะผ่านไปครบ ๑๐๐ วัน แต่สำหรับชาวอ้อมน้อย ความทรงจำที่มีต่อ "พระพันปีหลวง" ยังคงแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน พิธีในวันนี้ไม่ใช่แค่การทำบุญตามประเพณี แต่คือการประกาศให้โลกสะเทือนว่า "คนอ้อมน้อยรักแม่หลวงสุดหัวใจ"

สยบตำนาน "ถนนเจ็ดชั่วโคตร"! สมุทรสาครจัดใหญ่ "ทำบุญล้างอาถรรพ์" อุทิศดวงวิญญาณพระราม 2 เสียงชาวบ้านสาธุลั่น...ขอให้เป็นจุดเริ่มต้นของความปลอดภัย!


กลายเป็นภาพสุดประทับใจและทำเอาคนใช้รถใช้ถนนเส้นพระราม 2 ถึงกับน้ำตาซึม! เมื่อจังหวัดสมุทรสาครผนึกกำลังจัดพิธีทำบุญครั้งมโหฬารเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับบนถนนเส้นที่ขึ้นชื่อว่า "ปราบเซียน" ที่สุดในประเทศไทย
พิธีศักดิ์สิทธิ์...ล้างอาถรรพ์ถนนหมื่นศพ





บรรยากาศตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมทำพิธีสุดเข้มขลัง อัญเชิญ "องค์ฮุกโจ้ว" เสด็จโปรดดวงวิญญาณตลอดเส้นทางพระราม 2 พร้อมพิธีเจิมกระถางธูปธงฉัตรนำวิญญาณ เพื่อบอกกล่าวและเชิญดวงวิญญาณที่ยังตกค้างให้ไปสู่สุขคติ
ต่อเนื่องถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 ณ บริเวณศาลองค์เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร มณฑลพิธี เสียงสวดมนต์ดังกระหึ่มด้วยบารมีจาก พระเทพสาครมุนี และ พระราชวัชรสาครคณี (เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร) นำคณะสงฆ์สวดบังสุกุลอุทิศบุญกุศลแบบจัดเต็ม ทั้งพิธีสงฆ์ไทยและพิธีจีน (โยคะตันตระเปรตพลี) ท่ามกลางข้าราชการและภาคเอกชนที่มาร่วมงานกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน
น้ำใจคนมหาชัย "ทิ้งกระจาด" ปันสุข 1,000 ถุง




ไม่เพียงแต่ทำบุญให้คนตาย แต่ยังเผื่อแผ่ถึงคนเป็น! ในเวลา 15.00 น. ได้มีพิธีทิ้งกระจาดแจกทานข้าวสารจำนวน 1,000 ถุง ให้กับประชาชนที่ยากไร้ เป็นภาพที่สะท้อนถึงความมีน้ำใจของชาวสมุทรสาครที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน
เสียงจากใจ...คนใช้ถนนพระราม 2
"ขับผ่านเส้นนี้ทีไร ใจคอไม่ดีทุกที พอเห็นข่าวท่านผู้ว่าฯ และคณะสงฆ์ลงมาทำพิญขนาดยิ่งใหญ่แบบนี้ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่มองข้ามชีวิตเล็กๆ บนถนนเส้นนี้" เสียงสะท้อนจากผู้ใช้รถรายหนึ่งที่ร่วมอนุโมทนาสาธุ



การทำบุญใหญ่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่มันคือ "ขวัญและกำลังใจ" ของคนสมุทรสาครและผู้ที่ต้องฝากชีวิตไว้บนถนนสายใต้เส้นหลักนี้ ให้กลับมามีความหวังและสัญจรอย่างปลอดภัยเสียที
> "ขอให้ดวงวิญญาณทุกดวงสู่สุคติ และขอให้บารมีจากการทำบุญครั้งนี้ ปกป้องคุ้มครองทุกคนที่สัญจรผ่านพระราม 2 ให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ"

มหาชัยลุกเป็นไฟ! "5 เสือแรงงาน" บุกล้างบางต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย

 

สมุทรสาครเอาจริง! ผู้ว่าฯ อำนาจ เจริญศรี สั่งลุย ส่ง "5 เสือแรงงาน" สนธิกำลังชุดบูรณาการ ทั้งจัดหางาน กอ.รมน. และทหาร บุกตรวจเข้ม "ตลาดพาเพลิน" แหล่งเศรษฐกิจกลางมหาชัย หลังได้รับรายงานคนต่างด้าวเหิมเกริม แอบเนียนเปิดแผงแย่งอาชีพสงวนคนไทย



เปิดผลปฏิบัติการ "เชือดไก่ให้ลิงดู"
* ตรวจเข้มแผงลอย: เจ้าหน้าที่สแกนทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่ร้านขายของชำยันรถเข็นหาบเร่
* เจอจังๆ: ตรวจพบต่างด้าวเฝ้าหน้าร้าน 10 ราย
* มีเลิ่กลั่ก: ในจำนวนนี้ 7 รายโชว์เอกสารผ่านฉลุย แต่อีก 3 รายไหวตัวทัน "ใส่เกียร์หมา" วิ่งหนีหายไปก่อนเจ้าหน้าที่จะถึงตัว!



คำเตือนถึงเจ้าของร้าน: อย่าริลองดีกับกฎหมาย! การปล่อยให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิ์คือการทำลายอาชีพคนไทย ใครพบเบาะแสอย่าปล่อยไว้ แจ้งด่วนที่ FB: สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567
อยากให้ผมพาดหัวข่าวในสไตล์ "พาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง" เพิ่มเติมไหมครับ?