สภ.กระทุ่มแบน, สมุทรสาคร – กลายเป็นเรื่องโป๊ะแตกส่งท้ายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ดัดหลังไรเดอร์หนุ่มรายหนึ่งที่โร่แจ้งความหน้าตาตื่นว่าถูกโจรดักซุ่มในป่าหญ้าริมทาง ถนนคลังทอง กระชากรถล้มก่อนฉกเงินสด 14,000 บาท และกำไลทองคำหนัก 1 สลึงหนีลอยนวล เหตุเกิดช่วงดึกสงัด
แต่ขอโทษที… ตำรวจไทยไม่ได้กินหญ้า! หลังจาก พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่เช็กกล้องวงจรปิดและแกะรอยเค้นความจริงอย่างละเอียด พยานหลักฐานทุกอย่างกลับสวนทางกับคำให้การแบบคนละม้วน สุดท้ายเจ้าหน้าที่เชิญตัวมาสอบเค้นจนมุม ไรเดอร์รายนี้ถึงกับหน้าถอดสี ยอมรับสารภาพแบบหมดเปลือกคดีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือว่า “เรื่องทั้งหมด...หนูแต่งขึ้นมาเอง!” ไม่มีโจร ไม่มีกระชากกระเป๋าใดๆ ทั้งสิ้น!
เตือนพวกชอบลองดี! "แจ้งความเท็จ" คุกมีไว้ขังคนโกหก
งานนี้ พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ออกโรงโรงเตือนกระตุกหนวดพวกชอบคิดลองดีกับระบบยุติธรรมอย่างเด็ดขาดว่า การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนต้องเป็น "ความจริง" เท่านั้น อย่าหาทำกุเรื่องสร้างสถานการณ์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เพราะกฎหมายเอาจริง ไม่มีข้อยกเว้น!
เปิดข้อกฎหมาย... โกหกเจ้าพนักงาน เจอโทษหนักสะดุ้ง!
ป.อาญา มาตรา 172: แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยไม่มีเหตุอันควร จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ป.อาญา มาตรา 137: หากการแจ้งความเท็จนั้นทำให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำสิ้นคิดแบบนี้ นอกจากจะทำลายความยุติธรรมและอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนแล้ว ยัง "สิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรของรัฐ" ที่ควรเอาไปใช้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ
คิดให้รอบคอบก่อนจะอ้าปากโกหกตำรวจ... เพราะจาก "ผู้เสียหาย" คุณอาจกลายเป็น "ผู้ต้องหา" เดินขาเข้าคุกได้ในพริบตา!
pearleus
















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น