pearleus

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ตม.จว.กระบี่ โชว์ผลงานรวบหนุ่มไอริช Overstay 415 วัน... ตรวจสอบประวัติก่อเหตุอาชญากรรมเพียบ

ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรติ รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ และ พ.ต.ท.สุเมธ กนกเหมพันธ์ รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ ได้สั่งการให้กวดขันระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเฉพาะคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต ห้วงวันที่ 19-25 มิ.ย.68 ประกอบกับได้รับการประสานงานจาก สำนักงานตำรวจไอร์แลนด์ และ ตำรวจกองการต่างประเทศ ให้ช่วยติดตามตัว นายอี นามสมมุติ สัญชาติ ไอริช ซึ่งมีประวัติอาชญากรรม ก่อเหตุมาแล้วหลายคดี ทราบว่าแอบมาพักอาศัย อยู่ในเขตพื้นที่ จว.กระบี่ ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่าชายคนดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต ( over stay )

จนท.ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.กระบี่ ได้แฝงตัวหาข่าวและเฝ้าติดตาม

ตัวนายอี บริเวณหน้าร้าน BREKING BAD BUDZ ต.ไสไทย อ.เมือง จว.กระบี่ จนกระทั่งพบนายลี เดินเข้าร้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวของนายอี ปรากฏว่าอยู่เกินกำหนดอนุญาต (over stay 415 วัน) และพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามที่ทางการไอร์แลนด์ต้องการตัว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายอี รับทราบว่าได้กระทำความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้น ( over stay )จากนั้นจึงนำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายอี อยู่ระหว่างการติดตามตัวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไอร์แลนด์เพื่อดำเนินคดีตามคำสั่งของอัยการสูงสุดแห่งสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในความผิดฐานก่อความไม่สงบโดยใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกาย, ความผิดฐานจำหน่ายส่งมอบสารเสพติด(โคเคน), ความผิดฐานฟอกเงิน, ความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็กและสตรีโดยมิชอบ รวมถึงความผิดอื่นๆที่อยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งกระทำความผิดระหว่างปี 2566-2567 ก่อนเดินทางมาประเทศไทย

อนึ่งหากผู้ใดมีเบาะแส คนต่างด้าวกระทำความผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคดียาเสพติด หลบหนีเข้าเมือง อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ก่อความเดือนร้อนเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ โทร ๐๗๕-๖๑๑๐๙๗

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เจ้าของร้านกัญชากุมขมับเปิดร้าน 2 วัน เจอประกาศกระทรวงเสียหายกว่า 10 ล้าน


หลังจากที่มีการประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2568 1. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2565 ลงวันที่ 11 พ.ย.2565 ให้กัญชา ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis วงศ์ Cannabaceae เฉพาะส่วนของช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุม ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้า จนกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 1.ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา การนำไปใช้ และจำนวนที่เก็บไว้ ณ สถานประกอบการ และให้รายงานข้อมูลนั้นต่อนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด 2.ผู้รับใบอนุญาตให้ส่งออกสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องแจ้งรายละเอียดการส่งออกต่อผู้อนุญาตเป็นรายครั้ง ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด 3.ผู้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าต้องจำหน่ายสมุนไพรควบคุมให้กับผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 เท่านั้น 4.การจำหน่ายและส่งออกสมุนไพรควบคุมของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 5.ห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจำหน่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ และผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทันตกรรม ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยของตน 6.ห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุม หรือสินค้าที่แปรรูปจากสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 7.ห้ามโฆษณาสมุนไพรควบคุมทุกช่องทางเพื่อการค้า 8.ห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุม หรือสินค้าที่แปรรูปจากสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ในสถานที่ดังต่อไปนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้าน Wipwup Og พบนายทศวรรษ จัทร์ดาผล 25 ปี เจ้าของร้าน เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการประกาศของกระทรวงสาธารณะสุข เนื่องจากพึ่งเปิดร้านกัญชาใหม่ สาขาที่ 2 ชื่อร้าน Memao cannabis ที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ได้แค่ 2 วัน ทำให้ร้านของตนและฟาร์มกัญชาของพี่สาวเสียหาย รวมกันกว่า 10 ล้านบาท

นายทศวรรษ เล่าว่า หลังจากที่มีประกาศออกมาทำให้ตนเสียผลกระทบหลายอย่าง เพราะลงทุนไปหลายบาท ยังไม่ได้กำไรตอบแทน เพื่อนบางคนก็ลงทุนไปหลักล้าน ตอนนี้เหมือนคำสั่งออกมาให้บีบกดดันทางร้านให้ปิดตัวลง เหมือนเตะตัดขาประชาชนตัวเล็กๆตนลงทุนที่ร้านไป แสนกว่าบาท และตอนนี้พึ่งเปิดสาขาที่ 2 เมื่อ 2 วันที่แล้วก่อนจะมีประกาศออกมา ทำให้ตนไม่สามารถทำอะไรได้เลยหลังจากที่ประกาศออก บางคนก็เห็นต่างว่ากัญชาเป็นสิ่งไม่ดีตนก็เข้าใจ บางคนทำสิ่งที่ชอบทำสิ่งทีืรัก และบางคนก็ใช้กัญชาในการแพทย์ ถ้าอยู่ในการควบคุมอยากให้กฎหมายรัดกุมมากกว่านี่ ไม่ใช่สั่งให้ร้านปิด ควรกำหนดโทษมากกว่า ไม่ให้สูบในที่สาธารณะ และไม่ขายให้เด็ก ควรจะปรับตรงนี้มากกว่า สาขาที่2 ที่ตนเปิดพึ่งเปิดไป และกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุน กำไรไม่ได้อะไรเยอะ แต่มาออกกฎแบบนี้ทำให้ตนไม่มีรายได้ และไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้ยังไม่กล้าขายเพราะขายไม่ได้แล้ว ส่วนตัวตนไม่ได้เสพ เอามาขายเพื่อการค้า ร้านตนมีใบอนุญาติหมดเรียบร้อย ส่วนฟาร์มของพี่สาวเสียหายกว่า 10 ล้านบาท เพราะลงทุนไปเยอะ อยากให้เขาปรับกฏมากกว่า คนเสพก็ต้องมีใบอนุญาติ และกำหนดอายุในการใช้งาน ไม่ใช่สั่งปิด ถ้าออกนโยบาย เอากลับไปเป็นยาเสพติด เดี๋ยวก็จะมีการกลับมาขายกันใต้ดินแบบผิดกฎหมายอีกครั้งแน่นอน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 5 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียม แก่ชาวขอนแก่นต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ มอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และมอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง โดยมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 20 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 397,610 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครออกหน่วยให้บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ จำนวน 2 ชุด (4 ชิ้น) ในโครงการ “สนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์” ให้แก่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา เพื่อใช้ในหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาชีพดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้ง มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 10 ราย และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวม 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวขอนแก่นในครั้งนี้ทั้งสิ้น 596,362 บาท (ห้าแสนเก้าหมื่นหกพันสามร้อยหกสิบสองบาทถ้วน) โดยมี ผศ.ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นายสงวน สุธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5 นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ และอาสาสมัครเฉพาะกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก ในการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

UPDATE: ผบ.ทบ. แสดงจุดยืน ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย พร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ ย้ำเวลานี้ ‘คนไทยต้องสามัคคี’

วันนี้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ปรากฏข้อมูลหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่หลากหลายและส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นบริเวณกว้าง

.

พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้นโดยขอให้คนไทยได้เชื่อมั่นในกองทัพบก ที่มีจุดยืนในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างสุดความสามารถ ภายใต้กลไกที่มีอยู่

.

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำว่า หากพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในห้วงเวลานี้คือ ‘คนไทยต้องสามัคคี’ ร่วมกันปกป้องอธิปไตยจากผู้ไม่หวังดี โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

.

อ้างอิง: ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

.

#TheStandardNews

ชมรมสวนกุหลาบสมุทรสาคร โดยคุณบุรินทร์ สหัสธารากุล ประธานชมรม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ เอสเค. จำกัด พร้อมด้วย บริษัท สยามฟริท จำกัด และบริษัท เคลย์เทค 2021 จำกัด ได้รับเชิญร่วมเป็นเกียรติในพิธีไหว้ครูของโรงเรียนเทศบาลนาดี และได้รับมอบประกาศเกียรติคุณ ที่ได้สนับสนุนงบประมาณ ในการปูพื้นกระเบื้องอาคารโรงอาหาร ของโรงเรียน ที่เสื่อมสภาพแตกชำรุด เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายกับเด็กนักเรียน ครู ตลอดจนผู้ปกครอง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 ชมรมสวนกุหลาบสมุทรสาคร โดยคุณบุรินทร์ สหัสธารากุล ประธานชมรม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอ เอสเค. จำกัด พร้อมด้วย บริษัท สยามฟริท จำกัด และบริษัท เคลย์เทค 2021 จำกัด ได้รับเชิญร่วมเป็นเกียรติในพิธีไหว้ครูของโรงเรียนเทศบาลนาดี และได้รับมอบประกาศเกียรติคุณ ที่ได้สนับสนุนงบประมาณ ในการปูพื้นกระเบื้องอาคารโรงอาหาร ของโรงเรียน ที่เสื่อมสภาพแตกชำรุด เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายกับเด็กนักเรียน ครู ตลอดจนผู้ปกครอง ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จำนวน 849 คน โดยการปรับปรุงพื้นกระเบื้องในครั้งนี้ มูลค่ารวม 315,697 บาท เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านสถานศึกษาให้แก่ทางโรงเรียนเทศบาลนาดีต่อไป

สมุทรสงคราม จัดใหญ่งาน "วิถีถิ่น วิถีไทย แผ่นดิน ร.2" สืบสานวัฒนธรรม ชมโขน หนังกลางแปลง ฟื้นรสอาหารวรรณคดี ทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 สัปดาห์ต่อเนื่อง

วิถีถิ่น วิถีไทยแผ่นดิน ร.2

สมุทรสงคราม จัดใหญ่งาน "วิถีถิ่น วิถีไทย แผ่นดิน ร.2" สืบสานวัฒนธรรม ชมโขน หนังกลางแปลง ฟื้นรสอาหารวรรณคดี ทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 สัปดาห์ต่อเนื่อง

ที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) อ.อัมพวา นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม นางยลกานต์ เที่ยงแท้ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนวัฒนธรรม จ.สมุทรสงคราม นายพรชัย แสงอังศุมาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำมูลนิธิชัยพัฒนา (ผู้แทนเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา) นายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวจัดงาน "วิถีถิ่น วิถีไทย แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย" ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฯร่วมกับโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ และอำเภออัมพวา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้นต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 ก.ค. ถึงวันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค. 2568 รวม 6 สัปดาห์ ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ และอุทยาน ร.2 เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวสมุทรสงคราม พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งมุ่งหวังให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่มได้ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่นและร่วมกันฟื้นฟูสืบทอดอัตลักษณ์ไทยให้คงอยู่สืบไป

สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้ได้มีการสาธิตกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในงานดังกล่าว เช่นสาธิตการทำเครื่องแขวนตามแบบไทยโบราณ การรีดร่ำสไบและผ้าแบบวิถีไทย และการสาธิตอาหารในวรรณคดี "แกงนางลอย" จากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอน "นางลอย" บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เป็นแกงเผ็ดพริกหยวกสอดไส้หมูสับหมักสามเกลอคือกระเทียม พริกไทยและรากผักชี ใส่กะทิหอมๆ รสชาติกลมกล่อม ซึ่งเปรียบพริกหยวกสอดไส้เป็น"นางลอย"คือ นางเบญกาย ที่มีการสอดไส้ปลอมตนมาเช่นกันเนื่องจากนางเบญกายเป็นลูกสาวของพิเภก ที่แปลงกายเป็นนางสีดาเสียชีวิตลอยน้ำมาตบตาพระรามตามคำสั่งของทศกัณฐ์ แต่ถูกจับได้ เมื่อหนุมานพิสูจน์ด้วยการนำร่างที่แปลงว่าเป็นศพนางสีดาขึ้นตะกอนเผาไฟ เบญจกายจึงกลายร่างและถูกหนุมานจับมาถวายพระราม ดังนั้นสีแดงอมส้มของเนื้อกะทิผัดกับพริกแกงเผ็ดก็เปรียบเสมือนกับกองไฟจากเชิงตะกอนนั่นเอง

นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามกล่าวว่างาน"วิถีถิ่น วิถีไทย แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย" จัดขึ้นช่วงวันสุดสัปดาห์ทุกเสาร์และอาทิตย์ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 ก.ค. ถึงวันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค.2568 รวม 6 สัปดาห์ได้แก่ วันเสาร์ที่ 5 และวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค.,วันเสาร์ที่ 12 และวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.,วันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค.,วันเสาร์ที่ 26 และวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค.,วันเสาร์ที่ 2 และวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค. วันเสาร์ที่ 9 และวันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค.2568 ทั้งนี้ส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันดีงาม เนื่องจากสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมที่ยาวนาน อีกทั้งรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในฐานะพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงส่งเสริมด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทยจนเจริญก้าวหน้าสืบสานมาจนถึงอนุชนรุ่นหลัง ทรงเป็นกวีเอกและมีพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งในด้านวรรณศิลป์พระองค์ทรงมีพระราชนิพนธ์วรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมมากมายซึ่งหลายเรื่องยังคงเป็นที่รู้จักและนิยมจนถึงปัจจุบันจนประเทศไทยได้กำหนดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น"วันศิลปินแห่งชาติ" ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์

นางยลกานต์ เที่ยงแท้ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนวัฒนธรรม จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่ากิจกรรมในงานนอกจากจะมีแกงนางลอยที่นำมาสาธิตในงานแถลงข่าววันนี้แล้ว จะมีการสาธิตเมนูอาหารคาวหวานจากวรรณคดีไทย บทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 เช่น กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานและรามเกียรติ์ รวมทั้งอาหารถิ่นหาทานยากของ จ.สมุทรสงครามให้ผู้ร่วมงานได้ชมและชิม พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย สินค้าโอทอป ร้านค้าชุมชนและร่วมชมการแสดงถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยจากเยาวชน หนังกลางแปลงพากย์สดทุกวันเสาร์อาทิตย์ สุดสัปดาห์ทั้ง 6 ครั้ง ที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์

นอกจากนี้วันที่ 18 ถึงวันที่ 20 ก.ค.ที่อุทยาน ร.2 จะมีการแสดงโขนเยาวชน ณ โรงละครกลางแจ้งกฤษฎารณฤทธิ์ และที่ใต้ถุนเรือนอาวุธสร้าง มีการแสดงละครชาตรี อังกะลุง หนังใหญ่ และหุ่นสาย ตลอดทั้งสามวัน จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้สนใจมาชมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ชิมอาหารไทยโบราณและอาหารถิ่นพื้นบ้านในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยเข้าชมฟรีตลอดงานไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น