pearleus

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

ยกเลิกจัดงานวันสตรีสากล

ตามที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว(สค.) มีกำหนดจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2563 ในวันที่ 4 มีนาคม 2563 ขอแจ้งว่า ได้รับการประสานงานให้งดการจัดงานดังกล่าว เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัส covid19

นครปฐม จัดพิธีถวายราชสักการะพระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย


 
วันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงาน 16 นครปฐม ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานถวายเครื่องราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2563 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมพิธีในครั้งนี้ ซึ่งวันที่ 2 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชดำริถึงความสำคัญของช่างฝีมือ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในสังคม จึงจำเป็นต้องพัฒนาให้ฝีมือตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ให้มีคุณภาพของสินค้าและบริการ สร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย แม้จะผ่านมาถึง 50 ปีแล้ว ยังคงทันสมัย และมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเห็นถึงความสำคัญของการมีมาตรฐานฝีมือแรงงานสอดคล้องกับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ที่จะเป็นเครื่องมือวัดความสามารถของแรงงาน ทั้งเรื่องความรู้ ทักษะฝีมือ และทัศนคติในการทำงาน ตลอดจนเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพตนเอง อีกด้วย






ม.ล.ปนัดดา บรรยายพิเศษ เรื่อง 'บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในการพัฒนาประเทศ ข้าราชการเดินตามรอยพระยุคลบาท









วันที่ 2 มี.ค. 63 เวลา 08.00-12.00 นาฬิกา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม, เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง สู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง 'บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ในการพัฒนาประเทศ ข้าราชการเดินตามรอยพระยุคลบาท' ให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 'หลักสูตรพื้นฐาน' รุ่นที่ 4/63 ณ โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน กองพันฝึกส่วนหลัง กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต



พม. จับมือ 24 หน่วยงาน ประกาศเจตนารมณ์สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 2 มี.ค 63 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ เป็นประธานในพิธีลงนามประกาศเจตนารมณ์ “การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” พร้อมมอบนโยบายการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม ซึ่งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 24 หน่วยงาน เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน จำนวน 350 คน
นายปรเมธี กล่าวว่า ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of all Forms of Discrimination against Women – CEDAW) ทำให้ต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของสตรี การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความเป็นธรรมทางสังคมบนพื้นฐานในเรื่องเพศ ซึ่งสิ่งที่แสดงถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการปฏิบัติตามข้อผูกพันดังกล่าว คือ การผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคทางเพศ และการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์พระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ทุกคนได้รับรู้ สามารถเข้าถึงอย่างสะดวกและรวดเร็ว และการปรับทัศนคติและค่านิยมของคนในสังคมในการยอมรับความเสมอภาคระหว่างเพศและความหลากหลายทางเพศ ซึ่งต้องอาศัยกลไกรัฐที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย รวมทั้งภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป


นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นระหว่างภาคีเครือข่ายที่จะร่วมกันสร้างให้สังคมไทยให้ตระหนักถึงความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ นั่นหมายถึงการไม่แบ่งแยก กีดกัน หรือจำกัดสิทธิประโยชน์ เพียงเพราะบุคคลนั้น เป็นเพศชาย เพศหญิง หรือบุคคลที่แสดงออกแตกต่างจากเพศกำเนิด โดยขอให้ภาคีเครือข่ายมีแนวปฏิบัติด้านการส่งเสริมความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ด้านใดด้านหนึ่ง ใน 6 ด้าน ได้แก่ 1) การแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศสภาวะของบุคคล 2) การจัดพื้นที่ที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ตามจำนวนของบุคคล อัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล และข้อจำกัดของบุคคล 3) การประกาศรับสมัครงานและกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงานตามความสามารถของทุกเพศสภาพ และไม่นำลักษณะเฉพาะทางเพศมากำหนดเป็นคุณสมบัติของผู้สมัคร 4) การใช้ถ้อยคำ ภาษา และกิริยาท่าทางที่เหมาะสม ไม่เสียดสี หรือลดคุณค่าของทุกเพศ และไม่ใช้คำศัพท์ที่ไม่เหมาะสมในการใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล 5) การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับทุกเพศสภาพ และไม่ควรมีการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศ และ 6) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ควรให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศ และมีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นายปรเมธี กล่าวต่อไปอีกว่า กระทรวง พม. โดย สค. ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานการดำเนินงานด้านการพัฒนาสตรี การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรี การส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย ได้ผลักดันให้มีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558 โดยมีภารกิจในการคุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ซึ่งมีคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ สทพ.) เป็นกลไกหลักในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแผนปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น และมีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) เป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่วินิจฉัยคำร้องการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และมีกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ให้การสนับสนุนกิจกรรม การศึกษาวิจัย การป้องกัน และการชดเชยและเยียวยาผู้เสียหาย จากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ การประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อรณรงค์ปรับทัศนคติและสร้างการยอมรับของสังคมในเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ การคุ้มครองและป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ตระหนักและร่วมกันดำเนินงานขับเคลื่อนการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

ชาวบ้านแจ้ง !!! ปัญหาทางเข้าจุดพักรถทัวร์ “ร้านอาหารคุณต้น” อ.ทับสะแก สุดอันตราย วอนผู้ใหญ่เร่งแก้ไข

ชาวบ้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร้องผ่านมาทางเพจ หนังสือพิมพ์ขี้ขัดเจาะลึก ว่าฝากวิงวอนผู้ใหญ่ให้ช่วยแก้ไขปัญหาถนนทางเข้า “ร้านอาหารคุณต้น” แหล่งอาหารและของฝาก รวมถึงเป็นจุดจอดรถทัวร์ ตั้งอยู่บริเวณ ถ.เพชรเกษม ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากการเข้าไปยังร้าน รถยนต์หรือรถทัวร์จะต้องทำการย้อนศรบริเวณทางกลับรถหน้าทางเข้าร้าน และทำการเลี้ยวตัดถนนถึง 3 เลน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่รถยนต์ที่วิ่งในทางตรงหรือวิ่งกลับรถบริเวณนั้นได้ ในขณะเดียวกันชาวบ้านเล่าว่าเคยเกิดเหตุการณ์รถทัวร์เข้าและออกจากร้านพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุให้รถทางตรงไม่สามารถขับต่อไปได้เนื่องจากขนาดรถทัวร์ซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยวรถ ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อรถทัวร์ออกจากร้าน ต้องทำการเลี้ยวตัดถนน 3 เลน เพื่อทำการกลับรถ และด้วยขนาดของรถการกลับรถทำให้ส่วนท้ายรถยื่นออกมากินช่องจราจรของรถที่มาทางตรง โดยหากเกิดในเวลากลางคืน รถยนต์ที่วิ่งมาทางตรงด้วยความเร็วหรือรถยนต์ที่ไม่เคยชินเส้นทางนี้ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุส่งผลแก่ชีวิตประชาชนได้ จึงได้ขอวอนเพจหนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก ส่งเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงาน ลงพื้นที่ สอบถามข้อมูลและลงมือแก้ไขปัญหา เพื่อลดอุบัติเหตุ สร้างการคมนาคมที่ดีและสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน.