pearleus

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

บางน้ำจืด…พร้อม จ่ายเอง ซื้อวัคซีนต้านโควิท นายกอ๋อย ฯ ชัดเจน ‘ผมมีตังค์’

    

ถึงตอนนี้การระบาดรอบใหม่ของไวรัสโคโรนา หรือโควิท – 19 ก็ยังคงรุกรามอย่างต่อเนื่อง สายพันธุ์เดิมยังเอาไม่ค่อยจะอยู่ สายพันธุ์ใหม่ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาเหมือนแกล้งกัน การระบาดครั้งนี้ใหญ่กว่าเดิมและกระจายไปทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทย ศูนย์กลางการระบาดถูกระบุว่าเกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร ในตลาดกุ้งกลางเมืองมหาชัย ซึ่งแน่นอนว่าผลสุดท้ายเมืองประมงแห่งนี้ก็ต้องถูก ‘ล๊อกดาวน์’ เพราะป้องกันการแพร่กระจายไปในวงกว้าง
ในส่วนของจ.สมุทรสาครเองได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สถานที่หลายแห่งต้องปิด ให้บริการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ในขณะนี้หลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างระดมสรรพกำลังในการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน มีการสร้างรพ.สนามขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วจังหวัด เพราะทำการกักตัวและบำบัดผู้ที่ติดเชื้อ
ต.บางน้ำจืด ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในจ.สมุทรสาคร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ ซึ่งแม้จะไม่พบผู้ติดเชื้อมากเหมือน พื้นที่อื่น แต่สำหรับ ‘นายก อ๋อย’ หรือ ดร.สุบรรณ มานะวิทยาการ ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด ก็เข้ามาดูแล และกำกับ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่ต.บางน้ำจืด ซึ่งมีมาตรการและแนวทางที่เข้มข้น ไม่ด้อยไปกว่าบรรดาพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเลย ซึ่งหนึ่งในมาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกันที่ถือว่า เป็นความกล้าและฉีกกรอบในการแก้ปัญหาของนายกอบต.ท่านนี้ก็คือ เสนอให้ท้องถิ่นที่มีความพร้อมด้านการเงิน สามารถจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับคนในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อความรวดเร็วในการป้องกันไวรัสโควิท – 19 ทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลที่ต้องหากู้เงินจำนวนมากมาซื้อวัคซีนให้เพียงพอสำหรับคนทั้งประเทศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังดำเนินการจัดซื้อวัคซีน แต่เมื่อดูจากไทม์ไลน์ หรือกำหนดเวลาการจัดซื้อและฉีดให้ประชาชนแล้ว อาจจะใช้เวลาถึงปีหน้ากว่าที่คนไทยจะได้รับวัคซีนครบทั้งประเทศ
ทีมชี้ชัดเจาะลึก ฯ ได้ติดต่อเข้าพูดคุยกับ นายก อ๋อย หรือ ดร.สุบรรณ มานะวิทยาการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด เพื่อสอบถามถึงแนวคิดที่จะให้ชาวต.บางน้ำจืด ได้รับวัคซีน โดยใช้ ‘เงินสะสม’ ที่อยู่ในบัญชีขององค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืดที่ตนเองดูแลอยู่
‘ผมมีตังค์’ นี่คือประโยคแรกที่เรายิงคำถาม นายก อ๋อย ว่า อะไรเป็นมูลเหตุที่ลุกขึ้นมาประกาศความพร้อมที่จะใช้เงินของอบต.บางน้ำจืด ซื้อวัคซีนต้านโควิท เพื่อฉีดให้กับคนบางน้ำจืดทั้งตำบล ก่อนจะขยายความว่า ไม่ได้มีวาระอะไรแอบแฝง นอกเหนือจากความรวดเร็วและแบ่งเบาภาระของรัฐบาล
นายก อ๋อย เล่าให้เราฟังถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิท -19 ในต.บางน้ำจืดว่า ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพียง 2 ราย ซึ่งก็ได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนการป้องกันก็ทำเท่าที่ศักยภาพของหน่วยงานท้องถิ่นสามารถทำได้ อาทิ การนำรถพ่นน้ำฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค ตามสถานที่ ๆ เป็นแหล่งชุมชนทั้งตลาด หอพัก วัด โรงเรียน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งบางครั้งก็ต้องควักเงินส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ
“บางครั้งรถน้ำฉีดพ่นไม่ทั่วถึงหรือไม่ทันการ ผมก็จ่ายส่วนตัวซื้อรถพ่นยาและสารเคมีเอง เนื่องจากไม่อยากรบกวนงบประมาณของอบต.ที่ใช้จ่ายไปแล้วค่อนข้างมากแล้ว อีกอย่าง หน่วยงานที่ตรวจสอบก็ไม่อนุมัติให้จัดซื้อด้วย ” นายก อ๋อย กล่าว
อย่างไรก็ตามการดำเนินการข้างต้นก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว และไม่สามารถรับประกันการไม่แพร่ระบาดได้ ส่วนเรื่องการเยียวยานั้น นายก อ๋อย เห็นว่า เท่าไหร่ก็ไม่พอ ทั้งยังไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรม แต่การป้องกันการแพร่ระบาดที่ยั่งยืน ก็คือ การฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิท ซึ่งขณะนี้ในภาครัฐบาลก็เร่งดำเนินการจัดหาจัดซื้อ แต่ก็ยังไม่ได้ในเร็ววัน
และเมื่อดูจากเงื่อนไขเวลาของการได้รับวัคซีน กว่าจะได้ครบทั่วประเทศ อาจจะต้องใช้เวลาจนถึงปลายปีหรือต้นปีหน้า
นายก อ๋อย เล่าให้เราฟังถึงแนวทางการใช้เงินสะสมของท้องถิ่นซื้อวัคซีนฉีดให้คนในพื้นที่ว่า สามารถทำได้อย่างทันที ซึ่งรวดเร็วและแบ่งเบาภาระรัฐบาลส่วนกลางด้วยซ้ำ ขอเพียงมีการออกกฎระเบียบขึ้นมาให้ชัดเจนว่า ท้องถิ่นสามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ในส่วนของต.บางน้ำจืดนั้น มีเงินสะสมมากขึ้น 350 กว่าล้านบาท ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับฉีดคนในพื้นที่ทั้งหมด
“วัคซีน 1 คน ใช้ 2 โดรส คิดเป็นหัวละ 1000 บาท ถ้าฉีดคนบางน้ำจืดทั้งหมด จะใช้เงินประมาณ 200 กว่าล้าน ยังเหลืออีกตั้ง 100 กว่าล้าน ยังสามารถเอาไปช่วยเหลือท้องถิ่นอื่นอีกก็ได้” นายก อ๋อย ตอกตัวเลขคร่าว ๆ ให้เราเห็นภาพ
อย่างไรก็ตามนายก อ๋อยบอกว่า นี่เป็นเพียงไอเดียหรือแนวความคิด ซึ่งตนเองมั่นใจว่า จะสามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิท ได้อย่างชะงัก ขอเพียงแค่ภาครัฐไฟเขียวและออกกฎระเบียบมาให้ชัด ไม่ใช่ว่าพอทำไปแล้ว ก็มีหน่วยงานตรวจสอบมาบอกทีหลังว่าผิดกฎหมาย
“ เรื่องโควิทเป็นวิกฤติชาตินะครับ เป็นกันทั่วโลก เราต้องบูรณาการร่วมกัน ไม่ใช่ผมทำก็จะมองว่าท้องถิ่นคอรัปชั่นอย่างเดียว เรื่องนี้ทำได้ เพียงให้มีช่องทาง มีระเบียบรองรับ ไม่ผิดกฎหมาย” นายก อ๋อย กล่าว
นายก อ๋อย ยังเสริมอีกว่า ถ้าจะมีการนำเงินสะสมไปใช้ซื้อวัคซีนแล้ว ถ้าไม่อยากให้เกิดการครหาเรื่องคอรัปชั่น ก็พร้อมที่จะมอบให้หน่วยอื่นที่รับผิดชอบรับไปดำเนินการเลย ท้องถิ่นให้เงินอย่างเดียว ตัดตอนกันไปเลย ส่วนท้องถิ่นไหนที่ไม่มีเงินหรือเงินน้อย ก็ให้รัฐบาลจ่ายแทน หรือจะโยกเงินส่วนที่เหลือจากซื้อวัคซีนจากของท้องถิ่นที่มีเงินมากอย่างต.บางน้ำจืด ก็สามารถทำได้ ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะแบ่งปันเสมอ เพราะอย่างไรเสีย เงินตรงนี้ก็เป็นงบประมาณแผ่นดินที่ทุกคน ทุกหน่วยงานมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะใช้อยู่แล้ว
และนี้ก็คือ ไอเดีย แนวคิด ที่แสดงถึงความใจกว้างของผู้นำท้องถิ่น อย่างนายก อ๋อย ที่มีวัยทัศน์ มีแนวคิดนอกกรอบ ความชัดเจนทั้งแนวทางและเป้าหมายในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไอเดียนี้จะได้รับการตอบรับหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของผู้มีอำนาจที่สูงขึ้น ว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ได้ก็คือ ประชาชนรอด ไม่รับข้อเสนอ ก็หาแนวทางกันตามที่เชื่อกันต่อไป
และนี้ก็ถือแนวคิดแก้โควิทของ นายก อ๋อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด ที่กล้าคิด และพร้อมจะลงมือทำ เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ ซึ่งทีมงานชี้ชัดเจาะลึกคงไม่มีอะไรทิ้งท้ายที่จะบ่งบอกตัวตนของท่านดีไปกว่าประโยคแรกที่เจอกันครั้งแรกว่า ‘ผมมีตังค์’

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น