เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ (29 มีนาคม 2568) ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลสมุทรสาคร นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการติดตามผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดสมุทรสาคร โดนมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (มหาชน) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยในที่ประชุมทาง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร แจ้งว่า โรงพยาบาลสมุทรสาครมีรอยร้าวที่ผนัง ฝา เพดาน ที่ตึก 12 ชั้น
จึงได้มีการอพยพคนไข้ออกนอกตึกและได้ไปตั้งโรงพยาบาลสนามที่โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาครและตรงโรงเรียนบ้านมหาชัยฯ
และต่อมาได้ย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนาม เข้าสู่โรงพยาบาลสมุทรสาครเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
ซึ่งแบ่งเป็นผู้ป่วยสีแดงจะอยู่โรงพยาบาลสมุทรสาคร
ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองได้จะอยู่โรงพยาบาลนครสมุทรสาคร
และผู้ป่วยเล็กน้อยจะอยู่ที่โรงพยาบาลเกตุมฯ
ซึ่งรับรองว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ส่วนโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)
และโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเพียงบางส่วน
และสามารถเปิดบริการได้ตามปกติแล้ว โดย รพ.บ้านแพ้วฯ
ได้เปิดจุดบริการวันสต๊อปเซอร์วิส ให้คนไข้ที่กลับไปเมื่อวันเกิดเหตุ สามารถกลับมารับยาและรับบริการได้เหมือนเดิม
ด้าน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร
รายงานว่า โยธาฯ ร่วมกับ อบจ.สมุทรสาคร เทศบาลนครฯ ส่งทีมวิศวกรเข้าตรวจ
ซึ่งผลการตรวจสอบรอยร้าวของตึก 12 ชั้น ในเบื้องต้น ไม่ปรากฎรอยร้าวโครงสร้างหลัก
ฐานเสา มีความแข็งแรงมาก ส่วนที่รอยร้าวจะเป็นผนัง เพดาน ฝา เพดาน ส่วนชั้น 4-5 ที่เป็นรอยร้าวกากบาทบนผนัง ขนาด 2-3 เซนติเมตร
ขอใช้เวลาในการตรวจสอบ 3-5 วัน เพื่อดูว่ารอยร้าวดังกล่าวมีการร้าวเพิ่มเติมหรือไม่
โดยทางโยธาฯ จังหวัด จะร่วมกับวิศวกรภาคเอกชน เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียด
เพื่อความปลอดภัยและสร้างมั่นใจให้กับประชาชน
ด้าน ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกท้องถิ่นดำเนินการจัดตั้งศูนย์รับคำร้องจากประชาชนกรณีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ให้ อปท. ตรวจสอบอาคาร โรงเรียน โรงงาน โรงแรม ที่พัก อาคารชุด ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อรวบรวมข้อมูลหากทางรัฐบาลมีการเยียวยา ในส่วนของการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ผู้ว่าฯ ฝากย้ำทั้ง 10 ตอน ได้กำชับให้ดำเนินการตามมาตรการความปอลดภัยอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
อีกทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
ยังได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือ ขอบคุณพี่น้องใจบุญ เอกชนผู้ใจดี
จิตอาสา และพี่น้องประขาชน ที่ช่วยกันในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย บริจาคอาหาร
เครื่องดื่ม และให้คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์
ซึ่งแสดงถึงความมีน้ำจิตน้ำใจของพี่น้องชาวสมุทรสาคร อีกด้วย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น