pearleus

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นครปฐม เตรียมป้องกันน้ำท่วมตลาดน้ำวัดลำพญา และตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 อย่างเต็มที่

วันที่  11  ตุลาคม  2556  นายวันชาติ  วงษ์ชัยชนะ  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำริมแม่น้ำท่าจีน  บริเวณตลาดน้ำวัดลำพญา  ตำบลลำพญา  อำเภอบางเลน  ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง  หลังจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น  ทำให้พื้นที่บางส่วนบริเวณตลาดน้ำวัดลำพญา  ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ  มีน้ำเอ่อล้นท่วมขังร้านค้าของชาวบ้าน  และมีน้ำซึมเล็กน้อยจากคันกั้นน้ำคอนกรีต  ทางเทศบาลตำบลลำพญาจึงได้กั้นกระสอบทรายพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กบริเวณพื้นที่ดังกล่าวไว้แล้วอย่างเต็มที่  ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ตามปกติ  นอกจากนี้เทศบาลตำบลลำพญาได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเตรียมกระสอบทรายไว้กว่า  8,000  กระสอบ  เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมโรงเรียนวัดลำพญา  หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น  ในส่วนของบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลลำพญา  มีประชาชนในพื้นที่  หมู่  3  ,  4  ,  5  ,  6  และ  9  ได้รับผลกระทบจากการเอ่อล้นของแม่น้ำท่าจีน  จำนวนกว่า  200  ครัวเรือน  บ้านเรือนในชุมชนบางแห่งมีน้ำท่วมขังสูง  ทำให้ไม่สามารถสัญจรไปมาได้  กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์  จังหวัดกาญจนบุรี  จึงได้สนับสนุนกำลังพล  จำนวน  11  นาย  มาช่วยสร้างสะพานไม้ชั่วคราว  เพื่อให้เด็กและผู้สูงอายุสามารถเดินทางเข้าออกได้  ซึ่งสะพานไม้บางจุดมีความยาวถึง  300  เมตร               ขณะที่บริเวณตลาดบางหลวง  ร.ศ.  122  ตำบลบางหลวง  อำเภอบางเลน  ซึ่งเป็นตลาดและชุมชนเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน  มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก  ซึ่งระดับน้ำในขณะนี้มีปริมาณเท่ากับระดับตลิ่ง  ทางเทศบาลและอำเภอได้เตรียมความพร้อมโดยการกั้นกระสอบทรายไว้ตลอดแนวและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่  โดยเรือโทกฤษณ์  จินตะเวช  นายอำเภอบางเลน  มั่นใจว่าระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนในปีนี้  ไม่มากเท่ากับปี  2554  และ  2555  อย่างแน่นอน  ขอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตลาดบางหลวง  ได้มั่นใจว่าในปีนี้ไม่มีน้ำท่วมตลาดบางหลวง  ส่วนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้น  ทางอำเภอจะได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

                

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงาน “วันตำรวจ” ประจำปี ๒๕๕๖

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. เปิดเผยว่า วันที่ ๑๓ ต.ค.๒๕๕๖ เป็นวันครบรอบการมีประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๕๘ ให้รวมกองตระเวนและกรมตำรวจภูธรเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมตำรวจ ปัจจุบันคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันตำรวจประจำปี ๒๕๕๖ นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะแบ่งการจัดงานออกเป็น ๒ วัน โดยวันที่ ๑๑ ต.ค.๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณฯ ให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ ณ ห้องประชุม ๑ อาคาร ๑ ตร. และในเวลา ๑๑.๐๐ น. ผบ.ตร. เยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ รพ.ตร. วันที่ ๑๓ ต.ค.๒๕๕๖ พิธีต่างๆ เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๖.๒๙ น. มีพิธีบูชาพระภูมิ หน้าอาคาร ๑ ตร., พิธีบูชาพระนารายณ์ หน้าอาคาร ๑๘ ตร., พิธีบูชาพระพุทธรูปพระนิรันตราย(จำลอง) ณ หอพระนิรันตราย ต่อด้วยพิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๔, พิธีสงฆ์ ณ ห้องสารสิน ตร. และพิธีสักการะรูปจำลอง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ณ ห้องโถง ชั้น ๓ อาคาร ๑ ตร. เวลา ๑๓.๐๐ น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน บริเวณหน้าหอประชุมชุณหะวัน รร.นรต. จว.นครปฐม ซึ่งจะมีการมอบของที่ระลึก, ธงพิทักษ์สันติราษฎร์ และรูปปั้นอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน แก่ทายาทผู้เสียชีวิต เวลา ๑๓.๕๐ น. ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักเรียนนายร้อยตำรวจ ณ ลานฝึกศรียานนท์ โรงเรียนนาย
ร้อยตำรวจสามพราน จว.นครปฐม สำหรับงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันตำรวจ จะเริ่มเวลา ๑๘.๓๐ น. ณ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.
                                      

ผบ.ตร ร่วมพิธีกิจกรรมวันตำรวจ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชาระดับสูง และสมาคมแม่บ้านตำรวจ เข้าร่วมในพิธีกิจกรรมวันตำรวจ อาทิเช่น เปิดหอผู้ป่วยสำหรับข้าราชการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่, เปิดห้องตรวจโรคกุมารเวชกรรม, เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าทางการแพทย์ และมอบรางวัลการจัดการความรู้ดีเด่น ประจำปี 2556 ณ โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 10.45 น.

๖๐ ปี นิติเวชตำรวจ – งานเบื้องหลังที่เราภาคภูมิใจ

งานด้านนิติเวชวิทยาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๙๖โดยกรมตำรวจ (ในขณะนั้น) ได้รับโอนนายแพทย์ถวัลย์ อาศนะเสน จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาอยู่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อทำหน้าที่ทางนิติเวชศาสตร์และวางโครงการจัดตั้งแผนกนิติเวชวิทยาขึ้นในโรงพยาบาลตำรวจ โดยได้เริ่มทำการผ่าศพเพื่อชันสูตรพลิกศพครั้งแรกในวันที่ ๑๓ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๖ และจะก้าวสู่การครบรอบ ๖๐ ปีในวันที่ ๑๓ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖ นับตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้น งานนิติเวชตำรวจก็เน้นการสนับสนุนงานด้านอำนวยความยุติธรรม ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ หาสาเหตุการตาย ตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลมาอย่างต่อเนื่อง และดูจะไม่มีโอกาสเหนื่อยล้าต่อภารกิจนี้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้างในบางจังหวะของการย่างก้าว แต่เวลาน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์เนื้อแท้ในตัวตนของผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างดี จนวันนี้ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลทางห้องปฏิบัติการISO17025 ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๖ และกำลังพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางความเป็นเลิศทางวิชาการด้านนิติเวชศาสตร์ (Excellence Center in Forensic Medicine) กล่าวคือ สถาบันนิติเวชวิทยา กำลังต่อยอดงานนิติเวชตำรวจ ให้เป็นศูนย์กลางตรวจพิสูจน์ด้านนิติเวชศาสตร์ที่ดีเลิศเป็นศูนย์กลางในการตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านนิติเวชศาสตร์ มีมาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การเป็นที่พึ่งซึ่งประชาชนและเจ้าพนักงานที่ใช้บริการมีความเชื่อมั่นและประทับใจ ในโอกาสครบ “๖๐ ปีนิติเวชตำรวจ” นี้ โรงพยาบาลตำรวจโดยสถาบันนิติเวชวิทยาได้จัดงาน “เปิดบ้าน – สถาบันนิติเวชวิทยา” ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ เพื่อให้ประชาชนและผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของสถาบัน อันจะเห็นได้ถึงความโปร่งใส และความเชื่อถือได้ในกระบวนการทั้งหมด ประกอบด้วย
·       ชมห้องผ่าศพในระบบปลอดเชื้อ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและป้องกันการแพร่ของเชื้อสู่สิ่งแวดล้อม พร้อมชมห้องสาธิตที่ทันสมัย
·       ชมสาธิตการผ่าศพ(รอบละ ๔๐ คน) – เฉพาะช่วง ๑๐.๐๐ -๑๒.๐๐ น.
·       ชมการสาธิตระบบท่อลม รับ-ส่ง สิ่งส่งตรวจ ซึ่งจะนำส่งชีววัตถุพยานจากห้องผ่าศพ หรือจุดรับ – ส่งวัตถุพยานตรงไปยังห้องปฏิบัติการทันที เพื่อลดปัญหาเรื่องการส่งต่อวัตถุพยาน
·       ชมการสาธิตการทำภาพเชิงซ้อนเพื่อพิสูจน์ศพนิรนาม ซึ่งใช้ในการไขปริศนาคดีฆ่าหั่นศพมาหลายคดี
·       ชมการเรียงกระดูกเพื่อการตรวจพิสูจน์ จากกองกระดูกสู่โครงร่าง และนำสู่การคลี่คลายคดี
·       ชมเครื่องมือพิเศษ  และการสาธิตการตรวจพิสูจน์ทางนิติพิษวิทยา สามารถตรวจหายาจากเลือดและปัสสาวะกว่า ๗๐๐ ชนิดภายในเวลา ๓๐ นาที
·       ชมเครื่องมือการตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม เทคนิคในการเก็บชีววัตถุจากร่างกายมนุษย์ ความก้าวหน้าในการตรวจทางพันธุกรรม การสาธิตการตรวจหา ตัวอสุจิ  และส่วนประกอบของน้ำอสุจิ

                นอกจากนี้ ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ มีงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “นิติเวช กับ หลักสิทธิมนุษยชน”ในหัวข้อ อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการทำบุญทางศาสนา เพื่อเป็นสิริมงคลของบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วย.

สะพานข้ามแยกนครปฐม 2 แห่งเริ่มลงมือทำงานแล้ว

        นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ในวันนี้ 10 ตุลาคม 2556  วันหลังจากที่กรมทางหลวงได้มอบพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามแยกหนองขาหยั่ง และสะพานข้ามแยกทุ่งพระเมรุ ถนนเพชรเกษม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ให้กับบริษัทพีระมิดคอนกรีต จำกัด และบริษัท คริสเตียนนีแอนด์เนลเส็น ตามลำดับ นายประสาน ตากดำรงกุล นายช่างโครงการของกรมทางหลวงได้นำผู้สื่อข่าวไปชมความคืบหน้าในการดำเนินการ โดยในขณะนี้การรื้อถอนเกาะกลางถนนตามเส้นทางขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลสนามจันทร์ ไปจนถึงสี่แยกหนองขาหยั่งรวมทั้งฝั่งตรงข้ามทางไปจังหวัดราชบุรีด้วย ซึ่งจะทำให้ช่องการจราจรที่มีอยู่เดิมได้รับการเสริมผิวการจราจรและวางท่อใหม่ จาก 5 ช่องกลายเป็น 6 ช่องการจราจรภายในเดือนธันวาคม 2556 ต่อจากนั้นจะไปรื้อเกาะกลางถนน ตั้งแต่บริเวณหน้าโรงแรมวิเวอร์ไปในทิศทางขาเข้ากรุงเทพ ซึ่งการรื้อเกาะกลางถนนเพื่อเตรียมพื้นที่บริหารการจราจรจะเสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้นในช่วงนี้จะยังไม่มีความแออัดของการจราจรแถมยังมีพื้นที่การจราจรเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในขั้นตอนต่อมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 เป็นต้นไปทางบริษัทจะต้องกั้นผิวจราจรให้เหลือ 4 ช่อง ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อขุดหลุมทดสอบเข็มว่ามีความลึกเพียงใด เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักได้ โดยทำไปทีละเสตปตามความยาว 424 เมตรของสะพาน เมื่อฝ่ายขาเข้าเสร็จแล้วก็จะมาเจาะฝั่งตรงข้ามเนื่องจากเป็นสะพานคู่ 6 เลนซ์ไปกลับ ดังนั้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ผู้ใช้รถใช้ถนนยังเบาใจได้หากผ่านมาบริเวณก่อสร้างสะพานรถยังไม่ติด เพราะมีพื้นผิวการจราจรเพิ่มขึ้น 1 เลนซ์ เป็น 6 ช่อง แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ผิวการจราจรจะลดลง 1 ช่อง เป็น 4 ช่องการจราจรตามขั้นตอนการทำงานซึ่งจะส่งผลต่อการสัญจรไปมาของประชาชนบ้าง ดังนั้นกรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์ เพี่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ได้ทราบทั้งบริเวณแยกวังมะนาว หนองตะแคง จังหวัดราชบุรี และจากกรุงเทพบริเวณพุทธมณฑลสาย 4 และสายแยกพระประโทน รวมทั้งได้จัดทำโบว์ชัวร์แจกจ่ายตามสถานีบริการน้ำมันที่จะเข้าสู้จังหวัดนครปฐมอีกด้วย หากมีข้อมูลเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์ โดยติดตามข้อมูลได้จาก www.prdnakhonpathom.com 

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"นโยบาย ยกรถแทนล็อค เกือบพร้อมแล้ว (16 ต.ค.เตือน 21 ต.ค. จับจริง)"

เมื่อ 11 ต.ค.56  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.(รับผิดชอบงานจราจร) พร้อมด้วยรองผบ.จร. ประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ กับกองบังคับการตำรวจนครบาล1-9 กองบังคับการตำรวจจราจร (เหนือ-ใต้-ธน- ตรวจพิเศษ) สน.ทางด่วน วางแผนเตรียมความพร้อมแนวปฏิบัติ ตามนโยบาย "ยกรถจอดกีดขวางแทนการล็อคล้อ 10 ถนนสายหลัก ได้แก่ ลาดพรัาว พระราม4 สุขุมวิท รัชดาฯ รามคำแหง พหลโยธิน สาทรเหนือ ราชดำเนินกลาง เพชรบุรี และวิภาวดี โดยแบ่งการปฎิบัติเป็น3ระยะ ระยะที่1 วันที่9-15ต.ค. ขั้นเตรียมการ จัดอุปกรณ์ จัดการถยก ป้ายประชาสัมพันธ์ ระยะที่2 15-20ต.ค. ระยะปฎิบัติโดยจนท.จะทำการตักเตือนก่อน โดยจะมีการแจกใบปลิวไปตามถนน 10 สาย และระยะที่3 ดีเดย์ วันที่ 21 ต.ค. บังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยให้มีโทษปรับในอัตราสูงสุด ไม่เกิน 500 บาท ค่าเคลื่อนย้าย 500 บาท และค่าดูแลรักษาวันละ 200 บาท ซึ่งในที่ประชุมได้สรุป ถึงจำนวนรถยก จุดจอดรถ ในการที่จะยกรถ ของผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร มาไว้ในแต่สถานีฯ พร้อมกับได้มีการกำหนดตัวผู้บังคับบัญชา เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ โดยพล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จากสถิตในปี 2556 พบว่า ข้อหาจอดรถที่ห้ามจอด ในปี 2556 มีสถิตถึงการจับกุมมากถึง 2 แสนกว่าราย ดังนั้นในส่วนของการปฏิบัติ หากรถยก ของทางสน.พื้นที่ยังไม่มีความพร้อมเต็มร้อย จะจัดให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ โดยเร่งรัดให้เร็วที่สุด เนื่องจากความอ่อนแอของกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาของการจราจร ซึ่งคาดว่าการดำเนินการไม่น่ามีปัญหา นอกจากนี้ให้จัดทำป้ายแบบตั้งได้ เพื่อบอกให้เจ้าของรถ ทราบว่า รถถูกยกไปไว้ที่ใด นอกจากนี้ ให้แต่ละสน.สรุปถึงปัญหา ทั้ง10เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกายถนน เรื่องสัญญาณไฟ และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมจราจร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวที่สุด อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะไม่การทำงานแบบไฟไหม้ฟางเด็ดขาด จะมีการประเมินทุกไตรมาส หากครบ 1 ปี หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืน จะออกมาตราขั้นเด็ดขาดต่อไป