pearleus

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สนง.ทรัพยากรธรรมชาติ ฯ จ.สมุทรสาคร จัด 3 กิจกรรมรักษ์โลก



 
จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร จัด 3 กิจกรรมรักษ์โลก  ทั้งกิจกรรม รักษ์โลก เลิกพลาสติกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 
กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ปี พ.ศ. 2561

เมื่อวันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2561 ณ ลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานในกิจกรรม กิจกรรม รักษ์โลก เลิกพลาสติกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 
, กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ และกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ปี พ.ศ. 2561 โดยมีดร.รวมทรัพย์ คะเนะดะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร  ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรม
สำหรับกิจกรรมดังกล่าว สืบเนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก และในทุกปีนานาประเทศ  ทั่วโลก ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้สังคมเกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515  เป็นต้นมา สำหรับปี 2561 โครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ  ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์เกี่ยวกับการลดการใช้พลาสติก คือ รักษ์โลก เลิกพลาสติกประกอบกับ    วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ขึ้น โดยได้เปิดโครงการฯ ไปแล้วเมื่อวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 ณ ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดราชบุรี และนายกรัฐมนตรี ได้มอบกล้าไม้ยางนาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อนำมาปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร รวมทั้งได้มีดำริให้ทุกภาคส่วนปลูกไม้ดอกไม้ประดับทั่วประเทศ 
​สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้บูรณาการกิจกรรมสำคัญดังกล่าวเข้าด้วยกัน โดยจัดกิจกรรม รักษ์โลก  เลิกพลาสติกกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และกิจกรรมประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ขึ้นในวันที่ ๕ มิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก       

ทั้งนี้วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม เพื่อ รณรงค์ร่วมกับนานาประเทศเพื่อให้กระตุ้นจิตสำนึกทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมและตื่นตัว ในการลดการใช้พลาสติกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 
​​รวมพลังภาคีเครือข่ายร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีชองชาติ
​กิจกรรมประกอบด้วย การมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับหน่วยงาน/องค์กร/ภาคประชาชน จากกิจกรรมทอดผ้าป่าด้วยขยะรีไซเคิล เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 การมอบกล้าไม้ให้กับหน่วยงาน/องค์กร และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร จะปลูกกล้าไม้ยางนาบริเวณเสาธงหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ปลูกไม้ประดับ (ต้นเข็ม) บริเวณรอบองค์พระประจำจังหวัด และส่วนราชการ/องค์กร จะร่วมกันบำรุงและรักษาต้นไม้บริเวณศาลากลาง นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการด้านการจัดการขยะมูลฝอยและขยะทะเล โดยสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3  ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน  สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร และเครือข่าย ทสม. สมุทรสาคร การแจกจ่ายกล้าไม้ 500 ต้น โดยสถานีเพาะชำกล้าไม้สมุทรสาครและศูนย์ป่าไม้จังหวัดสมุทรสาคร กรมป่าไม้ รวมถึงมีของระลึกเป็นแก้วน้ำ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกซึ่งจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกและแก้วพลาสติกที่ใช้แล้วครั้งเดียวทิ้งให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300 คน  ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครยังได้เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้บริจาคขยะทั้งหมด 67 คน อีกด้วย
































วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ขอเชิญร่วมทำบุญกับเสื้อ"สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ จัดหารายได้เพื่อมอบให้วัดพระบาทน้ำพุ


 
ขอเชิญร่วมทำบุญกับเสื้อ"สมเด็จพระเจ้าตากสินฯ จัดหารายได้เพื่อมอบให้วัดพระบาทน้ำพุ
 สวยๆและเป็นมงคลยิ่งนักโปรดจองได้เลย แจ้งไซส์
 แจ้งชื่อพร้อมที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์
 โอนเงินพร้อม พร้อมสลิบของการโอนเงินด้วย  จัดส่งตามคิวจากสลิบที่โอนเงิน
SMLตัวละ250บ.
XLตัวละ300บ.
XXLตัวละ350
(ค่าจัดส่งEMSตัวละ50บ.)
 ทีมงานเราจัดทำเสื้อเจ้าตากฯด้วย ความศรัทธานำหน้า จัดหารายได้เพื่อมอบให้วัดพระบาทน้ำพุ










ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสาคร พร้อมข้าราชการ และบก.นสพ.ชี้ชัดเจาะลึก เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพคุณแม่เกียว วงษ์ท่าเรือ มารดานายเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ รองผู้ว่าราชการจ.สมุทรสาคร


ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสาคร พร้อมข้าราชการ  และบก.นสพ.ชี้ชัดเจาะลึก เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพคุณแม่เกียว วงษ์ท่าเรือ  มารดานายเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ รองผู้ว่าราชการจ.สมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2561 ที่วัดเครือวัลย์วรวิหาร ศาลา 5 ถ.อรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมข้าราชการในจังหวัดและนายมานพ เทียนมณี บรรณาธิการ นสพ.ชี้ชัดเจาะลึก ได้เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรม คุณแม่เกียว วงษ์ท่าเรือ  ซึ่งเป็นคุณแม่ของนายเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
ทั้งนี้ได้กำหนดการสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2561 ถึงวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2561  สำหรับการพระราชทางเพลิงศพ เป็นกรณิเศษ มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย. 2561  โดยในเวลา 9.30 น. แสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่ง  เวลา 10.30 น. พระสงฆ์ สวดพระพุทธมนต์ สวดมาติกา  - บังสุกุล และเวลา 14.00 น. พิธีพระราชทางเพลิงศพ




















วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

SACICT พาตามรอย งานศิลปหัตถกรรมไทย ถิ่นอีสานใต้สุรินทร์-บุรีรัมย์-มุ่งมั่นสืบสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24-25 พ.ค.61 "ชี้ชัดเจาะลึก"มีโอกาสเดินทางตามรอยงานศิลปหัตถกรรมไทย ถิ่นอีสานใต้ จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยการนำของนางอัมพวัน พิชาลัย   ผอ.  ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  หรือ SACICT   เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรงจากผลงาน เทคนิค หัตถศิลป์อันหลากหลายจากครูช่างศิลป์ และทายาทช่างศิลป์ ซึ่งนับวันจะหาผู้สืบสานได้ยากยิ่งขึ้น
โดยผอ.อัมพวัน กล่าวว่า งานศิลปหัตถกรรมถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ที่มีการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์และกระบวนการสร้างสรรค์งานผ่านช่างฝีมือที่มีความรู้ความชำนาญจากรุ่นสู่รุ่น หากแต่ความรู้เหล่านี้ไม่มีการบันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ให้เป็นรูปธรรม จะลบเลือนและสูญหายไปตามกาลเวลา ดังนั้น SACICT ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และรวบรวมผลงานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน  ได้ดำเนินการสืบค้นและให้ความสำคัญกับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่ได้รักษาและถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้ที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน  เพื่อเผยแพร่คุณค่าของผลงานหัตถศิลป์สู่ผู้สนใจในงานศิลปะหัตถกรรมทั้งเยาวชนและสาธารณชน   ตลอดจนเป็นการเก็บรักษาข้อมูลภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมของครูช่าง เหล่านี้ไว้ ได้รู้จักอย่างกว้างขวางเพื่อเป็นแหล่งความรู้แม่แบบ ถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังสืบต่อไป
ทั้งนี้กิจกรรมครั้งนี้  SACICT ได้รวบรวมสุดยอดงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า โดยฝีมือครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ในหลากหลายสาขา เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ชื่นชม เรียนรู้วิธีการ เทคนิค การสร้างสรรค์งานเครื่องเงิน งานทอผ้าโฮล และผ้าซิ่นตีนแดง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หาดูได้ยากของอีสานใต้ มี ครูป่วน เจียวทอง   ครูศิลป์ของแผ่นดินปี 2552 และคุณเพชรรัตน์ เจียวทอง  ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมปี 2559 งานช่างเครื่องโลหะสุรินทร์ ที่ตำบลเขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์  โดดเด่นเรื่องความวิจิตรของลวดลายเครื่องเงินที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมเขมร 
ความโดดเด่นของครูป่วน เป็นผลงานประกอม หรือ ประคำ   โดดเด่น มีเอกลักษณ์  เชี่ยวชาญพิเศษในการทำ ตะเกา หรือ ต่างหู โดยได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างลายสร้างสรรค์ลวดลายเลียนแบบธรรมชาติ มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความละเอียดประณีตเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันครูยังคงถ่ายทอดความรู้ในการทำเครื่องเงินให้แก่สมาชิกในครอบครัว เครือญาติ และเพื่อนบ้าน 
อีกแหล่งเป็นบ้านครูสุรโชติ ตามเจริญ  สัมผัสกับความวิจิตรของ งานผ้าโฮลแบบโบราณ ผ้าโฮล เป็นผ้าไหมมัดหมี่ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายเขมรในจังหวัดสุรินทร์  ถือเป็นลายเอกลัษณ์ของลายผ้าไหมมัดหมี่จังหวัดสุรินทร์ “โฮล” เป็นคำในภาษาเขมร เป็นชื่อเรียกกรรมวิธีการผลิตผ้าไหมที่สร้างลวดลายขึ้น มาจากกระบวนการมัดย้อมเส้นไหมให้เกิดสีสันและลวดลาย  ก่อน จึงนำมาทอเป็นผืนผ้า ซึ่งตรงกับคำว่า “ผ้าปูม”ในภาษาไทยและคำว่า “มัดหมี่”ในภาษาลาว
ครูสุรโชติ ตามเจริญ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2559 ผู้อนุรักษ์ มีความชำนาญในการมัดลายและการย้อมสีจากธรรมชาติ ผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมช่วยให้สีติดสวยโดยใช้ครั่งย้อมร้อนใส่ใบเหมือดแอ ใบชงโค ใบมะขาม สีเหลือง ย้อมด้วยมะพูดผสมกับแก่นเข จนได้เป็นสีเหลืองทองอร่ามตา และย้อมครามด้วยวิธีย้อมเย็น ทำให้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของผ้าโฮลที่มีสีสดสวย และลวดลายมัดหมี่ที่โดดเด่นของภาคอีสาน โดยรักษาเอกลักษณ์ของลวดลายกรวยเชิงลายหมาแหงน ลายปะกากะตึบเครือ ลายดอกทับทิม และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ครูสุรโชติ ผู้สืบทอดภูมิปัญญารุ่น  รุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า ท่านเป็นเขยสุรินทร์และเห็นคุณยายของภรรยาทอผ้าและมัดหมี่ลายผ้า ด้วยความคุ้นเคยในวัฒนธรรมการทำผ้าโฮลโบราณ จึงเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้และเริ่มฝึกฝนการมัดหมี่ การย้อมสีธรรมชาติจนชำนาญ จนหลงใหลและผูกพัน เริ่มสืบค้นลายผ้าเก่าจากพิพิธภัณฑ์ หนังสือผ้าโบราณเพื่อมารังสรรค์ผืนผ้าให้กลับมาอวดโฉมอีกครั้งเพื่อรักษามรดกภูมิปัญญานี้ไว้ โดยที่บ้านครูสุรชาติ จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าโฮลโบราณ ซึ่งสร้างถักทอมาตั้งแต่สมัยร้อยกว่าปีในบางผืน และบางผืนเกิดจากแรงบันดาลใจของทายาทครูช่าง ลวดลายสมัยใหม่เป็นรูปสัตว์หลายชนิด เช่น เสือดำ พญานาค เป็นต้น
สุดท้ายได้เยี่ยมชมงานทอผ้าไหมมัดหมี่ (ซิ่นตีนแดง) ของครูรุจาภา เนียนไธสง ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 จังหวัดบุรีรัมย์  มีความชำนาญในการทอผ้าไหมมัดหมี่จุดเด่น คือ เลี้ยงไหมและสาวไหมเอง ซึ่งเป็นไหมไทยพื้นบ้าน ใช้การสาวลงตะกร้าด้วยมือจนได้รับพระราชทาน ตรานกยูงทองจากกรมหม่อนไหม ลายที่โดนเด่นคือลายนกยูงทอง ใช้เทคนิคใหม่การทอผสมผสานกับการเขียนทองสร้างมิติของลวดลายได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับผ้าซิ่นตีนแดง เป็นผ้าทอโบราณวิจิตรงดงามของกลุ่มคนซึ่งตั้งถิ่นฐานแถบอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผ้าที่ทอสร้างลวดลายด้วยวิธีการมัดหมี่ เป็นการมัดย้อมเส้นด้ายพุ่งเป็นลวดลายก่อนนำไปทอ  เป็นผืนผ้า มีความโดดเด่นอยู่ที่หัวซิ่น และตีนซิ่นสีแดงสด   ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน
โดยครูรุจาภา  เล่าว่า เรื่องเล่าสืบทอดกันมาว่า ผ้าซิ่นตีนแดงในยุคแรกจะเป็นงานประณีตศิป์ที่เกิดขึ้นในจวนเจ้าเมืองในสมัยพระยาเสนาสงครามเป็นเจ้าเมืองพุทไธสง เมื่อ 200 ปีมาแล้ว ท่านมีคำสั่งให้กลุ่มสตรีในจวนทอผ้าซิ่นตีนแดงขึ้นเพื่อนำไปมอบให้ภรรยาของท่าน เมื่อมีงานพิธีต่างๆ ภรรยาของท่านจึงสั่งให้สตรีในจวนนุ่งซิ่นตีนแดงเหมือนกันทุกคน ทำให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น
เมื่อเจ้าพระยาตระกูลเสาไทยสงผู้สืบเชื้อสายต่อจากพระยาเสนาสงคราม ได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าซิ่นตีนแดงออกมาเผยแพร่ให้รุ่นลูก หลาน การทอจึงเริ่มกระจายไปตามหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงบ้านนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นแหล่งที่สร้างสรรค์งานหัตถกรรมผ้าซิ่นตีนแดงที่มีชื่อเสียง
ผ้าซิ่นตีนแดงในอดีตเป็นผ้าที่มีราคาแพง เนื่องจากต้องอาศัยช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนามานั่งทอผ้า ขั้นตอนการทำนาสมัยก่อนยุ่งยากกว่าปัจจุบันมาก เมื่อผ่านมาเป็นยุคสมัยที่มีเครื่องจักรเข้ามาช่วยเหลือให้การทำนามีความสะดวก รวดเร็วขึ้น ใบหม่อนเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ให้มีใบใหญ่ขึน จากที่เป็นผ้าสำหรับผู้มีฐานะ ปัจจุบันกลายเป็นผ้าที่คนทั่วไปสามารถหามาสวมใส่ได้
อย่างไรก็ตามผอ.อัมพวัน กล่าวว่า   SACICT ดำเนินการค้นหาและคัดสรรช่างผู้มีภูมิปัญญาด้าน งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยการเชิดชูเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม รวมแล้วทั้งสิ้น 366 คน โดยแบ่งเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน จำนวน 85 คน ครูช่างศิลปหัตถกรรม จำนวน 217 คน และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม จำนวน 64 คน
" SACICT เรายังคงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ สืบสานงานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่าจากฝีมือ  ช่างหัตถศิลป์ไทย เพื่อต่อยอดให้งานหัตถศิลป์ไทยคงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน และผลักดันให้ SACICT   เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และอนุรักษ์สืบสานคุณค่าศิลปหัตถกรรมไทย  (SACICT CRAFT CENTER) รวมทั้งต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่สากล เพื่อให้ชุมชนกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป"ผอ.อัมพวัน กล่าวพร้อม เชิญชวน ผู้ที่สนใจงานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถมาศึกษาค้นคว้าได้ที่ SACICT ทุกวัน เปิดให้บริการตั้งแต่     8.00-17.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือสอบถามข้อมูลโทร.1289 , www.sacict.or.th , www.facebook.com/sacict

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นอภ.กระทุ่มแบน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.หนองนกไข่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรจิตอาสา มอบบ้านพอเพียง


นอภ.กระทุ่มแบน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.หนองนกไข่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรจิตอาสา มอบบ้านพอเพียง
1 มิ.ย.เวลา 13.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ตำบลหนองนกไข่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรจิตอาสา ร่วมมอบบ้านพอเพียง ซึ่งได้รับงบประมาณการก่อสร้าง จำนวน 17,000 บาท จากสภาองค์ชุมชน(พอช.) ของตำบลหนองนกไข่
          ซึ่งได้ความใส่ใจและความมุ่งมั่นในการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ตำบลหนองนกไข่ อำเภอกระทุ่มแบน ผช.ผญบ.ม.1 คกก.หมู่บ้าน รวมทั้ง ราษฎรในพื้นที่ ม.1 ช่วยกันในการรื้อ และก่อสร้าง บริจาค ซ่อมแซมบ้านทั้งหลัง โดยใช้แรงงานจากราษฎรจิตอาสาที่ได้มาร่วมด้วยช่วยกัน มีการร่วมช่วยกันในการออกวัสดุเพิ่มเติม จนสามารถก่อสร้างแบ้วเสร็จทั้งหลัง
        พร้อมนี้ ได้มอบถุงยังชีพ และอาหารเสริมนมสดและเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ พร้อมมอบที่นอนยางพาราให้กับคุณยาย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้ป่วยติดเตียงและพิการ เลี้ยงหลาน 1 คน ยาย บอกว่าเกิดมาในชีวิตยังไม่เคยมีบ้านที่ดีๆ มีหลังคา อยู่เลย เคยแต่มีบ้านหลังคามุงจาก